thailand

SEO Clinic: Problem about google crawler.

SEO Clinic ในอาทิตย์ เป็นปัญหาส่วนหนึ่งของระบบเครือข่าย ซึ่งปัญหานี้ ใครเล่าจะคิดว่า มันจะเป็นปัญหากับSEO ด้วย แต่สิ่งเหล่านี้มองข้ามไม่ได้ทีเดียวครับ

Google Maps Thailand.

Google เปิดตัวแล้ว Google Maps ประเทศไทย แล้วนะครับ เป็นประเทศแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

Thailand eBusiness Summit II : eBusiness Trend 2009

เจอกับผมได้ ตัวเป็นๆ ในงาน Thailand eBusiness Summit II : eBusiness Trend 2009 ปลายเดือน กพ.นี้เลยครับ (21 กพ.)  ลงทะเบียนแล้วไปเจอกันในงานนะครับ

Photo from NextWebApp2008

เมื่อวานลืมสนิทเลยครับ ได้หยิบเอามือถือมาถ่ายรูปไว้ได้ไม่กี่ภาพครับเลยเอามาแปะไว้ดีกว่าครับ อ่อ แล้วเมื่อวานนี้ลืมอีกอย่างนึงด้วยครับ

"ใครว่าแมคใช้ง่าย"

NextWebApp2008

NextWebApp2008

NextWebApp2008

Free wifi in NextWebApp2008

ปิดท้ายด้วยวิวสวยๆ จากห้องประชุมครับ ถ่ายไว้
Thai Summit Building

Thailand Next Web App 2008

ก็ผ่านมาแล้วนะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในงาน Thailand Next Web App. 2008 ซึ่งจัดขึ้นที่ตึกไทยซัมมิตครับ ซึ่งผมเองก็ไปมาครับ ทีแรกคิดว่าจะรีวิวตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่ก็เอาแว่นตาไปเปลี่ยนเลนซ์ วันอาทิตย์เลยต้องทำงานแบบตัวหนังสือเบลอๆ เอา กว่าจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนครับ ก็เลยเลื่อนมาวันนี้ เพราะว่าลางานไว้เรียบร้อย เนื่องจากไปทำงานคงไม่ได้งานเท่าไหร่ มองตัวหนังสือเบลอๆ ไปหมดล่ะครับ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง ในงานนี้ จริงๆแล้ว มันแบ่งออกเป็นสองห้องหลักๆ คือที่เป็นในเรื่องของ BusinessและDevelopment ครับ โดยในห้องของฝั่ง DEV นั้นหลักๆจะเป็นเรื่องของ Railเสียส่วนใหญ่ จริงๆอยากเข้าไปฟังนะครับ แต่เห็นคนแล้วไม่รู้จะแทรกไปนั่งตรงไหนดี เลยปักหลักอยู่ห้อง biz ดีกว่า

....................................

บางส่วน ผมจำไม่ค่อยได้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะไปงานด้วยอาการมึนๆ งงๆ สืบเนื่องจากวันศุกร์ซดไปไม่น้อยครับ

....................................

เปิดตัวกันซักพักนึง ก็เริ่ม Lightning Sessionครับ โดย @sugree ในเรื่องของ ITไทย ไป ITโลก ประเด็นนี้น่าสนใจครับ เพราะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องยอมรับกันว่า การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังนั้นมีน้อย และมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ รัฐบาล เหมือนว่าจะทำงานต่อจากคนเก่าไม่ได้ เดี๋ยวทับรอยกันอะไรประมาณนี้ ซึ่งบทสรุปของเนื้อหาในตอนนี้คือง่ายครับ

"พึ่งตัวเอง"

ง่ายไหมครับ ผมชอบคำกล่าวนึงในศาสนาคริสต์ว่า "พระผู้เป็นเจ้า จะทรงช่วยผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองก่อนเสมอ" (ผมนับถือพุทธนะครับ แต่ก็เคยศึกษาในเรื่องของศาสนาคริสต์มานิดนึงครับ) ตรงนี้เอง ผมมองว่า ถ้าคนไทยมีแนวคิดอย่างนี้บ้าง คือพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะรอการสนับสนุนจากภาครัฐ (ที่มักจะโชว์ปาหี่ในช่วงหาเสียงเสมอๆ) น่าจะไปได้เร็วกว่านะครับ

สำหรับ Slide ชุดนี้ ดูได้ที่ http://sugree.com/node/220 นะครับ

....................................

คุณ Greendog มาพูดเรื่องเกี่ยวกับ user disign อะไรพวกนี้ล่ะครับ สรุปใจความได้ว่าเว็บในกลุ่มเว็บ web 2.0 ต้องเน้นในเรื่องของ Function การใช้งาน ที่จะต้องมาควบคู่กับ Design แล้วปิดท้ายเสริมแรงด้วย Performance ครับ (สั้นดีไหม)

....................................

ต่อด้วย @pittaya ครับ ที่มาแนะนำเจ้า FWDDER จริงๆไม่ได้มันไม่ได้อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เดอ แต่อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เด้อ ซึ่งได้มาแนะนำ Solution นะครับ

ดู slide ได้ที่ http://www.slideshare.net/pittaya/fwdder-share-your-forward-mails-presentation/

....................................

ต่อมาเป็นเรื่องของ Make it Thai: Opportunity, Problem, and Experienceโดย @lewcpe ณ  Blognone ครับ เปิดตัวด้วยประโยคที่น่าสนใจครับ

โปรแกรมเมอร์ที่ดี ย่อมพัฒนาโค้ดที่ดีได้
โปรแกรมเมอร์ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมขโมยโค้ดที่ยิ่งใหญ่

อ่า ได้ยินไหมครับ พี่บิล เกตส์ (ถูกใจที่สุดเลย) สำหรับในประเด็นนี้ หลักๆ อยู่ที่ว่า เรื่องของการ ลอกและขโมย ครับ ตรงนี้น่าสนใจครับ เพราะส่วนหนึ่งตรงกับแนวคิดของผมว่า การคัดลอก หรือขโมยความคิดของใครมาใช้งานนั้น หากวางในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ในจุดที่ไม่ถูกไม่ต้องแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ได้หมายความจะรุ่งได้ มันต้องจัดให้จังหวะและเวลานั้นลงตัวด้วยครับ

ซึ่งในหัวข้อนี้ คล้ายๆ กับการพูดคุยกันมากกว่า จึงสรุปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ

....................................

สำหรับประเด็นอื่นๆ ตอนเที่ยงๆ ด้วยความหิว ก็เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ครับผม แต่จำได้ว่า

@kengggg มาพูดถึงเรื่อง Drunk firefox เอ้ย Firefox Thai l10n ครับ ซึ่งเป็นการรายงานความเคลื่อนไหว

@bact มาพูดถึงเรื่องของ CC หรือ ครีเอทีฟ คัมม่วน ครับ (ผมมักเรียกว่า คัมม่วนแทนคัมม่อน ครับ lol )

....................................

ในตอนบ่ายก็มีเรื่องที่น่าสนใจ อยู่ครับ จริงๆ อยากจะย้ายไปนั่งฟังเรื่อง Web standdard ครับแต่ว่าห้องเต็มมากเลยต้องกลับมานั่งห้องเดิมครับ

เริ่มต้นด้วย @adamy มาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ Fukduk.tv และเรื่องของ New Media ครับ ซึ่งในมุมมองของ @adamy นั้นเค้ามามองว่า fukduk. นั้นเป็นเรื่องของ Long trail. คือ ณ ตอนนี้บ้านเรายังวนอยู่ในส่วนของ Old media ยังติดตามละครน้ำเน่า ตบตีกันอยู่ แต่ในอนาคต เรื่องของทีวีออนไลน์ มันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ๆ ของกลุ่มคนที่ต้องการอะไรที่มากกว่า ละครหลังข่าวนั่นล่ะ

ซึ่ง fukduk เองมองที่ เนื้อหาที่ตัวเองมีเป็นหลัก และนั่นมันตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่า seo ส่วนหนึ่งในบ้านเราทำคือ มองที่ตลาดใหญ่เป็นหลัก แล้วจึงหาเนื้อหาเหล่านั้นมายัด ผลคือ มันไม่ใช่ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจะเลือกเสพ เลือกค้นหาสิ่งที่เห็นแล้วบอกว่า

"นี่ล่ะ ใช่เลย"

....................................

จากนั้นต่อด้วย @dekadsครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ผมคาดหวังไว้เล็กๆ ว่าจะได้ข้อมูลแนวทางบางอย่างเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ใช่ครับ (อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในวังวนเรื่องของบล็อก และการหารายได้ เข้าบล็อกอยู่แล้วมั้ง) ทำให้ไม่ได้ฟังเท่าไหร่ครับ นั่งtweet เล่นไปเรื่อยๆ

....................................

ต่อด้วย PG.in.th ซึ่งจำไม่ได้ครับว่า ท่านใดพูด เพราะผมไม่ได้สนใจในตัวของผู้พูดเลยครับ แต่สนใจในเนื้อหามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งในไอเดียของการทำและความพยายามครับ เพราะมันเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากเลย ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด อยากรู้ ไปดูที่ www.pg.in.th ครับ (ปล.ถ้าไม่พิมพ์ www เข้าไม่ได้เด้อ!) ของเค้าดีจริงๆ แต่เล่นไม่ได้อ่ะครับ มือถือผมใช้ APP ไม่ได้

....................................

ต่อด้วย @hunt ที่เรียกเสียงฮือ ฮา อื้ออึงและซี๊ดอูย! ด้วยภาพสาวสวยจากที่ไหนไม่รู้ครับ เหมือนดาราav ที่เคยดู ( lol ) แต่พอเข้าเนื้อหาแล้วน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Zickr กับทราฟฟิค, Diaryis ที่เกิดขึ้นจาก Invites เพียง 6 อันเท่านั้น และกลายเป็น 3000 ภายในไม่กี่วัน จนปัจจุบัน มีผู้ใช้งานที่เริ่มต้น จาก 6 invites นั้นอยู่ 6000 คน และ Activeอยู่ 5900 โดยประมาณ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจจริงๆครับ

ซึ่ง @hunt ได้พูดถึงเรื่องการจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ ครับ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นไอเดียที่ดี และรุ่งมาแล้วในหลายประเทศ อย่างเช่นในจีน QQ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากครับ ซึ่งในจำนวนนั้น มีประมาณ1ล้านคนที่จ่ายเงินให้กับ QQ โดยจ่ายคนละประมาณ 10-12 บาทต่อเดือน นั่นหมายถึงว่าQQไม่ต้องนั่งรอขาย Ads เลยแม้แต่น้อย

แต่ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้โมเดลนี้รุ่งในบ้านเรา เพราะผู้ใช้งานส่วนหนึ่งถูกฝังหัวไว้ว่า ทุกอย่างในเว็บและอินเตอร์เน็ต ไม่ต่างจากของในสวนสาธารณะ ที่ใครก็ใช้ได้ จะก้อบปี้, จะเกรียนใส่,จะพ่นสี หรือทำอะไรก้ได้ เดี๋ยวเจ้าของเว็บมันก็เช็ดเองล่ะ

ตรงนี้ที่ยังต้องใช้เวลาครับ เหมือนกับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ล่ะ ต่างฝ่ายต่างจะเอาๆ ไม่สนใจว่า เรื่องจริงๆอย่างไรบ้าง ใครคิดไม่เหมือนคือผิด คิดต่างคือศัตรู (ไม่สงสารคนที่ไม่ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค และไม่ได้คลั่งสนธิอย่างผมบ้างเลย)

(กลับเข้าเรื่องดีกว่าครับ) แต่น่าสนใจนะครับ พร้อมกันนี้ @hunt ก็เปิดตัวเว็บใหม่ครับ www.ohmyform.com เป็นเว็บที่เอาไว้ใช้ในการสร้างฟอร์มออนไลน์ครับ น่าสนใจดี แต่ผมไม่ได้ลองใช้งานเพราะไม่มี account ครับผม

....................................

ส่วนต่อไปก็คือรายการตลกครับ โดยสองคู่หู ดูโอคอร์ นั่นเองครับ ก็เรียกเสียงหัวเราะพร้อมสาระ และเสียงปรบมือ(จากหน้าม้า)ได้ตลอดครับ จริงๆแล้วเนื้อหาก็จะเป็นในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ duocore นั้นเองครับ

....................................

สุดท้ายจบด้วย Noknok ที่เรียกว่าเป็นTwitter เมืองไทยแล้วกันครับ แต่ไม่ขอวิพากวิจารณ์ดีกว่า กลัวครับ หลังถูกมองว่าเป็น บล็อกเกอร์ขี้อิจฉา อยู่ด้วย กลัวครับ ยังเข็คขยาด (และรำคาญ) ว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมมาวิจารณ์ในฐานะของคู่แข่งทางธุรกิจบ้าง จ้องจะดิสเครดิสบ้างครับ

....................................

สรุปนะครับ สำหรับงานนี้ ส่วนหนึ่งน่าสนใจดีครับ ได้สาระดี แม้ว่ามีข้อบกพร่องตกหล่นไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วนะครับ การที่เราจะก้าวไปข้างหน้า จะกลัวอะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราจะก้าวไป แต่กลัวจะตกบันได กลัวตกหลุม ตกบ่อ แล้วล่ะก็ การพัฒนามันก็ไม่เกิด และเราก็จะจมอยู่กับที่ ปล่อยให้ใครต่อใครเดินข้ามหัวเราไป

ซึ่งเมือถึงตอนนั้น ก็คงโทษใครไม่ได้ครับ ว่าทำไมเราไม่เดินไป

ดังนั้น งานนี้ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจครับ ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงคือ อยากให้มีห้องมากกว่านี้ครับ อย่าง lighning session จริงๆแล้วเปิดพื้นที่โชว์ไอเดียที่น่าสนใจครับ และผมเชื่อว่า หากมีพื้นที่มากพอ ก็มีอีกหลายคนที่จะโชว์พาวครับ

ในห้อง Biz ที่ผมเข้าไปฟังนั้น บางเรื่องมันก็เหมือนยังขาดอะไรไป แต่บอกไม่ถูกครับ

แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่แพ้ใครในโลกหรอกครับ อยู่ที่ว่า เรากล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ และกล้าที่จะล้มหรือไม่เท่านั้นเอง

ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ

งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

วันนี้ได้รับข่าวสารจากสมาคมเว็บมาสเตอร์ครับเกี่ยวกับ งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

รายละเอียดของานคือจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ ที่ทำเอาเว็บมาสเตอร์ทั่วไปอย่างเราๆเดือดร้อนไปด้วยครับ ทั้งที่จริงๆแล้วเจตนาของตัวกฏหมายดี แต่มันไม่ครอบคลุมการใช้งานจริงๆ รวมทั้งฟังกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆจาก

-ฮั้น เจ้าของ Diaryis.com กับการแจ้งเตือนเรื่องลิขสิทธิ์
-พี่ป้อม ภาวุธ แห่ง Tarad.com รายแรกเลยก็ว่าได้ครับที่โดนยึดเครื่องไปแบบงงๆ ด้วยสาเหตุมีคนมาโพสต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- รายสุดท้ายก็คือ ปุ๊ก เจ้าของ 212cafe.com ที่โดนหนังสือพิมพ์ตีตราหน้าหนึ่งว่าเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ ทั้งที่เป็นแค่คนในบริการฟรีเว็บบอร์ดเท่านั้น จากในกรณีของผู้ใช้งานมาโพสต์รูปประจานกันเอง

สำหรับประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน จากในเว็บของสมาคมนะครับ
- เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร
- จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- หาทางออกร่วมกัน ลดความเสียหายที่จะเกิดกับคนทำเว็บและวงการเว็บไทย

งานจะจัดใน วันเสาร์ที่ 23 สค.นี้  เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่ห้องมินิเธียเตอร์ 2 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับผมเองยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่าเพราะช่วงนี้ ส.-อ. ไม่ค่อยว่างเลยต้องนั่งปั่นงานส่งครับเหอๆ ส่วนงานอะไร อุบไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาแจ้งข่าวอีกทีนึงครับ

ปล. NextWebApp เสาร์นี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า แต่ดันลงชื่อไปแล้วสิ.

News: ประเมินพ.ร.บ.คอมพ์แค่เครื่องมือของรัฐ

วันนี้เข้าไปอ่านข่าวตามปรกติ ก็พบข่าวน่าสนใจครับเลยเอามาฝาก

ประเมินพ.ร.บ.คอมพ์แค่เครื่องมือของรัฐ

ศตท. วิเคราะห์สถานการณ์ภายหลังพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ แนวโน้มการทำความผิดไม่ลดลง เหตุปัจจัยเอื้อมีมากมาย ที่สำคัญความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยเพิ่มช่องทางผู้กำทำผิดมีมากขึ้น แนะการป้องกันตนเองเป็นหนึ่งบวกมาตรการทางสังคมช่วยได้ดีกว่าหวังผลจากตัวบท กฎหมายที่เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือให้แก่ภาครัฐ ขณะที่ศตท.เร่งให้ความรู้ประชาชนเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องใกล้ตัว หลังพบสถิติการคุกคามทางเทคโนโลยีและการสื่อสารมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ผู้กำกับการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางทางเทคโนโล(ศตท.) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่าภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้อย่างจริงจังในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ไปแล้ว นั้นคาดว่าแนวโน้มการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะไม่ลดลงเมื่อเทียบ กับก่อนหน้าที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้

โดยชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่จะเป็นการส่งเสริมให้การกระทำความผิดยัง คงเป็นตัวเลขที่สูงว่ามีปัจจัยหลักมาจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้กระทำความผิดสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง เทคโนโลยี RFID และอื่นๆ อีกมาก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง อาชญากรทางคอมพิวเตอร์จึงมีโอกาสมากขึ้น มีช่องทางมากขึ้นในการกระทำความผิด

“กฎหมาย ฉบับนี้ไม่มีผลให้การกระทำความผิดลดลง แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือของภาครัฐโดยแนวโน้มของการกระทำความผิด จะยังคงขยายตัวมากขึ้นดูได้จากสถิติของศตท.เพียงที่เดียวตัวเลขเพิ่มขึ้น เป็นเท่าตัวทุกปี และไม่มีแนวโน้มลดลง เปรียบเหมือนการวิ่งไล่จับที่ตามกันไม่ทัน”

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการกระทำผิดจะยังคงอยู่ในระดับสูงแม้มีกฎหมายบังคับใช้ แต่สิ่งที่ช่วยได้ทางอ้อมคือการป้องกันตัวเองจากการกระทำความผิด และการใช้มาตรการทางสังคมและการปกครองเข้าช่วย เริ่มจากต้องสร้างมาตรการป้องกันตัวเองจากการกระทำความผิด คนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลเพื่อมิให้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัวหรือประมาท ขณะที่หน่วยงานภาครัฐหรือ ICT ก็ควรตามให้ทันเทคนิคหรือกลโกงที่พัฒนาขึ้นทุกวันเพื่อออกมาตรการตรวจจับที่ ทันสมัยได้

“เรา ต้องป้องกันตัวเราเองก่อนเพื่อมิให้กระทำผิด ส่วนกฎหมายบังคับใช้เป็นเรื่องตามมา สิงคโปร์มีกฎหมายแบบนี้ใช้มาแล้วเป็น 10 ปี แต่ก็ยังไม่เห็นตัวเลขการละเมิดลดลงเลย ทำให้มองการมีกฎหมายที่รุนแรงก็ไม่ได้ทำให้อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ลดลง”

จากการสำรวจผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่ายศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พบว่า ปี 2549 มีผู้ใช้งานจำนวน 11.41 ล้านคน และปี 2550 จำนวน 13.42 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 17.55% ต่อปี ทำให้คาดการณ์ได้ว่าแนวโน้มของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ตั้งใจและไม่รู้ว่าตนเองกระทำความผิดอยู่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น ทุกปี ซึ่ง ศตท. พบว่า 5 อันดับแรกของการกระทำความผิดมากที่สุด คือ 1.การหมิ่นประมาททางออนไลน์ 2.การพนันออนไลน์ และเว็บไซท์ลามกอนาจาร 3.การฉ้อโกงออนไลน์ 4.การทุจริตในการทำธุรกรรมทางการเงิน 5.การเจาะระบบและการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์

“การหมิ่นประมาทออนไลน์” มีจำนวนคดีมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด เพราะผู้ที่กระทำความผิดส่วนใหญ่ไม่คิดว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง ต่อตนเอง รวมทั้งการตรวจจับเพื่อนำมาดำเนินคดีทางอาญาเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ทำที่ไหน และทำเมื่อไหร่ ซึ่งความเสียหายจากการกระทำผิดจะส่งผลกระทบ 2 ทาง คือ ต่อผู้กระทำความผิดเอง หรือผู้จดทะเบียนนิติบุคคล (เจ้าของธุรกิจ) ที่ผู้กระทำผิดใช้เครือข่าย ขององค์กรหรือหน่วยงาน

อีกประการที่มีความสำคัญมาก คือ กฎหมายที่ระบุไว้ในมาตรา 26 และ 27 ที่ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ล็อกไฟล์ (Log File) โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการหาผู้กระทำความผิด ดังนั้น การเก็บ Log จึงต้องมีการเก็บเพื่อให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ เช่น ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน และกระทำอย่างไร พร้อมทั้ง Log File ต้องมีการยืนยันความถูกต้องว่าไม่สามารถแก้ไขปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ และมีการเก็บบันทึกไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

ผู้บริหาร ศตท . กล่าวว่า การเร่งเผยแพร่พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและองค์กร เรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะปัญหาอาชญากรรมทางเครือข่ายอาจจะไม่ส่งผลกระทบไปยังผู้กระทำความผิด เท่านั้น หากแต่จะก่อความเสียหายไปสู่องค์กร หรือหน่วยงานที่ไม่รู้เท่าทันการคุกคามทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ซึ่งนี่เป็นมุมมองที่น่าสนใจและผมเองก็รู้สึกคล้ายๆ อย่างนั้นเช่นกันครับ เจ้าพรบ.ตัวนี้ยังมีปัญหาอีกมากมาย และอย่างที่บอก ไม่ใช่ว่า ผมต่อต้าน ไม่อยากให้มี พรบ.ตัวนี้

แต่ผมอยากให้มันมีมาตรฐานมากกว่านี้ต่างหาก ปัญหาส่วนหนึ่งมันมาจาก คนที่รู้เรื่องคอมฯ ไม่ได้รู้เรื่องกฏหมาย และคนที่รู้กฏหมายไม่ได้เล่นคอมฯ

และมันก็มาหาจุดตรงกลางกันไม่ได้ หามาตรฐานไม่ได้ มันจึงเป็นปัญหาส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งมาจาก การไม่ให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ใช้งานเท่าที่ควร และปัญหาสังคมในบ้านเราที่มันหมักหมมเป็นปัญหาที่เห็นกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นคลิปหลุดต่างๆ ที่เกิดมาจากเด็กๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการปลูกฝังค่านิยมบางอย่างที่มีการรับสื่อกันเข้าไป ตัวอย่างล่าสุดก็จะเห็นได้จาก คลิปนักเรียนตบเพื่อนนักเรียนอีกคนนึง ด้วยสาเหตุที่ว่า เพื่อนคนนั้น นำเรื่องที่ตนหนีไปกินเหล้าไปฟ้องครู จึงพาพวกมารุม และถ่ายคลิปประจาน ซึ่งหาใครได้ดู ได้ฟังเนื้อหาในคลิป ก็คงจะคุ้นเคยกันดี เหมือนในละครน้ำเน่าที่เห็นกันทุกช่อง

คงไม่ต้องเอ่ยอะไรกันไปยาวมากกว่านี้ เพราะผมเองเห็นว่า สังคมในบ้านเรา คือสังคมสวมหัวโขนที่ตั้งไว้ว่า

"บ้านเรามีวัฒนธรรมอันดี"

จนกระทั่งมันกลายเป็นกรอบปิดตัวเราให้ทวนกระแสโลกาภิวัฒน์บางอย่าง จนทำให้บางส่วนมันเริ่มทางกระแสไม่ไหวในหลายๆเรื่องอย่างที่เราเห็นกันอยู่

เห้อ! คิดแล้วเหนื่อย กับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ อย่าหวังจะไปเอาอะไรกับกัมพูชาเลย แค่เอาเรือลำนี้ให้รอดก็ยากแล้ว

SE News : iGoogleArtist Campaign.

แวะมาอัพเดทข่าวกันหน่อยครับ

IGoogle เชิญท่านร่วมสัมผัสแนวคิดและแรงบันดาลใจของ 8 ศิลปินไทย ผ่าน iGoogle Artist Campaign โดยร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวโครงการ iGoogle และ iGoogle Artist Themes ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่ได้รับความร่วมมือจาก 8 ศิลปินไทย ได้แก่ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ, อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต, อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, คุณชัย ราชวัตร, คุณปราบดา หยุ่น, คุณชีวิน โกสิยพงษ์ "บอยด์", คุณธนชัย อุชชิน "ป๊อด โมเดิร์นด๊อก" และคุณศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร "โต๋"

25 มิถุนายนนี้ ณ ห้องไอยรา บ้านไทยจิม ทอมป์สัน ตั้งอยู่ในซอยเกษมสันต์ 2 บนถนนพระราม 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ (รถไฟฟ้าสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) ทางออกที่ 2

iGoogle คืออะไร

  • 13.45-13.55 น. สนทนาเกี่ยวกับ iGoogle Artist Campaign ในประเทศไทย
  • โดยนางสาวพรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนายุทธศาสตร์พันธมิตรกูเกิลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    - ประเทศไทยกับ iGoogleArtist Campaign
    - 8 ศิลปินไทยใน iGoogleArtist Campaign
  • 13.55-14.25 น. เมื่อ 3 ศิลปินพูดถึง
    - แรงบันดาลใจที่เลือกผลงานขึ้นโฮมเพจ
    - อินเตอร์เน็ตกับผลงานของศิลปิน
  • 14.25-14.35 น. สาธิตให้เห็นจริงเพื่อสร้างสรรค์โฮมเพจส่วนตัว
  • 14.35-14.50 น. ช่วงท่านถามเราตอบ
  • 14.50-15.10 น. ร่วมสร้างสรรค์ถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน
  • 15.10-15.30 น. จบการแถลงข่าวและขอเชิญชม ห้องแสดงงาน iGoogle Artist Campaign

อ่านเนื้อหาข่าวนี้เต็มๆ ได้ที่ นี่เลยครับ http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01epe01240651&day=2008-06-24&sectionid=0147

Thailand eBusiness Summit : From Zero to Hero

พอดี มีเพื่อนฝูงฝากมาให้ประชาสัมพันธ์ให้ทีครับ เกี่ยวกับงาน Thailand eBusiness Summit : From Zero to Hero ซึ่งงานนี้เนี่ย ฟรีนะครับ และเป็นการสัมมนาที่มีการรวมคนที่ทำ ธุรกิจ สร้างรายได้จากโลกออนไลน์ มาหลายคนด้วยกันครับ ซึ่งพอไปดูรายละเอียดแล้วก็น่าสนใจดีนะครับ

คนบรรยาย ก็มีทั้ง คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เจ้าพ่อ Adwords ที่เรารู้จักกันดี, มีพี่ต๊ะ ก็ถือเป็นหนึ่งในเกจิ เรืองของ AFF ในส่วนของโรงแรม นอกจากนี้ ยังมีทางธ.กรุงเทพ มาในเรื่องของ การโอนเงินจากธ.กรุงเทพใน us ให้คุ้มค่า, มึเกี่ยวกับเรื่องของ Aff  Amazon ด้วย ถือว่าแจ่มดีทีเดียวนะครับ

ดังนั้นใครสนใจในมุมของการทำธุรกิจด้านนี้ ก็ไม่ควรพลาดครับ เพราะมันฟรีด้วย สนใจลงทะเบียนได้ที่นี่เลยครับ

ปล.หวังว่าจะไม่มีใครจับแพะชนแกะอีกนะครับ

Big blackhat SEO in thailand again.

ก็จริงๆ แล้วผมเองก็ไม่ได้อยากจะจับผิดใครนะครับ แต่เรื่องของเรื่อง ก็คือ ผมมักจะมี Sense ในเรื่องของ พวกนี้มากครับ มักจะเจอ Blackhat อยู่เป็นประจำ รวมทั้ง Black hat เกรียนๆ เยอะแยะมากมาย Report ไปก็เยอะครับ แต่วันนี้ ก็อดอีกไม่ได้ครับว่า อืมม มันเคยมีเรื่องแล้วนะ ทำไม ยังทำอีก

วันนี้เลย ขอเป็น บล็อกเกอร์ ขี้อิจฉา และอวดดี อีกครั้งครับ

เริ่มต้นด้วย ไอ้ข่าวนิกกี้ นี่ล่ะครับ ผมเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดเท่าไหร่นัก รู้แค่ว่าช่วงนี้ ทำไมมีคนบ่น ก่นด่าเค้ามากมายผิดปรกติ ดังนั้น คนมันอยากรู้ก็ เข้า google ตามปรกติครับ ซึ่งก็ได้หลายๆ เว็บมาอ่าน

และด้วยความมือบอน ชอบค้นหา สาเหตุว่า ทำไมเว็บเหล่านั้นถึงติดอันดับ ซึ่งนั่น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผม ทำเป็นประจำ คือการทดลอง และ Research อะไรใหม่ตลอดครับ

แต่ในบางเว็บที่ผมเจอ มันกลับดันไปเจอเรื่องแย่ๆ เน่าๆ เข้าน่ะครับ

Blackhat seo in thailand

ซึ่งดูแล้ว ยังไงๆ มันก็ไม่ใช่ในส่วนของการเป็น Text replacement แต่อย่างใดครับ เรียกกันง่ายคือ การทำ Hiden text นั่นล่ะครับ

กลัวว่าหลายท่านที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับโค้ดอาจจะไม่เห็น หรืองง ว่าไอ้ตัวที่มันสั่ง Display none นั้นมันอยู่ตรงส่วนไหนครับ เอาล่ะ ผมจะใช้ firebug แก้ ให้ดีชัดครับ ใส่กรอบแดง นั้นล่ะครับ มันโผล่มาแล้วเห็นไหมครับ

SEO Blackhat in thai

แถมท้้ายด้วยความมือบอนของผมครับ จะทำให้เห็น trick เกรียนๆ อีกแล้ว


(จิ้มตรงนี้เลยครับ เพื่อดูภาพใหญ่ๆ ชัดๆ ครับ)

ก็ตอนนี้ กำลังคิดอยู่ครับว่า การทำจดหมายส่งไปยังเจ้าตัวนั้น จะช่วยอะไรหรือไม่ หรือผมอาจจะเป็นแค่บล็อกเกอร์ ขี้อิจฉา และอวดดีต่อไปครับ

รวมทั้งผมเอง ก็ไม่รู้จะตอบคำตอบอย่างไร ดี ถ้าหากมีคำถามมาถึงผมว่า

"คุณรู้เรื่อง SEO ดีแค่ไหน"

ปล.หวังว่า เคสนี้ ผมคิดว่า เด็กส่งเอกสารเป็นคนทำครับ

Edit : เพิ่มเติมนะครับ มีเหล่า Blogger แจ้งมาว่า จริงๆ แล้วเนี่ย มันเป็นการแทรกขึ้นมาในระบบเลย เพราะในทุกๆ หน้าจะมีเนื้อหา (Hidden text) แบบนี้อยู่ในที่เดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน เลย ดังนั้น คงจะอ้างไม่ได้ว่า เด็กฝึกงาน

edit : มีหลายท่านส่งข้อความมาบอกว่า ให้ทำเป็นจดหมายเปิดผนึกดีไหม ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยจะถนัดเรื่องจดหมายแจ้งอะไรพวกนี้นะครับ ถนัด blog มากกว่า