cyber law

สะเก็ดข่าวกับงาน "ทำเว็บอย่างไรไม่ให้ติดคุก"

อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ

ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ

[....]

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
  • การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
  • การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
  • การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
  • การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก

ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้

สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง

ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก

ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง

ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ

งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

วันนี้ได้รับข่าวสารจากสมาคมเว็บมาสเตอร์ครับเกี่ยวกับ งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

รายละเอียดของานคือจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ ที่ทำเอาเว็บมาสเตอร์ทั่วไปอย่างเราๆเดือดร้อนไปด้วยครับ ทั้งที่จริงๆแล้วเจตนาของตัวกฏหมายดี แต่มันไม่ครอบคลุมการใช้งานจริงๆ รวมทั้งฟังกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆจาก

-ฮั้น เจ้าของ Diaryis.com กับการแจ้งเตือนเรื่องลิขสิทธิ์
-พี่ป้อม ภาวุธ แห่ง Tarad.com รายแรกเลยก็ว่าได้ครับที่โดนยึดเครื่องไปแบบงงๆ ด้วยสาเหตุมีคนมาโพสต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- รายสุดท้ายก็คือ ปุ๊ก เจ้าของ 212cafe.com ที่โดนหนังสือพิมพ์ตีตราหน้าหนึ่งว่าเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ ทั้งที่เป็นแค่คนในบริการฟรีเว็บบอร์ดเท่านั้น จากในกรณีของผู้ใช้งานมาโพสต์รูปประจานกันเอง

สำหรับประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน จากในเว็บของสมาคมนะครับ
- เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร
- จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- หาทางออกร่วมกัน ลดความเสียหายที่จะเกิดกับคนทำเว็บและวงการเว็บไทย

งานจะจัดใน วันเสาร์ที่ 23 สค.นี้  เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่ห้องมินิเธียเตอร์ 2 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับผมเองยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่าเพราะช่วงนี้ ส.-อ. ไม่ค่อยว่างเลยต้องนั่งปั่นงานส่งครับเหอๆ ส่วนงานอะไร อุบไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาแจ้งข่าวอีกทีนึงครับ

ปล. NextWebApp เสาร์นี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า แต่ดันลงชื่อไปแล้วสิ.

News: Polices catch someone at InternetThailand.

Update 11 June 08 : ขอ edit หมดเลยแล้วกันนะครับ เพราะว่าเมื่อวานมีหลายข่าววิ่งเข้ามาครับ เลยงงๆ ทำให้ข่าวมันคลาดเคลื่อนไปครับแต่ตอนนี้ ก็พอได้สรุปมาบ้างแล้วนะครับ  ขอสรุปเป็นข้อๆ นะครับ

  • เมื่อวานนี้ ปดส. บุก InternetThailand  (มีรายงานว่า บุก CAT-IDC)
  • มีการยึดเครื่อง server จำนวน 48 เครื่อง (สำหรับ14เครื่องนั่นคือรอบเย็นครับ เหมือนว่าไปเก็บรอบค่ำอีกชุดนึง รวมแล้ว 48)
  • เครื่องที่ยึดไปส่วนใหญ่ เป็นเครื่องให้บริการเว็บBit
  • มีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายลามก อนาจาร อยู่บ้างครับ แต่ไม่ทราบจำนวนแท้จริง
  • กลุ่มที่โดนมีทั้ง เครื่องที่เช่าวางตรงกับ ISP, colocationและ hosting ที่มีเว็บลูกค้า ผิดกฏหมายแอบอยู่ ( หรือเว็บลูกค้า แต่มีผู้ใช้งานมาโพสต์รูป ฝากของผิดกฏหมาย)

หลักๆ ที่สรุปได้มามีประมาณนี้ล่ะครับ ซึ่งมีข่าวบางกระแสว่า จะมีการเข้าจับกุมใน IDC อื่นๆ อีกในช่วงอาทิตย์นี้ครับ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ครับผม

เพิ่มข่าวจากแหล่งข่าวอื่นๆ ครับ

-----------------------------------

เพิ่มเติม คำชี้แจ้งจากทางเจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นข่าวครับ ซึ่งหลังจากที่ข่าวออกไปทางช่อง 9 มีหลายอย่างผิดเพี้ยนไปครับ และผมไปเจอข้อความให้เว็บของ nisitgirl.com ที่ได้เขียนชี้แจงไว้ จึงขอนำมาลงไว้ ครับ เพื่อให้หลายๆ ท่านที่แวะเข้ามาอ่านข่าว ได้เข้าใจมากขึ้นครับ ถึงเนื้อหาข่าว ที่ได้เกิดข้อผิดเพี้ยนไปครับ (ผมได้ทำตัวแดงๆ หนาๆ ไว้ในจุดที่เนื้อข่าวได้มีข้อผิดเพี้ยนไปครับผม

update ประกาศจาก nisitgirl.com

สวัสดีครับทุกท่าน ผมกอล์ฟ webmaster http://www.nisitgirl.com ผมจะมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดในสิ่งที่เกิดกับผมสองวันที่ผ่านมานี้ให้ทุก ท่านทราบ

เหตการณ์เริ่มจากผมตื่นขึ้นมาในวันจันทร์ที่  10 มิถุนายน 2551 เวลา 11 โมงเช้าผมได้ดูเว็บตามปกติก็เห็นว่าใช้งานได้ปกติ ผมก็เลยทำกิจกรรมส่วนตัว ออกมาอีกที 11.30 น ผมก็เข้าเว็บไม่ได้แล้ว ตอนแรกก็นึกว่าเว็บล่ม แต่ผู้ดุแลบอกว่า ตำรวจยึดเครื่อง ผมเลยโทรหาเบอร์ตำรวจท่านนั้นจาก ปดส. แล้วโทรหาท่าน ผมก็รีบไปเจอท่านแล้วท่าน ก็ให้ผมไปเจอที่ ปดส. โดยไม่รวบตัว หรืออะไรทั้งสิ้น ซึ่งเวลานั้นผมพอรู้แล้วว่า ในเว็บมีรูปโป๊มาโพสต์แหงๆ ผมก็เลยไปหาท่านที่ปดส.  เปิดคอมพิวเตอร์ คุยกันอยู่นาน ก็จอหลักฐาน ขออนุญาตนะครับ  โจ่งครึ่มเลยครับ โพสต่อจากที่ผมโพสต์รุป เป็นความเห็นที่ 1,2,3 โดยเว็บแรกชื่อว่า โกทูดูซิ น่าจะเป็นประมาณนี้  เขาเอารูปโป๊มาลง พร้อมกับโลโก้เว็บเขาทับรูปแบบ โป๊ที่เขาโพสไว้

ตอนแรกผมแบนลิ๊งแล้ว เขาก็ยังไม่เลิกมาป่วนบอร์ดผม  อีกเว็บเป็นเว็บขาย DVD หนังโป๊ เห็นแบบ อล่างฉ่างสุดๆเลยครับ ผมพอรู้กฎหมาย พรบ.ใหม่นี้ดี เลยไม่ขอแก้ตัวอะไรนอกจากความสะเพร่าของผมเอง ท่าน ปดส.ท่านนี้ ก็ได้คุยกับผม ( ตลอดเวลาที่คุยกัน ท่านมีเหตุผลมาก ไม่มีรังแกประชาชนแน่นอน ) ท่านก็บอกว่าหมายเรียกตัวจากศาล หมายจับผมยังไม่ออกเลย ผมมารายงานตัวก่อน ท่านเห็นผมตั้งใจจริงที่จะร่วมมือท่านก็เลยไม่ฝากขังผม ให้ผมกลับบ้านตามปกติ แต่ได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้แล้วนัดมาแถลงข่าวกันว่าจะจับกุม กำเนินคดี และจะฟ้องกลับคนที่สร้างความเสียหายแก่ผมและสังคมให้ถึงที่สุดในวันรุ่งขึ้น

วันต่อมาวันนี้ผมก็ได้มาที่ ปดส. แต่พอมาถึงการแถลงข่าว  เอาสิครับ สิ่งที่ผมพูดกับนักข่าวไปว่าผมจะไม่ยอมให้ใครมาโพสต์อีก ผมจะจัดระบบใหม่ว่าต้องเช็คข้อความก่อนจะเอาขึ้นบนระบบให้คนทั่วไปเห็นทุก ข้อความ  ผมใส่ใจกับสิ่งที่ผมทำ ละไม่ต้องการเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น  แต่ดูข่าวแทบทุกสื่อที่ออกกะผมสิครับ เช่น ข่าวช่อง 9 พิมพ์ไว้ในเว็บว่าผมเป็นเจ้าของ munzud.com ด้วย มีเซิร์พเวอร์โดนจับ 14 ตัว มีให้โหลดภาพโป๊ หนังโป๊ และไฟล์ทุกชิดที่ผิดกฏหมาย  ผมอยากจะบอกว่าเว็บผม nisitgirl.com และเป็นเว็บบันเทิงไม่ใช่เว็บโป๊ ส่วนเว็บ munzud.com เป็นของอีกคนที่กำลังจะมีหมายจับไม่ใช่เว็บผมตามที่ช่อง 9 ออกข่าว  แต่อีก 13 เครื่องเป็นของคนอื่นหมดเลยไม่เกี่ยวกับผม คนพวกนั้นก็จะโดนหมายจับแน่นอนครับ พอแถลงข่าวเสร็จผมก็กลับบ้าน มาดูข่าวอึ้งเลย รวบจับอยางโน้น ค้ากามอย่างงี้

ผมอยากจะบอกทุกคนในสังคมครับว่าพิคโพสต์มีคนโพสต์ได้จริงๆผมไม่เถียงผมก็ไล่ ตามลบแต่ก็ดุแลไม่ทั่งถึงเพราะกระทู้มากมายจริงๆ  แถมมีผู้แฝงผลประโยชน์มากมายกับเว็บผมที่มีคนเข้าถึงวันละ 30000-40000 คนต่อวันโดยการมาแอบโพสต์ โปรโมตตามกระทู้ต่างๆ

ผมยอมรับว่าผมสะเพร่า ระบบไม่ดีพอ แตผมจะกลับมาด้วยระบบป้องกันการโพสต์ ทุกข้อความผมต้องเห็นก่อนเท่านั้นถึงจะเอาขึ้นโชว์ได้  หลักก็คือผมไม่ได้โดนจับ โดนรวบ ผมมาหาตำรวจเองเลยทั้งที่เขาไม่ได้เรียกและให้ความร่วมมือเต็มที่ ผมยอมรับข้อกล่าวหาที่มีรูปโป๊หลุดหลงเหลืออยู่ 200-300รูปจริงครับแต่ผมสบายดีครับพร้อมที่จะทำเว็บต่อไปโดยปรับปรุงเพื่อ ให้ดีที่สุดครับขอขอบคุณเว็บกะปุกดอทคอมและเว็บอื่นๆที่นำแถลงการณ์ของผมลง ให้ขอบคุณจริงๆครับ

ที่มาจากเว็บ Nisitgirl.com

-----------------------------------

จับเจ้าของเว็บไซต์นิสิตดอทคอม หลังถูกร้องเรียนโพสต์ภาพอนาจาร

กรุงเทพฯ 11 มิ.ย. - ตำรวจจับกุมเจ้าของเว็บไซต์นิสิตเกิร์ล และมันสาด ดอทคอม หลังถูกร้องเรียนว่ามีการนำภาพโป๊และอนาจาร มาโพสต์ในกระดานสนทนา

นาย บุญญฤทธิ์ อรุณพูลทรัพย์ เจ้าของเว็บไซต์นิสิตเกิร์ล ดอทคอม และมันสาด ดอทคอม ถูกตำรวจปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี หรือ ปดส. ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที จับกุม หลังถูกร้องเรียนว่ามีการนำรูปภาพโป๊ อนาจาร เข้าไปโพสต์อยู่บนกระดานสนทนาจำนวนมาก อีกทั้งยังเปิดให้โหลดหนังลามกอนาจารฟรี พร้อมอายัดเครื่องคอมพิวเตอร์ และเซิร์ฟเวอร์

นายบุญฤทธิ์ รับสารภาพว่า มีรูปลามกอนาจารอยู่ในเว็บไซต์ 200-300 รูป และที่ผ่านมามีคนนอกโพสต์ภาพลามกอนาจารเข้ามาในเว็บไซต์ ได้พยายามลบออก แต่ยังมีเล็ดลอดออกมา อย่างไรก็ตามถูกตั้งข้อหา เป็นผู้ให้บริการจงใจ สนับสนุนหรือยินยอม ให้มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลมีลักษณะอันลามก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และทำการเผยแพร่เพื่อการค้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการ ปดส. กล่าวว่า จะขยายผลจับกุมเว็บไซต์ที่ผู้ต้องหาให้ข้อมูลด้วย ความผิดที่เกิดขึ้น ยังเข้าข่ายความผิดทางเพศ และการค้าประเวณี.- สำนักข่าวไทย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ MCOT

----------------------------

หากมีข่าวอะไรจะมาเพิ่มเติมให้อีกนะครับ

ส่วนผมเอง ยังคงยืนยันว่า ไม่ใช่ว่า ตั้งมาเพื่อต้องการสร้างความขัดแย้งหรือไม่กระทำตามกฏหมายครับ แต่บ้างครั้งมันก็ต้องมีการคุยกันถึงจุดตรงกลางบ้างครับผม

เพิ่มเติม : ผมไม่ได้มีอคติกับสื่ออื่นนะครับ เพียงแต่ว่า ไม่เข้าใจในเนื้อหาว่า การนำเสนอข่าวมันจะต้องใส่สีตีใข่ ให้มันน่าสนใจขนาดนั้นเลยหรือ ในขณะที่พอมีคนวิพากวิจารณ์สื่อเอง ก็กลับบอกว่า กำลังคุกคามสื่อ ในขณะที่บางมุม และบางสื่อ ผมรู้สึกว่า สื่อเอง ก็คุกคามผู้อื่น เช่นกัน ไม่ว่าจะในกรณีนี้ หรือในกรณีของ 212cafe เองครับ

Some notice about Thailand cyber law.

เอาละครับวันนี้ ไม่รู้จะทำการทำงานอะไร เพราะไปเข้าอบรมมาทั้งวัน ตั้งแต่เช้า และพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน (วันพฤหัสฯ ก็ต้องไปงาน RemixSea อีก ไม่ได้ทำงานทำการกันเลย) ซึ่งก็กลับมานั่งอ่านเนื้อหาในเว็บข่าวอีกครั้งครับ เพราะเมื่อเช้าอ่านไปหน่อยนึงแล้วมันตะหงิดๆครับ เพราะส่วนหนึ่ง มาจากเนื้อหาที่เขียนถึงครับ

มันเป็นข้อความที่อ่านแล้วรู้สึก และรับรู้ได้ระดับหนึ่งว่า มันเป็นการคุกคาม ควบคุม คนทำเว็บตัวเล็กๆ เป็นอย่างยิ่งครับ (ในความรู้สึกของผมแล้วกันครับ) ซึ่งมันเป็นการเสนอข่าวเพียงมุมเดียว ว่าเว็บมาสเตอร์ผิด อย่างโง้น จะโดนอย่างงี้ ต้องอย่างนั้นอย่างนี้

แต่ในขณะเดียวกัน ไม่มีการนำเสนอข้อมูล ในมุมของประเด็นที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็น ประเด็นในมุมของผู้ใช้งานทั่วไป ที่แทบไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะความผิดเท่าใดนัก (ต้องนั่งอ่านอีกข่าวนึง) ประเด็นในมุมคนทำเว็บก็เป็นเหมือนที่กล่าวไปแล้วครับ เลยทำใหผมเองรู้สึกแย่ๆ ก่อนไปนั่งอบรม จึงต้องมาเขียนบล็อกถึงข้อกฏหมายใน พรบ. ฉบับดังกล่าวครับ

ซึ่งการเขียนนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ในเนื้อหาที่คลุมเครือในพรบ. ในมุมของคนทำเว็บที่ไม่ได้เก่งเรื่องของกฏหมาย และไม่ได้เป็นศรีธนญชัย ที่จะมาหาช่องว่าง ช่องโหว่ในกฏหมาย แต่อย่างใด หากแต่เป็นมุมมองข้อสังเกตุที่เกิดขึ้น จากคนทำเว็บคนนึง และจะต้องทำตามข้อกฏหมายดังกล่าว ครับ ซึ่งหากมีข้อผิดพลาด หรือมีข้อแนะนำ มาแชร์กันได้นะครับ เพราะผมเองไม่เก่งเรื่องนี้ (เคยเรียนมาก็แต่ กฏหมายป่าไม้, พรบ.สวนป่า กับประมวลกฏหมายอาญา มาบ้างนิดหน่อย)

- - - เปิดประเด็นแรก - - -

มาตราที่ 3 กล่าวว่า

“ผูใหบริการ” หมายความวา
.....

(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
.....

จากนั้น เรามาดูในมาตรที่ 15

ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตาม มาตรา ๑๔

ดังนั้น หากมองตามพรบ.นี้ ลองอ่านย้ำ มาตราที่ 3 อีกรอบ จึงทำให้สงสัยว่า ถ้าในกรณีของ 212cafe โดนจับ ตรงนี้ที่ผมอยากรู้ว่า การตัดสินว่า จงใจสนับสนุน หรือยินยอม เนี่ยมีความผิดเลยหรือครับ

ดังนั้น หากมองตามกฏหมายนี้ ถ้าเกิดการฟอร์เวิร์ดเมล์ ในส่วนของ hotmail, gmail, yahoo ซึ่งคุ้นว่า ก่อนหน้านี้มีคดีในลักษณะนี้ ด้วย ทำไมจึงไม่มีการแจ้งความจับ Hotmail, gmail, yahoo ด้วย  หรือแม้แต่ในกรณี ของ Youtube ด้วยครับ เพราะในเมื่อ มาตรฐาน คุณบอกว่า ต้องลบภายใน 72 hrs แต่ youtube ไม่ได้ลบ ทำไมคุณไม่ดำเนินคดี กับ Google ด้วยครับ

ไม่ได้พาลนะครับ แต่สงสัยว่า ทำไม มันต้องไม่เหมือนกันด้วย ในส่วนที่เป็นกรณีเดียวกัน

ซึ่งเมื่อดูตาม มาตราที่ 17 ที่เอ่ยถึงผู้กระทำผิดนอกราชอาณาจักร (นอกประเทศไทยนั่นล่ะ) ตามพรบ.ฉบับนี้ ว่า

(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ

(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ

จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร

มันมีระบุไว้อย่างชัดเจน แล้วครับ ทำไม ไม่ดำเนินคดี ล่ะครับ ซึ่งนี่คือประเด็นแรกที่ มันทำให้มีข้อสังเกต ข้อสงสัยที่เกิดขึ้นครับ หากท่านใดมีข้อมูลอื่นๆ มาอ้างอิงที่เกี่ยวข้องช่วยแชร์ด้วยครับ เพราะผมเองบอกแล้วว่า จบป่าไม้ไม่ได้จบกฏหมาย แต่ทำเว็บได้ มีข้อสงสัยตามประสาคนทำเว็บครับ

- - - เปิดประเด็นที่ 2 - - -

ต่อมาใน มาตรา 14 เกี่ยวกับลักษณะความผิดในพรบ.ฉบับนี้ ระบุว่า

(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

ตรงนี้ น่าสนใจนะครับ เพราะอะไร ผมจะยกจุดที่น่าสนใจ จาก มาตรา 3 ที่ให้นิยามว่า

“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดา
ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได
้ และให้หมายความรวมถึง
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ถ้าเป็นประเด็นนี้เนี่ย ข้อมูลปลอม น่าจะรวมถึงของเถื่อนจำพวก Software เถื่อน, crack ต่างๆ ซึ่งปรกติมันผิดในเรื่องของ พรบ.ลิขสิทธิ์ ด้วยอยู่แล้วในเรื่องของการทำซ้ำ  ดังนั้น ประเด็นนี้ มองว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ ตามหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ น่าผิดนะครับ และเจ้าหน้าที่ควรจะพิจารณา ด้วยครับว่าเครื่องตัวเองถูกต้องหรือไม่ (ปล.ผมใช้ ubuntu อย่ามาจับผมนะ)

- - - เปิดประเด็นที่ 3 - - -

ในมาตราที่ 14 อีกเช่นกัน

(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

ตรงนี้ ผมสงสัยกับคำว่า ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ครับ ซึ่งในกรณีแรกเลย ให้กลับไปดูในประเด็นที่ 1 ครับ คือ

(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ

(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ

จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร

ดังนั้น ในกรณีนี้ เว็บโป๊ในต่างประเทศเข้าข่ายด้วยหรือไม่ตาม พรบ.ฉบับนี้ครับ เพราะ หนึ่งมีผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างด้าวโดนหมด มีคนไทยเป็นผู้เสียหายนะครับ วัด-ทะ-นะ-ทำ อันดีของบ้านเรานะครับ (ใครก็ได้ ลองแจ้งกระทรวงวัด-ทะ-นะ-ทำ ดูครับ) ก็จะต้องได้รับความผิดเหมือนกันหมด

แต่ไม่จบแค่นั้น ถ้ามองตรงคำว่า ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ครับ ถ้าผมทำเว็บเก็บเงิน คนทั่วไปเข้าไม่ได้ หรือเข้าได้เฉพาะกลุ่มเพื่อนฝูง ถือว่า เป็นความผิดหรือไม่ครับ เพราะมันไม่ใช่ประชาชนทั่วไปนี่หว่า

- - - เปิดประเด็นที่ 4 - - -

ประเด็นนี้ น่าสนใจครับ

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้.

ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้

ในประเด็นนี้ เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เว็บไหน กระทบกระเทือนความมั่นคง ขัดศีลธรรม ก็สั่งปิดได้ โดยขอหมายศาล แต่ในบ้านเราสิ่งที่ต้องยอมรับกันส่วนหนึ่งครับที่ต้องทำถามถึงครับว่า มันรวมถึงความมั่นคงของรัฐบาล ในขณะนั้นหรือเปล่าครับ ไม่อย่างนั้น เราก็จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้ยากนะครับ (ประเด็นนี้ล่ะ น่ากลัว)

หรือในประโยคถัดมาที่ว่า ศีลธรรมอันดีของประชาชนครับ มาตรฐานตรงนี้มันระบุยากนะครับ เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานในเรื่องของศาสนา จริยธรรมในชั้นที่แตกต่างกันครับ การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนนั้น จำเป็นจะต้องมีอย่างมากครับ เพราะทางคนบอกว่า แค่ชุดว่ายน้ำก็โป๊แล้ว ในขณะที่มันก็มีวางกันบนแผงกันกลาดเกลื่อนประเทศ

ซึ่งตอนนี้ของเปิดไว้ที่ 4 ประเด็นก่อนครับ ยังนึกประเด็นอื่นๆ ไม่ออก โดยผมอยากได้ ข้อมูลเพิ่มเติมจริงๆ ครับเหอๆ มันสงสัย ในฐานะคนทำเว็บคนนึงครับ ซึ่งเขียนข้อมูลคอมพิวเตอร์ ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ เกิดวันดีคืนดีผมเอารูป โซระ อาโออิ ใส่ชุดว่ายน้ำมาแปะไว้ ก็กลัวว่าจะโดนประเด็นนี้ เหลือเกิน

หรือแม่แต่บทความนี้ ก็หวังว่า จะไม่ไปสะดุดอะไรใครนะครับ จนทำให้สั่งปิดบล็อกเล็กๆ แห่งนี้ไปเสียก่อนที่จะได้มาเขียนบล็อกในประเด็นอื่นๆ ต่อไปครับ

ยังไง สุดท้ายนี้ครับ ถ้าท่านใดมีความคิดเห็น หรือเข้าใจในเรื่องกฏหมายดีกว่าผม ช่วยแจ้ง หรือแนะนำผมทีครับ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมไม่เก่งในแง่กฏหมายเหล่านี้ และผมเป็นแค่คนเรียนจบป่าไม้มา พอทำเว็บได้บ้างเท่านั้นเองครับ

Cyber law, Process and Standard in Thailand.

จริงๆแล้ว เขียนentry ก่อนหน้านี้ไว้แต่ draft ไว้ ซึ่งรับไม่ค่อยได้กับขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานจาก พรบ. คอมฯ ที่ออกมา แต่พอกลับไปอ่าน แล้ว รู้สึกว่า ตัวเองใส่อารมณ์ มากไปหน่อย เลยลบทิ้งเขียนใหม่ดีกว่า

สำหรับประเด็นนี้ เนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทราบข่าวในเย็นวันที่มีการดำเนินการเข้าจับกุม (ใช้คำตามท้องเรื่อง) เจ้าของเว็บ 212cafe.com ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ คุณ Pook นั่นล่ะครับ ด้วยข้อหา สนับสนุนเผยแพร่ภาพลามก อะไรพวกนี้ ครับ

ผมเองก็ทราบมาจากผู้เกี่ยวข้อง มาส่วนหนึ่ง จากข่าวอีกส่วนหนึ่ง (ไอ้เรื่องเขียนข่าวเนี่ย ขอยกไปเอ่ยตอนหลังบทความนี้อีกครั้งนะครับ) สรุปใจความได้ว่า มีสาวคนนึง โดนคนรัก เอารูปมาโพสต์ ในเว็บ 212.cafe (ในส่วนของ upload) และได้ดำเนินคดี กับอดีตคนรัก ไปแล้ว แต่ไ้ดมีการฟ้องร้องไปยังเว็บไซต์ pook ด้วย ในฐานะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ ครับ

แน่นอน ทันทีที่ได้รับข้อมูลก็รู้สึกรับไม่ได้กับมาตรฐานที่คลุมเครือรวมทั้งข้อสงสัย ที่มันยังเป็นขอถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำในเรื่องของมาตรฐานการทำงานดังกล่าวครับ

ประเด็นที่ผมตะขิดตะขวงใจคือ

  • ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องไปถึงเว็บไซต์ ได้จับกุม ดำเนินคดี ฝ่ายชายไปแล้ว ซึ่งรับสารภาพแล้ว แต่ทำไม จึงมาฟ้องเว็บเพิ่มเติม
  • ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง ไปยังเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อให้ดำเนินการลบข้อมูล แต่ผมเองไม่แน่ใจว่า การแจ้งดำเนินการเพียงทางโทรศัพท์ ไปยังบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ดูแลเว็บไซต์จริงๆ นั้น ถือว่าเป็นการแจ้งแล้วหรือ???
  • มาตรฐานในการแจ้ง เรื่องไปยังคนดูแลเว็บนั้น ควรจะมีมาตรฐานหรือไม่ เช่น ช่องทางอีเมล์, โทรศัพท์, แฟ็กซ์ หรือหนังสือรายการอย่างหนึ่งอย่างใด

แน่นอนครับ อย่างในกรณีเรื่องโป๊ เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครจะแจ้งมา ก็ถือว่าต้องทำการลบโดยทันที แต่การแจ้งไม่ถูกคนนั้น ควรจะมีการเช็คหรือไม่ เช่น เกิดมีคนมาโพสต์ ภาพโป๊ในบล้อกผม และผมเองก็ไปเที่ยว ทีนี้ เจ้าหน้าที่โทรแจ้งมา แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณ ทำให้ มันโอนไปยังเบอร์ออฟฟิศ และมี ยาม หรือ คนขับรถ หรือแม่บ้าน หรือคนใน office ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลเว็บ มันถือว่า เป็นการแจ้งแล้วหรือยัง

เพราะแน่นอนครับ ในพรบ. ระบุไว้ว่า ให้ดำเนินการ ภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเกิด ยามเค้ารับ เนี่ย ผมถามว่า เค้าดำเนินการได้หรือไม่ กับการลบทิ้ง อะไรพวกนี้

แน่นอน มันไม่ได้ ยาม ก็ต้องพยายามแจ้งผม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่นับตั้งแต่ที่โทรแจ้งยาม ล่ะ กว่าผมจะกลับจากเที่ยว ก็ผ่านไปแล้ว สามวัน ก็ผิดตามพรบ. นี้แน่ๆ

ดังนั้น ตรงนี้ มันต้องมีมาตรฐานกันบ้างครับ ว่าอะไรอย่างไร

ประเด็นต่อมาคือ ในกรณีโป๊ มันไม่ว่าใครแจ้งก็ต้องลบ แต่มันจะมีกรณีของการหมิ่นประมาทอีกครับ เช่น ผมซื้อเครื่องเสียงยี่ห้อ eblogbiz แล้วมันเกิดไม่ดี ผมไปโพสต์ บอกว่า ของยี่ห้อนี้ไม่ดี ซื้อมาเดือนเดียวพังแล้ว เคลมไม่ได้ ให้เอาไปซ่อมศูนย์ อย่างเดียว วันดีคืนดี เจ้าของผลิตภัณฑ์ มาแจ้งว่า มีการโพสต์หมิ่นประมาท เค้า ให้ดำเนินการลบทิ้ง

ตรงนี้ เนี่ย มันทำให้เกิดข้อลังเลนะครับ เพราะคนโพสต์ ก็โพสต์ในฐานะของผู้บริโภค ซึ่งได้รับการบริการ และสินค้าที่ไม่ดี จึงนำมาโพสต์แชร์ กันเพื่อเป็นประโยชน์ สาธารณะ (ซึ่งคิดว่า ตามพรบ. คุ้มครองผู้บริโภค นั้นเอ่ยถึงไว้ เดี๋ยวขอไปเช็คก่อน แต่ทราบว่า มีการคุ้มครองอยู่ครับ ตามกฏหมาย)

เมื่อทางเว็บไม่ดำเนินการ ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็หัวหมอ โทรอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการลบ หรือมีการส่งอีเมล์ แอบอ้าง ให้ลบ

ดังนั้นเนี่ย จากสองย่อหน้าด้านบน มันควบ 2 ประเด็น คือ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อความ และ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ

สอง ประเด็นนี้มันมีเกิดขึ้นจริงๆ ครับ ไม่พอใจกัน อ้างให้ลบบ้าง, อ้างให้ปิดเว็บ, ให้ทาง host ลบเว็บบ้าง

ดังนั้น ประเด็นที่มันควรจะเกิดขึ้นอย่างน้อยคือ มาตรฐานในการแจ้ง ดำเนินการครับ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ ไม่ได้เป็นการแอบอ้าง ซึ่งแน่นอนไม่ว่า อีเมล์ หรือ โทรศัพท์ มันไม่รู้ที่มาที่ไปหรอกครับ มันมั่วกันได้

ผมเห็นว่า มาตรฐานการแจ้ง อย่างน้อย ควรจะต้องมีจุดตรงกลางครับ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการได้สะดวก รวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คนทำเว็บ ก็สบายใจ กัน

ไม่ใช่ เอะอะ อะไร อ้างโน่นนี่ๆ แล้วมาจับกัน โดยไม่มีมาตรฐานนะครับ ไม่ใช่ว่า โวยวายไม่เข้าใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ก็ต้องเข้าใจการทำงานของเราด้วย ตรงนี้สำคัญครับ

ซึ่งในอันหลังนี้เนี่ย มันมี และเยอะมากด้วย เช่น บางครั้งมีผู้ใช้งาน โพสต์ความคิดเห็นทางการเมือง ไปสะดุดเท้าใครก็ไม่รู้ จากนั้นให้เจ้าหน้าที่โทรมา แล้วบอกว่า

"ผมขอความร่วมมือให้ช่วยลบเว็บนั้น หรือบล็อกเว็บก็ได้"

ไม่ได้มีเอกสารเป็นหลักฐาน ซึ่งถ้าคนดูแลระบบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ host, isp ดำเนินการตาม (คำขู่) นั้น และหากเว็บเหล่านั้นไม่มีความผิด เป็นการโพสต์แสดงความคิดเห็น อันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นประโยชน์ สาธารณะ ความผิดก็จะตกแก่ Hosting, isp ทันทีนะครับ เพราะตาม พรบ. คอมฯ มันก็มีกล่าวไว้อีกว่า ผู้ใด กระทำการอันเป็นการขัดขวางการทำงาน แก่ข้อมูลของผู้อื่น (ถ้าไม่เข้าใจว่าผิดได้อย่างไร ลองทบทวนตัวแดงสักสองสามรอบครับ เหอๆ)

กลายเป็นว่า มันผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ดำเนินการโดนคนทำเว็บฟ้อง ไม่ดำเนินการ โดนอำนาจเล่น

ยังไม่รวมมาตรการบางอย่างที่เราอาจจะไม่รับรู้ (ไม่ขอเอ่ยถึงดีกว่า แต่Bla Bla Bla! something like that.)

ตรงนี้เนี่ย ผมว่า มันควรจะมีการมาคุยกันได้แล้ว ระหว่างคนทำเว็บ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นในระยะยาวเจ้าหน้าที่เองจะดำเนินการลำบาก เอานะครับ เหอๆ เพราะอะไร

เพราะเว็บไซต์ มันไม่ได้เป็นการค้ายา ที่ยังไงเสียมันต้องส่งของกัน ไปล่อซื้อกันได้ แต่เว็บ มันสามารถเอาไปฝากไว้ที่ใดในโลกก็ได้ มันก็เข้าได้ทุกที่นั่นล่ะ ขอแค่มีเน็ต

แล้วถ้าเว็บเหล่านั้น ย้ายออกไปต่างประเทศ จะดำเนินการอย่างไร บล็อกเว็บ?? ไปเรื่อย แก้ปัญหาที่ปลายทางกันไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ???

ดังนั้น ผมเองอยากให้มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ครับ แม้ว่า บางอย่างจะอธิบายกันเหนื่อยหน่อยก็ตาม เท่าที่สัมผัสมา ทั้งเจ้าหน้าที่เอง หลายท่านก็ไม่ได้เก่งในเรื่องเว็บ ในขณะที่คนทำเว็บก็ได้ได้เก่งกฏหมาย แต่มันต้องสรุปกันนะครับ

ประเด็นต่อไปคือ ในเรื่องของข่าว ทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ทุกวันที่ผมฟังข่าว อ่านข่าว ผมต้องเอาเนื้อหามากรอง สรุปด้วยวิจารณญาณ อีกรอบ ครับ

อย่างเช่น ข่าวเรื่องนี้เนี่ย บางแหล่งลงไปเลยว่า เว็บมาสเตอร์เจ้าของเว็บโป๊, บางแหล่งเอารูปเว็บโป๊ มาประกอบ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกันด้วยซ้ำ ในขณะที่เว็บไซต์ หลายเว็บก็นำไปลงต่อ โดยไม่ได้กรองไป (เห็นๆ ก็ทั้ง Mthai, Yenta4, teenee) ซึ่งมันดูแล้ว รู้สึกแย่ครับ

ในส่วนของสื่ออื่นๆ นั้นพอรับได้ระดับหนึ่งครับว่า อาจจะเป็นเรื่องของการเขียนข่าวให้ความมันส์ ใส่ไข่นิด แต่งสีหน่อย ให้มันขายได้

แต่ในส่วนของเว็บไซต์ เองกลับไม่มีการคิดให้รอบคอบ สักแต่เอาขึ้น บางครั้งสอบถามกันหน่อย พูดคุยกันบ้าง ไม่ได้เสียหายเลยครับ ซึ่งประเด็นนี้เนี่ย ผมเองรู้สึกแย่ ยังไงก็ไม่รู้ครับ เหมือนคิดกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับตัว ทั้งๆ ที่มันแทบจะมัดคอตัวเองอยู่แล้ว

รู้สึกรับไม่ค่อยได้ยังไง ไม่รู้ เห้อ

คิดแล้วเซ็ง...

ยิ่งคิดยิ่งเซ็ง...

จบดีกว่าเดี๋ยวยาวอีก เหอๆ

รอบรู้เรื่อง พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคลและ พรบ.ความผิดทางคอมฯ

สำหรับเหล่าคนทำเว็บ รวมทั้งบล็อกเกอร์อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ควรจะต้องรู้เหมือนกันนะครับ เกี่ยวกับแนวทางในการเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อเป็นการปฎิบัติตาม พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ ที่มีการประกาศใช้แล้ว รวมทั้ง พรบ. ใหม่ที่จะออกมาด้วย นั่นคือ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล ครับ

ซึ่งไอ้เจ้าพรบ.หลังนี้ แม้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะดูไม่เกี่ยวกับเราเท่าไหร่ เนื่องจากประเด็นของการร่าง พรบ.ฉบับนี้ เท่าที่ผมทราบมาคือ ป้องกันการนำเอาเบอร์มือถือ ที่อยู่ หรือข้อมูลเราไปขายให้กับ บริษัทขายประกัน หน้าเงินทั้งหลาย ที่มักจะโทรมาหาเราเพื่อขายประกัน ครับ

แต่แน่นอนว่า มันควบรวมไปถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน อินเตอร์เน็ตด้วย เช่น IP Address, ชื่อ login, username รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานมากรอกในเว็บไซต์เราด้วยครับ ดังนั้น ก็ควรรู้ไว้ครับ

สำหรับท่านที่สนใจก็คลิกดาวน์โหลดได้ตามรายการด้านล่างเลยครับ

1. พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2. แนวทางปฎิบัติตามกฏหมายการเก็บข้อมูล ฯ สำหรับผู้ดูแลและพัฒนาเว็บ

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอเอ่ยถึงพวกขายประกันหน่อยเหอะครับ เหอๆ พวกนี้เนี่ย ทำไมชอบโทรมากวนใจจริงๆ บางค่ายโทรมาแล้วซ้ำๆ อยู่นั่นล่ะ เหอๆ

บางทีผมบอกว่า ไม่เอาครับ  ก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเลย บางทีก็มีประโยคที่ไม่น่าพิสมัยออกมาเช่น

"แค่วันละบาทเองนะคะ คุณมอมแมม ไม่น่าจะไม่มีจ่ายนะ" อืมม หาว่ากระผมไม่มีเงินจ่าย ทั้งที่แค่วันละบาท  แต่ดันไม่คิดว่า แค่ผมพูดไปคำเดียวว่า ไม่เอา ทำไมไม่เข้าใจกันเลยเหรอ

"มันเป็นอนาคต ที่อะไรอาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ พรุ่งนี้คุณอาจจะโดนรถชนก็ได้" อืมม รู้ว่าจะขายไม่ได้ เลยแช่งมันซะเลย

"น้องไม่ลองฟังข้อเสนอก่อนหรือคะ ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่นเลยเหรอเนี่ย" อ้าว ผมรับฟังความคิดเห็นนะครับ แต่ผมมีสิทธิ์ ที่จะไม่ฟังคำโฆษณาไม่ใช่เหรอครับ

"พอดีเราเห็นข้อมูลของคุณที่เข้ามากรอกในเว็บของเรา" บ้าเหรอครับ ผมไม่เอาเบอร์ไปกรอกอะไรมั่วขนาดนั้นเด้อ เพราะขนาดไม่ว่าเพื่อนผม พี่ที่ office ยังรู้เลยว่า ผมไม่ค่อยให้เบอร์ใครหรอก เพราะมือถือผมไม่ค่อยพก ส่วนมากให้ติดต่อทางเมล์

ส่วนวิธีแก้เผ็ดของผมเหรอครับ ถ้าโทรมา แล้วบอกให้จบไม่จบ ง่ายๆ ครับ ผมก็จะบอกไปว่า

"ไหนคุณช่วยอธิบายรายละเอียดให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ขอแบบละเอียดๆ นะ"

แล้วก็เอามือถือวางไว้หน้าคอมฯ ครับ เราจะได้ยินเสียงแว่วๆ เบาๆ อยู่ราวๆ ห้านาทีโดยเฉลี่ยครับ อิอิ

ผมเชื่อว่า การพูด 5 นาทีเนี่ย เปลืองน้ำลายเอาเรื่องครับ อย่างน้อยก็หมดแรงโทรไปกวนคนอื่นๆ ได้อีกหลายนาที บางครั้งเจอยาวนับสิบนาทีไม่จบกรมธรรพ์ ก็มีครับ

ใครจะเอาวิธีนี้ไปใช้มั่ง ไม่สงวนสิทธิ์ครับผม

ปล.เหมือนนอกเรื่องไปมากมาย

เว็บมาสเตอร์รู้ทันกฎหมาย และเดินหน้าสู่ตลาดอินเตอร์

สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ขอเชิญชวนเว็บมาสเตอร์ร่วมจิบกาแฟ พบปะพูดคุยแบบสบายๆ คลายร้อน ในหัวข้อ “เว็บมาสเตอร์รู้ทันกฎหมาย และเดินหน้าสู่ตลาดอินเตอร์” งานนี้ไม่ควรพลาด สำหรับเว็บมาสเตอร์ที่สนใจเรื่องกฎหมายอินเทอร์เน็ต และการนำเว็บเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
พบกับคุณบี พัฒนพงศ์ Mono2u.com กูรูด้านกฎหมาย จะมาพูดคุยและให้ความรู้เรื่อง พรบ. การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำเว็บอย่างไรไม่ให้ถูกจับ?
และ คุณป้อม ภาวุธ Tarad.com กูรูด้าน E-Business จะมาร่วมระดมความเห็นเกี่ยวกับการเข้าสู่ตลาดอินเตอร์ ทำอย่างไรเว็บเราจะโกอินเตอร์

วัน เวลา และสถานที่:
ร้าน True coffee สาขาทองหล่อ
วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ดูแผนที่ใหญ่

รูปแบบการจัดงาน:
ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ร่วมงานซื้อเครื่องดื่มกับทางร้านตามอัธยาศัย

บรรยากาศงานจิบกาแฟครั้งที่ผ่านมา:

- พัฒนาการของเว็บมาสเตอร์ไทยยุค Web2.0