ว่าจะบล็อกเรื่องนี้ มาหลายวันแล้วครับ แต่เหมือนเน็ตออกอินเตอร์มันเน่าๆ เลยต้องยกมาวันนี้ครับ ซึ่งที่มาที่ไปก่อนจะบล็อกเรื่องนี้นั้น มันก็เริ่มมาจากเห็นโฆษณา ใน Thai PBS ครับ ที่ต้องการนักข่าวพลเมือง หรือ Citizen Journalist ซึ่งในประเด็นนี้ มันน่าสนใจครับ เลยคิดว่าต้องบล็อก
สำหรับคำว่า citizen journalist ซึ่งปัจจุบันยังหาคำจำกัดความที่แน่นอนไม่ได้ บางแห่งเรียกว่า นักข่าวพลเมือง, นักข่าวประชาชน ไปจนถึงคำว่า นักข่าวรากหญ้า แต่นั่น ไม่เท่ากับความน่าสนใจและความสำคัญของมันครับ
ในต่างประเทศ หลายๆ สื่อ ยอมรับและให้น้ำหนักกับ Citizen journalism มาทีเดียวครับ ของบ้านเราก็เพิ่งจะมา แต่แน่นอนว่า ค่ายที่น่าสนใจและสนับสนุนให้เกิด citizen journalist อย่างเต็มที่คือ The Nation เจ้าของ OKnation.net นั่นล่ะครับ
คุณสุทธิชัย หยุ่น ยังได้กล่าวยอมรับการมาของ Citizen Journalist ไว้อย่างน่าสนใจว่า
... บทบาทและภารกิจของคนข่าวอาชีพ จะต้องเปลี่ยนไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรง, แม้ว่าคนทำสื่อส่วนใหญ่ ณ วันนี้ยังไม่อยากจะเผชิญกับความจริงข้อนี้มากนักก็ตามแต่ความ จริงย่อมหนีความจริงไม่พ้นว่า เมื่อใครต่อใครสามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัยรุ่นที่ราคาถูกลงไปเรื่อยๆ ในการสื่อสารกันเอง และส่งข้อความ, ภาพ, เสียงและวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตไปสู่เวบไซต์ที่มีผู้คนเข้ามาอ่าน และแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางและฉับพลันได้, คนที่เคยทำหน้าที่เป็นนักข่าวประจำสายนั้นๆ หรือบรรณาธิการที่เคยคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะตัดสินว่าข่าวไหนสำคัญ และมุมไหนของข่าวมีความน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคข่าว, ก็จะต้องรับรู้ว่าบทบาทนั้นกำลังจะลดลงไปสำหรับตัวเอง
'สื่อกระแสหลัก' จะต้องปรับตัวกันขนานใหญ่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อสารมวลชนที่ คำว่า journalism หรือ 'สื่อสารข่าวสารและข้อมูล' นั้น จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนที่มีอาชีพผูกติดกับหนังสือพิมพ์, วิทยุและโทรทัศน์เท่านั้น
ที่มา: Oknation.net/black
ซึ่งแน่นอนครับว่า สื่อหลักเองก็ให้ความสนใจ และความสำคัญของการมาถึงของยุค ที่ใครๆ ก็เป็นสื่อภาคพลเมืองได้ ดังนั้นการที่เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่ได้คือ การยอมรับ ในเรื่องของ สื่อภาคประชาชน, เรื่องของการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างอิสระ ครับ
แน่นอน บล็อก เป็นหนึ่งใน media 2.0 ที่เราจะต้องยอมรับ รับรู้และรับทราบถึงการเขียน แสดงความคิดเห็น รวมถึงสะกิดสังคมผ่านทาง Weblog อีกด้วยครับ
แต่ในมุมกลับ คงต้องยอมรับว่า สื่อในยุค 2.0 นั้น โตเร็วเกินกว่าคน Internet User บ้านเราจะเข้าใจ กลั่นกรองเอาความเป็นจริงมาคิดต่อให้ดีครับ ซึ่งหลายครั้งที่เราต้องยอมรับกับว่า media ไม่ว่าจะ 1.0 หรือ 2.0 ถูกใช้ในการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ขาดการกลั่นกรอง ด้วยเหตุ และผล อย่างที่ควรจะเป็น
ตัวอย่างเช่น การ forword mail การเก็บเงินของMSN, การบล้อกเนื้อหาที่เชื่อว่า เป็น 30 คำสอนของพ่อ เป็นต้น ซึ่งนั่นเป็นการนำสื่อภาคพลเมืองมาใช้ในการสร้างข่าวที่น่าเชื่อถือ ผนวกกับทฤษฎีสมคบคิดลงไปบ้าง
ดังนั้น บล็อกเกอร์ ที่ต้องการจะทำตัวเป็น Citizen journalist นั้น จำเป็นจะต้องปรับตัว และมีบรรทัดฐานของการเขียนบทความลงในบล็อก และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขียนลงไปนั้นด้วย
จุดต่างระหว่าง สื่อหลัก กับสื่อภาคพลเมือง
- สื่อภาคพลเมือง สามารถ feed เนื้อหาข่าวได้เร็วว่า สื่อหลัก
- สื่อภาคพลเมือง สามารถนำเสนอเนื้อหา ได้ลึก และถูกต้องมากกว่าสื่อหลัก
- สื่อภาคพลเมือง ไม่สามารถควบคุมได้ เท่าสื่อหลัก (ควรจะไม่ถูกจำกัด ด้วยมาตรการบางอย่างเช่น เขียนเนื้อหา ไม่เข้าหู ICT แล้วโดนบล้อก หรือมี อำนาจที่มองไม่เห็นมาควบคุมจำกัด)
- สื่อภาคพลเมือง ไม่มีบรรณาธิการ ในการควบคุมข่าว เนื้อหา หรือภาพในการนำเสนอ
- สื่อภาคพลเมือง มีโอกาสสุ่มเสี่ยงให้การโดนฟ้อง มากกว่า สื่อหลัก
- และอีกหลายปัจจัย (ส่งผ่านแนวคิดของคุณมาทางtwitter ผมได้ครับ @mormmam)
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ส่ิงที่เหล่าบล็อกเกอร์ ที่อยากผันตัวมาเป็นบล็อกเกอร์มืออาชีพ หรือแม้แต่เป็น Citizen Journalist นั้น จำเป็นจะตัองมี
- ความชัดเจนในเนื้อหา
- ความสม่ำเสมอในการอัพเดท
- ประเด็นที่ชัดเจนและน่าสนใจ
- ความไวในเรื่องของการเขียน
- สำนวนในการเขียน
- รูปแบบในการนำเสนอ
ในขณะที่จุดด้อย และจุดอ่อน ของความเป็น Citizen journalist นั้น ก็มีอยู่หลายประการเช่น
- ความไม่ชัดเจนในที่มาที่ไป (ทั้งในตัวของเนื้อหา และตัวผู้เขียน)
- ความไม่น่าสนใจของเนื้อหา หากไม่เป็น unique พอ
- โอกาสที่จะหลุด จากความเป็นกลางสูง (หากไม่มีบรรทัดฐานตั้งไว้มั่นคงพอ)
- ความไม่น่าเชื่อถือ (หลักๆ สืบเนื่องจากข้อแรก)
ดังนั้นบล็อกเกอร์ เองที่ต้องการจะผันตัวเองเป็น Journalist นั้น ก็ควรที่จะตั้งมั่นในประเด็นด้านบนครับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง และเป็นการสร้างขึ้นด้วย ซึ่งแน่นอนครับว่า มันก็พอมีในเรื่องของ code of conduct สำหรับเหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายครับ โดยหลักๆ แล้วหากเราใช้บล็อก เป็นแค่ไดอารี่ ออนไลน์ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการใช้บล็อก เป็นหนึ่งใน citizen media เมื่อไหร่แล้ว ล่ะก็ ก็ควรจะยึดในแนวทางของจรรยาบรรณในความเป็นบล้อกเกอร์ของคุณด้วย
ซึ่งในเรื่อง blogger code of conduct นั้นผมเองจะยังไม่ขอเอ่ย ในตอนนี้แล้วกันครับ เพราะเชื่อว่า ผมเองก็ยังไม่แม่นในเรื่องนี้เท่าใด นัก หากแต่ก็คิดว่า หลักๆ แล้วผมเองก็พยายามยึดในแนวทางของการเป็นสื่อ หนึ่ง ที่มีคนเข้ามาอ่าน รับรู้ และเป็นหนึ่งในผู้เผยแพร่ข้อมูล หลายส่วน ครับ
ซึ่งหากใครสนใจในเรื่องของ code of conduct ก้แนะนำให้อ่านได้ตามลิ้งค์หลักๆ ด้านล่างนี้ครับผม โดยส่วนแรกเป็นภาษาอังกฤษนะครับ
- Blogger "code of conduct" trades freedom for politeness
- EFF: Legal Guide for Bloggers
- A BLOGGERS' CODE OF ETHICS
- Your Guide to Citizen Journalism
สำหรับในภาคภาษาไทย ก็มี จากบล็อกของ @bact' (http://bact.blogspot.com) ซึ่งคิดว่ามีเนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจและครบถ้วนดีครับ ในเรื่องนี้ลองอ่านได้ครับ Bloggers' Code of Conduct, Bloggers' Code of Conduct (2), Bloggers' Code of Conduct (3)
ซึ่งสำหรับใน entry นี้ ขอเป็นบทความเกริ่นนำสำหรับ เพิ่มเติมต่อไป นะครับ ซึ่งคิดว่า หลังจากผมเองมีเวลาได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะทยอย มาเผยแพร่กันให้ได้รับรู้กันต่อๆ ไปครับ
ปล. ท่านใดที่มีเนื้อหา หรือสนใจในเรื่องเหล่านี้ ก็แสดงความคิดเห็น หรือเมล์มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

