Posted on May 14th, 2008 in Other
มีคำถามมาถึงผม ว่าผมเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร มุ่งหวังอะไรกันแน่ รวมทั้งมันยาวมาถึงหน้าที่การงานของผมไปอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่ประการใด ก็ไม่รู้ แต่ผมเอง ก็ขอแสดงความเป็นบล็อกเกอร์ของผมด้วยครับ ดังนั้นกรุณาอ่านและทำความเข้าใจ เยี่ยงปัญญาชน ด้วยครับ
Posted on May 16th, 2008 in SEO
ก็มีเมล์มาถามกันอีกแล้วครับ กับสิ่งการซ่อนtext หรือ hidden text ครับ ว่ามีรูปแบบไหนบ้าง เข้าข่ายหรือไม่อย่างไร ซึ่งในรูปแบบต่างๆ นั้น ผมเองเคยเขียนไว้นานมากแล้วตั้งแต่ ปี 2006 ครับ เลยไปขุด มาแก้ไขให้ทันสมัยขึ้นครับ สามารถอ่านได้ที่นี่เลยครับ
SEO project : Hidden text, backhat seo..เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 15 กพ. 2006 ครับ แต่แก้ไขแล้ว เรียกได้ว่า ฉบับแก้ไข 2008 ก็ได้ครับ
ส่วนการฟันธงว่า อะไร hidden หรือไม่นั้น Google เองให้คำนิยามของ hidden text, hidden link ไว้ว่า
Hiding text or links in your content can cause your site to be perceived as untrustworthy since it presents information to search engines differently than to visitors
…..
Hidden links are links that are intended to be crawled by Googlebot, but are unreadable to humans
…..
อ้างอิงจาก hidden text and links
อีกทั้งGoogleเองยังระบุไว้ในหน้า Google Report a Spam Result ว่า
Trying to deceive (spam) our web crawler by means of hidden text, deceptive cloaking or doorway pages compromises the quality of our results and degrades the search experience for everyone.
ในขณะที่ Yahoo ให้คำตอบเกี่ยวกับ hidden text ไว้ว่า
The use of text or links that are hidden from the user
อ้างอิงจาก What is search engine spam?
ดังนั้น หากสรุปความตามนี้ สำหรับคำว่า hidden text, hidden link ก็คือ เนื้อหา หรือข้อความอะไร ที่ผู้ใช้งานไม่สามารถมองเห็นได้
ซึ่งก็ยกเว้นพวก Code ต่างๆ นะครับ คงไม่มีใครบ้าจี้บอกว่า โค้ด html ก็เขียนไม่ได้อย่างนั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งเราจะทำไม่สามารถใช้งานโค้ดบางตัว เช่น display:none, over-flow:hidden ไม่ได้นะครับ ลองกลับไปอ่านที่ผมสรุปให้อีกครั้งหนึ่ง
สาเหตุที่ท่านผู้นี้ ถามมา เนื่องจากเว็บของเค้านั้น มี display:none อยู่ด้วย ซึ่งใช้ในลักษณะของ Tab เนื้อหา ที่เราเห็นๆ กันบ่อยๆนั่นล่ะครับ
คำตอบมันมีอยู่ในส่วนที่ผมสรุปไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เนื้อหาที่ผู้ใช้งาน ไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้น หาในระบบ tab content ที่ผู้ใช้งานสามารถคลิก แล้วแสดงเนื้อหาสลับไปมาแต่ละ tab ได้ สามารถเห็นเนื้อหาที่อยู่ใน tab ต่างๆ นั้นได้ ไม่ถือว่าเข้าข่ายครับ
ส่วนในอีกกรณีนึงนั่นก็คือ การใช้เพื่อเป็น Images Replacement ซึ่งอันนี้ ยังมีหลายคนเข้าใจผิดๆ หรือใช้กันแบบผิดอยู่ครับ ซึ่งหลายๆ เว็บที่พยายามทำ SEO ก็มีใช้งานกัน ซึ่งผมเองก็เห็น แต่เข้าใจเจตนาในตรงนั้นว่า คุณต้องการใช้ เพื่อเป็น images replacement นะ ก็เลยคิดว่า เดี๋ยวขอรวบรวมข้อมูลก่อน เอาแบบที่ทำแล้วถูกต้อง สบายใจ กันครับ
สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับ SEO ก็ยังส่งเมล์มาคุยกันได้นะครับ ที่ MorMMaM@จีเมล์dotcom ครับผม เหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งผมก็ open สำหรับทุกท่านนะครับ หลายท่านที่เคยโดน Google ban ไปเมื่อรอบก่อนหน้าโน้นก็มีมาคุยหาทางแก้กันก็มีครับ ซึ่งก็ได้ช่วยกันบาง บางเว็บก็ยังรอ google เค้าตรวจสอบกลับมา ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่า หลายๆ ท่านกู้คืนมาได้แค่ไหนอย่างไร เหมือนกันครับ
ปล. ลิ้งค์ในเนื้อหาก่อนหน้านี้มันผิดไป เดี่ยวจะแก้ไขให้นะครับ เผื่อว่าใครอยากอ่าน รวมทั้งเนื้อหาเก่า สามารถคลิกได้ที่เมนู Archive ด้านบนนะครับ จะมีเนื้อหาที่ผมเขียนลงบล้อกไว้ตั้งแต่ปี 2005 แล้วนะครับ ก็ลองๆ ไปดูกันได้ เพราะเนื้อหาหลายตัว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักครับ ส่วนไหนที่พบว่า เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และผมไม่ได้แก้ไขก็แจ้งกันได้ครับ หรือ comment กันไว้ได้ เพราะผมเห็นทุก comment ครับ
ปล2. กำลังว่าจะหา Captcha กัน spam ใหม่ เพราะเหมือนไอ้ระบบบวกเลขมีปัญหามากมายขึ้นเรื่อยครับ คิดว่าน่าจะมาจากเรื่องsession ถ้าท่านใด บวก เลข ไม่ถูก ไม่ต้องวิตกนะครับว่า คิดผิด ลองใหม่ ถ้าไม่ได้ ส่งเมล์มาบอกกันก็ได้ครับ
Posted on May 14th, 2008 in SEO
พอดีวันนี้ ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร เลยเข้าไปนั่งดูวิดีโอของตา Matt Cutts ที่ถือเป็นทีมงานในส่วนของ Google ครับผม ซึ่งจะคอยมาแนะนำรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องของ SEO และมักจะสะกิดเหล่า Black Hat ด้วยตัวอย่างดังๆ หรือเนื้อหาใน Blog ครับ ดังนั้นก็เลยคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ กับท่านที่จะทำ SEO จะได้ไม่ต้องเข้าสู่ด้านมืด หรือเผลอไปทำในด้านมืดครับผม
สำหรับเอกสารตัวแรกชื่อว่า What Google know about spam ซึ่งสามารถดาวน์โหลด powerpoint มาดูได้ครับ ที่
http://www.mattcutts.com/files/what-google-knows-about-spam.ppt
ต่อมาเป็น คลิปที่ Matt Cutts ได้ไปบรรยายในงาน Web 2.0 expo ครับ เกี่ยวกับเว็บ Spam หรือเรื่องของพวก Blackhat ทั้งหลายไว้นะครับ ลองไปดูกัน Matt Cutts (Google) at Web 2.0 Expo SF 2008
ก็ลองดาวน์โหลด หรือดูกันดีๆ ครับ
Posted on March 6th, 2008 in SEO
ก็กลับมาอัพเดทกันหน่อยครับ หลังจากที่ไปซุ่มเล่นกับ Project Seo ของต่างประเทศครับ ซึ่งก็ติดแค่อันดับ 8 ด้วยเรื่องของ google มันป่วนๆ อยู่ในช่วงนี้อ่ะนะครับ เลยทำให้พลาดไปหน่อยนึง เหอๆ แต่ก็มีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาให้ดูกันครับ
ซึ่งเป็นรูปครับผม ที่ผมเจอในช่วงแรกของการแข่งครั้งนึง แต่ก็ลืม capture ไว้ครับ พอดีมาเจอช่วงก่อนปิดการแข่งอีกรอบนึง เลยเอามาให้ดูครับ ชัดเลย ก่อนคลิกและหลังคลิกครับ
ก่อนคลิก

หลังคลิก

ดูตรงที่วงแดงๆ นะครับ หุหุ
ส่วนในหน้าของ Google serp’s เอง ก็แทนที่จะเป็นลิ้งค์ไปยังเว็บเราตรงๆ นะครับ ก็เป็นลิ้งค์แบบนี้ครับ
http://www.google.com/url?sa=t&ct=res&cd=1&
url=http%3A%2F%2Fwww.yicrosoft-directory-th.com%2F
&ei=8f_NR6XFOpaaswKxyYCUDQ
&usg=AFQjCNFi6WTOpuYjCBReM4kPRr2CTsKXUw
&sig2=6N-kOhhS8ZG709Q_r4RrcQ
Posted on February 14th, 2008 in SE News, SEO
เจอข้อมูล Update เลยเอามาฝากกันครับ แต่เป็นชองทางฝั่ง USA นะครับ
Rank : Search Engine Volume
1. www.google.com 65.98%
2. search.yahoo.com 20.94%
3. search.msn.com 5.16%
4. www.ask.com 4.21%
Source - Hitwise - January, 2008 - based on volume of searches.
Hitwise US - Leading Search Engines - January, 2008
Posted on February 14th, 2008 in SEO
อัพเดท กันอีกแล้วครับ 555+ หลายท่านที่แวะเวียนเข้ามา อาจจะเห็นก่อนหน้านี้ เห็นว่าผมเขียนประกาศพักอัพเดทชั่วคราว แต่พฤติกรรมมันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงครับ 555+
งานนี้ ก็คงต้องบอกว่า มันเป็นผลมาจากเจ้า flock นี่ล่ะครับ ที่ช่วยให้ผมสามารถทำอะไรได้สะดวกขึ้น เหอๆ เพราะแม้ว่า ผมกลับบ้าน นึกอยากจะเขียน blog อะไร ก็ทำได้เลยครับ แม้ว่า up ใน blog ไม่ได้ก็ เก็บไว้ก่อน เช้ามาถึง office เปิดมาสั่ง public ก็จบแล้วครับ เหอๆ
อีกทั้งมันยังเป็น social network browser จริงๆ ครับ ทำให้หลายอย่าง ง่ายที่จะแชร์ ง่ายที่จะ tweet ซะอย่างงั้น
กลับเข้าเรื่องของเราครับ ซึ่งหลายท่านกระซิบถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องของ google bot แล้วก็เรื่องของการ crawling ของ bot น่ะครับ เลยจะเอ่ยถึงปัจจัยในเรื่องของการ crawl ของ google กันคร่าวๆ ครับ
1. เรื่องของ Backlink กับ Relevant link
เชื่อว่า หลายท่านคงจะพอรู้แล้วครับว่า bot ทั้งหลายแหล่ นั้นวิ่งเก็บเว็บไซตืได้ด้วยลิ้งค์เท่านั้น ดังนั้นการที่ bot จะวิ่งมาได้ ก็ต้องอาศัยลิ้งค์มายังเว็บไซต์ของเราครับ ดังนั้น การที่เรามีเว็บไซต์ ลิ้งค์ มายังที่เว็บเราเยอะ เหมือนกับการสร้างทางมายังเว็บไซต์ ครับ นอกจากนี้ การมี Relevant link จากเว็บไซตืที่เกี่ยวข้องหรือเว็บไซต์ที่คล้ายคลึงกัน จะช่วยให้ การ crawl ของ bot ทำได้ดีขึ้นครับ เพราะเว็บไซต์ เนื้อหาในแต่ละกลุ่มนั้น จะมีอัตราการวิ่งของ bot ที่ต่างกันไปครับ
2. Link Structure
ในที่นี้หมายถึงลิ้งค์ภายในไซต์ของเรานะครับ ว่ามีโคลงสร้าง หรือมีการวางลิ้งค์ในรูปแบบไหนกันบ้าง เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกับ bot ในการวิ่งไปมาในเว็บของเราครับ ซึ่งอันนี้ต้องสงสัยครับ เพราะว่า ถ้าเราวางลิ้งค์ไม่ดี bot ก็วิ่งไม่ทั่วเว็บ ส่งผลต่อ อัตรา crawl ของ bot เหมือนกัน
3.Sitemap.
แน่นอนครับว่า อันนี้้ก็มีผล เช่นกัน แม้ว่า ทั้งน้องๆ ที่ office หรือคนรู้จักที่มาปรึกษาเรื่องนี้ ผมมักจะบอกว่า พร้อมหรือยังที่จะส่งเว็บไปออกรบในแนวหน้า ถ้าพร้อมจะพลีชีพแล้วล่ะก็ ให้ส่ง sitemap ไปเลย
อันนี้ไม่ได้ขุ่นะครับ แม้ว่า มันจะมีข้อดี แต่มันก็มีข้อเสียมากทีเดียวครับ ไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกัน เพราะเรื่องของ sitemap เอง ในบล็อกผมก็เอ่ยมาหลายรอบแล้วเช่นกันครับ
4.Site Feed/RSS.
อย่างที่ผมเคยพูดถึงเจ้า Rss/feed เหล่านี้ มาตั้งแต่เมื่อช่วงเปิด Blog ใหม่ๆ และย้ำเสมอว่า มันคือ Format ในอนาคตที่จะช่วยให้เราทำ seo ง่ายขึ้น เพราะนอกจากมันจะมี bot ที่วิ่งเก็บ feed ต่างหากแล้ว ยังมีลักษณะเหมือน sitemap.xml อีกด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ Search engine หลายๆ ที่ให้ความสำคัญ จนเปิดรับการ submit feed ของเราครับ
5.Pinging or Content Update.
เมื่อมีระบบ feed แล้ว การมีระบบ pinging ก็ถือเป็นสิ่งที่ระบบ Blog มาตรฐานทั่วไปต้องมีครับ เพราะระบบนี้มันเป็นเหมือนกับระบบที่เราส่งคนไปกดกริ่งหน้าบ้านของ Bot ทั้งหลายแหล่ครับว่า “Hey! googlebot, my site/blog updated. Please come to see me!”
นอกจากนี้ แม้ว่าเว็บเราจะไม่มีระบบ pinging แต่ว่ามีการ update สม่ำเสมอ ก็จะเป็นการช่วยให้ bot วิ่งบ่อยขึ้นครับ เพราะ bot ทุกค่ายเวลาเข้ามาเก็บ มันจะเก็บวันเวลาที่เข้ามาไว้ด้วย (เวลาที่เก็บไปของ Cache page ไงครับ) และเจ้า bot พวกนี้ ก็จะมีค่าหนึ่งที่กำหนดไว้ว่า ถ้าถึงจุดนี้แล้ว เนื้อหา/หน้าเว็บ ไม่มีการ อัพเดท มันก็จะลดอัตราการแวะเวียนเข้ามาเก็บ และท้ายที่สุด มันก็จะเลิกเก็บครับ ดังนั้น ควร update บ่อยๆ จะเป็นดีนะครับ
6. Server Speed.
อันนี้ เห็นผลมากทีเดียวครับ เพราะแม้ว่า คุณจะ update กันทุกลมหายใจ แต่ bot มาแล้วได้เป็น timeout กลับไป มันก็ไม่ได้ประโยชน์ ในการ crawl เลยแม้แต่น้อย เพราะ index ก็ไม่ได้, Cache ก็ไม่ได้ นอกจากนี้ bot ก็ไม่สามารถวิ่งต่อๆ ไปยังเนื้อหาตัวอื่นๆ ได้ครับ
7.Crawl rate setting in Google webmaster tool.
สำหรับข้อสุดท้ายนี้ สำหรับท่านที่ใช้ google sitemap ครับ แน่นอนหลังจากที่เรา verify site เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ไม่ต้อง submit sitemap ก็ได้นะครับ) จะมีให้เราเลือก set เจ้า crawl rate ตัวนี้ด้วยครับ จะมีให้เลือก 3 level ครับคือ Faster, Normal และ Slower ครับ ซึ่งในแต่ละ level จะมีให้เราเลือกได้ครับ
สำหรับเว็บเล็กๆ จะไม่สามารถเปิดในระดับของ Faster ได้นะครับ จะต้องมีเนื้อหา/page พวกนี้เป็นจำนวนมากๆ และมีการ update เป็นประจำ ถึงจะเปิดได้ครับ นอกจากนี้ การเปิด Faster ก็อาจจะส่งผลเสียต่อ server ได้อีกด้วยครับ จะมีอาการถูก Request จำนวนมาก และถี่ เข้ามาที่ server ครับ จะเรียกว่า น้องๆ ของการยิง server ก็ว่าได้ครับ
ส่วนเว็บไหนที่ server ต้องรับภาระหนักอยู่แล้วหรืออาจจะไม่กล้าแข็งพอที่จะรองรับได้ก็ ให้ลอง set เป็น slow ก็ได้ครับ ประมาณว่า ช้าแต่ชัวร์ อะไรพวกนี้ล่ะครับ