Other

Secret of SEO by eblogbiz.com

Update ขอขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มเติมนะครับ

Blog News.

แวะมาแจ้งข่าวสาเหตุที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเดท ครับ ซึ่งมีปัญหาด้วยกันสองประเด็นครับ

  • กำลังซุ่มทำเว็บ eblogbiz.com ตัวใหม่ครับ ซึ่งย้ายไปทดลองใช้ Drupal ซึ่งแน่นอนว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาแน่ๆครับ
  • กำลังทำ Project ส่วนตัวเล็กน้อย คาดว่า อีกมีนานจะแจ้งกันอีกทีครับว่า ทำอะไรอยู่ในช่วงนี้ แต่ก็เกี่ยวกับเรื่อง SEO นี่ล่ะครับ
  • มีเว็บใหม่ที่กำลังรอการจัดทำเพิ่มเติมอีก (ในขณะที่เว็บเก่าดองเค็มไม่เสร็จเสียที อีกสี่ห้าเว็บ)
  • ช่วงที่ผ่านมาก็ไม่สบายด้วยครับ เลยสมองตื้อไปหลายวัน

ด้วยสาเหตุทั้งมวลเลยทำให้ไม่ได้แวะมาอัพเดทบล้อกเลยครับ ทำให้กลัวว่า เดี๋ยวคนแวะเข้ามาแล้วจะคิดว่า กระผมตายไปแล้ว หรืออย่างไร ก็แวะมาแจ้งกันไว้ก่อนครับว่า ยังไม่ตายแต่อย่างใดครับ

แต่ถ้ามีข่าวความเคลื่อนไหวอะไรที่เร่งด่วนก็จะแวะมาอัพกันก่อนแล้วกันนะครับ

Tags :

Update: CAT Telecom Officer strike!

Update: ล่าสุดอีกรอบ ยืนยันแล้วครับไม่มีการตัดแน่นอน เพราะสหภาพไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น เพราะอาจจะทำให้การสื่อสารตายไปกว่า60% ครับ

---------------------------

หลังจากที่มีการหยุดงานแล้ว ทางสหภาพทีโอที แจ้งว่า ถ้าแกนนำพธม. ถูกจับกุมจะทำการตัดวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศทันที ดังนั้นอินเตอร์เน็ตจะไม่สามารถออกต่างประเทศได้เลย รวมไปถึงโทรศัพท์ระหว่างประเทศด้วย

---------------------------

พรุ่งนี้ มีข่าวว่า สหภาพทศท.(แคทเทเลคอม) จะหยุดงานประท้วงและเข้าร่วมกับทางพันธมิตร ที่ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ดังนั้นพรุ่งนี้ กรุณาสำรองทราฟฟิค เอ้ย ระวัง ดูแลระบบเพิ่มเติมนะครับ เพราะไม่แน่ใจว่า จะเกิดปัญหาอะไรกับระบบอินเตอร์เน็ตรึเปล่านะครับ เลยแจ้งๆ กันไว้ก่อนครับ

สั้นๆ เท่านี้เลยครับ ท่านที่แวะเข้ามาอ่านช่วยแจ้งต่อด้วยแล้วกันนะครับ

ปล. อย่าcomment การเมืองนะครับ ถ้าจะแสดงความคิดเห็นการเมืองกรุณา follow mormmam

สะเก็ดข่าวกับงาน "ทำเว็บอย่างไรไม่ให้ติดคุก"

อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ

ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ

[....]

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
  • การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
  • การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
  • การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
  • การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก

ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้

สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง

ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก

ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง

ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ

Photo from NextWebApp2008

เมื่อวานลืมสนิทเลยครับ ได้หยิบเอามือถือมาถ่ายรูปไว้ได้ไม่กี่ภาพครับเลยเอามาแปะไว้ดีกว่าครับ อ่อ แล้วเมื่อวานนี้ลืมอีกอย่างนึงด้วยครับ

"ใครว่าแมคใช้ง่าย"

NextWebApp2008

NextWebApp2008

NextWebApp2008

Free wifi in NextWebApp2008

ปิดท้ายด้วยวิวสวยๆ จากห้องประชุมครับ ถ่ายไว้
Thai Summit Building

Thailand Next Web App 2008

ก็ผ่านมาแล้วนะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในงาน Thailand Next Web App. 2008 ซึ่งจัดขึ้นที่ตึกไทยซัมมิตครับ ซึ่งผมเองก็ไปมาครับ ทีแรกคิดว่าจะรีวิวตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่ก็เอาแว่นตาไปเปลี่ยนเลนซ์ วันอาทิตย์เลยต้องทำงานแบบตัวหนังสือเบลอๆ เอา กว่าจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนครับ ก็เลยเลื่อนมาวันนี้ เพราะว่าลางานไว้เรียบร้อย เนื่องจากไปทำงานคงไม่ได้งานเท่าไหร่ มองตัวหนังสือเบลอๆ ไปหมดล่ะครับ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง ในงานนี้ จริงๆแล้ว มันแบ่งออกเป็นสองห้องหลักๆ คือที่เป็นในเรื่องของ BusinessและDevelopment ครับ โดยในห้องของฝั่ง DEV นั้นหลักๆจะเป็นเรื่องของ Railเสียส่วนใหญ่ จริงๆอยากเข้าไปฟังนะครับ แต่เห็นคนแล้วไม่รู้จะแทรกไปนั่งตรงไหนดี เลยปักหลักอยู่ห้อง biz ดีกว่า

....................................

บางส่วน ผมจำไม่ค่อยได้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะไปงานด้วยอาการมึนๆ งงๆ สืบเนื่องจากวันศุกร์ซดไปไม่น้อยครับ

....................................

เปิดตัวกันซักพักนึง ก็เริ่ม Lightning Sessionครับ โดย @sugree ในเรื่องของ ITไทย ไป ITโลก ประเด็นนี้น่าสนใจครับ เพราะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องยอมรับกันว่า การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังนั้นมีน้อย และมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ รัฐบาล เหมือนว่าจะทำงานต่อจากคนเก่าไม่ได้ เดี๋ยวทับรอยกันอะไรประมาณนี้ ซึ่งบทสรุปของเนื้อหาในตอนนี้คือง่ายครับ

"พึ่งตัวเอง"

ง่ายไหมครับ ผมชอบคำกล่าวนึงในศาสนาคริสต์ว่า "พระผู้เป็นเจ้า จะทรงช่วยผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองก่อนเสมอ" (ผมนับถือพุทธนะครับ แต่ก็เคยศึกษาในเรื่องของศาสนาคริสต์มานิดนึงครับ) ตรงนี้เอง ผมมองว่า ถ้าคนไทยมีแนวคิดอย่างนี้บ้าง คือพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะรอการสนับสนุนจากภาครัฐ (ที่มักจะโชว์ปาหี่ในช่วงหาเสียงเสมอๆ) น่าจะไปได้เร็วกว่านะครับ

สำหรับ Slide ชุดนี้ ดูได้ที่ http://sugree.com/node/220 นะครับ

....................................

คุณ Greendog มาพูดเรื่องเกี่ยวกับ user disign อะไรพวกนี้ล่ะครับ สรุปใจความได้ว่าเว็บในกลุ่มเว็บ web 2.0 ต้องเน้นในเรื่องของ Function การใช้งาน ที่จะต้องมาควบคู่กับ Design แล้วปิดท้ายเสริมแรงด้วย Performance ครับ (สั้นดีไหม)

....................................

ต่อด้วย @pittaya ครับ ที่มาแนะนำเจ้า FWDDER จริงๆไม่ได้มันไม่ได้อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เดอ แต่อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เด้อ ซึ่งได้มาแนะนำ Solution นะครับ

ดู slide ได้ที่ http://www.slideshare.net/pittaya/fwdder-share-your-forward-mails-presentation/

....................................

ต่อมาเป็นเรื่องของ Make it Thai: Opportunity, Problem, and Experienceโดย @lewcpe ณ  Blognone ครับ เปิดตัวด้วยประโยคที่น่าสนใจครับ

โปรแกรมเมอร์ที่ดี ย่อมพัฒนาโค้ดที่ดีได้
โปรแกรมเมอร์ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมขโมยโค้ดที่ยิ่งใหญ่

อ่า ได้ยินไหมครับ พี่บิล เกตส์ (ถูกใจที่สุดเลย) สำหรับในประเด็นนี้ หลักๆ อยู่ที่ว่า เรื่องของการ ลอกและขโมย ครับ ตรงนี้น่าสนใจครับ เพราะส่วนหนึ่งตรงกับแนวคิดของผมว่า การคัดลอก หรือขโมยความคิดของใครมาใช้งานนั้น หากวางในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ในจุดที่ไม่ถูกไม่ต้องแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ได้หมายความจะรุ่งได้ มันต้องจัดให้จังหวะและเวลานั้นลงตัวด้วยครับ

ซึ่งในหัวข้อนี้ คล้ายๆ กับการพูดคุยกันมากกว่า จึงสรุปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ

....................................

สำหรับประเด็นอื่นๆ ตอนเที่ยงๆ ด้วยความหิว ก็เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ครับผม แต่จำได้ว่า

@kengggg มาพูดถึงเรื่อง Drunk firefox เอ้ย Firefox Thai l10n ครับ ซึ่งเป็นการรายงานความเคลื่อนไหว

@bact มาพูดถึงเรื่องของ CC หรือ ครีเอทีฟ คัมม่วน ครับ (ผมมักเรียกว่า คัมม่วนแทนคัมม่อน ครับ lol )

....................................

ในตอนบ่ายก็มีเรื่องที่น่าสนใจ อยู่ครับ จริงๆ อยากจะย้ายไปนั่งฟังเรื่อง Web standdard ครับแต่ว่าห้องเต็มมากเลยต้องกลับมานั่งห้องเดิมครับ

เริ่มต้นด้วย @adamy มาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ Fukduk.tv และเรื่องของ New Media ครับ ซึ่งในมุมมองของ @adamy นั้นเค้ามามองว่า fukduk. นั้นเป็นเรื่องของ Long trail. คือ ณ ตอนนี้บ้านเรายังวนอยู่ในส่วนของ Old media ยังติดตามละครน้ำเน่า ตบตีกันอยู่ แต่ในอนาคต เรื่องของทีวีออนไลน์ มันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ๆ ของกลุ่มคนที่ต้องการอะไรที่มากกว่า ละครหลังข่าวนั่นล่ะ

ซึ่ง fukduk เองมองที่ เนื้อหาที่ตัวเองมีเป็นหลัก และนั่นมันตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่า seo ส่วนหนึ่งในบ้านเราทำคือ มองที่ตลาดใหญ่เป็นหลัก แล้วจึงหาเนื้อหาเหล่านั้นมายัด ผลคือ มันไม่ใช่ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจะเลือกเสพ เลือกค้นหาสิ่งที่เห็นแล้วบอกว่า

"นี่ล่ะ ใช่เลย"

....................................

จากนั้นต่อด้วย @dekadsครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ผมคาดหวังไว้เล็กๆ ว่าจะได้ข้อมูลแนวทางบางอย่างเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ใช่ครับ (อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในวังวนเรื่องของบล็อก และการหารายได้ เข้าบล็อกอยู่แล้วมั้ง) ทำให้ไม่ได้ฟังเท่าไหร่ครับ นั่งtweet เล่นไปเรื่อยๆ

....................................

ต่อด้วย PG.in.th ซึ่งจำไม่ได้ครับว่า ท่านใดพูด เพราะผมไม่ได้สนใจในตัวของผู้พูดเลยครับ แต่สนใจในเนื้อหามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งในไอเดียของการทำและความพยายามครับ เพราะมันเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากเลย ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด อยากรู้ ไปดูที่ www.pg.in.th ครับ (ปล.ถ้าไม่พิมพ์ www เข้าไม่ได้เด้อ!) ของเค้าดีจริงๆ แต่เล่นไม่ได้อ่ะครับ มือถือผมใช้ APP ไม่ได้

....................................

ต่อด้วย @hunt ที่เรียกเสียงฮือ ฮา อื้ออึงและซี๊ดอูย! ด้วยภาพสาวสวยจากที่ไหนไม่รู้ครับ เหมือนดาราav ที่เคยดู ( lol ) แต่พอเข้าเนื้อหาแล้วน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Zickr กับทราฟฟิค, Diaryis ที่เกิดขึ้นจาก Invites เพียง 6 อันเท่านั้น และกลายเป็น 3000 ภายในไม่กี่วัน จนปัจจุบัน มีผู้ใช้งานที่เริ่มต้น จาก 6 invites นั้นอยู่ 6000 คน และ Activeอยู่ 5900 โดยประมาณ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจจริงๆครับ

ซึ่ง @hunt ได้พูดถึงเรื่องการจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ ครับ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นไอเดียที่ดี และรุ่งมาแล้วในหลายประเทศ อย่างเช่นในจีน QQ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากครับ ซึ่งในจำนวนนั้น มีประมาณ1ล้านคนที่จ่ายเงินให้กับ QQ โดยจ่ายคนละประมาณ 10-12 บาทต่อเดือน นั่นหมายถึงว่าQQไม่ต้องนั่งรอขาย Ads เลยแม้แต่น้อย

แต่ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้โมเดลนี้รุ่งในบ้านเรา เพราะผู้ใช้งานส่วนหนึ่งถูกฝังหัวไว้ว่า ทุกอย่างในเว็บและอินเตอร์เน็ต ไม่ต่างจากของในสวนสาธารณะ ที่ใครก็ใช้ได้ จะก้อบปี้, จะเกรียนใส่,จะพ่นสี หรือทำอะไรก้ได้ เดี๋ยวเจ้าของเว็บมันก็เช็ดเองล่ะ

ตรงนี้ที่ยังต้องใช้เวลาครับ เหมือนกับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ล่ะ ต่างฝ่ายต่างจะเอาๆ ไม่สนใจว่า เรื่องจริงๆอย่างไรบ้าง ใครคิดไม่เหมือนคือผิด คิดต่างคือศัตรู (ไม่สงสารคนที่ไม่ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค และไม่ได้คลั่งสนธิอย่างผมบ้างเลย)

(กลับเข้าเรื่องดีกว่าครับ) แต่น่าสนใจนะครับ พร้อมกันนี้ @hunt ก็เปิดตัวเว็บใหม่ครับ www.ohmyform.com เป็นเว็บที่เอาไว้ใช้ในการสร้างฟอร์มออนไลน์ครับ น่าสนใจดี แต่ผมไม่ได้ลองใช้งานเพราะไม่มี account ครับผม

....................................

ส่วนต่อไปก็คือรายการตลกครับ โดยสองคู่หู ดูโอคอร์ นั่นเองครับ ก็เรียกเสียงหัวเราะพร้อมสาระ และเสียงปรบมือ(จากหน้าม้า)ได้ตลอดครับ จริงๆแล้วเนื้อหาก็จะเป็นในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ duocore นั้นเองครับ

....................................

สุดท้ายจบด้วย Noknok ที่เรียกว่าเป็นTwitter เมืองไทยแล้วกันครับ แต่ไม่ขอวิพากวิจารณ์ดีกว่า กลัวครับ หลังถูกมองว่าเป็น บล็อกเกอร์ขี้อิจฉา อยู่ด้วย กลัวครับ ยังเข็คขยาด (และรำคาญ) ว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมมาวิจารณ์ในฐานะของคู่แข่งทางธุรกิจบ้าง จ้องจะดิสเครดิสบ้างครับ

....................................

สรุปนะครับ สำหรับงานนี้ ส่วนหนึ่งน่าสนใจดีครับ ได้สาระดี แม้ว่ามีข้อบกพร่องตกหล่นไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วนะครับ การที่เราจะก้าวไปข้างหน้า จะกลัวอะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราจะก้าวไป แต่กลัวจะตกบันได กลัวตกหลุม ตกบ่อ แล้วล่ะก็ การพัฒนามันก็ไม่เกิด และเราก็จะจมอยู่กับที่ ปล่อยให้ใครต่อใครเดินข้ามหัวเราไป

ซึ่งเมือถึงตอนนั้น ก็คงโทษใครไม่ได้ครับ ว่าทำไมเราไม่เดินไป

ดังนั้น งานนี้ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจครับ ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงคือ อยากให้มีห้องมากกว่านี้ครับ อย่าง lighning session จริงๆแล้วเปิดพื้นที่โชว์ไอเดียที่น่าสนใจครับ และผมเชื่อว่า หากมีพื้นที่มากพอ ก็มีอีกหลายคนที่จะโชว์พาวครับ

ในห้อง Biz ที่ผมเข้าไปฟังนั้น บางเรื่องมันก็เหมือนยังขาดอะไรไป แต่บอกไม่ถูกครับ

แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่แพ้ใครในโลกหรอกครับ อยู่ที่ว่า เรากล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ และกล้าที่จะล้มหรือไม่เท่านั้นเอง

ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ

Joke from google serps.

ในบล็อกผมเหมือนกับมีเรื่องที่เป็นสาระอยู่พอสมควร ซึ่งปรกติ ผมมักจะเจออะไรตลกๆ กับ Googleเสมอๆครับ เลยเอามาให้ดูกันเล่นครับ

ถ้าผมเป็นหวัด ผมจะหายเมื่อไหร่แต่กลายเป็นว่า

แล้วผมจะกินข้าวเมื่อไหร่ดี กลายเป็นว่า

แล้วถ้าเกิดผมหายไปล่ะ

สุดท้าย ถ้าผมจะทวงเงินคนอื่นๆ ล่ะ

โอ้ววว ไม่นะ ไม่ๆ

ปล.ใครเจอเรื่องตลกๆ แบบนี้ ส่งมาให้ดูกันมั่งนะครับ

Google Positions available in Singapore for Thai people.

ไม่มีอะไรครับแค่ผ่านไปเห็นเลยเอามาฝากกันครับ สำหรับคนที่สนใจอยากทำงาน กับGoogle ครับ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ ประจำที่สิงค์โปร์ครับ บินไปกลับได้ครับ ชั่วโมงเดียวเอง

AdWords Account Strategist (Thai) - Singapore
Language Specialist (Thai) - Singapore
Marketing Manager (Thailand) - Singapore
Product Manager (Thai) - Singapore

ใครสนใจลองคลิกไปสมัครกันดูนะครับ ถ้าได้ทำงานก็บอกๆ กันมั่งครับ เผื่อจะได้ขอพวก Adwords coupon มาลองเล่นอะไรบ้างครับ

Success story from Chinese blogger.

ปรกติทุกวัน ผมเองมักจะนั่งอ่านข่าวก่อนทำงานตอนเช้าเสมอๆ เพื่ออัพเดทข่าวสารซักนิดซักหน่อยครับ แต่วันนี้เนี่ย เห็นข่าวน่าสนใจจากในผู้จัดการ เลยขอยกมาให้ดูกัน

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล – บล็อกเกอร์เลือดมังกรประสบชัยชนะอีกครา เมื่อการสืบสาวข้อมูลความไม่เป็นธรรมในสังคมชนิดกัดไม่ปล่อยของบล็อกเกอร์ นามว่า โซล่า (Zola) และการผนึกกำลังของผองเพื่อนบล็อกเกอร์ในโลกไซเบอร์ ก่อพลังสั่นสะเทือนรุนแรงถึงขั้นเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนกระเด็นจากตำแหน่ง และมวลชนสะดุ้งตื่นขึ้นมาถามหาความโปร่งใสในการให้ข้อมูลของรัฐ

การงัดข้อครั้งล่าสุดของพวกเขาต่อวัฒนธรรมโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีนเกิดขึ้นที่อำเภอเวิ่งอัน, มณฑลกุ้ยโจว

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (4 ก.ค.) ได้มีการประกาศสั่งปลดสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์,เจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวม 4 คน โทษฐาน“ผิดวินัยร้ายแรง” เนื่องจากปกปิดคดีฆาตกรรมรายหนึ่ง

ปัญหาอุบัติขึ้น เมื่อตำรวจสรุปสำนวนสอบสวนว่า นักเรียนมัธยมหลี่ ซู่เฟิน จมน้ำตาย ทำให้ชาวบ้านพากันโกรธแค้น เพราะเชื่อว่านักเรียนหญิงเคราะห์ร้ายถูกข่มขืนแล้วฆ่า อาจมาจากน้ำมือของเด็กวัยรุ่นด้วยกัน หรือจากน้ำมือของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ชาวบ้านราว 3,000 คนจึงเดินขบวนประท้วง แต่ท่านซื่อ จงหยวน หัวหน้าสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกลับบอกปัดไปว่า “เป็นการปลุกปั่นด้วยเจตนาบางอย่างของคนเพียงไม่กี่คน”

พออีก2วันต่อมา มีคำสั่งปลดดังกล่าว ท่านซื่อก็เปลี่ยนสีทันที โดยกล่าวว่า เพราะการแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นอย่างลวก ๆ ของเจ้าหน้าที่จึงทำให้เกิดเหตุประท้วงวุ่นวายขึ้น

ท่านซื่อเปลี่ยนจุดยืนอย่างว่องไว เพราะแรงกดดันของสื่อมวลชนและเหล่าบล็อกเกอร์ อย่าง“โซล่า” หรือนามจริงว่า นายโจว ซู่กวง ผู้ทำตัวเป็นสำนักข่าว ที่มีแบบฉบับเฉพาะ และไม่ยอมให้ประเด็นนี้ตกไปง่าย ๆ

เขาบินมากุ้ยโจวเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ประท้วงในวันที่ 30 มิถุนายนจากการสนับสนุนของเพื่อน ๆ ทางออนไลน์ ซึ่งรวบรวมเงินค่าเครื่องบินให้ ในอินเตอร์เน็ต โซล่า ตีแผ่รายงานข่าวที่ทางการไม่เคยแจ้งประชาชน พร้อมคำสัมภาษณ์ชาวบ้านในเมือง ,ภาพบันทึกเหตุการณ์ และหนังสือคำร้องของครอบครัวผู้ตาย

โจวเล่าว่า ในช่วง 34 ชั่วโมงเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม มีผู้เข้ามายังบล็อกของเขาถึง 52,000 คน

เมื่อ เว็บไซต์ใหญ่ ๆ เริ่มลบรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป บล็อกเกอร์หลายรายก็จัดแจงใส่เรื่องกลับเข้าไปใหม่ ไม่ให้ขาดกระแส และมีการกระจายข่าวไปในวงกว้างจากผู้เข้าอินเตอร์เน็ต โดยจีนมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตถึง 223 ล้านคน จำนวนเกือบเท่าสหรัฐฯ จากข้อมูลของทางการ

สาธารณชนเริ่มถามหาความโปร่งใส และคำตอบจากรัฐบาล

การกดดันของเหล่าบล็อกเกอร์ทำให้รัฐบาลจีนตระหนักว่าการควบคุมข้อมูล ข่าวสารวิธีเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว ดังนั้น ประชาชนจึงได้เห็นเจ้าหน้าที่เขตเวิ่งอันรีบออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับการ ประท้วง หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่ถึง 2 วัน ส่วนสำนักข่าวซินหัวก็รายงานข่าวนี้เกือบจะในทันทีที่เกิดเรื่อง แตกต่างจากในอดีต ที่รอให้ผ่านไปหลายวันเสียก่อน จึงจะรายงานข่าวประเภทนี้ โดยคราวเกิดเหตุการณ์ประท้วงเมื่อปี 2548 ในเมืองตงโจวจากข้อพิพาทที่ดิน ซินหัวปิดปากเงียบอยู่หลายวัน และเรียกผู้ชุมนุมประท้วงว่า พวกสร้างปัญหา

ในบทบรรณาธิการของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี่เมื่อวันพฤหัสฯ (3 ก.ค.) ระบุว่า เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่เวิ่งอันแสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีความโปร่งใส ด้านข้อมูลให้มากกว่านี้

“ความ โปร่งใสด้านข้อมูลไม่ควรจำกัดแค่เฉพาะการประกาศเอกสารหรือรายงานข่าวบางชิ้น ของรัฐบาลเท่านั้น แต่ต้องให้ประชาชนทันข่าวสารด้วยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นใน สังคมอยู่ตลอดเวลา”

และสำหรับโจวแล้ว การรายงานข้อมูล“สด”จากเหตุการณ์ ถือเป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีปากเสียง หลังจากปัญหาของพวกเขาถูก“มองข้าม”ในวัฒนธรรมสื่อมวลชน ที่ปฏิบัติกับข่าวสารต่าง ๆ ในลักษณะการโฆษณาชวนเชื่อ

ตอนกลางวัน หนุ่มร่างผอม วัย 28 ปีผู้นี้ มีอาชีพขายผักที่บ้านในเขตหนิงเซี่ยง ,มณฑลเหอหนัน พอตกกลางคืน โจว ก็จะกลายเป็น “โซล่า” ท่องไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในโลกไซเบอร์พร้อมเรื่องราวร้อน ๆ ที่เขาเข้าไปสืบสวนด้วยตัวเอง โจวเริ่มมีชื่อเสียง เมื่อเขาออกมาเถียงแทนชาวบ้าน ที่ไม่ยอมยกที่ดินให้สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีที่แล้ว และเมื่อเดือนพฤษภาคม เขาตรงดิ่งไปยังเขตประสบแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวน รวบรวมข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้อาคารโรงเรียนมากมายพังถล่ม

การทำงานของโจวถูกสกัดขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาเคยถูกตำรวจควบคุมตัว ถูกลบข้อมูลหลักฐานในเครื่องคอมพิวเตอร์

แต่โจว นักศึกษาวิทยาลัย ซึ่งออกเรียนกลางคัน และไม่เคยฝึกฝนวิชาชีพผู้สื่อข่าว ไม่นึกระย่อ และคำขวัญประจำบล็อกของเขาก็คือ “คุณไม่มีวันรู้ว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง จนกว่าคุณจะพยายามทำสิ่งนั้น”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ซึ่งเนื้อหาข่าวมันน่าสนใจครับ  มันเป็นส่วนที่เรียกได้ว่า นี่คือ Citizen journalist อย่างแท้จริง ครับ เพราะว่า เนื้อหาข่าวที่แท้จริงมาจากสถานที่, ผู้คนที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญ มันตรงไปตรงมา

ในบ้านเรา สื่อในตอนนี้ ไม่ได้เที่ยงตรงอย่างที่ควรจะเป็น หลายครั้งที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจบางอย่างที่ไม่สามารถจะขัดขืนได้ หรือด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้ สื่อหลายๆ สื่อมันเอียง ทางโน้นทีทางนี้ที ขึ้นอยู่กับว่า สื่อนั้นเป็นของใคร

ในขณะที่สื่อภาคประชาชนเอง ไม่สามารถทำได้อย่างเด็มที่ เพราะไม่รู้ว่า มื่อไหร่จะไปสะกิดเท้าใครเข้า จนกระทั่งกลายเป็นได้แค่  เว็บ(ที่โดน)บล็อก, บล็อกเกอร์ขี้อิจฉาบ้าง

ในขณะที่ การเมืองบ้านเรายังเป็นเหมือนละครน้ำเน่า, โชว์ปาหี่ และนักการเมืองส่วนใหญ่ในบ้านเรา ยังมองฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นศัตรู เป็นอริ ที่จะต้องล้างผลาญกันให้สิ้น

การเมืองภาคประชาชน ก็หาหลักที่ยึดเกาะไม่ได้ เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถูกมองว่าเป็นศัตรู ทำให้คนไม่ได้ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค อย่างผมเนี่ย รู้สึกอึดอัด

หลายครั้งที่ผมมักเจอคนขับแท็กซี่บ่นว่า น้ำมันแพง เป็นเพราะรัฐธรรมนูญของเผด็จการ ทำให้ผมคิดว่า อืมม แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน หลายครั้งที่หลุดถามไปว่า พี่ๆ เคยอ่านรัฐธรรมนูญ ไอ้ที่เค้าว่ากันเนี่ย จบรึยัง ก็ได้รับคำตอบว่า จะต้องอ่านทำไม ในเมื่อมันเป็นพวกเผด็จการ เลยทำให้ไอ้คนที่อ่านจบอย่างผมรู้สึกแย่ๆ ยังไงไม่รู้ว่า

ปัจจุบัน คนไทยส่วนหนึ่ง บริโภคสื่อด้านเดียว รับไม่ได้กับการนำเสนอความจริงที่ตนไม่ชอบ คนที่คิดเห็นแตกต่างไป คือฝ่ายตรงกันข้าม จะมาล้างผลาญ

สุดท้ายแล้ว ก็เน่าลงไป เสื่อมลงไป และถอยหลังเข้าคลองกันในที่สุด เพราะจริงๆแล้ว การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายทุกคน รับฟังข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมานั้น คือ ประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว

เห้อ คิดแล้วเหนื่อย คิดแล้วเซ็ง

ในเมื่อคนเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเรา ยังมองว่า คนที่วิจารณ์ตนเอง เป็นอริ เป็นศัตรู ที่จ้องจำห้ำหั่นกันให้สิ้นไป อย่างใจคับแคบ มันก็จบ ต่อไปมันก็แย่ครับ

ไม่ว่าทั้งการเมืองและเว็บไซต์

Warning email from CAT-IDC.

แวะมาอัพเดทกันครับ หลังจากที่มีการบุกจับ ยึด server กันไปแล้ว ก็มีemail จากทาง CAT-IDC ได้แจ้งมายังผู้ให้บริการต่างๆ ใน CAT-IDC ครับ เกี่ยวกับเรื่องของ พรบ. ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะผิดกฏหมาย กับทางผู้ให้บริการครับ ยังไง ลองอ่านดูแล้วกันนะครับ เพราะอย่างน้อยคนทำเว็บอย่างเราๆ ก็อยู่ในข่ายด้วยครับ

เรียน ลูกค้า CAT-IDC ทุกท่าน

เนื่องด้วย CAT-IDC ได้รับการประสานงานจากทางตำรวจเกี่ยวกับการกระทำความผิดของลูกค้า CAT-IDC จึงขอความร่วมมือจากท่านให้ช่วยกันตรวจสอบและดูแลการใช้งานบนเครื่อง Server ของท่าน ตามกฏหมายทั้ง 3 ฉบับ ดังต่อไปนี้

- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
- การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาตาม มาตรา 287 ผู้ใด

(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้า ในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือ ยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องกับการค้าเกี่ยวกับ วัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่นวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามก ดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการ อันเป็นความผิดตาม มาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของ ลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
หมายเหตุ แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525

- การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

การส่งอีเมล หรือ การ Forward Mail ที่เข้าข่าย รูปโป๊ ภาพลามก อนาจาร ภาพตัดต่อ ข้อความที่ไม่เป็นจริง ข้อความทำลายชื่อเสียง หรือทำให้บุคคลอื่นเสียหาย ข้อความที่กระทบต่อความมั่งคงของชาติ ข้อความเหล่านี้ถือว่าผิดกฏหมาย นอกจากนี้หากไม่ใช้การ Forward Mail แต่เป็นการโพสไว้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ตามกระทู้ เว็บบอร์ด บล็อก (Blog) ยังเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ นี้ด้วย

นอกจากนี้หากท่านเป็นเจ้าของเว็บ เว็บมาสเตอร์ แล้วปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นที่เว็บของท่าน ท่านจะมีความผิดฐานรู้เห็น ยินยอม ให้เกิดข้อความลามก อนาจาร ข้อความกล่าวเท็จพาดพิงให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย ข้อความท้าทายอำนาจรัฐ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ ในมาตรา ๑๕ ด้วย

มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

จึงเรียนมา เพื่อโปรดทราบ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้ความร่วมมือในการดูแลและตรวจสอบเครื่อง Server ของท่านมิให้มีความผิดตามเงื่อนไขการใช้บริการของ CAT-IDC และกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ

ขอแสดงความนับถือ
ทีมงาน CAT-IDC

ก็ถือเป็นคำเตือนครับ จากทาง CAT-IDC หลังจากที่มีการกวาดล้าง(ขอใช้คำนี้น่าจะไม่ผิดมั้งครับ) เว็บโป๊ เว็บผิดกฏหมายต่างๆ ไปเมื่อหลายวันก่อน

โดยเฉพาะการ Forward mail นี่ระวังหน่อยนะครับ เพราะเห็นกันบ่าย ส่วนคนดูแล server ก็อย่าไปตรวจสอบเมล์บ็อกใครเข้านะครับ ไม่งั้น โดนด้วย

มาตรา ๕ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

และ

มาตรา ๗ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจําทั้งปรับ

รวมทั้งระวังการจะดักดู header ของอีเมล์ที่ส่งออกนะครับ เหอๆ เพราะว่าก็มีบอกไว้ใน พรบ. ว่า

มาตรา ๘ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อดักรับไว
ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอื่นที่อยูระหวางการสงในระบบคอมพิวเตอร และขอมูลคอมพิวเตอรนั้น
มิไดมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะหรือเพื่อใหบุคคลทั่วไปใชประโยชนไดตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
สามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ก็ระวังกันนะครับ รู้ไว้ดีกว่าครับ ว่าแต่งานนี้เนี่ย Admin จะทำอะไรกันดีครับ เหอๆ

ปล. ต้องสร้างหมวดใหม่แล้วนะเนี่ยเหอๆ เพราะเหมือนว่าหลังๆ จะเขียนประเด็นนี้เยอะแยะมากมาย