SE News

Search Engine news:กูเกิลยันมุ่งเป็นเสิร์ชเอนจิน ลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลยักษ์1.5พันล้าน

[tag]Google[/tag] ตั้งเป้าเป็นผู้นำวงการ [tag]Search Engine[/tag] ต่อเนื่อง พร้อมเน้นขยายบริการเสริมเอาใจมิตรรักนักเสิร์ช ทุ่มเงินลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หวังครองตำแหน่ง[tag]เสิร์ชเอนจิน[/tag]ยาวนาน 5 ปี
      
       ดักลาส เมอร์ริล วิศวกรระบบภายในของกูเกิลให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายหลักของกูเกิลยังอยู่ที่ระบบค้นหาข้อมูล แม้ว่าจะในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้ กูเกิลจะพัฒนาบริการใหม่ ๆ ออกมาอีกมากมาย เช่น ระบบอีเมล (Gmail), โปรแกรมแชต (Google talk) หรือบริการแผนที่ (Google earth) แต่ 70 เปอร์เซ็นต์ของงานหลักที่กูเกิลทำคือการพัฒนาเสิร์ชเอนจิน
      
       "จุดยืนของการเป็นผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าที่คิด เรามีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก เพราะการมีแค่ข้อมูลข่าวสารนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ด้วย บางครั้งเราต้องค้นหาเพื่อตอบโจทย์ในความหมายที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ใช่ค้นหาตามคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้ป้อนลงมาแต่เพียงอย่างเดียว"
     
 

       เมอร์ริลกล่าวอีกด้วยว่า บริการค้นหาข้อมูลของกูเกิลจะให้ความสำคัญกับระบบเสิร์ชที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น การค้นหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ บริการแปลภาษา บริการค้นหาข้อมูลแบบส่วนตัว ตลอดจนการป้องกันผู้ใช้จากเว็บสแปมต่าง ๆ
      
       "บนโลกอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรม[tag]การสร้างสแปม[/tag]ถือเป็นศัตรูร้ายอีกรายหนึ่งที่สามารถตีมูลค่าได้หลายล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีหน้าที่หลักคือหลอกลวงเหยื่อบนอินเทอร์เน็ต"
      
       เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ กูเกิลลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่รัฐโอเรกอนด้วยงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์นับแสนตัว โดยเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่กูเกิลออกแบบเอง ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์เองด้วย เพื่อให้ลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรไฟฟ้า
      
       "[tag]กูเกิล[/tag]ลงทุนด้านอินฟราสตรัคเจอร์มากเกินกว่าที่จะเป็นแค่เสิร์ชเอนจิน พวกเขาสร้างศูนย์ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่จนเราไม่สามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งที่พวกเขามี" มาร์ติน เรย์โนลด์ นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์กล่าว โดยเขาเชื่อว่ากูเกิลอาจก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสี่รองจากเดลล์ ฮิวเล็ตต์แพกการ์ด และไอบีเอ็ม
      
       ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างไมโครซอฟท์ และยาฮูนั้นพบว่า แม้สองค่ายจะเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นใช้เอง แต่ก็ลงทุนศูนย์ข้อมูล และระบบคอมพิวเตอร์แต่พอตัว เท่ากับความต้องการที่มี และเป็นการซื้อเครื่องจากผู้ผลิตอย่างเดลล์ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ เป็นหลัก
      
       เควิน ทิมมอนส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการของยาฮูกล่าวว่า "เมื่อถึงจุดหนึ่งเราต้องถามตัวเองว่าธุรกิจหลักขององค์กรคืออะไร เป็นเรื่องยากที่เราจะจับปลาสองมือในสถานการณ์แบบนี้"
      
       เรย์โนลด์คาดการณ์งบประมาณที่กูเกิลทุ่มลงไปในศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ว่าอาจจะเท่ากับกึ่งหนึ่งของบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ลงทุนก็เป็นได้ ซึ่งนาย Alan Eustace รองประธานฝ่ายวิจัยและวิศวกรรมระบบกล่าวว่า "ศูนย์นี้ช่วยให้เรารั้งตำแหน่งผู้นำได้นานสัก 2 - 5 ปีเลยทีเดียว"
...........................................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

Tags :

กูเกิลเปิดตัว“Checkout” บริการจ่ายเงินปราบเซียน

เปิดแล้ว “[tag]Checkout[/tag]” บริการชำระเงินออนไลน์ของ[tag]google[/tag] ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอนจินที่ส่งมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอินเทอร์เน็ต โดยมีพันธมิตรเป็นร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่าง สตาร์บั๊ค และ Buy.com เป็นสองพันธมิตรแรกที่ลงนามเซ็นสัญญาใช้บริการใหม่จากกูเกิล

ขณะที่เจ้าวงการรายเก่าอย่าง [tag]PayPal[/tag] ของอีเบย์นั้นก็เร่งสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองด้วยการหนีไปจับมือกับยาฮูแล้ว อแมนดา ไพรส์ โฆษกของอีเบย์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ ต่อการเปิดตัวระบบจ่ายเงินออนไลน์ครั้งนี้ของกูเกิล แต่ก็เชื่อได้ว่าทางอีเบย์ค่อนข้างหวั่นใจเกี่ยวกับบริการใหม่ตัวนี้เช่นกัน

การทดสอบบริการชำระเงิน “Checkout” ของกูเกิลเริ่มต้นขึ้นมาประมาณ 1 ปี พร้อม ๆ กับตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของกูเกิลและอีเบย์จากวงการอินเทอร์เน็ต โดยในปีที่ผ่านมา กูเกิลทำรายได้ทั้งสิ้น 6,140 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไร 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอีเบย์ทำเงินได้ 4,550 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นกำไรของบริษัท 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ

แม้ว่ากูเกิลจะเคยให้ข้อมูลว่าบริการใหม่นี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งกับ PayPal แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าในอนาคตมันจะไม่ก้าวขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่ของอีเบย์

ค่าธรรมเนียมในการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านระบบของกูเกิลจะมากน้อยขึ้นอยู่กับว่าทางบริษัทของลูกค้าจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับกูเกิลมากเพียงใด ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่งจน Charlene Li นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ต้องเอ่ยปากชม

สำหรับระบบชำระเงินของกูเกิลในปัจจุบัน จะยอมรับแค่เครดิตการ์ด แต่เชื่อว่าในอนาคตจะมีระบบการชำระเงินแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีก เช่น การตัดเงินจากบัญชีธนาคารของลูกค้าได้เลย เป็นต้น

ตัวอย่างในการคิดคำนวณค่าธรรมเนียมของกูเกิลนั้นได้แก่ ถ้าหากลูกค้าลงโฆษณากับกูเกิลเดือนละ 20,000 เหรียญสหรัฐ และถ้าสามารถซื้อขายสินค้าได้ตั้งแต่ 0 - 200,000 เหรียญสหรัฐก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการใช้บริการชำระเงินออนไลน์ให้กูเกิล แต่ถ้าทำยอดขายได้มากกว่านั้น กูเกิลจะคิดค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ซื้อขาย บวกกับค่าทำรายการครั้งละ 20 เซนต์

สำหรับบริการจาก PayPal นั้น ปัจจุบันมีค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 1.9 - 2.9 เปอร์เซ็นต์ต่อยอดขาย และคิดค่าทำรายการครั้งละ 30 เซนต์ ธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นผ่านบริการของ PayPal ในปีที่ผ่านมามีมูลค่าทั้งสิ้น 27,500 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นรายได้ของอีเบย์ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีฐานลูกค้าทั่วโลกราว 105 ล้านคน

การเข้าสู่สังเวียนบริการจ่ายเงินครั้งนี้ของกูเกิลเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้บริการของกูเกิลให้มากขึ้นและมากขึ้น ทั้งในส่วนของเสิร์ชเอนจิน และการจับจ่ายซื้อสินค้า กูเกิลประมาณการณ์ว่า บริการอีคอมเมิร์สประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์จะเริ่มวิ่งเข้าหาผู้ให้บริการระบบเสิร์ชเอนจินเพื่อทำตลาดร่วมกันมากขึ้น
.............................................................
ที่มาจาก ผู้จัดการออนไลน์

Tags :

ยาฮูเผยกลยุทธ์ "โซเชียล เสิร์ช" แข่งกูเกิล

ยักษ์ออนไลน์วางหมากสร้างเครือข่ายเวบยาฮู ยกเครื่องระบบค้นหาข้อมูล พร้อมรวมกลุ่มสังคมออนไลน์ให้สมาชิกยาฮู ทั้งยังเตรียมปล่อยเทคโนโลยีใหม่ดึงลูกค้าโฆษณาหนุนรายได้ใหม่ พร้อมกวาดส่วนแบ่งตลาดเบียด "กูเกิล"

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : สำนักข่าวดาวน์โจนรายงานว่า ยาฮู อิงค์. ผู้ให้บริการเวบค้นหาข้อมูลรายใหญ่ประกาศกลยุทธ์เปิดศึกเรียกลูกค้ากับคู่แข่งกูเกิล ส่ง "โซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง" เครือข่ายเวบไซต์ของยาฮูเพื่ออัพเกรดระบบค้นหาข้อมูลให้กับผู้ใช้ ซึ่งจะเอื้อให้ผู้ใช้สามารถสร้างคอนเทนท์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้อื่นได้ด้วยตัวเอง

นายเทอร์รี่ ซีเมล ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของยาฮูกล่าวว่า การทำให้เครือข่ายของยาฮูครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้มากยิ่งขึ้นเสมือนเป็นการแสดงให้เห็นโอกาสในการเติบโต และนำเสนอวิธีการที่ไม่ให้ใครสามารถลอกเลียนได้ง่าย ทั้งยังเป็นการวางแผนงานในระยะยาวของยาฮู

โดยสำหรับกลยุทธ์ในครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างบริการต่างๆของยาฮูทั้ง "[tag]Yahoo Answers[/tag]", "Del.icio.us", "Flickr" และ "MyWeb" เพื่อเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้นหาข้อมูลผ่านเวบของยาฮู

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ยาฮูยังได้เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่สำหรับการจัดลำดับโฆษณาออนไลน์ เพื่อใช้แทนระบบเดิมที่ให้ผู้โฆษณาซื้อคีย์เวิร์ดสำหรับลิงค์ตัวโฆษณาเข้ากับผลการค้นหาของผู้ใช้ มาเป็นการให้ผู้โฆษณาซื้อโฆษณาออนไลน์ที่รวมค่าโฆษณาทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วแทน โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 4

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่ายาฮูจะสามารถเปิดตัวระบบดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 แต่หลังจากเลื่อนกำหนดเป็นไตรมาสที่ 4 ส่งผลให้ราคาหุ้นของยาฮูตกลงทันที 2.8%

นายเจฟฟ์ ไวน์เนอร์ รองประธานอาวุโสของยาฮู กล่าวว่า เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของยาฮูคือการพลิกโฉมหน้าของเกมการแข่งขันในโลกของเสิร์ช เอ็นจิ้น และการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่

ด้านนายซาฟา แรสท์ชี นักวิเคราะห์จากไพเพอร์ เจฟฟรีย์ ระบุว่า "โซเชียล เสิร์ช" เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจของยาฮู และเป็นวิธีการที่พยายามจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ที่สำคัญกลยุทธ์ครั้งนี้ของยาฮูยังสามารถดึงดูดผู้ใช้ได้ในวงกว้างขึ้น ทั้งกลุ่มการเงิน, ขาชอป, อีเมล และ ผู้ใช้บริการอื่นๆในโลกออนไลน์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

ทางรอดเสิร์ชเอนจิ้นไทย ท่ามกลางศึกใหญ่ 'กูเกิ้ล' VS 'ไมโครซอฟท์'

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันธุรกิจให้บริการบนอินเทอร์เน็ตมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพราะจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเติบโตและขยายตัวไม่หยุดยั้ง สภาพการณ์เช่นนี้ ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นสำหรับธุรกิจให้บริการสืบค้นข้อมูล หรือ เสิร์ชเอนจิ้น ที่ล่าสุดยักษ์ซอฟต์แวร์เบอร์หนึ่งของโลก “ไมโครซอฟท์” ได้ขยับตัวอย่างจริงจังเพื่อหวังจะแย่งชิงตำแหน่งแชมป์จาก “กูเกิล” หลังจากปล่อยให้เป็นดาวรุ่งและครองตำแหน่งมายาวนาน

ล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้เตรียมเปิดให้บริการ “เอ็มเอสเอ็น เสิร์ช” เสิร์ชเอนจิ้นยุค 3 ที่เรียกว่า “ออบเจ็กต์ ออเรียนเต็ด เสิร์ช” (Object Oriented Research) ที่สามารถค้นหาข้อมูลที่สัมพันธ์กับสิ่งที่ค้นหาได้ทั้งหมด เช่น ค้นหาดารา บริการนี้ จะแสดงทั้งภาพ ผลงานและข้อมูล แตกต่างจากเสิร์ชเอนจิ้นยุคที่ 2 ที่เป็นยุคแห่งการค้นหาแต่แสดงได้เพียงคำที่เกี่ยวข้องและเว็บลิงค์ ขณะที่เสิร์ชเอนจิ้นยุคแรกทำได้เพียงเรียกค้นข้อมูลในลักษณะปกติ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกูเกิลนั้น ล่าสุด ได้ทำข้อตกลงกับ บริษัท เดลล์ คอมพิวเตอร์ ผู้ค้าคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกเพื่อให้เดลล์บรรจุกูเกิล แพค ชุดซอฟต์แวร์ของกูเกิลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเดลล์ตั้งแต่ในโรงงานเพื่อให้ตัวกูเกิล ทูลบาร์เข้าไปปรากฏในบราวเซอร์อินเทอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ หรือ ไออี ของไมโครซอฟท์ ที่ปัจจุบันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนิยมใช้กันเพื่อสร้างแนวป้องกันการรุกของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ช ในเครือไมโครซอฟท์

คราวนี้ หันมามองเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทยดูบ้างว่า ในสถานการณ์การแข่งขันที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น เสิร์ชเอนจิ้นสัญ ชาติไทยเป็นอย่างไรและมีแผนเตรียมรับมือแบบไหน เพราะปัจจุบันแม้เอ็มเอสเอ็นเสิร์ชจะยังไม่เปิดบริการใหม่แต่จากสถิติการใช้งานของคนไทยในเดือน พ.ค. 2549 ที่รวบรวมโดย ศูนย์รวมสถิติเว็บไทยและสารบัญเว็บไทย หรือ ทรูฮิตส์ พบ ว่า กูเกิลยังครองแชมป์ด้วยสัดส่วน 88.6% ตามมาห่างๆ ด้วยสนุกดอทคอม

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ในฐานะผู้ดำ เนินการ “สรรสารดอทคอม” มองภาพรวมของบริการเสิร์ชเอนจิ้นใน ปี 2549 ว่า มีการแข่งขันกันสูงระหว่างผู้ประกอบการ 3 ราย คือ กูเกิล ยาฮูและเอ็มเอสเอ็น ส่วนเสิร์ชเอนจิ้นของไทยที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้ คือ สนุกดอทคอมและสรรสาร ดอทคอมที่มีจำนวนผู้เข้าใช้ปี 2548 โดยเฉลี่ยประมาณ 5-10% ของทั้งหมด

สำหรับแนวโน้มของการแข่งขันหลังจากไมโครซอฟท์เตรียมเปิดตัวเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชเวอร์ชั่นใหม่ ผอ.เนคเทค กล่าวว่า ให้จับการพัฒนาการของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชให้ดี แม้ในปี 2548 ที่ผ่านมา จะมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการต่ำกว่ากูเกิ้ลอยู่มาก เพราะ เอ็มเอสเอ็น เสิร์ชเวอร์ชั่นใหม่เป็นบริการขั้นก้าวหน้ากว่าที่เปิดบริการในปัจจุบัน ขณะเดียวกันไมโครซอฟท์ผู้ให้บริการเอ็มเอสเอ็นเสิร์ชยังมีทรัพยากรที่หลากหลาย เช่น อีเมล์ และบราวเซอร์ เป็นต้น

"ในอีก 6 เดือนข้างหน้าอยากให้จับตาดูการพัฒนาของเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชให้ดี เพราะเป็นคู่แข่งที่จะมาเบียดกับกูเกิลแน่นอน เพราะไมโครซอฟท์มีข้อได้เปรียบในด้านทรัพยากรที่หลากหลาย นอกจากนั้น การที่กูเกิลได้เข้าตลาดหลักทรัพย์จนมีเงินมาทำการวิจัยและพัฒนาด้านการสืบค้นข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ยิ่งจะทำให้ไมโครซอฟท์หันมารุกตลาดเสิร์ชเอนจิ้นมากขึ้น ขณะที่ กูเกิลเองก็จะพยายามทิ้งห่างด้วยการรุกด้านธุรกิจพีซี” ดร.ทวีศักดิ์ ตั้งข้อสังเกต

เมื่อถามถึงวิธีการปรับตัวของสรรสารดอทคอมและเสิร์ชเอนจิ้นไทยอื่นๆ ผอ.เนคเทค ให้คำแนะนำว่า ควรให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ของหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น เพราะมีข้อเด่นที่เกี่ยวกับข้อมูลในประเทศไทย พร้อมกันนี้ ควรพัฒนาเกี่ยวกับการตัดคำภาษาไทยและความแม่นยำในการสืบค้นข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสรรสารเองนั้น จะยังพัฒนาต่อเนื่องและเปิดให้บริการต่อไป เพราะขณะนี้ มีคณะนักวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินงานอยู่

ด้าน นายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานบริหาร บริษัท เอ็มเว็บ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของเว็บไซต์สนุกดอทคอม กล่าวว่า ด้วยประสิทธิภาพการบริหารงานโดยมุ่งพัฒนาและเพิ่มบริการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานที่แตก ต่างกัน ทำให้สนุกดอทคอมและสนุกเสิร์ชเป็นผู้นำธุรกิจออนไลน์และบริการเสิร์ชเอนจิ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของเสิร์ชเอนจิ้นที่ในปัจจุบันมียอดใช้งานประมาณ 10% ของการใช้ทั้งหมด

สำหรับทิศทางในการพัฒนาสนุกเสิร์ชในปี 2549 เจ้าของเว็บไซต์สนุกดอทคอม เล่าให้ฟังว่า สนุกเสิร์ชจะยังเน้นให้บริการสืบค้นภายในไดเร็คทอรี่ของตนเอง แต่ยังคงมีจุดยืนที่จะเป็นเว็บท่า หรือ ศูนย์รวมของแหล่งข้อมูลและบริการที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ สนุกดอทคอมจะไม่เน้นบริการเสิร์ชเอนจิ้นมากนัก เพราะรายได้หลักของสนุกดอทคอมมาจากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่มีสัดส่วนรายได้มากที่สุดคิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมด

ขณะที่ นางภูมิจิต ญอง อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพรวมของบริการเสิร์ชเอนจิ้นในปี 2549 ว่า กลุ่มผู้ประกอบการจะพยายามดึงดูดความสนใจจากลูกค้าด้วยการลด แลก แจกและแถมการโฆษณาแทรกบนหน้าเว็บเพื่อหารายได้ เช่น ยาฮู ดอทคอมและเอ็มเอสเอ็น เสิร์ช ขณะเดียวกันก็จะพยายามพัฒนาความครบถ้วนของข้อมูลระยะเวลาในการโหลดและความแม่นยำเพื่อดึงดูดให้เข้าลูกค้าเข้ามาใช้งาน

อุปนายกสมาคม สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย แสดงความคิดเห็นถึงกระแสความนิยมการใช้บริการเสิร์ชเอนจิ้น ว่า ถือเป็นบริการที่จำเป็นในการค้นหาข้อมูลทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่เสิร์ชเอนจิ้นของผู้ให้บริการแต่ละรายก็มีจุดแข็งแตกต่างกัน เช่น กูเกิลมีจุดแข็ง คือ สามารถโหลดได้เร็ว มีโปรแกรมภาษาไทยและมีความแม่นยำ ส่วนเอ็มเอสเอ็น เสิร์ชมีบริการที่หลากหลาย ขณะที่สรรสารมีจุดเด่นที่เนื้อหาและข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยครบถ้วนและถูกต้อง

ทั้งหมดนี้ คือ ความจริงในธุรกิจให้บริการสืบค้นข้อมูล หรือ เสิร์ชเอนจิ้น ที่ปัจจุบันเสิร์ชเอนจิ้นจากต่างประเทศได้รับความนิยมมากกว่าเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทย โดยมีปัจจัยสำคัญๆ คือ ความง่ายในการใช้งาน ความสะดวกรวดเร็ว จำนวนข้อมูลและความถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ในสภาวะดังกล่าว ใช่ว่าเสิร์ชเอนจิ้นสัญชาติไทยจะไม่มีทางในการพัฒนาตัวเองเพื่อต่อกรกับเสิร์ชเอนจิ้นจากต่างชาติ

โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยที่รอวันจะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์...

.......................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tags :

Click-to-play video ads for AdWords.

เอาละครับ วันนี้ มาอีกแล้ว มีออกมาใหม่ๆ อีกแล้วครับกับ [tag]Google Adwords[/tag] ซึ่งหากใครทำอยู่ คงจะถือเป็นข่าวน่าสนใจอีกแบบหนึ่งล่ะครับ เพราะ google ออก [tag]ads[/tag] รูปแบบใหม่ มาให้เราเสียเงินกันแล้ว นั่นคือ [tag]Click-to-play[/tag] [tag]video ads[/tag]

ซึ่งระบบหลัก ยังคงเป็น PPC คล้ายเดิมครับ โดยจะถูกจัดลงไปอยู่ในกลุ่มของ Flash และ Image ads เรียกได้ว่า ระบบหลักๆ ยังเหมือนเดิมคือ

- อิงตาม Keyword

- การ bid บนระบบของ CPC หรือ CPM

- กำหนด geo-target เหมือนเดิม

สรุปง่ายๆ คือ ใช้ระบบเดิมเป็นหลักนั่นเองครับ

รูปแบบจะเป็นแบบนี้ ตามลิ้งค์ นี้เลยครับ

http://adsense.blogspot.com/videoad.html

Tags :

Google, leader of U.S. search marketing.

[tag]Google[/tag] กินส่วนแบ่งตลาดใหญ่สุด ในกลุ่มของ [tag]Search Marketing[/tag] ใน US. ไปซะแล้ว ครับแถมโตขึ้นด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากผลการเก็บสถิติ ของ Comscore พบว่า google เป็นผู้ในในส่วนของ Search marketing ในสหรัฐ ถึง 43.1% เพิ่มขึ้นจากเดิม คือ 42.7 % ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือน เมษายนปีที่แล้วพบว่า google กินส่วนแบ่งตลาดของ Search marketing 36.5 %

ในขณะที่คู่แข่งอันดับที่สอง ก็คือ [tag]Yahoo[/tag] 28 % ซึ่งถือว่าลดลงจากเดิม 2.8 % จากปีที่แล้ว ในขณะที่ตามหลังมาด้วย [tag]MSN[/tag] จาก Microsoft ที่มี [tag]market share[/tag] อยู่ที่ 12.9 % ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่อยุ่ที่ 16 %

ส่วนที่เหลือ ก็แบ่งให้กับ [tag]AOL[/tag] 6.9% ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 3% และสุดท้ายคือ [tag]Ask.com[/tag] ที่ตกลงมาเหลือ 5.8% จาก 6.1% ในปีที่แล้ว

Tags :

Search Engine news:Google Notebook.

ก็มาอีกแล้วครับ ถือว่ามีอะไรใหม่ๆ มาเรื่อยเลย กับ [tag]Google[/tag] ที่ไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆครับ วันนี้ มี [tag]service[/tag] ใหม่มาแนะนำกันอีกนะครับ คือ Google notebook

ทีแรกผมก็อะไรหว่า [tag]google notebook[/tag] พี่แกทำ [tag]notebook[/tag] หรือ?? ไม่น่าใช่น่า สุดท้ายลองดูเลยรู้ว่า มันเป็นเหมือนกับ สมุด[tag]โน้ต[/tag] ที่เราเก็บไว้โน้ต อะไรเล่นๆ

โดยระบบจะผูกกับเว็บเหมือนเดิมนั่นล่ะครับ โดย Note แต่ละอันนั้นจะเก็บในลักษณะ โน้ตของแต่ละเว็บ เช่น ท่านเข้าเว็บบล็อกผม แล้วอยากจะมีโน้ตอะไรเกี่ยวกับเว็บผม ก็สามารถ ใส่ไปได้

หรือทำได้แม้แต่ ลากตัวหนังสือแล้วคลิกเลือกให้มันเก็บเป็น [tag]Short note[/tag] ไว้ได้ และทุกครั้งที่เข้ามายังเว็บไซต์ที่เรา Note ไว้ ก็จะมี icon เล็ก ขึ้นมา สามารถคลิกดู Note ที่ทำไว้ได้ครับ ลองเล่นกันดูนะครับ ที่ http://www.google.com/notebook/

ภาพประกอบ

google note

>> จะมี Note ทุกครั้งที่เข้าเว็บครับ แต่ก็ปิดมันได้ ไม่กวนหน้าจอครับ

google note

>>>เวลาที่ คลิกเลือกตัวอักษร แล้วคลิกขวา ก็จะเห็นว่ามี Note this เพื่อทำข้อความนี้เป็น Short Note ได้

google note >>> ส่วนนี้จะเป็น iconอยู่ตรงมุมของ Status bar ของ IE

Tags :

ผลการศึกษาของแม็คอาฟีพบใช้เสิร์ชเอนจิ้นนำผู้ใช้เสี่ยงปัญหาซีเคียวริตี้

แม็คอาฟีเปิดเผยผลการศึกษา [tag]เสิร์ชเอนจิ้น[/tag] ชั้นนำพบว่า ในแต่ละเดือนจะมีผู้ พลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ผ่านทางเสิร์ชเอนจิ้นมากกว่า 285 ล้านคลิก บริษัทแม็คอาฟี เปิดเผยผลการศึกษาของ เบน อีเดลแมน (Ben Edelman) ผู้เชี่ยวชาญด้านสปายแวร์ ที่ได้ทำการศึกษาถึงความปลอดภัยของเสิร์ชเอนจิ้น ร่วมกับทีมแม็คอาฟีไซต์แอดไวเซอร์ (McAfee SiteAdvisor) พบว่าผู้ใช้เสิร์ชเอนจิ้นมีความเสี่ยงต่อปัญหา ซีเคียวริตี้ในขณะใช้งานเสิร์ชเอนจิ้นเหล่านั้น เนื่องจากอาจพลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ผ่านการคลิกที่ผลลัพธ์ซึ่งเสิร์ชเอนจิ้นได้รายงานออกมา

ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษา เสิร์ชเอนจิ้น ชั้นนำของโลกจำนวน 5 แห่ง (Google, Yahoo!, MSN, AOL, Ask) ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน พบว่าแม้แต่ [tag]คีย์เวิร์ด[/tag] ธรรมดาๆก็สามารถนำผู้ใช้ไปสู่เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายได้ การศึกษาในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาความปลอดภัยของเสิร์ชเอนจิ้น และที่เป็นไปได้ก็เพราะฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเว็บไซต์ต่างๆทั่วอินเทอร์เน็ตไว้ ฐานข้อมูลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานของไซต์แอดไวเซอร์ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในกระบวนการ จัดเรตติ้งเว็บไซต์ ไซต์แอดไวเซอร์จะทำการทดสอบเว็บไซต์ทุกแห่งด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้เว็บไซต์นั้น เช่น การใช้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์, การดาวน์โหลดไฟล์ที่ติดสปายแวร์, แอดแวร์ และ/หรือ โปรแกรมไม่พึงประสงค์อื่นๆ, ป็อปอัพ และอีเมลลวง อย่างหนึ่งที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่ามีเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายปะปนอยู่ในผลลัพธ์ที่ได้จากเสิร์ชเอนจิ้น

นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบด้วยว่ามีคีย์เวิร์ดมากมายที่สามารถนำผู้ใช้ไปสู่อันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นคำ, เฟส หรืออื่นๆ ที่มักถูกใช้โดยวัยรุ่น เช่น คำว่า "เกม" (games), "นักร้อง" (singers) และ "ภาพยนตร์" (movies) ผลการศึกษายังพบว่า ผลลัพธ์ในส่วนของสปอนเซอร์ (sponsored) ที่มีการจ่ายเงินเพื่อโฆษณาเว็บไซต์นั้น ยิ่งมีอันตรายมากกว่าผลลัพธ์ทั่วไปเสียอีก โดยเฉลี่ย 8.5% ของสปอนเซอร์ลิงค์จะเป็นเว็บไซต์อันตรายเทียบกับ 3.1% ของลิงค์ทั่วไป ดูรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการศึกษาเสิร์ชเอนจิ้นของแม็คอาฟีได้ที่ http://www.siteadvisor.com/studies/search_safety_may2006.html

เกี่ยวกับแม็คอาฟี แม็คอาฟี (McAfee) คือผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการบริหารความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แม็คอาฟีเป็นรายแรกที่นำเสนอโซลูชั่นและบริการเพื่อการปกป้องระบบและเครือข่ายคอมพิวเตอร์แก่ลูกค้าซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

แม็คอาฟีมีสำนักงานใหญ่อยู่ในซานตาคลาร่า มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน รวมกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ แม็คอาฟีจึงช่วยให้ผู้ใช้ ไม่ว่าจะกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มองค์กรธุรกิจ กลุ่มองค์กรสาธารณะ หรือกลุ่มผู้ให้บริการ มีศักยภาพและความสามารถสูงขึ้น เพื่อรับมือกับการบุกรุกและการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี ทำให้พวกเขามีซีเคียวริตี้ในระดับที่สูงกว่าและมั่นใจได้มากกว่า ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mcafee.com

...........................................................................ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

SE news: Google trend.

สำหรับ Google คงต้องบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ การแข่งขัน ใน [tag]Search Engine War[/tag] ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจะได้เห็น google ออก service ใหม่ๆ ออกมาให้เราได้เล่นกันเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนนี้ สำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง และต่อไปคาดว่า [tag]Google[/tag] จะกลายเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลได้มากขึ้นอีก

Google trend, new service from google, find trend time.
ผลการค้นหา [tag]Trend[/tag] ของอัตราการใช้งานของ Google,yahoo และ MSN จาก [tag]Google trend[/tag].

โดย Service ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ Google Trend. ซึ่งเป็นตัวที่ให้คุณสามารถค้นหา trend ต่างๆ ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ได้จาก Google Web search เป็นหลัก ข้อมูลเหล่านี้ สามารถช่วยให้เราดูแนวโน้มของข้อมูลที่เราสนใจได้

นอกจากนี้ Google trend ยังเปิดให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการ ได้ 5 ตัวกัน โดยใช้เครื่องหมาย "," กั้น ระหว่างข้อมูลอีกด้วย หรือ เรายังสามารถเลือก local ของข้อมูลได้อีกด้วยว่า ข้อมูลที่เรานำมาดูแนวโน้มของ trend ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร ซึ่งสามารถลงลึกได้ถึงจังหวัด หรือ แม้แต่ภาษาที่ใช้

จากภาพ ผมได้ทดลองดูแนวโน้มของ Trend การใช้งานอย่าง Google, Yahoo และ MSN ของไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่า MSN ครองอันดับ 1แต่อย่าคิดว่า นั่นคือ คนไทยใช้ msn ค้นหาข้อมูลเยอะ ผมคิดว่า น่าจะมาที่มีคนใช้งาน msn มาก ในส่วนของ การเข้าเว็บไซต์เพื่อใช้งานอย่างอื่นๆ มากกว่าเช่น ดาวน์โหลดโปรแกรมแช็ตของ msn , เข้าใช้งาน Space ( Blog ของ msn ) เป็นต้น

ปัญหาที่พบคือ ข้อมูลยังไม่ดีนัก สำหรับข้อมูลในแต่ละจังหวัดของไทย ที่ ISP นั้นจะใช้ IP ที่วนเวียนกันไป หรือที่เรียกว่า Dynamic IP นั่นเอง ที่ไม่มีการแบ่งแยกชัดเจนว่า IP ใน Class นี้ อยู่ในจังหวัดใดบ้าง ทำให้ เราไม่สามารถทราบ trend ได้ชัดเจนว่า คนจังหวัดไหน ใช้งานอะไรเยอะ ตรงนี้ แม้กระทั่งการเก็บสถิติอย่าง Truehits เองก็ยังปวดเศียร เวียนเกล้า กันแล้วล่ะครับ ก็คงต้องรอลุ้นว่า IPV 6 จะเกิดเมื่อไหร่นั่นเอง

ลองไปใช้งานกันดูนะครับ เผื่อว่า ใครจะเห็นแนวโน้มที่จะรวย ก็อย่าลืมแบ่งผมสักหน่อยแล้วกัน

Tags :

Google VS Microsoft.

[tag]กูเกิล[/tag]เปิดศึกเว็บบราวเซอร์ +จวกไมโครซอฟท์เล่นไม่แฟร์ พ่วงบริการค้นหาเว็บในไออี 7

ยักษ์เสิร์ช เอ็นจิ้นกูเกิล โอดไมโครซอฟท์เล่นไม่แฟร์ พ่วงบริการค้นหาเว็บไซต์ลงในบราวเซอร์ไออี 7 เวอร์ชั่นล่าสุด ทำคู่แข่งเสียเปรียบย้อนรอยคดีการผูกขาดตลาด เตือนเป็นนัยยกเรื่องดังกล่าวคุยกับกท. ยุติธรรมมะกัน และคณะกรรมการตรวจสอบการผูกขาดของอียูไปบ้างแล้ว

มาริสสา เมเยอร์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์บริการค้นหาข้อมูลและประสบการณ์ผู้ใช้ของบริษัทกูเกิล อิงค์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือ [tag]เสิร์ชเอ็นจิ้น[/tag] แสดงความหวั่นเกรงต่อบริการเว็บ บราวเซอร์ อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ 7 ของไมโครซอฟท์ อาจทำลายบรรยากาศการแข่งขันในตลาดเสิร์ช เอ็นจิ้น

เนื่องจากบราวเซอร์ดังกล่าว ที่กำลังอยู่ในขั้นทดลองขณะนี้ และจะพ่วงไปกับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เวอร์ชั่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ หรือสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีจะติดตั้งช่องค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ไปให้โดยอัตโนมัติ จึงอาจสร้างประโยชน์ให้ไมโครซอฟท์ในการชักนำผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องใช้เสิร์ช เอ็นจิ้นของไมโครซอฟท์แทนบริการของคู่แข่งไปโดยปริยาย

ผู้บริหารของกูเกิลกล่าวอ้างว่า จากผลวิจัยที่กูเกิลเป็นผู้ให้การสนับสนุนซึ่งจัดทำโดยบริษัทวิจัยเทค-เอ็ดยังชี้ว่า หากจะเปลี่ยนไปติดตั้งบราวเซอร์ตัวใหม่ของคู่แข่งทำได้ลำบาก ไมโครซอฟท์จึงควรจะพิจารณาใหม่ เพราะตลาดควรมีทางเลือกในการใช้บริการ และบริษัทผู้ให้บริการก็ควรแข่งกันบนพื้นฐานของคุณภาพบริการมากกว่า

ขณะที่นายแกรี สแกร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า เป้าหมายของไมโครซอฟท์คือ เพื่อให้ผู้ใช้มีโอกาสเลือกบริการเสิร์ช เอ็นจิ้นที่ตนเองต้องการ พร้อมเสิรมว่าจากผลตอบรับการทดลองใช้เสิร์ช เอ็นจิ้นตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ระบุว่า การเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทอื่นไม่ได้ลำบากอย่างที่บริษัทคู่แข่งกล่าวอ้าง

ถึงอย่างนั้น กูเกิลกล่าวว่า ตนนำเรื่องไปหารืออย่างไม่เป็นทางแล้วทั้งกับกระทรวงยุติกรรมของสหรัฐ และคณะกรรมการที่ดูแลนโยบายต่อต้านการผูกขาดตลาดของสหภาพยุโรป (อียู) ดังเป็นนัยสะท้อนถึงโอกาสที่ไมโครซอฟท์อาจต้องเผชิญคดีฟ้องร้องการผูกขาดตลาดบริการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต หลังจากที่แล้วมาต้องสู้คดีด้านการต่อต้านการผูกขาดตลาดระบบปฏิบัติการมาแล้ว

ด้านนายร็อบ เอ็นเดอร์ล นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมไอทีประเมินว่า บริการช่องค้นหาข้อมูลของไมโครซอฟท์ไม่ได้ส่งผลต่อกูเกิลมากนัก แต่การออกมาเรียกร้องจากกูเกิลเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นการขับเคี่ยวที่รุนแรงระหว่างกูเกิล ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น และไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเจ้าตลาดซอฟต์แวร์ที่กำลังเบนเข้าหาตลาดเดียวกับกูเกิลมากขึ้นทุกที

โดยกูเกิลประเมินว่า หากช่องค้นหาข้อมูลที่ติดตั้งในเว็บบราวเซอร์ของไมโครซอฟท์เริ่มเปิดให้ใช้ อาจมีผู้ใช้ในขั้นเริ่มต้นมากถึง 30-50% ของผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งอาจหมายถึงประตูเปิดไปสู่แหล่งรายได้ใหม่ในตลาดโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตที่กำลังขยายตัวอย่างสูงโดยมีมูลค่าโดยประมาณสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 400,000 ล้านบาท)

ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัทวิจัยด้านการตลาดนีลสัน/เน็ต เรตติ้ง ระบุว่าปัจจุบัน กูเกิล มีส่วนแบ่งในตลาดเสิร์ช เอ็นจิ้นอยู่ที่ประมาณ 49% รองลงมาได้แก่บริการของยาฮู (22%) และเอ็มเอสเอ็นของไมโครซอฟท์ (11%)

(ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ)

MY OPINION.
จริงๆ แล้ว ในกรณีนี้ คงจะเป็นการแย่งส่วนแบ่งตลาดจริงๆ ไม่มากนัก เพราะถึงอย่างไร ความเป็น Google ก็จะยังคงทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้งาน [tag]Google search[/tag] ต่อไป เพราะหลาย feature ของ google เอง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาที่มี หลายๆ ภาษา ระบบการจัด Google SERPs ที่ค่อนข้างทำได้ดีกว่า [tag]MSN Search[/tag] ในส่วนของการจัดลำดับตาม local ของ user ทำให้ การค้นหาค่อนข้างตรงใจกับ user มากกว่า

การฟ้องร้องกันในครั้งนี้ คิดว่า น่าจะเป็นการฟ้องร้องเพื่อเป็นสัญญาณ การเปิดแนวรบกันอย่างเต็มที่ ทุกวิถีทางมากกว่า ที่จะเป็นเพื่อการครองตำแหน่งบัลลังค์ search engine ที่มีผู้ใช้งานเยอะที่สุด

Tags :