RSS

เกาะติดเทรนด์มาร์เก็ตติ้งออนไลน์ เทคนิคทำ "อีคอมเมิร์ซ" ให้โดน

วันนี้แวะมาเช้าหน่อยครับ พอดีไปอ่านเจอข่าวมาเลยเอามาฝากกันครับ

ปัจจุบัน กระแส E-commerce กำลังกลับมาเป็นที่นิยมในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น จากข้อมูลของอีเบย์เองมีคนไทยที่ขายสินค้าผ่านอีเบย์ติดอันดับ 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ขายทั้งหมดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การทำอีคอมเมิร์ซก็เป็นเช่นดังการทำธุรกิจในรูปแบบอื่นๆ นั่นคือ นอกจากจะมีสินค้าแล้วยังต้องทำการตลาดเพื่อสร้างชื่อเสียงของบริษัทหรือแนะ นำสินค้าให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป

ยิ่งการขายของบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีคอนเทนต์และเว็บไซต์นับล้านๆ แห่ง เรื่องการทำตลาดในรูปแบบต่างๆ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย ไม่เช่นนั้นต่อให้มีเว็บไซต์ดีขนาดไหนก็อาจมีคนเข้าไปดูเว็บแค่ 2 คน คือเจ้าของกับเมียเจ้าของเท่านั้น

8 เทรนด์ "อีคอมเมิร์ซ"

สัปดาห์ ที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดสัมมนาเรื่อง "8 แนวโน้ม [tag]E-commerce[/tag] ในปี 2008" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับรูปแบบการทำตลาดบนโลกอินเทอร์เน็ต โดย "ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช" ประธานฝ่ายบริหารการตลาด บริษัท ไตรแคสต์ จำกัด และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ThaiAmazon.com กล่าวถึงแนวโน้มการตลาดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซว่า การเปลี่ยนแปลงในเชิงเทคโนโลยีทำให้พฤติกรรมการเข้าเว็บไซต์และซื้อสินค้า เปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็น click and sale คือเข้าไปดูสินค้าในเว็บ ซื้อเมื่อชอบ แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นเครื่องมือช่วยในการทำตลาดได้ดีขึ้น

โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์มีความเร็วสูงขึ้นจนสามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ ทำให้มีการบันทึกวิดีโอเพื่อบรรยายหรือสาธิตสินค้าและเปิดให้ชมในเว็บไซต์ หรือมีการใช้ [tag]RSS Feed[/tag] ในการส่งข้อมูลสินค้าไปถึงลูกค้าได้โดยตรง

ตัว อย่างเช่น เทสโก้ โลตัส ใช้ RSS Feed ในการส่งแค็ตตาล็อกสินค้าแก่ผู้บริโภค หรือแม้แต่เว็บบล็อกซึ่งหากมีคนเข้าไปดูมากๆ ก็สามารถเปลี่ยนคนกลุ่มนี้ให้กลายเป็นผู้ซื้อได้

"เว็บไซต์เดี๋ยว นี้ไม่ได้เน้นความสวยแล้ว แต่เน้นที่ประโยชน์การใช้สอยและช่วยให้ลูกค้าได้สิ่งที่ต้องการได้ง่ายที่ สุด ขณะที่เครื่องมือทางการตลาดของอีคอมเมิร์ซก็เปลี่ยนไป เท่าที่เห็นตอนนี้มีเครื่องมือการทำตลาดอยู่ 8 รูปแบบ คือ  (...)

1.Video Marketing
2.Blog Marketing
3.Paid Search Marketing
4.SEO Marketing
5.Social Bookmarking Marketing
6.E-mail marketing
7.Affiliate Marketing
และ 8.RSS Feed Marketing
"

"ประสิทธิ์" ยกตัวอย่างของ [tag]Video Marketing[/tag] ว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการใช้ประโยชน์จากวิดีโอคลิปในกา รพรีเซนต์สินค้าและบริการได้ดีมาก เช่น กลุ่มทัวร์ที่ใช้วิดีโอในการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดใจลูกค้า จากสถิติพบว่าการใช้วิดีโอคลิปความยาว 3-5 นาทีมีความน่าสนใจกว่าการนำเสนอในรูปแบบตัวอักษร ทำให้มีโอกาสขายสำเร็จถึง 75% และเพิ่มยอดขายได้ถึง 30%

นอกจากนี้ยังสามารถทำ Video Direct Mail หรือการส่งไฟล์วิดีโอคลิปไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยมีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษต่างๆ

RSS Feed Marketing-ยัดเยียดข้อมูลถึงตัว

หรือ การใช้ RSS Feed Marketing ก็เป็นการเปลี่ยนวิธีการนำเสนอสินค้า เพราะสามารถส่งข้อมูลไปให้ลูกค้าได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าคลิกเข้ามาดู ที่เว็บไซต์ เช่น การทำ coupon feed การสร้าง brand content feed หรือการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและส่งให้ลูกค้า เช่นทำธุรกิจเกี่ยวกับสุนัขก็อาจจะเขียน tips เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขส่งไปทาง RSS Feed อย่างสม่ำเสมอ

"ทุกวัน นี้เป็นโลกของการ feed ข้อมูลให้ผู้บริโภค จะเรียกว่าเป็นการยัดเยียดข้อมูลก็ได้ ดังนั้นการทำตลาดด้วยวิธีนี้ ถ้าทำไม่ดีลูกค้าจะโกรธสุดๆ"

ส่วน [tag]Blog Marketing[/tag] แม้ตัว Webblog ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเฉพาะทางที่ผู้เขียนมีความถนัดอยู่ แต่หากทำให้ดีก็จะมีฐานลูกค้าเกิดขึ้นและสามารถเปลี่ยนมาเป็นผู้ซื้อได้ "ประสิทธิ์" กล่าวถึงข้อดีของการทำ Blog Marketing ว่า สามารถโหลดหน้าจอได้เร็วกว่าเว็บไซต์ ความสนิทสนมคุ้นเคยมากกว่าเว็บไซต์ธุรกิจ ทำให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือการทำซีอาร์เอ็มได้ บางบริษัทเมื่อผู้บริหารหรือ CEO มีเวลาว่างก็จะมาเขียนบล็อกเพื่อพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เป็นต้น

นอก จากนี้ เว็บบล็อกเองก็สามารถใส่วิดีโอคลิปและทำ RSS Feedได้ ซึ่งก็จะเป็นการนำวิธีการ Video Marketing และ RSS Feed Marketing มาใช้ได้ด้วยเช่นกัน

ด้าน "จตุพล ทานาฤทัย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบลท จำกัด อธิบายถึงความสำคัญของ SEO Marketing (search engine optimization) ว่า คือวิธีการปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ของเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้น และการทำ Paid Search Marketing คือ การประมูลตำแหน่งโฆษณาให้อยู่อันดับต้นๆ เช่นกัน

เหตุที่ต้องทำ เว็บไซต์ให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาก็เพื่อเป็นการโฆษณาเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักนั้นเอง เพราะทำให้เว็บไซต์ของเราจะอยู่ในหน้าแรกๆ ของผู้ใช้เสิร์ชเอ็นจิ้น ซึ่งก็ทำให้มีลูกค้าที่จะมีลูกค้าแวะเข้าไปที่เว็บไซต์มากขึ้น

"จตุ พล" ระบุว่า "best performance ของการทำโฆษณาออนไลน์อันดับ 1 คือ PPC (pay per click) หรือที่เรียกว่า paid search มีประสิทธิภาพ 49% รองลงมาคือการทำ E-mail marketing ได้ผลประมาณ 47% และอันดับ 3 คือ SEO มีประสิทธิภาพในการโฆษณา 45% ส่วนการโฆษณาโดยใช้ Pop-Up เป็นวิธีการที่ได้ผลแย่ที่สุด ขณะที่มูลค่าตลาดของการทำโฆษณาด้วยวิธีการนี้มีการทำนายกันว่าจะมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2009 เลยทีเดียว"

ส่วนปริมาณใช้ search engine ในอเมริกา พบว่า google มาเป็นอันดับ 1 คือ 48.7% อันดับ 2 คือ Yahoo 26.8% และอันดับ 3 เป็นของไมโครซอฟท์ ประมาณ 10% ส่วนในเมืองไทยกว่า 93.1% ใช้ google เป็นหลัก และอีก 5.47% เป็นการค้นหาโดยใช้ search engine ของ sanook

"จตุพล" ยังอธิบายถึง Social Bookmarking Marketing เป็นการตลาดออนไลน์แบบใหม่อีกรูปแบบหนึ่ง ที่กำลังเป็นรูปแบบที่มาแรงในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ซึ่งโดยปกติเวลาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเจอเว็บไซต์ที่ชอบก็จะทำ bookmark ไว้ แต่มีข้อเสีย คือ เวลาย้ายไปใช้เครื่องอื่นก็ไม่สามารถย้าย bookmark ตามไปด้วยได้ ดังนั้นจึงเกิดเว็บไซต์ที่ให้บริการเก็บ bookmark แบบออนไลน์หากเว็บไหนมีคน bookmark มาก ก็แปลว่าเป็นเว็บที่มีคนดูมาก

"การ bookmark แบบออนไลน์ จึงกลายเป็นช่องทางโปรโมตเว็บอีกทาง เพราะถ้าเว็บไซต์ดังติดอันดับการบุ๊กมาร์ก ก็จะมีโอกาสที่คนจะเข้าไปดูเว็บมากขึ้นด้วย สำหรับเว็บที่ให้บริการเก็บบุ๊กมาร์กออนไลน์ที่ดังๆ ในตอนนี้ก็มี gigg.com, del.icio.us ซึ่งขณะนี้ถูก yahoo ซื้อไปแล้ว, reddit.com, netscape ซึ่งเป็นของ AOL และ stumbleupon.com ที่เพิ่งถูกอีเบย์ซื้อไปเช่นกัน"

ระวังอีเมล์มาร์เก็ตติ้งจะกลายเป็น "สแปม"

ด้าน "ทรงยศ คันธมานนท์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์แพลนเน็ท จำกัด กล่าวถึงการทำ E-mail marketing ว่า เครื่องมือการตลาดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่างไรก็ตามยังมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการทำตลาดรูปแบบนี้ยังมีการเติบโต อยู่ โดยในปี 2010 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่าง ไรก็ตาม ปัญหาในปัจจุบันคือมีการใช้รูปแบบดังกล่าวแบบผิดๆ จนกลายเป็น "สแปมเมล์" ดังนั้นผู้ที่จะใช้วิธีนี้ในการทำตลาดจะต้องระมัด ระวังอย่างมากที่จะไม่ให้อีเมล์ที่ส่งออกไปกลายเป็นสแปม เช่น การมีข้อตกลงในการยินยอมให้ส่งอีเมล์ หรือมีช่องทางให้ยกเลิกการรับอีเมล์ได้ ไม่เช่นนั้นหากมีกฎหมายเกี่ยวกับสแปมเมล์ออกมาคนที่ทำตลาดแบบนี้โดยไม่ระ มัดระวังก็อาจทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัวก็ได้

"จากข้อมูลจะพบว่าตัว เลขการทำ E-mail marketing ที่ส่งออกไป 100 ฉบับ จะถึงมือผู้รับประมาณ 95.6% และจะมีคนเปิดอ่านประมาณ 28.9% ดังนั้นถ้าต้องการให้มีผู้เปิดและซื้อสินค้าก็ต้องมีฐานข้อมูลอีเมล์จำนวน มาก"

และสุดท้าย "Affiliate Marketing" เป็นเว็บไซต์นายหน้าช่วยในการทำตลาดแต่ไม่มีสินค้าเป็นของตัวเอง จะเป็นตัวแทนในการขายและดึงลูกค้าเข้ามา สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจออนไลน์ก็อาจจะใช้นายหน้าช่วยทำตลาด แต่ก็ต้องเลือกนายหน้าที่รู้จักสินค้าของเราอย่างดี รู้ถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเลือกนายหน้ามาช่วยทำตลาดด้วย

นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ได้ทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เทคโนโลยี หรือใช้รูปแบบการทำตลาดทุกอย่างที่พูดมาทั้งหมด เพียงแต่เลือกใช้บางแบบที่น่าจะตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ที่สำคัญเรียนรู้กระแสหรือตามเทคโนโลยีให้ทัน เรื่องมาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องของกลยุทธ์ แต่เทคโนโลยีคือเครื่องมือในการดำเนินกลยุทธ์เท่านั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

เก็บมาให้อ่านกันครับ เผื่อว่าใครจะเห็นแนวทางอะไรเพิ่มเติมในการนำไปใช้ครับ แต่ที่แน่ๆ ผมเองก็ถือว่าได้ทบทวนหัวข้อที่ควรจะนำมาค้นหา อ่าน แล้วก็เขียนใน blog แล้วล่ะครับ อิอิ

RSS for Money.

เอาละครับ วันนี้กลับมามีชีวิตเกือบปรกติเสียทีครับ หลังจากที่ต้องมีภารกิจ อะไรก็ไม่รู้ อยู่นาน หมดไปเสียภารกิจหนึ่ง ก็ยังเหลือภารกิจใหญ่ๆ อีกอยู่เหมือนเดิมนั่นล่ะครับ แถมด้วยความวุ่นวายในชีวิต อะไรอีกก็ไม่รู้ เห้ออออ

กลับมาต่อในเรื่องของ Blog กันต่อครับ หลายต่อหลายตอนที่ผมเองได้เอื้อนเอ่ย ประโยชน์ของ [tag]RSS feed[/tag] ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสร้าง Quality traffic (Not quantity traffic.), ความรวดเร็วในการรับส่งข่าวสาร หรือแม้แต่การนำมาทำ SEO ด้วยการเอามาทำตัวของ Sitemap วันนี้ก็กลับมาเรื่อง RSS อีกนั่นล่ะครับ

แต่คราวนี้ ผมจะเอามาแนะแนวทางการเอา [tag]RSS[/tag] หรือ [tag]Feed[/tag] ในเว็บเรามาสร้างมูลค่า เป็นตัวเงินกันเห็นๆ นั่นล่ะครับ ไม่รู้ว่า มีใครเอ่ยถึงกันหรือยังในไทย แต่ที่แน่ๆ ยังไม่มีใครเอามาทำระบบ RSS ads ในบ้านเราครับ เหมือนอย่าง [tag]Contextual ads[/tag] ที่มีให้เห็นแล้ว นั่นเองล่ะครับ

ก่อนอื่น มารู้จักกันหน่อยครับว่า เจ้า [tag]RSS Ads[/tag] เนี่ยมันคืออะไร ทำอย่างไร มีอะไรบ้าง

ปรกติทั่วๆไปแล้ว หลายๆ ท่านคงจะรู้จักเจ้า Adsense ของ Google เป็นอย่างดีครับนะครับ ที่จะเป็น Contextual ads ลงในเว็บไซต์ ซึ่ง Rss ads ก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กันครับ คือ เป็น contextual ads ที่แปะลงไปใน Rss เพียงเท่านั้นครับ

สาเหตุของการมาของ rss ads ก็คงจะมีที่มาพร้อมกับการนำ Rss มาใช้ประโยชน์ทั่วๆไปนั่นเอง ด้วยความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงตัวของผู้อ่านได้ ซึ่งหากมองดีๆ มันก็เริ่มต้นคล้ายๆ กับการทำ e-mail marketing แต่ต่างกันตรงที่ rss นั้นผู้ใช้คือผู้เลือกเองว่าจะรับหรือจะเก็บ rss feed นั้นไว้อ่านหรือไม่ ทำให้มันกลายเป็น Quality traffic ที่ช่วยให้ส่งเสริมตัวของ ads เอง สามารถกระตุ้นการซื้อขายได้ดี และถือว่า คุ้มค่ากว่าการ spam mail เป็นล้านฉบับเพื่อขายของไม่ถึงสิบชิ้น เป็นต้น

ดังนั้นจึงมีการเพิ่มระบบ ads เข้าไปใน rss feed นั่นเองครับ ซึ่งตลาดตรงนี้ เท่าที่พบและน่าเชื่อถือที่จะสร้าง เงิน ให้เรานั้น มีอยู่ไม่กี่ค่าย (แต่ถ้านับค่ายอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่า จ่ายจริงแค่ไหนเนี่ย ก็มีเยอะเหมือนกัน และกำลังโตขึ้นเรื่อยๆ)

ค่ายแรกนั้น บอกได้เลยว่า คงรู้ๆ กันอยู่ครับ และเป็นเจ้าแรกๆ ที่เปิดเลยครับ ไม่ไกลตัวเราเลยคือ Google's AdSense for Feeds เจ้าใหญ่เลยล่ะครับเนี่ย ซึ่งคงไม่ต้องการันตีกันครับว่า ประสิทธิภาพนั้นมากแค่ไหน ไม่ว่าจะในเรื่องของการเลือก Ads ให้เหมาะสมกับเนื้อหาได้อย่างดี จ่ายแน่ๆ เน้นๆ (ถ้าไม่มีใครโกงเค้านั่นล่ะครับ)

แต่ไม่ใช่ว่า ทุกคนจะใช้งานเจ้า Adsense for Feeds กันได้ทุกคนครับ เพราะว่างานนี้ google เล่นอนุมัติกันเป็นรายๆ ทำให้โอกาสที่จะได้ไปใช้งานนั้นบอกได้คำเดียวว่า ค่อนข้างน้อย ครับ ส่วนใครสนใจก็ ลองไป สมัครดูที่ http://services.google.com/ads_inquiry/aff เลยครับ แต่จะได้อนุมัติหรือไม่นั้น ลุ้นกันเอาเองนะครับ

ค่ายต่อมาเห็นจะเป็น Pheedo.com ซึ่งค่ายนี้เองก็มีในต่างประเทศใช้งานกันเยอะเหมือนกันครับ เรียกได้ว่า เป็นเจ้าแรกๆ เหมือนกันครับ ที่มีการเปิดให้ใช้งานกัน จุดดีของค่ายนื้น่าจะอยู่ที่ความยืดหยุ่น ที่มากกว่าในส่วนของ กฏ ข้อห้าม ข้อบังคับ ที่น้อยกว่า adsense ค่อนข้างมากเหมือนกันครับ แต่ปัญหาของค่ายนี้ แม้ว่าจะมาก่อน แต่ดันไม่ค่อยพัฒนาต่อให้รองรับประเทศอื่นๆ ครับ

ค่ายต่อมาที่เรียกได้ว่า เป็นคู่แข่งที่ google เองก็หันมองอยู่เหมือนกันครับ นั่นคือ Text-link-Ads ซึ่งสำหรับตัว text-link-ads เนี่ยก็ถือได้ว่าระบบค่อนข้างดี มีระบบ ads ที่ถือได้ว่ามีข้อมูล มี partner ที่มาลงโฆษณาเยอะ เลือกกลุ่ม ads ได้พอสมควร แล้วความน่าเชื่อถือก็ยังค่อนข้างดีอีกด้วยครับ กฏไม่ค่อยหยุมหยิม แต่ปัญหาคือ การที่ตัวของ Text-link-Ads นั้นจะไม่สามารถใช้งานร่วมกันกับ adsense ได้เลย ตรงนี้ ก็คงต้องเลือกข้าง ถือหางกันเอาเองครับ

ตัวสุดท้ายที่เห็นกันในตอนนี้ครับ ก็คือเจ้า Kanoodle ซึ่งค่ายนี้ ก็มีคนใช้งานเยอะพอสมควรครับ เพียงแต่ว่าตัวนี้เนี่ย จริงๆ ไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่ครับ เพราะว่ามันค่อนข้างมั่วๆ ครับ ads เลือกแสดงก็ไม่ได้ แถม ads ยังปนๆ กันไม่มีกลุ่มอะไรที่ชัดเจนแน่นอนครับ แต่ก็เอามาให้รู้จักกันไว้นั่นล่ะครับ

ซึ่งวันนี้ก็ขอแนะนำ แค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้มีเวลา จะมาแนะนำเพิ่มเติมครับ

Tags :

About RSS from magazine.

กลับมาต่อจาก my comment เมื่อวานครับ ที่ติดค้างเรื่อง [tag]RSS[/tag] จากในนิตยสารเล่มเดิม ครับ ซึ่งมันทำให้ตะหงิดๆ และต้องกลับไปอ่านอีก สามรอบ ย้ำว่า สามรอบจริงๆนะครับ

เพราะได้มาทีแรกอ่าน แล้วงงๆ กลับไปอ่านอีกรอบ เข้าใจมานิดนึง กลับไปอ่านอีกรอบ อืมมม ยังมึนๆ อยู่เหมือนเดิมครับ ไม่แน่ใจว่า เค้าพอเข้าใจอะไรหรือไม่น่ะครับ เลยอดไม่ได้จริงๆล่ะน้า (เหมือนสร้างอริอีกแล้ว) อ่า แต่ก็ต้องพูดกันไปครับ เพราะว่าอย่างน้อย การที่เรารู้ ก็ต้องบอกกันครับ

อันดับแรกเลย ที่เจอ เค้าบอกว่า RSS ช่วยสร้าง [tag]traffic[/tag] ให้คนเข้าเว็บของคุณได้ พออ่านมาอีกย่อหน้านึง ก็บอกว่า คนอ่านมาสามารถที่จะติดตามข่าวสารในเว็บคุณได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเว็บ เอ้า!! แล้วสรุปว่า มันเป็นเยี่ยงไร เพราะอ่านแล้วเค้าก็อธิบายวนๆ อยู่อย่างนี้ อย่างน้อย สามรอบ ในหัวข้อนี้

มาม่ะ กระผมจะบอกให้ฟังว่า เท็จจริงๆแล้วมันเป็นเยี่ยงไร???

ระบบ RSS นั้น เป็นระบบที่จริงๆแล้วจะว่าใหม่ก็ใหม่ จะว่าเก่าก็เก่า เหมือนกับ Ajax ละครับ มันเป็นระบบที่นำเอา concept ใหม่มาผสมกับระบบเก่าที่มีอยู่นั่นเองครับ คือxml ถ้ายังงงๆ ว่า RSS คืออะไร ก็แนะนำให้อ่านใน entry เก่าของผมครับคือ Rss feed for future

RSS จะช่วยเพิ่ม Traffic ให้คนเข้าเว็บเราได้อย่างไร???
ระบบ RSS นั้นจริงๆแล้วไม่ได้ช่วยให้เราเพิ่ม traffic ได้ ถ้าเราไม่ทำ rss ให้มันปรากฏ เหมือนกับการทำเว็บไซต์นั่นล่ะครับ ถ้าทำแอบๆ ไว้ ใครที่ไหนจะรู้ ตรงนี้ ในหนังสือไม่บอก แต่ผมจะบอก

การเพิ่ม Traffic ให้คนเข้าเว็บ ด้วย RSS นั้น เราจำเป็นที่ต้องเอาเจ้า RSS หรือ Feed ของเราไปเสนอให้โลกรู้ครับ นั่นคือ การเอา RSS ไป submit กับเว็บในกลุ่มของ [tag]Feed farm[/tag] ซึ่งมีลักษณะเหมือนๆ กับ Web directory ทั่วๆไปนั่นล่ะครับ เพียงแต่เป็นแหล่งที่รวม rss ไว้เท่านั้นเอง

ซึ่งเว็บไซต์ในกลุ่มนี้ ในต่างประเทศจะมีเยอะมากครับ อย่างดังๆ ก็ feedburner.com เป็นต้นครับ ซึ่งวิธีการ ประชาสัมพันธ์ตัวของ RSS กระผมก็เคยเขียนไว้นานแล้วเช่นกันครับ ไปอ่านได้ที่ RSS technology:Feed for public..

ตรงจุดนี้ล่ะครับ มันถึงจะทำให้ RSS มันช่วยสร้าง Traffic ให้คุณได้

แต่ traffic ตรงนี้ บอกก่อนเลยว่า มันคือ [tag]Quality traffic[/tag] ครับ ไม่ใช่ Quantity traffic นั่นเอง เพราะว่าคนที่จะเอา RSS ของคุณไปใช้งานนั้น จะเป็นคนเลือกที่จะเอา RSS ของคุณไปใส่ในตัวของโปรแกรม [tag]RSS reader[/tag] เองครับ ดังนั้นจุดนี้คือ การที่เราจะได้คนที่สนใจจริงๆ ถึงจะเข้ามาอ่านใน website หรือ blog ของคุณครับ

ซึ่งหากมองแล้ว มันก็เหมือนแต่เดิมที่จะมีระบบ Newsletter หรือ email subscriber ครับ เพียงแต่ว่า ระบบ RSS จะมีดีตรงที่ user สามารถมั่นใจได้ว่า คุณจะไม่โดน spam เหมือนอย่างการ สมัคร newsletter นั่นเองครับ (ในตอนนี้นะครับ อนาคตยังไม่รู้ว่าจะกลายเป็นเหมือน spam mail ที่มีในปัจจุบันหรือไม่)

นอกจากนี้ Format ของ RSS เป็นรูปแบบของ xml ที่สามารถนำไปต่อยอดให้บริการผ่านทางระบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น mobile ,pda ไปเลยก็ได้ครับ หรือจะเอาไปจัดทำอะไรต่อก็ได้เยอะ อีกทั้งตัวของ xml ก็จะมีขนาดเล็ก ช่วยให้ webmaster ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปริมาณ Bandwidth อีกด้วยครับ เพราะผู้ใช้งานไม่ต้อง load อะไรมากนัก ยกเว้นแต่คุณทำ Podcast หรือแนบไฟล์พวกเสียง คลิปวิดีโอไปกับ rss นั้นด้วยเท่านั้นเองครับ

ที่นี้ ข้อมูลที่ไปกับ RSS นี้จะเป็นแค่หัวข้อ กับ ส่วน description สั้นๆ เท่านั้น (จริงๆแล้วอยู่ที่ว่า จะเพิ่มอะไรไปมากแค่ไหนนั่นล่ะครับ) ที่จะไปปรากฏบนระบบ rss reader ของ user นั่นล่ะครับ

ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ user เลือกที่บริโภคเนื้อหาต่างๆ เหล่านั้นได้ เพราะถ้าไม่น่าสนใจ ก็คงไม่คลิกมาอ่านต่อ ในหน้าเว็บ ดังนั้น ตรงนี้เอง ทำให้ Traffic มันลดลงไป นั่นเอง

ดังนั้น RSS จะไม่สามารถสร้าง traffic ที่มากมายนัก จนทำให้เว็บคุณขึ้นติดอันดับดีๆ ได้เลย ถ้า

1. เนื้อหาคุณไม่น่าสนใจ
2. หัวข้อไม่เร้าใจ และน่าอ่าน
3. ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของคุณ

ตรงนี้เองครับ มันก็จะกลับมาที่ตัวคุณเองที่ว่า จะต้องสร้าง RSS ให้น่าสนใจอยู่เสมอ น่าติดตาม และน่าอ่าน หรืออย่างตามคำยอดฮิตคือ Content is King ละครับ จึงจะสามารถสร้าง Traffic ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องครับ

ดังนั้น การทำ RSS เพียงแค่อย่างเดียว ตามกระแสเค้าไป หรือว่า ทำเพราะหนังสือบอกว่าดีๆ บอกว่าสร้าง Traffic ได้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมนัก สำหรับท่านที่กำลังคิดจะทำ RSS เพื่อการนี้ หรือหวังตามเค้าเท่านั้นครับ คงต้องกลับมามองแล้วว่า

คุณ ต้องการจะให้อะไรแก่ผู้ใช้งาน ในเว็บ, คุณตั้งใจทำเนื้อหามากมายแค่ไหน นั่นเองครับปล. เอาสถิติของ RSS ใน weblog ของผมมาให้ดูครับ เป็นสถิติ ของเดือนนี้ล่ะครับ

rss stat in my blog

Tags :

RSS technology:Feed for public.

RSS หรือ [tag]Feed[/tag] สำหรับผม ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสน ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันครับ ว่า เจ้า RSS หรือ Feed ช่างมีอะไรที่เย้ายวน หรือทำให้ผมสนใจมันนัก ก็ไม่รู้

ได้เอ่ยถึงไปแล้วในตอนต่างๆ อย่างล่าสุด Weblog and SEO. ที่ได้เอ่ยถึงเจ้า RSS นี่อยู่เยอะเหมือนกัน

แต่ก็มีคำถามมาว่า ถ้าไม่มี [tag]weblog[/tag] หรือ [tag]บล็อก[/tag] ล่ะ จะทำยังไง จะทำ Feed ได้เหรอ???

ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ยากครับ เพราะว่า [tag]RSS[/tag] เป็นเทคโนโลยีที่สร้างได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก สำหรับตัว xml ครับ

อันดับแรก การสร้างเจ้า xml นั้น ก็จะมีรูปแบบที่ตายตัวครับ เพียงแต่จะแยกไปตามแต่ละเวอร์ชั่นของ RSS เท่านั้นครับ โดยในส่วนนี้คงจะไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะคิดว่าคงหลายตอนแน่ๆ เอาเป็นว่าไปดูรายละเอียดต่างๆ ของ RSS ในเวอร์ชั่นต่างๆ รวมทั้งรูปแบบได้ที่ นี่ครับ http://xml.com/pub/a/2002/12/18/dive-into-xml.html

อ้าว!! แล้วคนที่ไม่เก่ง programming ล่ะ ทำไง???

อันนี้ ก็ไม่ยากครับ มีโปรแกรมสำหรับสร้างเจ้า RSS นี้อยู่เยอะมากๆ ทั้งฟรี และไม่ฟรีครับ เช่น Feedspring เป็นต้นครับ ซึ่งจะช่วยให้คุณสร้าง RSS ได้ไม่ยากครับ

แต่ประเด็นของบทความนี้ มิได้อยู่ที่การสร้าง RSS แต่อยู่ที่ การเอาเจ้า RSS ที่สร้างแล้ว ออกสู่สายตาสาธารณะชน ครับ

ซึ่งถ้าทำแล้วไม่เอาออกมาให้โลกรู้แล้วจะทำไปเพื่ออะไร จริงไหมครับ ดังนั้น เราก็ต้องทำเพื่อหาประโยชน์กลับมาบ้างแน่นอน อย่างน้อยก็ Traffic ล่ะครับ

1. การระบุให้ Robot รู้ว่า ในเว็บเรามี Feed
อันนี้ถือว่า เป็นอันแรกที่อยู่ในหัวผมเลย เพราะ เรามีเว็บ มี feed แล้ว ถ้าเราไม่เริ่มต้นจากตัวเราก่อน ก็เห็นจะเป็นการมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า การทำให้ Feed ของเรานั้น ถูกเจอโดยเหล่า Robots ไม่ว่าจะเป็น Yahoo FeedSeeker,Feedfetcher จากค่ายใหญ่อย่าง Google หรือตัวอื่นๆ นั้น ไม่อย่าง แค่นิดเดียวครับคือ การใส่ tag บางตัวลงในหน้าเว็บไซต์ นั่นคือ

โดย url ไปยัง feed ก็จะถูกใส่ไว้แทน http://www.i-morm.com/feed/ เป็น url ของท่าน เช่น http://www.someweb.com/somefeed.xml เป็นต้น
2. add feed in feed farm
จากนั้น ก็เริ่มนำเอา feed ของเราไปเสนอยังเว็บ feed farm หรือ เว็บรวม feed อย่าง Feedburner.com, feedster.com ,yahoo.com เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีอีกมากมายครับ เพียงแต่ว่า เราจำเป็นที่จะต้องเลือกที่ดีที่สุด หรือ ไว้ใจได้ ครับ  

ข้อดีคือ คุณสามารถ ทำให้คนรู้จัก feed ของคุณได้ เป็นอย่างดี และรวดเร็ว
ข้อเสียคือ ถ้า feed ของคุณ เป็นภาษาไทย แล้ว ก็จะเจอปัญหาอย่างผมคือ ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเนื้อหาของคุณเป็นภาษาอังกฤษแล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเลย กับ feedback

3. เพิ่มปุ่ม add feed ในเว็บของคุณ
วิธีนี้ จะช่วยให้ คนที่แวะมาเยี่ยมเยียนเว็บของคุณ นั้น สามารถเอา feed ของคุณไปเก็บไว้ได้ง่ายขึ้น ช่วยส่งเสริมให้ ฟีดของคุณได้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไป อีก

เพราะอย่าลืมว่า หลายคนอาจจะเจอเว็บของคุณ จากเว็บ search ต่างๆ แล้วหลงเข้ามาดู และเกิดถูกใจ การที่เค้าสามารถ add feed ของคุณได้นั้น ย่อมเป็นสิ่งดีที่สุด ในการดึงคนให้อยู่กับคุณนั่นเอง

4. นำ feed ไปใส่ใน Signature File ของคุณ
วิธีนี้ ดูอาจจะดูไม่ค่อยน่าจะได้ผล แต่กลับได้ผลดีทีเดียวครับ เพราะทุกครั้งที่คุณส่งเมล์ไป ผู้รับก็มีโอกาสจะได้เห็นข่าวของคุณได้ หรือ อีกสิ่งหนึ่งคือ ผมเชื่อว่า หลายๆ ท่าน มักจะเล่นตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งหลายๆบอร์ด อย่าง IBP,PHPnuke มักจะมีให้ผู้ใช้ใส่ Signature หรือที่เรียกกันว่า สโลแกน ก็ได้

นั่นล่ะครับ อย่าดูถูกครับ จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ หลอกล่อให้ผุ้คนสนใจได้ดี อีกทั้งหากคุณเป็น สมาชิก Feedburner คุณสามารถจะสร้างภาพที่มีข้อความ หัวข้อ feed ของคุณได้ แถมยังเป็นภาพเคลื่อนไหว อีกด้วย ดังนั้น ยิ่งดึงความสนใจได้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้ คุณสามารถเผยแพร่ feed ของคุณได้มากยิ่งขึ้นไปอีกครับ ผลตอบกลับที่ได้
1. กลุ่มคนที่ชื่นชอบในบทความของคุณ จะกลับมาทุกครั้งที่คุณมีการ update feed
2. กลุ่มคนใหม่ๆ ที่พบลิ้งค์ จาก feedของคุณในที่ต่างๆ
3. เพิ่มทางเลือกในการ ถูกค้นหา จาก search engine

 

Weblog and SEO.

จากที่เคยบอกไว้ ว่า

"บล็อกสามารถ ทำ [tag]SEO[/tag] ได้ง่าย" หรือ "บล็อก ช่วยให้ Indexs ใน Search Engine ได้เร็ว"

หลายท่านอาจจะกังขาว่า ทำไม ??? เพราะอะไร???

เพราะที่ผ่านมาผม แค่บอก หรืออ้างว่า หรือแค่ยกเอาความเห็นส่วนตัวมาว่า มันขึ้นแล้ว มีอินเด็กซ์ แล้ว ในขณะที่ ผมยังคงบอกว่า เว็บบล็อกแห่งนี้ ยังไม่พ้น Sandbox ของ Google ด้วยซ้ำ แล้วมันจะได้ [tag]Google SERP's[/tag] ได้อันดับในหน้าแรกๆ ได้อย่างไร

อันดับแรกที่ทำให้ ผมคิดว่า [tag]บล็อก[/tag]สามารถมี Index ใน Google ได้เร็ว เหมือนอย่างที่เคยกล่าวไว้ใน Profit from Blog ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ไปแล้วว่า

ความที่บล็อกในต่างประเทศ นั้น หลายๆ บล็อกอย่างเช่น http://www.weblogsinc.com ที่มีผู้เขียนหลายๆ คนในหลายเรื่องราว ทำให้ความไวในการเพิ่มเนื้อหา หรือ Content นั้นหลากหลาย และมีเนื้อหา ที่น่าสนใจ มีความไวต่อข่าวอย่างมาก

ในทางกลับกัน หากถามว่า ทำไม ล่ะ ในเมื่อเว็บไซต์ มันก็มีเนื้อหาความน่าสนใจได้เช่นกัน จุดที่แตกต่างกันก็คือ ลักษณะของเนื้อหา นั้น มีความเป็นรากหญ้ามากกว่า หลายท่านอาจจะงง มันรากหญ้า ตรงไหน ในเมื่อหลายบล็อก มี URL มีhost

จุดนี้ หากยกง่าย คือ เว็บไซต์ 1 เว็บไซต์ เปรียบเหมือนสถานีวิทยุ กระจายเสียง ที่ผู้เช่าเวลาเป็นผู้กำหนดเนื้อหาหลัก เจ้าของเว็บเป็นผู้กำหนดเนื้อหาทั้งหมด ในขณะที่ บล็อกนั้น เปรียบเหมือนกับ วิทยุชุมชน ที่กระจายเสียงในกลุ่มเล็ก ของผู้ที่สนใจ เฉพาะเรื่อง เฉพาะทาง เท่านั้น รวมทั้ง ส่วนใหญ่เป็นความคิดเห็น ที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่(ค่อย)มีผลประโยชน์ทางธุรกิจแอบแฝง

จุดนี้ ทำให้ Google หรือ [tag]Search Engine[/tag] หลายๆที่ต้องปรับตัวใหม่ กับ [tag]Weblog[/tag] นี่ สังเกตได้จาก การเพิ่มตัวระบบของ Google Blogsearch ขึ้นมา

ทำให้ หากเราสังเกต ดีๆ แล้วเห็นว่า การที่ Google จะมี Service อะไรใหม่ๆ ออกมานั้น มันจะต้องมีนัย อะไรซักอย่างที่แตกต่างไปอย่างชัดเจน มีผลประโยชน์ที่จะดัง User เข้ามาสู่ [tag]อารยธรรม Google[/tag] เลยก็ว่าได้

ในขณะที่ Search Engine อื่นๆ ก็ต้องมีการปรับเพื่อรองรับกับ Weblog ที่มีแนวโน้มโตวันโตคืน ทั้งในแง่ของ Content และ Commercial

ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ ผมคงกล่าวลอยๆ ไม่ได้ว่า มีอะไรใหม่ มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป กับ Search Engine คงต้องไปเอา log file ของ Server ที่บันทึกไว้บางส่วนมาแสดง

207.46.98.67 - - [14/Feb/2006:01:09:50 +0700] .... "[tag]msnbot-NewsBlogs[/tag]/1.0 ....

209.191.83.9 - - [14/Feb/2006:11:08:10 +0700] ... "[tag]Yahoo-Blogs[/tag]/v3.9.....

เห็นไหมครับว่า ตรงตัวหน้า คืออะไร ซึ่งชื่อแซ่ ของเจ้า Robots 2 ตัวนี้ มันแตกต่างกันไป Robots ปรกติ ดังนั้นตรงจุดนี้ หลายท่านคงจะเห็นแล้วว่า weblog มันมีอะไรที่แตกต่างออกไป

ส่วนทางด้านของ [tag]Google blogsearch[/tag] นั้น ผมเอง ยังหา log ไม่เจอว่า มันใช้ตัวไหนกันแน่ เพราะยังหาไม่เจอ ตัว log นั้นข้อมูลค่อนข้างเยอะ ไม่รู้ว่าที่อื่นๆนั้น log จะเก็บไว้มากมายขนาดไหน เพราะมันเยอะมากๆ จนไม่ค่อยมีใครเข้าไปสังเกต

ตรงนี้คือจุดแรก เท่านั้น จุดต่อมา ที่ผมมักจะบอกเสมอ นั่นคือ ความที่บล็อกมีระบบ [tag]RSS[/tag] หรือ [tag]Feed[/tag] (ในเว็บทั่วไปก็สามารถทำได้) อยู่แล้วในตัวระบบ (แต่ในไทย ไม่ค่อยมีใครใช้กัน ไม่รู้ทำไม) ของ เว็บบล็อก

เจ้า RSS พวกนี้ ที่เคยบอกแล้วในตอนผ่านๆ มาว่า มัน Search ได้นะ Search Engine มันเก็บพวกนี้ไว้ ทำให้ การทำบล็อก เหมือนกับการทำ PR ได้ทั้งสองทาง หากคุณทำบล็อกเพื่อการ Promote สินค้า หรืออะไรก็แล้วแต่

มันเหมือนกับการยิงปืนนัดเดียว ได้นกทั้งฝูง
เพราะ
1. Search Engine มันเก็บ indexs ด้วย ทำให้มัน Search เจอ
2. ไม่ต้องทำระบบ เพิ่มเติม ใน บล็อกมันมีอยู่แล้ว
3. ผู้ที่ add feed เหล่านั้น ได้ประโยชน์
4. และอะไรอีกหลายอันที่ กล่าวไว้ใน Profit from Blog ตอนที่ 2

มันอาจจะทำให้หลายท่าน ยังคงคิดว่า เฮ้ย!! มันจะค้นหาได้ ดีเหรอ , มันจะดีกว่า การทำเนื้อหาในเว็บปรกติ??? , ยังไงมันก็ต้องเอา Feed ไป submit ในเว็บ [tag]Feed Farms[/tag] ทั้งหลายเหมือนเดิมล่ะว้า , จะมีใครใช้เจ้า RSS กันเท่าไหร่วะ และอีกหลายร้อยคำพูดที่เคยเจอมา

คงต้องบอกว่า ณ วันนี้ ในไทย ระบบ RSS ยังคงใหม่อยู่ ยังคงเหมือนเด็กหัดเดิน แต่เมื่อไหร่ที่ IE 7 ออกมาแล้วละก็ เด็กมันก็จะวิ่งและกลายเป็นขี่จักรยานในที่สุด เพราะปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ IE 6.0 อยู่ ซึ่งไม่ สนับสนุน ระบบ RSS พวกนี้เท่าไหร่นัก

ส่วนในอนาคต ก็น่าจะมีแนวโน้มที่ สดใส เหมือนในต่างประเทศทางยุโรป ที่ใช้ Firefox กันเป็นส่วนใหญ่ และ สนับสนุนระบบ RSS นี้ ดังนั้น เมื่อถึงวันนั้น คุณเพิ่งจะมาเริ่มทำ ผมว่า มันอาจจะช้า และตามหลังคู่แข่งคุณไป ก็ได้ หากวันนี้ คุณยังไม่เริ่ม

ใช่ไหมครับ ???

เหมือนกัน ว่า เอ้ย พูดอะไร ลอยๆ รึป่าว ??? , โม้ว่ะ ไม่เชื่อหรอก เอ้า ไปดูกันว่า โม้หรือไม่

216.109.121.71 - - [14/Feb/2006:07:12:13 +0700]... "[tag]YahooFeedSeeker[/tag]/2.0 ...

72.14.199.75 - - [14/Feb/2006:08:16:28 +0700] ... "[tag]Feedfetcher-Google[/tag]; ...

เห็นความน่าสนใจของ Weblog หรือยังครับ ไม่ว่าทั้งตัวของ บล็อก และ feed

อย่างที่เห็นใน log ครับว่า มันมีอะไรแปลก เยอะ หากเราเข้าไปดู เพราะแม้ว่ามันจะเป็นข้อมูลอะไร ก็ไม่รู้ หลายคนที่ทำเว็บ อาจจะไม่เคยเหลียวมันด้วยซ้ำ แต่ถ้าเรารู้จัก เข้าไปค้นหา บางที สิ่งที่อยู่ข้างเรานั่นล่ะ มีประโยชน์

ดังนั้น จากทั้งสองกรณี จะเห็นว่า หากเราทำเว็บปรกติ ทั่วๆ ไป โอกาสของการได้รับการ indexs นั้น ก็จะเรียกได้ว่า ธรรมดา เดิมๆ แต่เมื่อไหร่ ที่มันเป็นเว็บบล็อก เหมือนกับการ เพิ่มให้ โอกาสของเราเพิ่มมากขึ้น อีกหลายต่อ เหมือนกัน

แล้ว คุณล่ะคิดว่าอย่างไร


หมายเหตุ

สำหรับในส่วนของ Blogsearch ของ Google นั้น ผมคิดว่า น่าจะยังคงใช้ตัวหลัก อย่าง Googlebot ที่มีอยู่แล้ว มาใช้กับการทำ indexs ของ เว็บบล็อกด้วย เพียงแต่น่าจะแยกตัวข้อมูลออกไป คนละส่วนกับเจ้า search ตัวหลัก เพราะ indexs ใน google search และ google blogsearch นั้น แตกต่างกันด้วยปริมาณโดยสิ้นเชิง

Good content in my blog ???

ตอนนี้ ในบล็อก ไอ้มอมของผม ก็ได้ใส่ Content เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลายอันดูแล้ว น่าจะมีประโยชน์ สำหรับผู้ที่แวะเวียนมาอ่าน วันนี้ ก็เลยนั่งดูๆ แล้วตัดสินใจ รวบรวมมาไว้อยู่ด้วยกันครับ เพื่อให้ประโยชน์ได้ง่ายต่อการค้นหาครับผม

[tag]SEO project[/tag] : [tag]Outbound link[/tag] for Pagerank.
แนะนำเกี่ยวกับวิธีของการจัดการ Outbound link เพื่อโกงเพื่อนบ้าน เป็น One-way link

SEO project : [tag]Google Pagerank[/tag]. [part 2]
ลิ้งค์ เกี่ยวกับรูปแบบการ สร้างลิ้งค์ แบบต่างๆ ที่มีผลต่อ Pagerank (บทความลิ้งค์ไปยังเว็บต่างประเทศ) ซึ่งมีหลายแบบมากๆ ครับ และทุกแบบมีการคำนวณ ค่า PR เป็นตัวอย่างให้ด้วยครับ

Case Study:Google Pagerank.
ตัวอย่างรูปแบบ ลิ้งค์ และ ค่า PR ที่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูครับ พร้อมทั้ง ผลของการได้ one-way link จากหน้าเว็บอื่นๆ

SEO project : Duplicate Content .


เมื่อเนื้อหาซ้ำซ้อนกัน แล้วจะเกิดอะไรขึ้น กับ Google SERP's แปลมาจาก www.seochat.com ครับผม

SEO project : wrong-way to seo
ตัวอย่างของการทำ [tag]SEO[/tag] แบบผิดๆ

SEO project : google why
ทำไมต้อง Google??? สาเหตุของการทำ SEO สำหรับ Google

SEO project : google pagerank
Google Pagerank คือ อะไร ??? ลองไปอ่านกันดูครับ

SEO project : google sandbox
Google sandbox คือ อะไร ??? แล้วมีผลอะไรต่อเว็บไซต์ ??? ทำไมต้องมี ???

SEO project : about [tag]googlebot[/tag]
เรื่องเกี่ยวกับ Googlebot คืออะไร มีกี่ตัว อะไรบ้าง

SEO ???
อะไรคือ SEO มีอะไร เป็นอย่างไร

Google best for Search or Best for hack??
หลายครั้งที่ Googlebot ทำเกินเลยไป กว่าปรกติ โดยทำ Indexs ในหน้าที่เราไม่ต้องการ ดูสาเหตุ และวิธีแก้ไขกันครับ

Case Study: SEO Project ภาค 1
กรณีทดลอง แบบมั่วซั่ว กับการทำ SEO ในภาคแรกครับ

SEO Project : Finding [tag]Keywords[/tag]
การค้นหา คีย์เวิร์ด สำหรับการทำ SEO ในเว็บไซต์

SEO Project : Google Update
ประวัติการอัพเดท ครั้งต่างๆ ของ Google

SEO Project : Link for Googlebot
เทคนิค การทำลิ้งค์ให้ Robots เข้าใจง่ายๆ

SEO Project : Hot [tag]Google ranking Factor[/tag].
ปัจจัย ที่มีผลต่ออันดับ รวมทั้งค่า Pagerank ใน Google

RSS Internet Marketting:: การทำการตลาดด้วยระบบ RSS
บทความมั่วซั่ว เกี่ยวกับ การทำการตลาดด้วยระบบ RSS

SEO Project :website always update
ความสำคัญของการหมั่น อัพเดทเว็บไซต์ ที่มีผลต่อ Google

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2
ความสำคัญของ การใส่ [tag]Meta tag[/tag] ต่อ Robots หรือ Spider ตอนที่ 2

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1
ความสำคัญของ การใส่ Meta tag ต่อ Robots หรือ Spider ตอนที่ 1

ซึ่งหวังว่า ผู้ที่หมั่นแวะเวียนเข้ามา คงจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะว่า ถือว่า หลายๆ อันก็น่าสนใจต่อการทำ SEO พอสมควร การเอามารวบรวมไว้ น่าจะทำให้ หาหัวข้ออ่านกันง่ายขึ้นนะครับ

ปล.เพิ่งรู้ตัวว่า นี่ทำ content ไปขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ไม่นะ

Profit from Blog.(part 2)

เมื่อวานได้พูดถึง ประโยชน์จาก [tag]บล็อก[/tag] ไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งกล่าวถึง ประโยชน์ในส่วนของความเป็น [tag]community ใน weblog[/tag]

วันนี้ก็เลยขอต่อเนื่องเกี่ยวกับ [tag]ประโยชน์จากบล็อก[/tag] ต่อแล้วกันนะครับ

ด้วยความเป็นบล็อก ที่มักจะมีการ Update ของ [tag]content[/tag] หรือ Entries แต่ละอันที่ค่อนข้างเร็ว และบ่อย เพราะในต่างประเทศนั้น บล็อกบางบล็อก มิได้มีผู้เขียนคนเดียวแต่อย่างใด นอกจากนี้ บล็อก ยังเป็นเนื้อหาที่ผู้เป็นเจ้าของ นึกหรือคิด หรือเห็นอะไรที่น่าสนใจ ก็จะนำมาใส่ไว้ใน บล็อก ค่อนข้างอิสระ ทำให้หลายครั้งมีการอัพเดทบล็อก มากกว่า วันละ 1 บทความ ดังนั้น เนื้อหาในเว็บบล็อก จึงมีการอัพเดทที่ค่อนข้างไว

ด้วยเหตุนี้เอง เหล่า [tag]Search Engine[/tag] ทั้งหลาย จึงมีการปรับทัพตาม โดยการปรับปรุงระบบ [tag]Blogsearch[/tag] อย่างเช่นในกรณีของ [tag]Google blogsearch[/tag] ทำให้ บล็อก จึงสามารถก้าวเข้าสู่ ระบบ search ได้ไว มากกว่าเว็บไซต์ปรกติ

เช่นในกรณีของ [tag]บล็อกไอ้มอม[/tag] แห่งนี้ ก็สามารถผ่านเข้าไปมี index ใน blogsearch ของ Google อยู่เป็นจำนวนมาก และไว มากๆ ซึ่งจากการสังเกตของผม พบว่า บล็อก i-morm.com สามารถเข้าไปมี indexs ใน google blogsearch ภายในเวลาไม่ถึง 20 ชั่วโมง

หากเทียบกับใน Google search ปรกติแล้วเร็วกว่ากันหลายขุมทีเดียว ยังไม่นับจำนวน indexs ที่มากกว่ากันหลายเท่านัก (ยังไม่รวมถึง Blogsearch ตัวอื่นๆนะครับ)

จุดนี้ จึงถือเป็นจุดแข็งของ ความเป็น [tag]Weblog[/tag] อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทำให้ บล็อกจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในต่างประเทศ ที่ใช้ใน[tag]การทำการประชาสัมพันธ์[/tag] แนะนำสินค้า แนะนำบริการ ของตน

ต่อมา ด้วยระบบของบล็อก ที่น่าสนใจอีก ประการคือ [tag]ระบบ RSS[/tag] หรือ [tag]Feed[/tag] นั่นเอง ระบบนี้ สามารถทำให้ Blogger ทุกคนสามารถนำ Feed หรือ RSS ของตน ไปทำการ PR ต่อ ในเว็บที่เป็นแหล่งรวม Feed หรือ [tag]Feed Farm[/tag] นั่นเอง

จุดดีของ Feed มีหลายต่อหลายอันด้วยกัน อันแรก RSS Feed สามารถค้นหาผ่านทาง Google หรือ Search Engine ตัวอื่นๆได้ ตามปรกติ

สอง Feed สามารถนำไปทำการ PR ได้ในเว็บไซต์รวม feed ทั้งหลาย ช่วยให้การประชาสัมพันธ์ได้อย่างกว้างมากขึ้น

สาม ระบบของ feed ยังช่วยให้ ผู้รับ feed นั้นได้รับข่าวสาร บทความใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามายังเว็บไซต์ เหมือนแต่เดิม ที่จะต้องหมั่นเข้ามาดูภายในเว็บไซต์ว่า วันนี้ มีอะไรใหม่

ช่วยให้ระบบข่าว เปลี่ยนไป จากที่แต่เดิม คนต้องมาหาข่าว หาเนื้อหาในเว็บไซต์ เปลี่ยนไปเป็น ข่าวหรือเนื้อหานั้น เข้าไปหาคนอ่านแทน ทำให้ได้รับข่าวสาร เร็วขึ้นอีกด้วย

สี่ ระบบ feed นั้น ยังมีรูปแบบที่ ส่งหัวข้อไปยัง ผู้รับ feed ได้พร้อมกับเนื้อหาบางส่วน ทำให้ผู้อ่าน สามารถเลือกอ่านได้ ว่า เนื้อหาที่มีขึ้นมาใหม่นั้น น่าสนใจหรือไม่ อย่างไร พูดง่ายคือ เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้อ่านนั่นเอง

และ ห้า ด้วยความที่ feed นั้นอาศัยพื้นฐานบนภาษา XML ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้งานใน plate formอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป บน Smart Phone PDA หรือ Pocket PC ได้ทันที ทำให้สามารถกระจายได้อย่างกว้างขวาง มากกว่าเดิมอีกเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทั้งสองประเด็นหลัก น่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจที่หลายท่าน จะหันกลับมามองประโยชน์ในการทำ บล็อก ในการทำ [tag]Marketing[/tag] หรือในการทำ [tag]Promotion[/tag] เพิ่มขึ้นบ้างนะครับ

ปล.สำหรับ บล็อก i-morm.com ของผม เท่าที่ติดตาม พบว่า มีประมาณ 2-3 ท่านที่ใช้ระบบ Feed ของ บล็อกมาใช้ เพราะทันทีที่ผมอัพเดทข้อมูลหรือ เนื้อหาใหม่ จะพบว่า มีผู้เข้ามาอ่านทันที ภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที หลังจากอัพเดทเนื้อหาใหม่

RSS Technology:New way Advertisment.

[tag]RSS[/tag] หรือ ระบบ [tag]Really Simple Syndication[/tag]
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ การทำโฆษณา และมีแนวโน้มที่จะน่าจะประสบความสำเร็จ

เนื่องจากประเด็นแรก คือการทำ [tag]โฆษณา[/tag] หรือ [tag]Advertisment[/tag] ผ่านทาง e-mail นั้นก้าวมาถึงจุดที่เรียกว่า
"การทำโฆษณา บนกองขยะ" แล้วก็ว่าได้

เพราะทุกวันนี้ เราจะพบ [tag]Spam[/tag] จำนวนมากมายในทุกครั้งที่เข้าไปเช็คอีเมล์ ผู้ในบริการทุกๆค่ายต่างก็ปรับทัพ เพื่อป้องกัน
[tag]Spam mail[/tag] กันอย่างเต็มที่ มีการฟ้องร้องเป็นคดีความกันในต่างประเทศแล้ว รวมทั้ง มีการลงโทษปรับเงินกันไปเป็นจำนวนมหาศาล หรือสั่งจำคุก
อย่างข่าวล่าสุด ที่เพิ่งตัดสินคดีไป เมื่อไม่นานมานี้เอง

Spammer faces up to two years in jail - January 12, 2006
ที่มาจาก news.com

ซึ่งเรียกได้ว่า มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว กับการทำ [tag]โฆษณาผ่านอีเมล์[/tag] เสียแล้ว

RSS จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับ[tag]การประชาสัมพันธ์[/tag] หรือ โฆษณา เพราะมีจุดดีในหลายๆ จุดด้วยกันคือ
1.สามารถค้นหาผ่านทางเว็บต่างๆ ได้
2.สามารถประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Website ต่างๆ ได้เช่น Feedster.com,Feedburner.com เป็นต้น
3.ผู้ที่อ่าน feed สามารถเลือกได้ว่า จะอ่านหรือไม่
4.ผู้อ่านสามารถ Add feed ไว้อ่านได้อย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ที่มีข้อความใหม่

ซึ่งจุดดีที่สุด น่าจะเป็นส่วนที่ ผู้อ่าน หรือผู้ที่เห็น Feed แล้วเกิดความสนใจ สามารถเลือกเก็บไว้อ่าน และรอรับ feed ใหม่ของเราได้ตลอด
คล้ายๆ กับ ระบบ [tag]newsletter[/tag] [tag]subscription[/tag] ที่ผู้อ่านสามารถเลือกที่จะรับ หรือไม่ รับได้นั่นเอง

เพราะการทำโฆษณา บน spam mail นั้น แม้ว่ามันจะทำให้เราสามารถประชาสัมพันธ์ได้ จำนวนมาก เป็นหมื่น เป็นแสนอีเมล์
มีผลตอบรับมา 100-200 อีเมล์ ในขณะที่ อีก นับพันคน เกลียดและไม่พอใจ ตัดสินใจ Anti ทันทีนั้น

สำหรับผม ถือว่าไม่คุ้ม แม้ว่าตัว product หรือ สินค้าเรานั้น จะดีเลิศแค่ไหน แต่หากไม่มีใครชอบ ไม่มีคนสนใจซื้อก็เท่านั้น
เทียบกับ การทำประชาสัมพันธ์ จำนวนน้อย มีคนซื้อน้อยหน่อย แต่ทุกคนที่เข้ามา เป็นคนที่สนใจ และซื้อจริงๆ

ดังนั้น ถือว่า RSS เป็นแนวทางใหม่ ที่น่าสนใจทีเดียวนะครับ สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำการ โฆษณา อย่างได้ผล และตรงกลุ่มเป้าหมาย

RSS Internet Marketting:: การทำการตลาดด้วยระบบ RSS

สำหรับระบบ RSS นั้น ในปัจจุบันในประเทศไทยเอง ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเห็นประโยชน์มากนัก เช่นเดียวกับ Webblog หรือ Blog ที่แม้ว่าในประเทศไทยเราเอง จะรู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า มันจะทำการตลาด หรือ ช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร

ก่อนอื่น ว่าด้วยระบบ RSS ก่อน ซึ่งได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่หากเรามองถึงประโยขน์ในการตลาดแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ยากเหมือนกัน

ที่ว่าไม่ยากเพราะ หากเราใช้ระบบ Blog หรือเว็บบล็อก ช่วยในการทำเนื้อหาของหน้าเว็บไซต์ เว็บบล็อกโดยส่วนใหญ่ มีระบบ RSS นี้อยู่แล้ว ดังนั้น หากเราทำเนื้อหา หรือแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ย่อมจะมีผู้ที่สนใจ นำข้อความของท่านไปแปะในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ถือเป็นการ PR แบบปากต่อปาก เหมือนอย่างที่จะเห็นกระแสในอินเตอร์เน็ตที่ส่งผลหนังอย่างเรื่อง โหมโรง กันไปแล้ว

ดังนั้น อย่าดูถูก การทำตลาดออนไลน์นะครับ

ประเด็นต่อมาคือ หากเนื้อหาที่ถูกนำไปใช้ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดแล้วก็ตาม การลิ้งค์กลับมาย่อมเกิดขึ้น
ผลที่ได้ตามมาติดๆคือ การได้ลิ้งค์กลับมายังบล็อก ที่ทำการค้า ทำให้ผู้ที่คลิกลิ้งค์มานั้น ได้เห็นผลิตภัณฑ์ขอเรามากยิ่งขึ้น

การตลาดย่อมกระจายตัว product จาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 ต่อไปเรื่อย

ประโยชน์ของระบบ RSS ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเพียงแค่เราทำการอัพเดท หรือปรับปรุงบทความเข้าไปใหม่ ระบบ RSS ก็จะส่งข่าวไปยังที่ต่างๆ ที่นำ RSS ของท่านไปติดตั้ง ทันที

ซึ่งจริงๆแล้ว ระบบ RSS มิได้มีเพียงแค่การนำไปแปะในหน้าเว็บเท่านั้น ยังมีโปรแกรมจำพวก RSS Reader อีกจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าเว็บบราวเซอร์ทั้งหลาย ต่างก็สนับสนุน ระบบนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ยกเว้น Internet Explorer 6.0 ลงไปเท่านั้น) ที่จะทำให้ผู้อ่าน หรือผู้สนใจ ที่เก็บ RSS Feed ของคุณไว้ ได้รับข่าวสารใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ทันทีที่คุณอัพเดทเลยทันที

เพราะเมื่อมีการอัพเดทข่าว โดยเฉพาะบล็อก จะมีระบบ RSS pinging ที่จะส่งข้อมูลไปเตือนเว็บต่างในรายการที่คุณเพิ่มไว้ทันทีที่คุณอัพเดท ทำให้บรรดาเว็บไซต์ ที่ทำหน้าที่เป็น FeedFarm รับรู้ทันทีว่า คุณ อัพเดทแล้ว

นับว่า เร็วกว่า การที่คุณจะทำ PR ผ่านทางระบบอื่นๆ ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังใช้ทุนต่ำอีกด้วย

นอกจากการนำเสนอ บทความ แนะนำสินค้าแล้ว คุณยังสามารถที่จะทำระบบ RSS ที่เป็นการประชาสัมพันธ์ต่างๆ โปรโมชั่น สินค้าใหม่ รวมทั้ง ราคาสินค้าต่างๆ ได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย กับการที่เราจะทำตลาดด้วยระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimized เพื่อการค้นหาที่ดีที่สุดของเว็บของคุณ, ความสม่ำเสมอในการอัพเดท, การสร้างสังคม หรือ Community ภายในเว็บ และที่สำคัญที่สุดคือ

จรรยาบรรณ ในการนำเสนอสื่อของตนที่มีอยู่ จะต้องอยู่ในขอบเขต หรือขอบข่ายที่ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนัก จุดนี้เองที่เป็นจุดที่สำคัญเช่นกันครับ

TAGs: , , , , , ,

Tags :

RSS technology:: Feed for Future.

วันนี้ยกเรื่อง RSS Feed แล้วกันเพราะได้ศึกษา ค้นคว้า บ้าบอ มาหลายวันอยู่ครับ
ก่อนอื่นๆไปทำความรู้จักกับเจ้า RSS นี่เสียก่อน

RSS หรือ Really Simple Syndication เป็นบริการใหม่บนเว็บไซต์ภาษา XML ใช้สำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ โดยนำมาเฉพาะหัวข้อข่าว เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นฉบับนั้นๆ โดยที่หัวข้อข่าวจะอัปเดทตามเว็บต้นทาง ซึ่งการดึงหัวข้อข่าวไปแสดงนั้นจะมีส่วนประกอบทั้งหมดสามส่วนคือส่วนผู้ให้บริการดึงข่าว และส่วนผู้สร้างเว็บไซต์ใช้ทั่วไปที่ต้องการดึงข่าวไปแสดง และส่วนผู้ใช้ทั่วไป  

จุดเด่นของ RSS คือผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อดูว่ามีข้อมูลอัปเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัปเดทไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัปเดทใหม่บนเว็บไม่ครบถ้วน รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้สามารถรับข่าวสารอัปเดทใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์

ท่านสามารถดึงข่าวผ่าน RSS ของเราได้โดยง่ายเพียงนำ Link ของหัวข้อข่าวที่ท่านสนใจไปติดที่เว็บไซต์ของท่าน ผ่านโปรแกรมดึงข่าวต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับ Mambo, PHP-Nuke, Weblog ต่างๆได้ทันที
(อ้างอิงจาก: http://www.thaisarn.com/new/doc/faq_new.php?step=rss_intro )

เอาล่ะ ถามว่า มันเกิดขึ้นมา แล้วมีความสำคัญอย่างไร ??
ทำไมเราจึงต้องสนใจมันด้วยล่ะ ??

ความสำคัญของระบบ RSS นั้นน่าจะอยู่ตรงที่เป็นระบบที่พัฒนาขึ้น
จะว่าใหม่ ก็คงไม่ เพราะยังคงใช้ภาษา xml เหมือนเดิม
แต่จุดที่น่าจะพลิกผัน อยู่ตรงที่

RSS จะทำให้ระบบข่าวเปลี่ยนไป นั่นคือ

1.คนไม่ต้องหาข่าว แต่ข่าวจะมาหาคน
2.ข่าวจะได้รับการกระจาย หรือ เผยแพร่ มากขึ้น
3.ข่าวจะสามารถอัพเดทได้เร็วขึ้น
4.ผู้คนรับทราบข่าวสารได้เร็วขึ้น

นี่น่าจะพอที่จะเป็น จุดที่ทำให้เจ้า RSS เกิดความน่าสนใจขึ้นมาทีเดียวครับ
เอาเป็นว่าวันนี้แค่นี้ก่อนล่ะกันครับ

TAG:
, , , , ,
,

Tags :