Cyber laws

5 มาตรการบล็อกเว็บไซต์ใหม่ของ ICT

เกี่ยวกับมาตรการใหม่ของICT ที่เพิ่งออกมาล่าสุด เกี่ยวกับการบล็อกเว็บไซต์หมิ่นสถาบันฯ ซึ่งมีหลายอย่างที่ดูแล้ว เหมือนกับเป็นการตั้งมาตรการ เพื่อให้เตรียมร่างให้เป็น กฏกระทรวง ต่อไป แน่นอนว่า ในแนวคิดดี แต่ในแนวทางปฏิบัติ นั้นยังมีหลายเรื่องตะขิดตะขวงใจในมาตรการเหล่านั้น

ICT จะปิด/บล็อก เว็บอีก 1200 เว็บ

ฝากข่าวประกาศครับ หลังจากที่คราวก่อนได้มีการบุกยึดเครื่อง server ไปแล้วนะครับ ระรอกนี้จะมีการปิดเว็บอีกระลอกหนึ่งครับ จำนวนกว่า 1200เว็บครับ ซึ่งในการปิดคราวนี้นั้นจะประกอบไปด้วยสามกลุ่มครับคือ

  • เว็บโป๊ ลามกอนาจาร
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูล หรือคลิปวิดีโอ ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง และขัดต่อความสงบของประเทศ
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของชาติ

ซึ่งเว็บไซต์ชุดนี้นะครับ จะเป็นชุดที่กำลังรอหมายศาล ดังนั้นหมายความว่ามีการส่งเรื่องเข้าไปแล้วนะครับ และกำลังรอคำตัดสิน ซึ่งคิดว่าในสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ คงไม่นานเกินรอแน่ๆ ครับ (ไม่แน่ใจว่า ใช้ประกอบข้ออ้างในการปิดเว็บฝ่ายตรงข้ามบางเว็บของรัฐบาลหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ)

โดยการดำเนินการหลังจากที่ศาลอนุมัติหมายแล้วนะครับ จะดำเนินการผ่านทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าจับกุม ยึดเครื่องทันทีครับ

ที่มีปัญหาคือ ส่วนหนึ่งจะมีการผสมโรงของการจับกุมเว็บเผยแพร่ข้อมูลละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยครับ

ต่อมาคือระลอกสอง อีก 400 กว่าเว็บที่กำลังรอการรวบรวมเนื้อหา หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยื่นไปยังศาลอีกครับ

---------------------------------------------

เพิ่มเติมนะครับ สำหรับในกรณีเกี่ยวกับการดำเนินการจากทางเจ้าหน้าที่ พอดีนึกขึ้นได้ครับ ถือว่าเก็บตกจากงาน BarCampBangkok2 ครับ

  • การดำเนินการจับกุม ยึดเครื่องนั้นจะต้องมีหมายศาลเท่านั้นนะครับ
  • ต้องมีเจ้าหน้าที่จากICT ที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น (ปัจจุบันมี 35 คนเท่านั้น)
  • เจ้าหน้าที่ICT จะต้องแสดงบัตรครับ เราสามารถขอดูได้

สิ่งที่พึงระวังเพราะมีเกิดขึ้นแล้วนะครับ

  • แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ICT ขอดู log90 ตามร้านเน็ตทั่วไป
  • แอบอ้างเรียกร้องอื่นๆ โดยอ้างพรบ.คอมฯ

ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผมได้ทำการอัพไว้ให้แล้วนะครับที่ รวมเอกสารเกี่ยวข้องกับพรบ.คอมพิวเตอร์ นะครับ สามารถดูได้ที่นี่เลย

สะเก็ดข่าวกับงาน "ทำเว็บอย่างไรไม่ให้ติดคุก"

อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ

ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ

[....]

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
  • การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
  • การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
  • การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
  • การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก

ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้

สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง

ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก

ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง

ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ

DSIเผยร้านเน็ตเก็บข้อมูลคอม23ส.ค.

เช้านี้ก็ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ.คอมพิวเตอร์อีกแล้วอ่ะนะครับ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจผมขอยกมาเป็นท่อนๆ ครับส่วนใครอยากอ่านข่าวเต็มๆ สามารถเข้าไปอ่านข่าวที่เว็บของกรุงเทพธุรกิจได้เลยนะครับ

...... พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่ประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จะมีผลบังคับใช้ให้หน่วยราชการ สถานศึกษา องค์กร ร้านค้า บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร โรงแรม บ้านเช่า แฟลต อพาร์ตเมนต์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ผู้ให้บริการร้านเกมออนไลน์ ต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลการใช้บริการไม่น้อยกว่า 90 วัน

......

สิ่งที่ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต ต้องเก็บข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ เช่น ชื่อ สกุล  หรือหมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น ส่วนที่ 2 วันเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้ และเลิกใช้เครื่อง และส่วนที่ 3 หมายเลขเครื่องที่ใช้ IP Address (ภายนอกและภายใน) และที่อยู่เว็บที่เข้าใช้ เพื่อประโยชน์ในการตามรอยผู้กระทำความผิด เช่น หากบุคคลในองค์กรไปส่งรูปลามกอนาจาร หรือทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้ จะได้ตรวจสอบผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก แต่หากต่อมาพบว่าหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท” พ.ต.อ.ญาณพล กล่าว

.....

ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
(http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/12/news_284636.php)

ซึ่งประเด็นนี้ ผมเองเห็นว่าส่วนหนึ่งควรจะต้องเก็บครับ เพราะหลายครั้งที่พบปัญหาส่วนหนึ่งมาจากร้านเน็ต แต่ก่อนผมเอง เคยเอาร้านเน็ต เป็นแหล่งทดลองเจาะเว็บมาแล้วครับ (หลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนที่ ม.เกษตร) ซึ่งมันก็เข้าง่าย ออกง่าย ไปร้านเน็ตตอนกลางคืนๆ หน่อย มันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับ เครื่องข้างๆ ก็ไม่ค่อยมีใครเล่น ทำอะไรก็สบายๆ ครับ (ตรงนี้ไม่ดีนะครับ ไม่สนับสนุนให้เล่นเว็บคนอื่นครับ ใครมีเว็บเล่นเว็บตัวเองดีกว่า สนุกดี)

ดังนั้น การเก็บlog มันก็ควรจะทำครับ ปัญหานี้จึงกลายเป็นภาระให้กับร้านเน็ตครับ ไหนยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (บ้านเราใช้ลินุกซ์กันไม่ค่อยได้ ลงแดงตาย) ไหนยังต้องค่าเครื่อง บางที่บางแห่งยังต้องจ่ายส่วยกันอยู่ ไหนยังต้องระวังกับพวกลิขสิทธิ์ที่มักจะใช้วิธีใต้ดินมาหลอกเงินอีก

เห้อ น่าสงสารนะครับ ใครทำร้านเน็ตก็เก็บ log กันได้แล้วนะครับ

Thai Police seize some server at CAT-IDC.

Edit note: เพิ่มลิ้งค์ข่าว`

  • "เชือดเพลงชาละวัน เนื้อร้องหยาบ" จากไทยรัฐ (ลิ้งค์ข่าว)
  • ปดส.จับมือดีโพส “หมอ..รุงรัง” ว่อนลามกทั่วเน็ต จากผู้จัดการ มีภาพแถลงข่าวด้วย (ลิ้งค์ข่าว)

แวะมารายงานข่าวนะครับ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางปดส. บุกขึ้นโอเทโร่ และ CAT-IDC ครับ เพื่อขอค้น,เก็บหลักฐาน และยึดเครื่อง server บางเครื่อง (ตอนนี้ มี 2เครื่อง ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มอีกรึเปล่า)ครับ

ส่วนสาเหตุ และข้อหาก็เป็นที่ทราบกันดีครับคือ กรณีทราบกันดีครับ คือ เรื่องของ "เพลงชาละวัน" นั่นล่ะครับ สำหรับการตรวจค้นและยึดในครั้งนี้ จะมีสองกลุ่มหลักๆครับคือ

  • เว็บฝากไฟล์ ที่มีสื่อเหล่านี้
  • เว็บที่มีการเผนแพร่ (แปะลิ้งค์) เพลงดังกล่าวครับ

ซึ่งประเด็นนั้น น่าสนใจในประเด็นหลังนี่ล่ะครับ คือเว็บในไทยมีเผยแพร่กันเป็นร้อยๆครับ นับหัวจับกันได้เลยใน ทรูฮิต เว็บต้นๆ มีกันหมดล่ะครับ ดังนั้น ก็ต้องจับตามองกันครับ และคิดกันว่า อืมม ในกรณีอย่างนี้จะทำอย่างไรดี

ต่อมาครับ ตามด้วยข่าวนี้

ปดส.-ไอซีที จับนร.หญิงม.ต้น ฝากไฟล์เพลงลามกผ่านเวปไซต์ (17:46 น.)

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. พ.ต.ท.ปัญญา ชะเอมเทศ สว.ฝป.10 บก.ปดส. และนายสุรชัย นิลแสง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบ และวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สวย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ได้ที่บ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จำนวน 2 เครื่อง ของผู้ให้บริการเว็บไซต์ ซึ่งเช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาตรวจสอบ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนเป็นจำนวนมากว่าในกลุ่มเด็ก นักเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมหลายสถาบันการศึกษานิยมเผยแพร่เพลงลามก ที่ชื่อ “...รุงรัง” โดยมีดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์สร้างความเสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมอันดีงามในหมู่ เยาวชนจึงมีการประสานตำรวจปดส.สืบสวนจับกุม

ต่อมา พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.ฝป.10 บก.ปดส. พ.ต.ท.ปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ไอซีทีตรวจสอบข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตพบว่า เพลงดังกล่าวได้มีผู้นำไปเปิดบริการให้ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งให้บริการรับฝากไฟล์ต่างๆเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจยึดเครื่องเซิฟเวอร์ ที่ผู้ให้บริการเวบไซต์ดังกล่าวเช่าไว้กับบริษัทของบริษัท กสท. เพื่อสืบสวนขยายผลไปให้ถึงผู้ที่เข้ามาฝากไฟล์เพลงลามกดังกล่าวกระทั่งพบว่า มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหา จึงเข้าทำการตรวจค้นหาและจับกุม

เบื้องต้นจากการสอบสวน น.ส.สวย ให้การับสารภาพว่า ได้เพลงนี้มาจากเพื่อน และได้นำเข้าไปฝากไว้ในเว็บไซต์ แต่ที่ทำลงไปก็เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังการสอบสวน จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเว็บไซต์ที่รับฝากไฟล์ดังกล่าวแล้วเจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบเว็บไซต์ ที่ให้บริการรับฝากไฟล์อย่างน้อยอีก 3 แห่งที่มีการนำเพลงลามกเพลงนี้เข้าสู่ระบบซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลจับกุม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ดีทาง บก.ปดส. และกระทรวงไอซีทีฝากเตือนผู้ประกอบกิจการทางอินเตอร์เน็ตให้ตรวจสอบเว็บไซต์ ที่อยู่ในความดูแลด้วยเพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่เพลงลามก นอกจากนี้จะได้ประสานกับทางสถานศึกษา และผู้ปกครองให้กวดเด็ก และเยาวชนไม่ให้เข้าไปโพส หรือฝากไฟล์เพลง หรือข้อมูลอื่นๆที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย

ที่มาจากข่าวต้นชั่วโมงกรุงเทพธุรกิจ

ก็ถือเป็นรอบสองมั้งครับ ในปีนี้ ที่ทางปดส. เข้าจับกุมและยึดเครื่องที่ CAT-IDC ไม่รู้ว่าต่อไป เครื่องใครจะโดนครับ เพราะได้ยินแว่วมาจากแหล่งข่าวว่า ในช่วงเดือนนี้ (สค.) จะมีการเข้าจับกุมกันอีก ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่า จะในกรณีไหนบ้าง

เห้อ วัฒนธรรมอันดีครับ

News:รมว.ไอซีทีพร้อมแก้กฎกระทรวง หาก พรบ.คอมฯเป็นอุปสรรค

สำหรับข่าวนี้ถือเป็นข่าวดีครับ เพราะว่าทางICT รับทราบข้อเสนอแนะ และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้ พรบ.คอมฯแล้วครับ

รมว.ไอซีทีพร้อมแก้กฎกระทรวง หาก พรบ.คอมฯเป็นอุปสรรค.

นาย มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวในงานสัมมนาระดมความคิดเรื่อง “วัดปรอทสังคมไทย หลังประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” จัดโดยสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยว่า หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา แต่จะมีการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 นั้น ทางกระทรวงฯมีความยินดี และพร้อมที่จะแก้ไขกฎกระทรวง หากได้ข้อสรุปเกี่ยวกับตัวพ.ร.บ.ดังกล่าวว่าจะมีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน เนื่องจากเล็งเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเป็นการ ลดช่องว่างของกฎหมายฉบับดังกล่าว

“หลังจากรับฟังความคิดเห็นเรียบ ร้อยแล้ว ทางกระทรวงฯ และสมาคมจะนำสิ่งที่ต้องแก้ไขมาหารือร่วมกัน หากเรื่องใดสามารถออกเป็นกฎกระทรวงได้ ก็จะเร่งดำเนินการให้ก่อนเพราะการออกกฎกระทรวงดำเนินการได้ง่ายกว่าการแก้ไข กฎหมาย เพราะที่ผ่านมา พบว่าทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างประสบปัญหาจากการประกาศใช้กฎหมาย ทั้งที่ทำผิดโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่จะถูกดำเนินการทันที จึงจำเป็นที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำโดย เจตนา” รมว.ไอซีทีกล่าว

นายมั่น กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กฎหมายระบุให้หน่วยงานรัฐ เอกชน อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลจราจร (Log File) การใช้งาน 90 วัน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบนั้น พบว่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากราคาของอุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บมีราคาสูงเกินไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องปิดบริการ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแก้กฎหมายเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้ผู้ประกอบการ

ด้าน นายศรีศักดิ์ จามรมาน นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปภัมภ์ กล่าวว่า หลังจากประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ พบว่ายังมีความไม่ลงตัวของกฎหมายกับสภาพสังคมอยู่หลายประการ อาทิ ควรเพิ่มโทษเจ้าหน้าที่ผู้ทำผิดในกฎหมายเสียเอง, การกระทำผิดที่ไม่สามารถยอมรับได้ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งในต่างประเทศอย่างประเทศเยอรมัน และสหรัฐอเมริกามีการแก้ไขกฎหมายคอมพิวเตอร์อยู่หลายครั้งจึงจะเข้าที่

“หลัง จากประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะครบ 1 ปี พบว่ามีผู้ร้องเรียนพบผู้กระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น 5,000 ราย และดำเนินการทางกฎหมายไปแล้ว จำนวน 10 คดี คดีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นคดีส่งภาพลามกอนาจาร” นายกสมาคมคอมฯกล่าว

ส่วน พ.ต.ท.ดรัณ จาดเจริญ สารวัตรกลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทาง เทคโนโลยี กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่า มีการกระทำในลักษณะการหมิ่นประมาณ และการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ที่เป็นการฉ้อโกงจากต่างประเทศและในประเทศเอง ส่วนกรณีหมิ่นประมาณเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นส่วนใหญ่เช่น การตัดต่อรูปผู้อื่นไปโพสต์ตามต่างๆ และนำไปส่งต่อทางอีเมล์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นั่นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นถือว่าเป็นจุดที่เกิดมาจากหลายๆเรื่องครับ อย่างที่ผมเองได้กล่าวถึงในหลายๆentry ไปแล้วครับ การปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้รองรับกับการใช้งานจริงๆนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี

แต่ในระหว่างนี้ ก็ต้องรอว่า เมื่อไหร่ จะปรับปรุงเสร็จหรือเริ่มปรับปรุงใหม่ครับ

News: ประเมินพ.ร.บ.คอมพ์แค่เครื่องมือของรัฐ

วันนี้เข้าไปอ่านข่าวตามปรกติ ก็พบข่าวน่าสนใจครับเลยเอามาฝาก

ประเมินพ.ร.บ.คอมพ์แค่เครื่องมือของรัฐ

ศตท. วิเคราะห์สถานการณ์ภายหลังพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ แนวโน้มการทำความผิดไม่ลดลง เหตุปัจจัยเอื้อมีมากมาย ที่สำคัญความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยเพิ่มช่องทางผู้กำทำผิดมีมากขึ้น แนะการป้องกันตนเองเป็นหนึ่งบวกมาตรการทางสังคมช่วยได้ดีกว่าหวังผลจากตัวบท กฎหมายที่เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือให้แก่ภาครัฐ ขณะที่ศตท.เร่งให้ความรู้ประชาชนเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องใกล้ตัว หลังพบสถิติการคุกคามทางเทคโนโลยีและการสื่อสารมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ผู้กำกับการศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางทางเทคโนโล(ศตท.) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่าภายหลังจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้อย่างจริงจังในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ไปแล้ว นั้นคาดว่าแนวโน้มการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จะไม่ลดลงเมื่อเทียบ กับก่อนหน้าที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้

โดยชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่จะเป็นการส่งเสริมให้การกระทำความผิดยัง คงเป็นตัวเลขที่สูงว่ามีปัจจัยหลักมาจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้กระทำความผิดสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง เทคโนโลยี RFID และอื่นๆ อีกมาก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง อาชญากรทางคอมพิวเตอร์จึงมีโอกาสมากขึ้น มีช่องทางมากขึ้นในการกระทำความผิด

“กฎหมาย ฉบับนี้ไม่มีผลให้การกระทำความผิดลดลง แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือของภาครัฐโดยแนวโน้มของการกระทำความผิด จะยังคงขยายตัวมากขึ้นดูได้จากสถิติของศตท.เพียงที่เดียวตัวเลขเพิ่มขึ้น เป็นเท่าตัวทุกปี และไม่มีแนวโน้มลดลง เปรียบเหมือนการวิ่งไล่จับที่ตามกันไม่ทัน”

พ.ต.อ.ศิริพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการกระทำผิดจะยังคงอยู่ในระดับสูงแม้มีกฎหมายบังคับใช้ แต่สิ่งที่ช่วยได้ทางอ้อมคือการป้องกันตัวเองจากการกระทำความผิด และการใช้มาตรการทางสังคมและการปกครองเข้าช่วย เริ่มจากต้องสร้างมาตรการป้องกันตัวเองจากการกระทำความผิด คนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลเพื่อมิให้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัวหรือประมาท ขณะที่หน่วยงานภาครัฐหรือ ICT ก็ควรตามให้ทันเทคนิคหรือกลโกงที่พัฒนาขึ้นทุกวันเพื่อออกมาตรการตรวจจับที่ ทันสมัยได้

“เรา ต้องป้องกันตัวเราเองก่อนเพื่อมิให้กระทำผิด ส่วนกฎหมายบังคับใช้เป็นเรื่องตามมา สิงคโปร์มีกฎหมายแบบนี้ใช้มาแล้วเป็น 10 ปี แต่ก็ยังไม่เห็นตัวเลขการละเมิดลดลงเลย ทำให้มองการมีกฎหมายที่รุนแรงก็ไม่ได้ทำให้อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ลดลง”

จากการสำรวจผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ของหน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเครือข่ายศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พบว่า ปี 2549 มีผู้ใช้งานจำนวน 11.41 ล้านคน และปี 2550 จำนวน 13.42 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 17.55% ต่อปี ทำให้คาดการณ์ได้ว่าแนวโน้มของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทั้งที่ตั้งใจและไม่รู้ว่าตนเองกระทำความผิดอยู่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น ทุกปี ซึ่ง ศตท. พบว่า 5 อันดับแรกของการกระทำความผิดมากที่สุด คือ 1.การหมิ่นประมาททางออนไลน์ 2.การพนันออนไลน์ และเว็บไซท์ลามกอนาจาร 3.การฉ้อโกงออนไลน์ 4.การทุจริตในการทำธุรกรรมทางการเงิน 5.การเจาะระบบและการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์

“การหมิ่นประมาทออนไลน์” มีจำนวนคดีมากที่สุดเป็นอันดับ 1 นั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด เพราะผู้ที่กระทำความผิดส่วนใหญ่ไม่คิดว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง ต่อตนเอง รวมทั้งการตรวจจับเพื่อนำมาดำเนินคดีทางอาญาเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ทำที่ไหน และทำเมื่อไหร่ ซึ่งความเสียหายจากการกระทำผิดจะส่งผลกระทบ 2 ทาง คือ ต่อผู้กระทำความผิดเอง หรือผู้จดทะเบียนนิติบุคคล (เจ้าของธุรกิจ) ที่ผู้กระทำผิดใช้เครือข่าย ขององค์กรหรือหน่วยงาน

อีกประการที่มีความสำคัญมาก คือ กฎหมายที่ระบุไว้ในมาตรา 26 และ 27 ที่ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ล็อกไฟล์ (Log File) โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการหาผู้กระทำความผิด ดังนั้น การเก็บ Log จึงต้องมีการเก็บเพื่อให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ เช่น ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน และกระทำอย่างไร พร้อมทั้ง Log File ต้องมีการยืนยันความถูกต้องว่าไม่สามารถแก้ไขปรับปรุง เปลี่ยนแปลงได้ และมีการเก็บบันทึกไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดต่อไป

ผู้บริหาร ศตท . กล่าวว่า การเร่งเผยแพร่พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนและองค์กร เรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะปัญหาอาชญากรรมทางเครือข่ายอาจจะไม่ส่งผลกระทบไปยังผู้กระทำความผิด เท่านั้น หากแต่จะก่อความเสียหายไปสู่องค์กร หรือหน่วยงานที่ไม่รู้เท่าทันการคุกคามทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ซึ่งนี่เป็นมุมมองที่น่าสนใจและผมเองก็รู้สึกคล้ายๆ อย่างนั้นเช่นกันครับ เจ้าพรบ.ตัวนี้ยังมีปัญหาอีกมากมาย และอย่างที่บอก ไม่ใช่ว่า ผมต่อต้าน ไม่อยากให้มี พรบ.ตัวนี้

แต่ผมอยากให้มันมีมาตรฐานมากกว่านี้ต่างหาก ปัญหาส่วนหนึ่งมันมาจาก คนที่รู้เรื่องคอมฯ ไม่ได้รู้เรื่องกฏหมาย และคนที่รู้กฏหมายไม่ได้เล่นคอมฯ

และมันก็มาหาจุดตรงกลางกันไม่ได้ หามาตรฐานไม่ได้ มันจึงเป็นปัญหาส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งมาจาก การไม่ให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ใช้งานเท่าที่ควร และปัญหาสังคมในบ้านเราที่มันหมักหมมเป็นปัญหาที่เห็นกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นคลิปหลุดต่างๆ ที่เกิดมาจากเด็กๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือการปลูกฝังค่านิยมบางอย่างที่มีการรับสื่อกันเข้าไป ตัวอย่างล่าสุดก็จะเห็นได้จาก คลิปนักเรียนตบเพื่อนนักเรียนอีกคนนึง ด้วยสาเหตุที่ว่า เพื่อนคนนั้น นำเรื่องที่ตนหนีไปกินเหล้าไปฟ้องครู จึงพาพวกมารุม และถ่ายคลิปประจาน ซึ่งหาใครได้ดู ได้ฟังเนื้อหาในคลิป ก็คงจะคุ้นเคยกันดี เหมือนในละครน้ำเน่าที่เห็นกันทุกช่อง

คงไม่ต้องเอ่ยอะไรกันไปยาวมากกว่านี้ เพราะผมเองเห็นว่า สังคมในบ้านเรา คือสังคมสวมหัวโขนที่ตั้งไว้ว่า

"บ้านเรามีวัฒนธรรมอันดี"

จนกระทั่งมันกลายเป็นกรอบปิดตัวเราให้ทวนกระแสโลกาภิวัฒน์บางอย่าง จนทำให้บางส่วนมันเริ่มทางกระแสไม่ไหวในหลายๆเรื่องอย่างที่เราเห็นกันอยู่

เห้อ! คิดแล้วเหนื่อย กับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ อย่าหวังจะไปเอาอะไรกับกัมพูชาเลย แค่เอาเรือลำนี้ให้รอดก็ยากแล้ว

Thai polices catch thai edonkey user.

แวะมาแจ้งข่าวกันครับ เผื่อว่าใครยังไม่ทราบข่าว ซึ่งเห็นต้องแต่เมื่อ เมื่อเช้าแล้วครับ แต่ไม่ได้อัพ เพราะอ่านข่าวในผู้จัดการแล้วงง ครับ เพราะเมื่อเช้านี้ เจอเนื้อหาข่าวตามนี้ครับ

ปดส.รวบสาวใหญ่เปิดเว็บไซต์เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2551 17:57 น.

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี (ปดส.) แถลงผลการจับกุมนางกิตติมา รัตนเสน อายุ 51 ปี โดยสามารถจับกุมได้ ณ บ้านเลขที่ 1/116 ซ.ประชาชื่น 40 แขวง/เขตบางซื่อ ภายหลังได้รับการประสานจากตำรวจประจำสถานทูตเยอรมนีว่า มีเว็บไซต์ชื่อ edonkey2000 ได้เผยแพร่ภาพลามกอนาจารของเด็ก ตำรวจ ปดส.จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ทำการตรวจสอบจนพบว่า หมายเลขไอพี (IP) มีผู้จดทะเบียนคือ นางกิตติมา ทางตำรวจจึงเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของ นางกิตติมา พบของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและภาพลามกอนาจารของเด็กรวม 11 รายการ

ขณะที่นางกิตติมา กล่าวว่า ทำธุรกิจเกี่ยวกับค้าขายเสื้อผ้าและโฆษณาเกี่ยวกับเสื้อผ้าในเว็บไซต์ แต่ไม่เคยส่งออกหรือแพร่ภาพลามกอนาจาร เพราะโปรแกรมที่ใช้เป็นลักษณะแชร์ไฟล์ เว็บไซต์อื่นจะเข้ามาตลอดเวลา หากเจอว่าเป็นเว็บโป๊ก็จะลบออกไปบ้าง ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อพร้อมกับจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มาจาก  http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000075378

ซึ่งก็ยังงงๆ อยู่ครับ ว่า ไปจับเว็บ edonkey เลยหรือ เพราะเจ้า edonkey เป็นโปรแกรมแนวๆ เดียวกับ Bittorent นั่นล่ะครับ ซึ่งเรียกว่า เป็นระบบในยุคบุกเบิก Peer2Peer เลยครับ ซึ่งสมัยนั้นที่เคยเล่นมาก็มี edonkey, emule ครับ แต่หลังจากลองใช้งานไปซักพักพบว่า ไวรัสกระจายเต็มไปหมด เลยเลิกเล่นไปครับ

กลับเข้าเรื่องครับ ซึ่งตอนบ่าย ก็เลยไปนั่งอ่านของแนวหน้าอีกรอบนึงครับ

รวบเว็บไซต์แพร่ภาพอนาจาร

ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี (บก.ปดส.) พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.ฝป.10 บก.ปดส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนางกิตติมา รัตนเสน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/116 ซ.ประชาชื่น 40 ถ.ประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กทม.ในข้อหา เพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำให้เผยแพร่ด้วยประการใดๆ ซึ่งภาพลามก และข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เครื่องซีพียู ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดีและดีวีดีข้อมูลอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมได้ภายในบ้านพักของนางกิตติมา ในช่วงเช้าวันเดียวกัน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน ฝป.10 บก.ปดส.ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานทูตเยอรมันว่าพบเว็บไซต์ www.edonkey.com มีการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร จึงประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตตรวจสอบจึงพบว่ามีการเผยแพร่ผ่านหมายเลข คุมเครื่อง (ไอพีแอดเดรส) ที่ 124.121.31.69 โดยใช้โทรศัพท์หมายเลข 02-9555811 ซึ่งมีนางกิตติมา เป็นผู้จดทะเบียนใช้บริการ เมื่อเป็นที่แน่ชัดตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายเข้าตรวจค้นบ้านพัก ของนางจิตติมา โดยพบภาพลามกอนาจารที่เผยแพร่ในเว็บไซด์ดังกล่าวอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ของนางจิตติมา จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.ปดส.

สอบสวนนางจิตติมา ให้การว่า ตนทำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้า ส่วนกรณีไอพีแอดเดรสที่พบว่ามีภาพลามกอนาจาร นั้น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้มาก่อนว่ามีภาพเหล่านี้อยู่ในเครื่อง คอมพิวเตอร์ หากทราบก่อนหน้านั้นและรู้ว่าผิดกฎหมายคงจะลบทิ้งไปหมดแล้ว สำหรับกรณีการเผยแพร่ภาพตนยืนยันว่าไม่ได้ทำ

“ภาพลามกทั้งหมดดิฉันไม่รู้ว่ามาจากไหน เนื่องจากตนจะเปิดคอมพิวเตอร์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และให้เพื่อนและคนรู้จักใช้งานด้วย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการแชร์ภาพเข้ามาในเครื่อง” นางจิตติมา กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจได้มีการประสานกับหลายหน่วยงานในการตรวจสอบ ซึ่งยืนยันว่าก่อนจับกุมผู้ต้องหานั้นทางตำรวจมีหลักฐานชัดเจน นอกจากนี้ตนอยากจะฝากถึงผู้ที่รับฝากเสิร์ฟเวอร์จากต่างประเทศซึ่งไม่จำเป็น ว่าจะต้องเป็นเจ้าของด้วยว่า หากมีการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารก็ถือว่ากระทำความผิดด้วย สำหรับนางจิตติมา ได้ส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปดส.ดำเนินคดีต่อไป

ที่มาจาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ซึ่งแน่นอนว่า เนื้อหาข่าวมันก็ยังผิดอยู่แต่ก็พอรู้เรื่องมากขึ้นครับ งานนี้ไม่ได้จับเว็บไซต์ แต่จับผู้ใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งมีการเปิดแชร์ภาพโป๊ครับ แถมยังเป็นโป๊เด็กด้วยครับ

สำหรับในกรณีนี้ เนี่ย ผมไม่ขอแสดงความคิดเห็นครับว่า ใครผิดใครถูก เพราะในกรณีนี้ เนื้อหาเป็นภาพโป๊เด็ก ซึ่งผิดกฏหมายระหว่างประเทศอยู่แล้วครับ ดังนั้น จึงไม่มีความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม

นอกจากนำมาแสดงแจ้งข่าวให้ท่านที่แวะเข้ามาอ่านนั้น รับทราบ และพึงระวัง ไว้ว่า ตอนนี้เค้าตามจับถึงบ้านกันแล้วนะครับ ใครทำอะไรผิดๆ กัน ควรระวังกันด้วยครับ เพราะว่า อย่างเนื้อหาพวกโป๊เด็ก เนี่ยผิดเต็มๆ ครับ

News : Howto define your content adult/porn or not.

ขออัพอีกรอบของวันนี้ครับ พอดีอ่านข่าวเจอแล้วเห็นว่า มีเนื้อหาบางส่วนที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์ รวมไปถึงกรณีก่อนหน้าที่ที่ ปดส. บุกยึด server และกรณีการบุกจับเจ้าของเว็บ 212cafe (เรื่องเกี่ยวกับประเด็นนี้ ก็มี entry แรก, entry อีกอันหนึ่ง รวมทั้งข้อสังสัยส่วนตัว)

แม้ หลักเกณฑ์การพิจารณาสื่อลามกอนาจาร ที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี หรือ ปดส. อธิบายว่า ชาย-หญิงต้อง "เปลือย ไร้อาภรณ์" ปกปิดอวัยวะสงวน แต่หากกรณีที่มีเสื้อผ้า ก็สามารถพิจารณาจากท่าทางลักษณะได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหากทาง ปดส.เห็นว่า งานอีเวนต์ใดที่แม้จะไม่ถึงขั้น "ลามกอนาจาร" แต่หากเป็นภาพไม่เหมาะสม ขัดต่อจารีตศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชน หรือกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เป็นผลร้ายต่อสังคม ก็จำเป็นต้องประสานงานไปทางผู้จัดงานหรือเจ้าของหนังสือเพื่อว่ากล่าว ตักเตือน รวมถึงการแบน ห้ามเผยแพร่ในระยะเวลาหนึ่ง

ตัดมาจาก หนังสือพิมพ์มติชน

ซึ่งตรงนี้เนี่ย มันก็เรียกว่ามันจัดมาตรฐานได้ยากเหมือนกันนะครับ เช่น อย่างภาพชายหนุ่มล่ำๆ เนี่ย ผมเองอาจจะไม่รู้สึก หรือเกิดอารมณ์ทางเพศเลยแม้แต่น้อย แต่คนอื่นๆ อาจจะรู้สึก หรืออย่างในข่าวข่มขืนที่เราเห็นๆ กันในหน้าหนังสือพิมพ์ คนร้ายบางคนสารภาพว่า เห็นเหยื่อใส่กระโปรงสั้น จึงเกิดอารมณ์

ตรงนี้ ล่ะครับที่น่ากลัว

เพราะมันหายากที่จะหาจุดตรงกลางที่แน่นอนไม่ได้ ว่าใครดูแล้วเกิดหรือไม่เกิดอารมณ์ หรืออย่างคำว่าแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนก็ตาม หากยึดตามนี้ ผมเชื่อว่า ละครน้ำเน่าหลายๆ ช่องมีฉากข่มขืน ฉุดกระชาก กันอย่างมากมาย เรียกได้ว่า เกร่อจอ ตรงนั้นควรโดนจัดการด้วยหรือไม่ ถ้ายึดตามนี้

ดังนั้น สำหรับคนทำเว็บอย่างเราๆ ท่านๆเอง ก็ควรลองตรองดูครับว่า

  • เปลือยรึเปล่า
  • ยั่วยุกามารมณ์หรือไม่
  • เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีหรือเปล่า
  • ขัดศึลธรรมไหม
  • ส่งผลร้ายต่อสังคมหรือไม่

เห้อ! ประเทศไทย

Warning email from CAT-IDC.

แวะมาอัพเดทกันครับ หลังจากที่มีการบุกจับ ยึด server กันไปแล้ว ก็มีemail จากทาง CAT-IDC ได้แจ้งมายังผู้ให้บริการต่างๆ ใน CAT-IDC ครับ เกี่ยวกับเรื่องของ พรบ. ต่างๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะผิดกฏหมาย กับทางผู้ให้บริการครับ ยังไง ลองอ่านดูแล้วกันนะครับ เพราะอย่างน้อยคนทำเว็บอย่างเราๆ ก็อยู่ในข่ายด้วยครับ

เรียน ลูกค้า CAT-IDC ทุกท่าน

เนื่องด้วย CAT-IDC ได้รับการประสานงานจากทางตำรวจเกี่ยวกับการกระทำความผิดของลูกค้า CAT-IDC จึงขอความร่วมมือจากท่านให้ช่วยกันตรวจสอบและดูแลการใช้งานบนเครื่อง Server ของท่าน ตามกฏหมายทั้ง 3 ฉบับ ดังต่อไปนี้

- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
- การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาตาม มาตรา 287 ผู้ใด

(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้า ในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือ ยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก

(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องกับการค้าเกี่ยวกับ วัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่นวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น

(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามก ดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการ อันเป็นความผิดตาม มาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของ ลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
หมายเหตุ แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525

- การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550

มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

การส่งอีเมล หรือ การ Forward Mail ที่เข้าข่าย รูปโป๊ ภาพลามก อนาจาร ภาพตัดต่อ ข้อความที่ไม่เป็นจริง ข้อความทำลายชื่อเสียง หรือทำให้บุคคลอื่นเสียหาย ข้อความที่กระทบต่อความมั่งคงของชาติ ข้อความเหล่านี้ถือว่าผิดกฏหมาย นอกจากนี้หากไม่ใช้การ Forward Mail แต่เป็นการโพสไว้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ตามกระทู้ เว็บบอร์ด บล็อก (Blog) ยังเข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ นี้ด้วย

นอกจากนี้หากท่านเป็นเจ้าของเว็บ เว็บมาสเตอร์ แล้วปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นที่เว็บของท่าน ท่านจะมีความผิดฐานรู้เห็น ยินยอม ให้เกิดข้อความลามก อนาจาร ข้อความกล่าวเท็จพาดพิงให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย ข้อความท้าทายอำนาจรัฐ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความไม่สงบ ในมาตรา ๑๕ ด้วย

มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

จึงเรียนมา เพื่อโปรดทราบ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้ความร่วมมือในการดูแลและตรวจสอบเครื่อง Server ของท่านมิให้มีความผิดตามเงื่อนไขการใช้บริการของ CAT-IDC และกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ

ขอแสดงความนับถือ
ทีมงาน CAT-IDC

ก็ถือเป็นคำเตือนครับ จากทาง CAT-IDC หลังจากที่มีการกวาดล้าง(ขอใช้คำนี้น่าจะไม่ผิดมั้งครับ) เว็บโป๊ เว็บผิดกฏหมายต่างๆ ไปเมื่อหลายวันก่อน

โดยเฉพาะการ Forward mail นี่ระวังหน่อยนะครับ เพราะเห็นกันบ่าย ส่วนคนดูแล server ก็อย่าไปตรวจสอบเมล์บ็อกใครเข้านะครับ ไม่งั้น โดนด้วย

มาตรา ๕ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

และ

มาตรา ๗ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจําทั้งปรับ

รวมทั้งระวังการจะดักดู header ของอีเมล์ที่ส่งออกนะครับ เหอๆ เพราะว่าก็มีบอกไว้ใน พรบ. ว่า

มาตรา ๘ ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อดักรับไว
ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอื่นที่อยูระหวางการสงในระบบคอมพิวเตอร และขอมูลคอมพิวเตอรนั้น
มิไดมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะหรือเพื่อใหบุคคลทั่วไปใชประโยชนไดตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
สามป หรือปรับไมเกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ก็ระวังกันนะครับ รู้ไว้ดีกว่าครับ ว่าแต่งานนี้เนี่ย Admin จะทำอะไรกันดีครับ เหอๆ

ปล. ต้องสร้างหมวดใหม่แล้วนะเนี่ยเหอๆ เพราะเหมือนว่าหลังๆ จะเขียนประเด็นนี้เยอะแยะมากมาย