Posted on August 27th, 2008 in Cyber laws, Other
อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ
ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ
[....]
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก
ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)
เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น
- ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
- การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
- การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
- การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
- การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก
ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้
สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง
ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก
ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง
ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ
Posted on August 14th, 2008 in Webmaster News
วันนี้ได้รับข่าวสารจากสมาคมเว็บมาสเตอร์ครับเกี่ยวกับ งานจิบกาแฟคนทำเว็บ “ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”
รายละเอียดของานคือจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ ที่ทำเอาเว็บมาสเตอร์ทั่วไปอย่างเราๆเดือดร้อนไปด้วยครับ ทั้งที่จริงๆแล้วเจตนาของตัวกฏหมายดี แต่มันไม่ครอบคลุมการใช้งานจริงๆ รวมทั้งฟังกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆจาก
-ฮั้น เจ้าของ Diaryis.com กับการแจ้งเตือนเรื่องลิขสิทธิ์
-พี่ป้อม ภาวุธ แห่ง Tarad.com รายแรกเลยก็ว่าได้ครับที่โดนยึดเครื่องไปแบบงงๆ ด้วยสาเหตุมีคนมาโพสต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- รายสุดท้ายก็คือ ปุ๊ก เจ้าของ 212cafe.com ที่โดนหนังสือพิมพ์ตีตราหน้าหนึ่งว่าเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ ทั้งที่เป็นแค่คนในบริการฟรีเว็บบอร์ดเท่านั้น จากในกรณีของผู้ใช้งานมาโพสต์รูปประจานกันเอง
สำหรับประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน จากในเว็บของสมาคมนะครับ
- เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร
- จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- หาทางออกร่วมกัน ลดความเสียหายที่จะเกิดกับคนทำเว็บและวงการเว็บไทย
งานจะจัดใน วันเสาร์ที่ 23 สค.นี้ เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่ห้องมินิเธียเตอร์ 2 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
สำหรับผมเองยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่าเพราะช่วงนี้ ส.-อ. ไม่ค่อยว่างเลยต้องนั่งปั่นงานส่งครับเหอๆ ส่วนงานอะไร อุบไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาแจ้งข่าวอีกทีนึงครับ
ปล. NextWebApp เสาร์นี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า แต่ดันลงชื่อไปแล้วสิ.
Posted on June 10th, 2008 in General
Update 11 June 08 : ขอ edit หมดเลยแล้วกันนะครับ เพราะว่าเมื่อวานมีหลายข่าววิ่งเข้ามาครับ เลยงงๆ ทำให้ข่าวมันคลาดเคลื่อนไปครับแต่ตอนนี้ ก็พอได้สรุปมาบ้างแล้วนะครับ ขอสรุปเป็นข้อๆ นะครับ
- เมื่อวานนี้ ปดส. บุก InternetThailand (มีรายงานว่า บุก CAT-IDC)
- มีการยึดเครื่อง server จำนวน 48 เครื่อง (สำหรับ14เครื่องนั่นคือรอบเย็นครับ เหมือนว่าไปเก็บรอบค่ำอีกชุดนึง รวมแล้ว 48)
- เครื่องที่ยึดไปส่วนใหญ่ เป็นเครื่องให้บริการเว็บBit
- มีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายลามก อนาจาร อยู่บ้างครับ แต่ไม่ทราบจำนวนแท้จริง
- กลุ่มที่โดนมีทั้ง เครื่องที่เช่าวางตรงกับ ISP, colocationและ hosting ที่มีเว็บลูกค้า ผิดกฏหมายแอบอยู่ ( หรือเว็บลูกค้า แต่มีผู้ใช้งานมาโพสต์รูป ฝากของผิดกฏหมาย)
หลักๆ ที่สรุปได้มามีประมาณนี้ล่ะครับ ซึ่งมีข่าวบางกระแสว่า จะมีการเข้าจับกุมใน IDC อื่นๆ อีกในช่วงอาทิตย์นี้ครับ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ครับผม
เพิ่มข่าวจากแหล่งข่าวอื่นๆ ครับ
Read the rest of this entry »
Posted on May 27th, 2008 in Other
เอาละครับวันนี้ ไม่รู้จะทำการทำงานอะไร เพราะไปเข้าอบรมมาทั้งวัน ตั้งแต่เช้า และพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน (วันพฤหัสฯ ก็ต้องไปงาน RemixSea อีก ไม่ได้ทำงานทำการกันเลย) ซึ่งก็กลับมานั่งอ่านเนื้อหาในเว็บข่าวอีกครั้งครับ เพราะเมื่อเช้าอ่านไปหน่อยนึงแล้วมันตะหงิดๆครับ เพราะส่วนหนึ่ง มาจากเนื้อหาที่เขียนถึงครับ
มันเป็นข้อความที่อ่านแล้วรู้สึก และรับรู้ได้ระดับหนึ่งว่า มันเป็นการคุกคาม ควบคุม คนทำเว็บตัวเล็กๆ เป็นอย่างยิ่งครับ (ในความรู้สึกของผมแล้วกันครับ) ซึ่งมันเป็นการเสนอข่าวเพียงมุมเดียว ว่าเว็บมาสเตอร์ผิด อย่างโง้น จะโดนอย่างงี้ ต้องอย่างนั้นอย่างนี้
แต่ในขณะเดียวกัน ไม่มีการนำเสนอข้อมูล ในมุมของประเด็นที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็น ประเด็นในมุมของผู้ใช้งานทั่วไป ที่แทบไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะความผิดเท่าใดนัก (ต้องนั่งอ่านอีกข่าวนึง) ประเด็นในมุมคนทำเว็บก็เป็นเหมือนที่กล่าวไปแล้วครับ เลยทำใหผมเองรู้สึกแย่ๆ ก่อนไปนั่งอบรม จึงต้องมาเขียนบล็อกถึงข้อกฏหมายใน พรบ. ฉบับดังกล่าวครับ
ซึ่งการเขียนนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ในเนื้อหาที่คลุมเครือในพรบ. ในมุมของคนทำเว็บที่ไม่ได้เก่งเรื่องของกฏหมาย และไม่ได้เป็นศรีธนญชัย ที่จะมาหาช่องว่าง ช่องโหว่ในกฏหมาย แต่อย่างใด หากแต่เป็นมุมมองข้อสังเกตุที่เกิดขึ้น จากคนทำเว็บคนนึง และจะต้องทำตามข้อกฏหมายดังกล่าว ครับ ซึ่งหากมีข้อผิดพลาด หรือมีข้อแนะนำ มาแชร์กันได้นะครับ เพราะผมเองไม่เก่งเรื่องนี้ (เคยเรียนมาก็แต่ กฏหมายป่าไม้, พรบ.สวนป่า กับประมวลกฏหมายอาญา มาบ้างนิดหน่อย)
- - - เปิดประเด็นแรก - - -
มาตราที่ 3 กล่าวว่า
“ผูใหบริการ” หมายความวา
…..
(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น
…..
จากนั้น เรามาดูในมาตรที่ 15
ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตาม มาตรา ๑๔
ดังนั้น หากมองตามพรบ.นี้ ลองอ่านย้ำ มาตราที่ 3 อีกรอบ จึงทำให้สงสัยว่า ถ้าในกรณีของ 212cafe โดนจับ ตรงนี้ที่ผมอยากรู้ว่า การตัดสินว่า จงใจสนับสนุน หรือยินยอม เนี่ยมีความผิดเลยหรือครับ
ดังนั้น หากมองตามกฏหมายนี้ ถ้าเกิดการฟอร์เวิร์ดเมล์ ในส่วนของ hotmail, gmail, yahoo ซึ่งคุ้นว่า ก่อนหน้านี้มีคดีในลักษณะนี้ ด้วย ทำไมจึงไม่มีการแจ้งความจับ Hotmail, gmail, yahoo ด้วย หรือแม้แต่ในกรณี ของ Youtube ด้วยครับ เพราะในเมื่อ มาตรฐาน คุณบอกว่า ต้องลบภายใน 72 hrs แต่ youtube ไม่ได้ลบ ทำไมคุณไม่ดำเนินคดี กับ Google ด้วยครับ
ไม่ได้พาลนะครับ แต่สงสัยว่า ทำไม มันต้องไม่เหมือนกันด้วย ในส่วนที่เป็นกรณีเดียวกัน
ซึ่งเมื่อดูตาม มาตราที่ 17 ที่เอ่ยถึงผู้กระทำผิดนอกราชอาณาจักร (นอกประเทศไทยนั่นล่ะ) ตามพรบ.ฉบับนี้ ว่า
(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ
จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร
มันมีระบุไว้อย่างชัดเจน แล้วครับ ทำไม ไม่ดำเนินคดี ล่ะครับ ซึ่งนี่คือประเด็นแรกที่ มันทำให้มีข้อสังเกต ข้อสงสัยที่เกิดขึ้นครับ หากท่านใดมีข้อมูลอื่นๆ มาอ้างอิงที่เกี่ยวข้องช่วยแชร์ด้วยครับ เพราะผมเองบอกแล้วว่า จบป่าไม้ไม่ได้จบกฏหมาย แต่ทำเว็บได้ มีข้อสงสัยตามประสาคนทำเว็บครับ
- - - เปิดประเด็นที่ 2 - - -
ต่อมาใน มาตรา 14 เกี่ยวกับลักษณะความผิดในพรบ.ฉบับนี้ ระบุว่า
(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
ตรงนี้ น่าสนใจนะครับ เพราะอะไร ผมจะยกจุดที่น่าสนใจ จาก มาตรา 3 ที่ให้นิยามว่า
“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดา
ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึง
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
ถ้าเป็นประเด็นนี้เนี่ย ข้อมูลปลอม น่าจะรวมถึงของเถื่อนจำพวก Software เถื่อน, crack ต่างๆ ซึ่งปรกติมันผิดในเรื่องของ พรบ.ลิขสิทธิ์ ด้วยอยู่แล้วในเรื่องของการทำซ้ำ ดังนั้น ประเด็นนี้ มองว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ ตามหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ น่าผิดนะครับ และเจ้าหน้าที่ควรจะพิจารณา ด้วยครับว่าเครื่องตัวเองถูกต้องหรือไม่ (ปล.ผมใช้ ubuntu อย่ามาจับผมนะ)
- - - เปิดประเด็นที่ 3 - - -
ในมาตราที่ 14 อีกเช่นกัน
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
ตรงนี้ ผมสงสัยกับคำว่า ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ครับ ซึ่งในกรณีแรกเลย ให้กลับไปดูในประเด็นที่ 1 ครับ คือ
(๑) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนไทย และรัฐบาลแห่งประเทศที่ความผิดได้เกิดขึ้นหรือผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ หรือ
(๒) ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นคนต่างด้าว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเป็นผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ร้องขอให้ลงโทษ
จะต้องรับโทษภายในราชอาณาจักร
ดังนั้น ในกรณีนี้ เว็บโป๊ในต่างประเทศเข้าข่ายด้วยหรือไม่ตาม พรบ.ฉบับนี้ครับ เพราะ หนึ่งมีผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างด้าวโดนหมด มีคนไทยเป็นผู้เสียหายนะครับ วัด-ทะ-นะ-ทำ อันดีของบ้านเรานะครับ (ใครก็ได้ ลองแจ้งกระทรวงวัด-ทะ-นะ-ทำ ดูครับ) ก็จะต้องได้รับความผิดเหมือนกันหมด
แต่ไม่จบแค่นั้น ถ้ามองตรงคำว่า ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ครับ ถ้าผมทำเว็บเก็บเงิน คนทั่วไปเข้าไม่ได้ หรือเข้าได้เฉพาะกลุ่มเพื่อนฝูง ถือว่า เป็นความผิดหรือไม่ครับ เพราะมันไม่ใช่ประชาชนทั่วไปนี่หว่า
- - - เปิดประเด็นที่ 4 - - -
ประเด็นนี้ น่าสนใจครับ
มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทำให้แพร่หลาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือที่มีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้.
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้
ในประเด็นนี้ เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เว็บไหน กระทบกระเทือนความมั่นคง ขัดศีลธรรม ก็สั่งปิดได้ โดยขอหมายศาล แต่ในบ้านเราสิ่งที่ต้องยอมรับกันส่วนหนึ่งครับที่ต้องทำถามถึงครับว่า มันรวมถึงความมั่นคงของรัฐบาล ในขณะนั้นหรือเปล่าครับ ไม่อย่างนั้น เราก็จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้ยากนะครับ (ประเด็นนี้ล่ะ น่ากลัว)
หรือในประโยคถัดมาที่ว่า ศีลธรรมอันดีของประชาชนครับ มาตรฐานตรงนี้มันระบุยากนะครับ เพราะแต่ละคนมีมาตรฐานในเรื่องของศาสนา จริยธรรมในชั้นที่แตกต่างกันครับ การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนนั้น จำเป็นจะต้องมีอย่างมากครับ เพราะทางคนบอกว่า แค่ชุดว่ายน้ำก็โป๊แล้ว ในขณะที่มันก็มีวางกันบนแผงกันกลาดเกลื่อนประเทศ
ซึ่งตอนนี้ของเปิดไว้ที่ 4 ประเด็นก่อนครับ ยังนึกประเด็นอื่นๆ ไม่ออก โดยผมอยากได้ ข้อมูลเพิ่มเติมจริงๆ ครับเหอๆ มันสงสัย ในฐานะคนทำเว็บคนนึงครับ ซึ่งเขียนข้อมูลคอมพิวเตอร์ ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ เกิดวันดีคืนดีผมเอารูป โซระ อาโออิ ใส่ชุดว่ายน้ำมาแปะไว้ ก็กลัวว่าจะโดนประเด็นนี้ เหลือเกิน
หรือแม่แต่บทความนี้ ก็หวังว่า จะไม่ไปสะดุดอะไรใครนะครับ จนทำให้สั่งปิดบล็อกเล็กๆ แห่งนี้ไปเสียก่อนที่จะได้มาเขียนบล็อกในประเด็นอื่นๆ ต่อไปครับ
ยังไง สุดท้ายนี้ครับ ถ้าท่านใดมีความคิดเห็น หรือเข้าใจในเรื่องกฏหมายดีกว่าผม ช่วยแจ้ง หรือแนะนำผมทีครับ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมไม่เก่งในแง่กฏหมายเหล่านี้ และผมเป็นแค่คนเรียนจบป่าไม้มา พอทำเว็บได้บ้างเท่านั้นเองครับ
จริงๆแล้ว เขียนentry ก่อนหน้านี้ไว้แต่ draft ไว้ ซึ่งรับไม่ค่อยได้กับขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานจาก พรบ. คอมฯ ที่ออกมา แต่พอกลับไปอ่าน แล้ว รู้สึกว่า ตัวเองใส่อารมณ์ มากไปหน่อย เลยลบทิ้งเขียนใหม่ดีกว่า
สำหรับประเด็นนี้ เนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทราบข่าวในเย็นวันที่มีการดำเนินการเข้าจับกุม (ใช้คำตามท้องเรื่อง) เจ้าของเว็บ 212cafe.com ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ คุณ Pook นั่นล่ะครับ ด้วยข้อหา สนับสนุนเผยแพร่ภาพลามก อะไรพวกนี้ ครับ
ผมเองก็ทราบมาจากผู้เกี่ยวข้อง มาส่วนหนึ่ง จากข่าวอีกส่วนหนึ่ง (ไอ้เรื่องเขียนข่าวเนี่ย ขอยกไปเอ่ยตอนหลังบทความนี้อีกครั้งนะครับ) สรุปใจความได้ว่า มีสาวคนนึง โดนคนรัก เอารูปมาโพสต์ ในเว็บ 212.cafe (ในส่วนของ upload) และได้ดำเนินคดี กับอดีตคนรัก ไปแล้ว แต่ไ้ดมีการฟ้องร้องไปยังเว็บไซต์ pook ด้วย ในฐานะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ ครับ
แน่นอน ทันทีที่ได้รับข้อมูลก็รู้สึกรับไม่ได้กับมาตรฐานที่คลุมเครือรวมทั้งข้อสงสัย ที่มันยังเป็นขอถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำในเรื่องของมาตรฐานการทำงานดังกล่าวครับ
Read the rest of this entry »