All about redirect for SEO.

ในการสัมมนา SEO Recipes นั้น ผมยังจำได้ครับว่า ยังติดค้างในเรื่องของการ Redirect ประเภทต่างๆกันครับ ซึ่งจะมาบอกให้ครับว่า Redirect 301, 302 รวมทั้งการ Redirect แบบต่างๆ มันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ในการทำ SEO เราจะได้รู้กันแบบกระจ่างไปเลยครับว่า มันต่างกันอย่างไร

โดยปรกติแล้ว ในการทำ Redirect หน้าเว็บไซต์ นั้นมีอยู่หลายวิธีการด้วยกันครับ ทั้งการใช้ javascript, meta refresh, Server site script ไม่ว่าจะเป็น php,asp เป็นต้น เหล่านี้จะมีความแตกต่างกันอย่างมากครับ ในแง่ของการทำ SEO และความเข้าใจของ Spider ถึงการ Redirect ของเรา

การ Redirect แบบต่างๆ สำคัญอย่างไร?

สำหรับการทำ SEO แล้ว การ Redirect นั้นมีความสำคัญอย่างมากครับ โดยเฉพาะในกลุ่มของคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันกันสูงๆ การ Redirect ผิด ไม่ว่าคุณจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือพลาด แต่มันอาจจะทำให้คุณโดน Search engine ลงโทษได้ไม่ยากนัก ซึ่งในกรณีเหล่านี้ เคยมีหลายครั้งที่มีคนมาปรึกษาผม ถึงปัญหาเหล่านี้หลายต่อหลายครั้งครับ

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่มต้น

โดยปรกติแล้ว เวลาที่เหล่า Bots ทั้งหลาย เข้ามายังเว็บไซต์ของเรานั้น มันจะส่งคำร้องขอ (Request) มายังเว็บของเรา ซึ่งเว็บ Server จะตอบสนองคำร้องขอเหล่านั้นทันทีครับ โดยก่อนที่มันจะส่งเนื้อหาในหน้าเว็บของเราไป มันจะส่ง Header ของข้อมูลสั้นๆ ไปก่อนครับว่า คำร้องขอเหล่านั้น ได้รับการตอบสนองอย่างไร

นึกง่ายๆ ครับ เหมือนกับเวลาที่เรากดโทรศัพท์หาเพื่อนเราครับ มันเรียกไปยังโทรศัพท์ของเพื่อนเรา แล้วเราจะได้ยินเสียงสัญญาณตอบกลับมา ว่า สายว่าง, สายไม่ว่าง, โอนสาย เป็นต้น

ไอ้เสียง ตู๊ด ๆๆ ที่เราได้ยิน ก่อนที่เพื่อนเราจะรับสายนั่นล่ะครับ เปรียบได้กลับ  Header ที่ตอบสนองต่อการเรียก Request ของ Spider ต่างๆครับ เพียงแต่มันจะตอบสนองในลักษณะของโค้ดรหัสมาตรฐานกำหนดไว้ครับยกตัวอย่างเช่น

– 200 Ok สำหรับในกรณีที่เว็บทำงานปรกติ
– 404 file not found  สำหรับกรณีที่ไม่พบหน้าเว็บที่มีการร้องขอมา
– 301 Moved Permanently  สำหรับกรณีที่เราย้ายเว็บ,ย้ายหน้าเว็บ, เปลี่ยนไปอย่างถาวร
– 302 Found สำหรับกรณีการย้ายชั่วคราว

ความแตกต่างกันของวิธีการ redirect แบบต่างๆ

1. การ Redirect โดยการใช้ javascript. เช่น การใช้ window.location

วิธีการนี้ server มันจะตอบสนองต่อคำร้องขอว่า  200 ok ครับ ผลคือถ้าเป็น Bots, Spider จะเข้าใจว่า หน้าเว็บไซต์นี้ยังมีอยู่ และยังใช้งานอยู่ตามปรกติ มิได้มีการย้ายไปไหน หรือมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อ index ของเราใน Search engine จะไม่หายไปแต่อย่างใด

ซึ่งหลายครั้งที่วิธีการนี้ ถูกนำไปใช้ในการสร้าง Doorway page  ซึ่งถือเป็น ศาสตร์ด้านมืด ของการทำ SEO ครับ ดังนั้น ถ้าคุณต้องการ redirect จากหน้าเก่าไปยังหน้าใหม่ การใช้วิธีการนี้ ถ้าเลี่ยงได้ควรจะเลี่ยงเลยครับ ไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือใช้งานมันนักครับ

แต่เจ้าตัวนี้ ก็ใช้งานในกรณีที่เรา redirect ข้อมูลอื่นๆ ได้นะครับ เช่น มีปุ่มให้คลิกแล้วส่งไปยังหน้าอื่นๆ ที่ไม่ค่อยอยากให้บอทไปเก็บได้ครับ

2. การใช้ Meta Refresh ตัวอย่าง เช่น

<META HTTP-EQUIV="Refresh" CONTENT="15;URL=http://www.yourname.com">

วิธีการนี้ เราจะพบได้บ่อยครับ ในการที่เราต้องการส่งผู้ใช้งานไปในหน้าเว็บอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเราทำหน้าดักก่อน เช่นในช่วงวันพ่อ หรือวันแม่ครับ ซึ่งมันสามารถกำหนดเวลาส่งผู้ใช้งานไปหน้าถัดไปได้ (จากตัวอย่างคือตัวเลข 15 มีหน่วยเป็น วินาที และหน้าที่ส่งไปคือ url สีแดงๆ นั่นล่ะครับ)

ทีนี้ วิธีการนี้ ก็มีการนำไปใช้ในการทำ Doorway page เหมือนกับวิธีการด้านบนครับ เพราะ header ที่ตอบสนองไปยัง google bots หรือ Spider อื่นๆ มันคือ 200 ok ครับ นั่นทำให้ Search engine เข้าใจได้เหมือนกับการใช้ Javascript Redirect. นั่นเอง ดังนั้น ไม่มีผลกระทบต่อ index บน Search engine ครับ

ดังนั้น วิธีการนี้ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเหมือนกันนะครับ ในกรณีที่คุณจะต้องการย้ายหน้าเว็บเก่า ไปยังหน้าเว็บใหม่ครับ แต่ถ้าเราใช้งานในหน้าดักแค่ช่วงหนึ่งอย่างในกรณีช่วงวันพ่อหรือวันแม่ ผมแนะนำให้ตั้งเวลาไว้อยู่ในช่วง ตั้งแต่ 10-15 วินาทีครับ ซึ่งอาจจะนานไปหน่อย แต่ก็ชัวร์ครับ ถ้าเสี่ยงเอานิดหน่อยก็ 5 วินาทีครับ แต่ถ้า 1-2 วินาทีนี่ เข้าข่าย เสี่ยงมากแล้วครับ

ถ้าตั้งเป็น 0 วินาทีนี่ ไม่ต้องบอกครับว่า ถ้า Search engine จับได้ล่ะก็ อาจจะโดนเล่นเอาง่ายๆ และเว็บหายไปใน 3 วัน 7 วันเลยครับ

3. การใช้ Server site script เช่น php หรือ asp ครับ

ซึ่งในภาษาฝั่งทาง server นั้น มันสามารถให้เรากำหนดได้ว่า จะตอบกลับโดยกำหนด header เป็นแบบใดครับ เช่น 301 หรือ 302 ครับ

ความแตกต่างระหว่าง 301 และ 302 มันต่างกันอย่างไร

301 หมายถึงการ Redirect ไปยังหน้าเว็บใหม่อย่างถาวร อย่างเช่น คุณต้องการย้ายหน้าเว็บจาก www. yourdomain.com/old.html ไปยัง www. yourdomain.com/new.html ที่เปลี่ยนใหม่อย่างถาวร  ซึ่ง Search Engine จะเข้าใจว่า เราได้ทำการย้ายหน้าเว็บจาก old.html ไปยัง new.html ผลที่เกิดขึ้นคือ หน้า old.html จะหายไปจากหน้าผลการค้นหา และมีหน้า new.html ค่อยๆขึ้นมาแทน ส่วนค่าต่างๆ เช่น Google Pagerank จะถูกย้ายมายังหน้าใหม่ด้วยครับ

สำหรับ 302 หมายถึงการ Redirect ไปยังหน้าเว็บชั่วคราว ซึ่งเราอาจจะใช้เมื่อหน้าเว็บเก่าเรารื้อทิ้งไปแล้ว ส่วนหน้าเว็บใหม่ก็ยังไม่เรียบร้อย เลยให้ไปหน้าเว็บชั่วคราวก่อนนั่นเอง วิธีการนี้ จะทำให้หน้าเก่าไม่หายไป

ดังนั้น การใช้งานจึงควรเลือกใช้งานให้ถูกต้องนะครับว่าจะใช้ 301 หรือ 302 ครับ

ตัวอย่างการใช้งาน  php สั่ง redirect 301 ครับ

<?
Header( "HTTP/1.1 301 Moved Permanently" );
Header( "Location: http://www .new-url.com" );
?>

ซึ่งตัวอย่างอื่นๆ นั้น สามารถค้นได้ใน google ครับ รวมทั้งใน หนังสือ "SEO  ปรับเว็บให้แรงแต่งให้ติดอันดับ" ของผมในบทที่ 10 ครับ

4. การ redirect โดย Web server อย่าง Apache, IIS เป็นต้น

วิธีการนี้ เราสามารถทำได้ทั้ง 301, 302 ครับ คล้ายๆ กับวิธีก่อนหน้านี้ครับ ได้ผลแบบเดียวกันครับ

ตัวอย่างการ redirect โดยการใช้ .htaccess ใน apache เพื่อสั่ง Redirect ครับ ซึ่งผมจะยกตัวอย่างการใช้งานจริงๆในเว็บนี้เลยครับ คือ

301 redirect

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อนานมาแล้วผมได้เปิด forum.eblogbiz.com ไว้ ซึ่งก็ไม่ค่อยได้เข้าไปดูแลเท่าไหร่ จึงทำการปิดไปครับ โดยลบทิ้งไปเฉยๆ ผลคือ  Google ยังคงเก็บข้อมูลได้ (เพราะตั้งค่าไว้ไม่ดีนั่นล่ะครับ) ดังนั้น ผมจึงต้องการ ย้ายให้ Google เอา forum.eblogbiz.com ออกให้หมด โดยใช้การสั่ง redirect มายัง www.eblogbiz.com ให้หมดครับ ดังนั้น ผมเขียน .htaccess อย่างนี้ครับ

RewriteCond %{HTTP_HOST} ^forum.eblogbiz.com$ [NC]
RewriteRule ^(.*)$ http://www.eblogbiz.com/$1 [L,R=301]

หมายความว่า ถ้ามันเรียกมา ขึ้นต้นด้วย forum.eblogbiz.com ( [nc] = ไม่สนตัวเล็กตัวใหญ่) ให้ส่งไปที่ www.eblogbiz.com/ โดยส่งค่าอื่นๆตามไปด้วย (ตรง $1) ครับ เพราะเนื่องจาก  Google มันดันเก็บหน้าเว็บอื่นๆ ที่ระบบมันเพี้ยนไปด้วยนั่นล่ะครับ เลยต้องส่ง parameter ต่างๆไปด้วย (จากภาพประกอบด้านบน) เพื่อส่งผู้ใช้งานไปยังหน้าเว็บที่ถูกต้องครับ

—————————————————-

เอาล่ะครับ ก็คงจะเข้าใจเรื่องของ การ redirect นะครับ ว่าแต่ละอย่างแตกต่างกันอย่างไรครับ ส่วนท่านที่ไป สัมมนา SEO Recipes มาก็อดใจรอกันอีกหน่อยนะครับ กำลังทำ ส่วนเนื้อหาพิเศษให้ครับ พอดีว่า สงกรานต์ไปต่างจังหวัดมา ใช้ได้แต่เน็ต 56K เลยทำงานไม่ได้น่ะครับ Server อยู่ต่างประเทศก็งี้ล่ะครับ 555+

17 Comments
  1. April 18, 2009
  2. December 20, 2009
  3. November 7, 2009
  4. November 13, 2009
  5. November 22, 2009
  6. November 26, 2009
  7. December 3, 2009
  8. March 14, 2010
  9. April 17, 2010
  10. April 18, 2009
  11. April 19, 2009
  12. April 24, 2009
  13. June 14, 2009
  14. June 14, 2009
  15. August 25, 2009
  16. August 28, 2009
  17. October 1, 2009

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *