เกี่ยวกับมาตรการใหม่ของICT ที่เพิ่งออกมาล่าสุด เกี่ยวกับการบล็อกเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ซึ่งมีหลายอย่างที่ดูแล้ว เหมือนกับเป็นการตั้งมาตรการ เพื่อให้เตรียมร่างให้เป็น กฏกระทรวง ต่อไป แน่นอนว่า ในแนวคิดดี แต่ในแนวทางปฏิบัติ นั้นยังมีหลายเรื่องตะขิดตะขวงใจในมาตรการเหล่านั้น
ซึ่งแน่นอนว่า ในเนื้อหานั้น มีเป็นมาตรการออกมา 5 ข้อ ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 5 ข้อนั้นดูจะเป็นการให้อำนาจรัฐมากเกินไป จนอาจจะส่งผลต่อ เว็บมาสเตอร์อย่างเราๆ นั่นเอง ซึ่ง มาตรการทั้งหมดประกอบไปได้ว
1. ให้ISP ร่วมมือปิดกั้นเว็บไซต์ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทันทีที่พบเห็น
2.ให้ ISPสืบค้นหาตัวผู้กระทำผิดทุกครั้งก่อนการปิดกั้นเว็บไซต์
3.กระทรวงไอซีที จะดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิด และเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินคดี และขอความร่วมมือ ISPนำเสนอรายชื่อผู้กระทำผิดขึ้นบัญชีและนำประกาศเผยแพร่ต่อไป 4. หากกระทรวงไอซีทีตรวจพบว่า ISPไม่ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ตามกระทรวง ICT มีหนังสือไปยัง ISP หากเกิน 3ครั้งจะดำเนิการขั้นเด็ดขาดส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ หรือ กทช. เพิกถอนใบอนุญาตทันที แต่การดำเนินการขั้นเด็ดขาดนั้นกระทรวงอาจจะไม่จำเป็นต้องส่งหนังสือแจ้ง เตือนครบ 3 ครั้ง หากเนื้อหามีความรุนแรงมากเกินไป โดยการดำเนินการ ได้รับการตอบรับให้ความร่วมมือจาก กทช. เป็นอย่างดี 5. สำหรับ ISPที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ได้สั่งการให้มีการดำเนินการตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ศูนย์เฝ้าระวังจะดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลเว็บไซต์ไม่ เหมาะสม ซึ่งทั้ง 5 มาตรการนี้ ผมอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวจากทั้ง ผู้จัดการออนไลน์ และ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการที่เราจะมีมาตรการดำเนินการต่อผู้กระทำผิดตามกฏหมาย แต่ด้วยมาตรการที่ออกมานั้นดูจะรุนแรง และให้อำนาจของทางเจ้าหน้าที่, ISP และอำนาจรัฐบาลมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งถามว่าทำไม ลองดูมาตรการแรกเลยนะครับ
มาตรการแรกบอกว่า มีอำนาจในการปิดกั้นทันที แน่นอนในแง่การทำเว็บไซต์หากเป็นการเผยแพร่เนื้อหาหมิ่นแล้วก็สมควร แต่เราต้องยอมรับกันในส่วนหนึ่งว่า เว็บไซต์ในประเทศหลายๆ เว็บที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไหนก็ตาม มักจะมีพวกที่แหลมออกนอกแถวมาโพสต์ อยู่เสมอๆ
ซึ่งในการให้อำนาจในส่วนนี้ ลองคิดดูว่า ถ้าเว็บของคุณ ถูกใครก็ไม่รู้ มาโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ และมีคนแจ้ง ISP และดำเนินการปิดกั้นทันที จะเกิดอะไรขึ้น อาจจะโดนปิดแค่ ครึ่งวัน ผมถามว่า จำนวนยอดคนเข้าชมเว็บจะหายไปแค่ไหน เว็บมาสเตอร์จะทำอย่างไร จะแจ้งปัญหาเหล่านี้ กับ Agency โฆษณาต่างๆอย่างไร ในเมื่อ มันมีคนแตกแถวออกมาแค่คนเดียว
เพราะในแต่เดิมนั้น ISP ไม่สามารถสนองความต้องการรัฐ ได้ทันที เนื่องจาก พรบ. คอมพิวเตอร์ที่ออกมา มีระบุไว้ว่า ผู้ใดขัดขวางการเข้าถึงข้อมูล, เว็บไซต์ ไม่ให้เป็นไปตามปรกติ ถือว่ามีความผิด
ดังนั้น ISP จึงไม่สามารถทำได้เต็มที่ เพราะมีสิทธิ์ที่จะโดนเจ้าของเว็บไซต์ฟ้องร้องได้ (พูดง่ายคือ แต่เดิมเนี่ย ISPซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง)
ซึ่งผมเองยังคงย้ำว่า "การดำเนินการต่อผู้กระทำผิดนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง" แต่มาตรการเหล่านี้ มันล่อแหลมต่อการใช้งานจริงๆเป็นอย่างมากทีเดียว
อีกทั้งในเรื่องของการหมิ่นสถาบันฯ ผมเองยังมองว่า มันคือประเด็นการเมือง ที่มีเว็บไซต์ เป็นเครื่องมือ เท่านั้น ซึ่งหากจะบอกว่า เครื่องมือนั้นผิดคงไม่ถูกต้องนัก
เหมือนกับ มีคนพิมพ์ใบปลิวออกมาแล้วเราบอกว่า เครื่องพิมพ์ผิด ให้ปิดการทำงานซะทันที ในขณะที่คนจัดทำยังคงลอยหน้าตาอยู่ได้อย่างสบายใจ ฉันใดฉันนั้น คนทำเว็บไซต์ ก็ซวยไปตามเรื่อง เหมือนดั่งคำที่ว่า "คุกมีไว้ขังคนจน" เท่านั้น เพราะจนบัดนี้ ไอซีที ยังจับคนแฮคเว็บของไอซีทีไม่ได้เลย แล้วสุดท้าย ใครล่ะที่จะซวยฟรี
การหมิ่นสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพของคนไทยเรานั้น ผมก็เห็นว่า มันมีทั้งสองฝ่ายที่มีการก้าวล่วง และดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งหวังให้ตัวเอง เดินไปถึงจุดหมายของฝ่ายตนเองเป็นส่วนใหญ่
ทุกคนพูดเหมือนกันว่า "รักชาติบ้านเมื่อง" ทั้งสองสี ก็พูดเหมือนกัน แต่การกระทำของทั้งสองฝ่าย ก็ดูแล้วขัดๆ ไปในความคิดของผม
กลับมาเรื่อง มาตรการนี้ต่อดีกว่า ก่อนหน้านี้ มันมีปัญหาที่เคยใกล้เคียงนี้แบบนี้ เกิดขึ้นมาในช่วงร่างพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ คือ มีการระบุว่า รัฐสามารถดำเนินการจัดการเว็บไซต์ที่อาจจะกระทบต่อความมั่นคงของชาติมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งในครั้งนั้น ก็มีข้อสงสัยกันว่า
"สรุปแล้ว มันความมั่นคงของชาติ หรือความมั่นคงของรัฐบาลกันแน่"
ครั้งนี้ก็เช่นกัน มันเป็นสิ่งที่เราต้องหาข้อตกลงระหว่าง คนทำเว็บ กับ รัฐบาลแล้วว่า มาตรการเหล่านี้นั้น มันเป็นยาแรงเกินไปสำหรับคนทำเว็บตาดำ หรือไม่?
อีกทั้งผมยังรู้สึกว่า "เรากำลังอยู่ในระบบเผด็จการที่ให้มีการเลือกตั้งได้เท่านั้น" เพราะทุกวันนี้ เอะอะอะไรก็จะปิดเว็บ บล้อกเว็บ เป็นต้นว่า เผยแพร่ภาพอันขัดต่อวัฒนธรรอันดี ศีลธรรมจรรยาของประเทศ (แต่แผ่นโป๊วางกันเกลื่อนเมือง) , เว็บนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อะไรพวกนี้
เพราะผมรู้สึกว่า รัฐบาลไม่ได้จริงใจกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเสียเท่าไหร่ นักการเมือง ยังตั้งหน้าตั้งตาหาประโยชน์ ชื่อเสียง เพื่อสนองตัวเองและพวกพ้อง มากกว่า ประชาชนตาดำ อีกทั้ง ลองดูในข้อความในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ว่า
“การประชุมครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการขอความเห็นจาก ISP แต่เป็นการเสนอใช้เป็นมาตรการ 5 มาตการ และเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ จะออกเป็นกฎกระทรวง เพื่อคุ้มครองไม่ให้ ISP ถูกฟ้องในการปิดเว็บไซต์ต่างๆ และเพื่อให้ กทช สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ....” (อ่านเต็มได้จากลิ้งค์เว็บไทยรัฐด้านบนนะครับ)
และถ้ากฏกระทรวงตัวนี้ออกมา ผมอยากทราบว่า มันมีอะไรคุ้มครองเว็บไซต์ และคนทำบ้างไหม?

