212cafe

เหตุเกิดที่ 212 cafe ผู้ให้บริการเว็บพึงสังวร

สำหรับประเด็นของ 212cafe นั้น ก็ยังเป็นที่ค้างคากันอยู่นะครับ ซึ่งพอดีวันนี้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ แล้วค่อยรู้สึกดีกับสื่ออย่างหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบ้างครับ เพราะเนื้อหาไม่เว่อร์ใส่สีตีไข่ รวมทั้งไม่ได้กดดัน ให้คนโบ้ยความผิดมาที่คนทำเว็บครับ แต่เป็นแนวคิดคล้ายกับผมคือ การที่เราต้องหาตัวกลาง หรือจุดตรงกลางระหว่างคนทำเว็บ กับเจ้าหน้าที่ครับ เลยขอยกมาให้อ่านครับ

เมื่อ เร็วๆ นี้หนังสือพิมพ์ในบ้านเราหลายฉบับลงข่าวการจับกุมผู้ให้บริการเว็บไซต์ 212 cafe ภายใต้ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นการจับกุมผู้ให้บริการเว็บไซต์รายแรกด้วยกฎหมายฉบับนี้ด้วยข้อหา

"เป็นผู้ให้บริการจงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้, จงใจสนับสนุน หรือยินยอมให้มีการเผยแพร่หรือ ส่งต่อข้อมูลที่มีลักษณะลามกในระบบ คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน และเพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือแสดงอวดแก่ประชาชน ทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งภาพลามก ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

ปัญหา เกิดจากผู้ใช้บริการเว็บไซต์แห่งนี้คนหนึ่งนำเอาวิดีโอคลิปร่วมรักกับอดีต แฟนไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับแฟนเก่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการสอบสวนแล้วใช้กระบวนการทางกฎหมายตามขั้นตอนดำเนิน คดีกับผู้ให้บริการเว็บไซต์ ส่วนผู้ที่โพสต์คลิปโป๊ ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าถูกจับกุมดำเนินคดีแต่อย่างใด

เป็นเรื่องพึง สังวรสำหรับผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่จะต้องรู้ว่ากฎหมายการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นมีผลบังคับใช้แล้ว และโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ต้องหามีอยู่ทุกวินาที แม้จะเป็นโทษสถานเบาอย่างในกรณี 212 cafe แต่เจ้าของเว็บก็ต้องไปนอนซังเตอยู่หนึ่งคืนเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอม ให้ประกันตัวในตอนแรก และยังจะต้องต่อสู้กันทางกฎหมายไปอีกนาน

212 cafe เป็นเว็บไซต์ที่เจ้าของเก่าสร้างชื่อในทางเสียหายไว้เป็นอันมาก แต่ก็ไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้คนในแวดวงละเลยสาระสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้น

ด้าน หนึ่งนี่เป็นการป้องปรามผู้ให้บริการเว็บไซต์ต้องระมัดระวังและรอบคอบในการ ดูแลพื้นที่ของตัวเอง เพราะมีกฎหมายที่จำเป็นต้องรู้ว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบ ในอีกด้านหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนก็คือคลิปโป๊หรือเนื้อหาใดๆ ก็ตามซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อาจจะมาจากใครก็ตามที่ไม่ประสงค์ดีต่อเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ ก็ได้

คุยกันเล่นๆ ในหมู่ผู้ดูแลเว็บไซต์ว่า หากอยากให้ปิดเว็บไซต์ไหนหรือให้เจ้าของเว็บโดนจับ ก็โหลดคลิปโป๊เข้าไปสักคลิป แล้วให้ใครแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

มาตรฐาน การปฏิบัติที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สมควรนำมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อไม่ให้ จุดอ่อนที่มีอยู่ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้งใครต่อใครง่ายๆ หรือใช้เป็นเครื่องมือในการหา รายได้พิเศษ ตลอดจนไม่ให้มันถูกนำไปใช้ในช่วงเทศกาลสร้างผลงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะใช้กฎหมายให้ตรงตามเจตนารมณ์ของมัน

เรากำลังก้าวเข้าสู่ อินเทอร์เน็ตยุคที่ "เนื้อหาเกิดจากผู้ใช้งาน" ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกันทั่วโลก ผู้ให้บริการจำเป็นจะต้องหาวิธีดูแลเนื้อหาจากผู้ใช้ให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ จริงเร็วๆ นี้ภายใต้ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็คือการที่ผู้ให้บริการต้องเก็บบันทึกการเข้าใช้งานของผู้ใช้บริการ หรือ log file ซึ่งมีจุดอ่อนให้ถูกนำไปเป็นเครื่องมือทำมาหากินหรือกลั่นแกล้งโดยง่าย เมื่อถูกขอดูและไม่มีให้ก็จะกลายเป็นความผิดทันที

ในเบื้องต้นที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือผู้ให้บริการไม่ว่าใหญ่หรือเล็กจะต้องระมัดระวังเอาไว้ก่อน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

ซึ่งเนื้อหาข่าวนั้น มันเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ที่คนในกลุ่มร้านเน็ตฯ เรียกกันว่า หมานำจับ เป็นต้นครับ ก็อาศัยช่องทางของการการอ้างลิขสิทธิ์ ในการหากิน มันยิ่งทำให้คนมองเรื่องของลิขสิทธิ์ในแง่ลบไปอีกนะครับว่า มันเอาไว้ใช้หาเงินเกินเลยของกลุ่มคนบางกลุ่ม หรือแม้แต่เจ้าของลิขสิทธิ์เอง แทนที่ควรจะเป็นเรื่องของการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ

Cyber law, Process and Standard in Thailand.

จริงๆแล้ว เขียนentry ก่อนหน้านี้ไว้แต่ draft ไว้ ซึ่งรับไม่ค่อยได้กับขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานจาก พรบ. คอมฯ ที่ออกมา แต่พอกลับไปอ่าน แล้ว รู้สึกว่า ตัวเองใส่อารมณ์ มากไปหน่อย เลยลบทิ้งเขียนใหม่ดีกว่า

สำหรับประเด็นนี้ เนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทราบข่าวในเย็นวันที่มีการดำเนินการเข้าจับกุม (ใช้คำตามท้องเรื่อง) เจ้าของเว็บ 212cafe.com ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ คุณ Pook นั่นล่ะครับ ด้วยข้อหา สนับสนุนเผยแพร่ภาพลามก อะไรพวกนี้ ครับ

ผมเองก็ทราบมาจากผู้เกี่ยวข้อง มาส่วนหนึ่ง จากข่าวอีกส่วนหนึ่ง (ไอ้เรื่องเขียนข่าวเนี่ย ขอยกไปเอ่ยตอนหลังบทความนี้อีกครั้งนะครับ) สรุปใจความได้ว่า มีสาวคนนึง โดนคนรัก เอารูปมาโพสต์ ในเว็บ 212.cafe (ในส่วนของ upload) และได้ดำเนินคดี กับอดีตคนรัก ไปแล้ว แต่ไ้ดมีการฟ้องร้องไปยังเว็บไซต์ pook ด้วย ในฐานะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ ครับ

แน่นอน ทันทีที่ได้รับข้อมูลก็รู้สึกรับไม่ได้กับมาตรฐานที่คลุมเครือรวมทั้งข้อสงสัย ที่มันยังเป็นขอถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำในเรื่องของมาตรฐานการทำงานดังกล่าวครับ

ประเด็นที่ผมตะขิดตะขวงใจคือ

  • ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องไปถึงเว็บไซต์ ได้จับกุม ดำเนินคดี ฝ่ายชายไปแล้ว ซึ่งรับสารภาพแล้ว แต่ทำไม จึงมาฟ้องเว็บเพิ่มเติม
  • ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง ไปยังเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อให้ดำเนินการลบข้อมูล แต่ผมเองไม่แน่ใจว่า การแจ้งดำเนินการเพียงทางโทรศัพท์ ไปยังบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ดูแลเว็บไซต์จริงๆ นั้น ถือว่าเป็นการแจ้งแล้วหรือ???
  • มาตรฐานในการแจ้ง เรื่องไปยังคนดูแลเว็บนั้น ควรจะมีมาตรฐานหรือไม่ เช่น ช่องทางอีเมล์, โทรศัพท์, แฟ็กซ์ หรือหนังสือรายการอย่างหนึ่งอย่างใด

แน่นอนครับ อย่างในกรณีเรื่องโป๊ เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครจะแจ้งมา ก็ถือว่าต้องทำการลบโดยทันที แต่การแจ้งไม่ถูกคนนั้น ควรจะมีการเช็คหรือไม่ เช่น เกิดมีคนมาโพสต์ ภาพโป๊ในบล้อกผม และผมเองก็ไปเที่ยว ทีนี้ เจ้าหน้าที่โทรแจ้งมา แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณ ทำให้ มันโอนไปยังเบอร์ออฟฟิศ และมี ยาม หรือ คนขับรถ หรือแม่บ้าน หรือคนใน office ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลเว็บ มันถือว่า เป็นการแจ้งแล้วหรือยัง

เพราะแน่นอนครับ ในพรบ. ระบุไว้ว่า ให้ดำเนินการ ภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเกิด ยามเค้ารับ เนี่ย ผมถามว่า เค้าดำเนินการได้หรือไม่ กับการลบทิ้ง อะไรพวกนี้

แน่นอน มันไม่ได้ ยาม ก็ต้องพยายามแจ้งผม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่นับตั้งแต่ที่โทรแจ้งยาม ล่ะ กว่าผมจะกลับจากเที่ยว ก็ผ่านไปแล้ว สามวัน ก็ผิดตามพรบ. นี้แน่ๆ

ดังนั้น ตรงนี้ มันต้องมีมาตรฐานกันบ้างครับ ว่าอะไรอย่างไร

ประเด็นต่อมาคือ ในกรณีโป๊ มันไม่ว่าใครแจ้งก็ต้องลบ แต่มันจะมีกรณีของการหมิ่นประมาทอีกครับ เช่น ผมซื้อเครื่องเสียงยี่ห้อ eblogbiz แล้วมันเกิดไม่ดี ผมไปโพสต์ บอกว่า ของยี่ห้อนี้ไม่ดี ซื้อมาเดือนเดียวพังแล้ว เคลมไม่ได้ ให้เอาไปซ่อมศูนย์ อย่างเดียว วันดีคืนดี เจ้าของผลิตภัณฑ์ มาแจ้งว่า มีการโพสต์หมิ่นประมาท เค้า ให้ดำเนินการลบทิ้ง

ตรงนี้ เนี่ย มันทำให้เกิดข้อลังเลนะครับ เพราะคนโพสต์ ก็โพสต์ในฐานะของผู้บริโภค ซึ่งได้รับการบริการ และสินค้าที่ไม่ดี จึงนำมาโพสต์แชร์ กันเพื่อเป็นประโยชน์ สาธารณะ (ซึ่งคิดว่า ตามพรบ. คุ้มครองผู้บริโภค นั้นเอ่ยถึงไว้ เดี๋ยวขอไปเช็คก่อน แต่ทราบว่า มีการคุ้มครองอยู่ครับ ตามกฏหมาย)

เมื่อทางเว็บไม่ดำเนินการ ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็หัวหมอ โทรอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการลบ หรือมีการส่งอีเมล์ แอบอ้าง ให้ลบ

ดังนั้นเนี่ย จากสองย่อหน้าด้านบน มันควบ 2 ประเด็น คือ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อความ และ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ

สอง ประเด็นนี้มันมีเกิดขึ้นจริงๆ ครับ ไม่พอใจกัน อ้างให้ลบบ้าง, อ้างให้ปิดเว็บ, ให้ทาง host ลบเว็บบ้าง

ดังนั้น ประเด็นที่มันควรจะเกิดขึ้นอย่างน้อยคือ มาตรฐานในการแจ้ง ดำเนินการครับ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ ไม่ได้เป็นการแอบอ้าง ซึ่งแน่นอนไม่ว่า อีเมล์ หรือ โทรศัพท์ มันไม่รู้ที่มาที่ไปหรอกครับ มันมั่วกันได้

ผมเห็นว่า มาตรฐานการแจ้ง อย่างน้อย ควรจะต้องมีจุดตรงกลางครับ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการได้สะดวก รวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คนทำเว็บ ก็สบายใจ กัน

ไม่ใช่ เอะอะ อะไร อ้างโน่นนี่ๆ แล้วมาจับกัน โดยไม่มีมาตรฐานนะครับ ไม่ใช่ว่า โวยวายไม่เข้าใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ก็ต้องเข้าใจการทำงานของเราด้วย ตรงนี้สำคัญครับ

ซึ่งในอันหลังนี้เนี่ย มันมี และเยอะมากด้วย เช่น บางครั้งมีผู้ใช้งาน โพสต์ความคิดเห็นทางการเมือง ไปสะดุดเท้าใครก็ไม่รู้ จากนั้นให้เจ้าหน้าที่โทรมา แล้วบอกว่า

"ผมขอความร่วมมือให้ช่วยลบเว็บนั้น หรือบล็อกเว็บก็ได้"

ไม่ได้มีเอกสารเป็นหลักฐาน ซึ่งถ้าคนดูแลระบบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ host, isp ดำเนินการตาม (คำขู่) นั้น และหากเว็บเหล่านั้นไม่มีความผิด เป็นการโพสต์แสดงความคิดเห็น อันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นประโยชน์ สาธารณะ ความผิดก็จะตกแก่ Hosting, isp ทันทีนะครับ เพราะตาม พรบ. คอมฯ มันก็มีกล่าวไว้อีกว่า ผู้ใด กระทำการอันเป็นการขัดขวางการทำงาน แก่ข้อมูลของผู้อื่น (ถ้าไม่เข้าใจว่าผิดได้อย่างไร ลองทบทวนตัวแดงสักสองสามรอบครับ เหอๆ)

กลายเป็นว่า มันผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ดำเนินการโดนคนทำเว็บฟ้อง ไม่ดำเนินการ โดนอำนาจเล่น

ยังไม่รวมมาตรการบางอย่างที่เราอาจจะไม่รับรู้ (ไม่ขอเอ่ยถึงดีกว่า แต่Bla Bla Bla! something like that.)

ตรงนี้เนี่ย ผมว่า มันควรจะมีการมาคุยกันได้แล้ว ระหว่างคนทำเว็บ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นในระยะยาวเจ้าหน้าที่เองจะดำเนินการลำบาก เอานะครับ เหอๆ เพราะอะไร

เพราะเว็บไซต์ มันไม่ได้เป็นการค้ายา ที่ยังไงเสียมันต้องส่งของกัน ไปล่อซื้อกันได้ แต่เว็บ มันสามารถเอาไปฝากไว้ที่ใดในโลกก็ได้ มันก็เข้าได้ทุกที่นั่นล่ะ ขอแค่มีเน็ต

แล้วถ้าเว็บเหล่านั้น ย้ายออกไปต่างประเทศ จะดำเนินการอย่างไร บล็อกเว็บ?? ไปเรื่อย แก้ปัญหาที่ปลายทางกันไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ???

ดังนั้น ผมเองอยากให้มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ครับ แม้ว่า บางอย่างจะอธิบายกันเหนื่อยหน่อยก็ตาม เท่าที่สัมผัสมา ทั้งเจ้าหน้าที่เอง หลายท่านก็ไม่ได้เก่งในเรื่องเว็บ ในขณะที่คนทำเว็บก็ได้ได้เก่งกฏหมาย แต่มันต้องสรุปกันนะครับ

ประเด็นต่อไปคือ ในเรื่องของข่าว ทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ทุกวันที่ผมฟังข่าว อ่านข่าว ผมต้องเอาเนื้อหามากรอง สรุปด้วยวิจารณญาณ อีกรอบ ครับ

อย่างเช่น ข่าวเรื่องนี้เนี่ย บางแหล่งลงไปเลยว่า เว็บมาสเตอร์เจ้าของเว็บโป๊, บางแหล่งเอารูปเว็บโป๊ มาประกอบ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกันด้วยซ้ำ ในขณะที่เว็บไซต์ หลายเว็บก็นำไปลงต่อ โดยไม่ได้กรองไป (เห็นๆ ก็ทั้ง Mthai, Yenta4, teenee) ซึ่งมันดูแล้ว รู้สึกแย่ครับ

ในส่วนของสื่ออื่นๆ นั้นพอรับได้ระดับหนึ่งครับว่า อาจจะเป็นเรื่องของการเขียนข่าวให้ความมันส์ ใส่ไข่นิด แต่งสีหน่อย ให้มันขายได้

แต่ในส่วนของเว็บไซต์ เองกลับไม่มีการคิดให้รอบคอบ สักแต่เอาขึ้น บางครั้งสอบถามกันหน่อย พูดคุยกันบ้าง ไม่ได้เสียหายเลยครับ ซึ่งประเด็นนี้เนี่ย ผมเองรู้สึกแย่ ยังไงก็ไม่รู้ครับ เหมือนคิดกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับตัว ทั้งๆ ที่มันแทบจะมัดคอตัวเองอยู่แล้ว

รู้สึกรับไม่ค่อยได้ยังไง ไม่รู้ เห้อ

คิดแล้วเซ็ง...

ยิ่งคิดยิ่งเซ็ง...

จบดีกว่าเดี๋ยวยาวอีก เหอๆ