Posted on August 31st, 2008 in Cyber laws
ฝากข่าวประกาศครับ หลังจากที่คราวก่อนได้มีการบุกยึดเครื่อง server ไปแล้วนะครับ ระรอกนี้จะมีการปิดเว็บอีกระลอกหนึ่งครับ จำนวนกว่า 1200เว็บครับ ซึ่งในการปิดคราวนี้นั้นจะประกอบไปด้วยสามกลุ่มครับคือ
- เว็บโป๊ ลามกอนาจาร
- เว็บที่เผยแพร่ข้อมูล หรือคลิปวิดีโอ ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง
- เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง และขัดต่อความสงบของประเทศ
- เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของชาติ
ซึ่งเว็บไซต์ชุดนี้นะครับ จะเป็นชุดที่กำลังรอหมายศาล ดังนั้นหมายความว่ามีการส่งเรื่องเข้าไปแล้วนะครับ และกำลังรอคำตัดสิน ซึ่งคิดว่าในสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ คงไม่นานเกินรอแน่ๆ ครับ (ไม่แน่ใจว่า ใช้ประกอบข้ออ้างในการปิดเว็บฝ่ายตรงข้ามบางเว็บของรัฐบาลหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ)
โดยการดำเนินการหลังจากที่ศาลอนุมัติหมายแล้วนะครับ จะดำเนินการผ่านทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าจับกุม ยึดเครื่องทันทีครับ
ที่มีปัญหาคือ ส่วนหนึ่งจะมีการผสมโรงของการจับกุมเว็บเผยแพร่ข้อมูลละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยครับ
ต่อมาคือระลอกสอง อีก 400 กว่าเว็บที่กำลังรอการรวบรวมเนื้อหา หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยื่นไปยังศาลอีกครับ
———————————————
เพิ่มเติมนะครับ สำหรับในกรณีเกี่ยวกับการดำเนินการจากทางเจ้าหน้าที่ พอดีนึกขึ้นได้ครับ ถือว่าเก็บตกจากงาน BarCampBangkok2 ครับ
- การดำเนินการจับกุม ยึดเครื่องนั้นจะต้องมีหมายศาลเท่านั้นนะครับ
- ต้องมีเจ้าหน้าที่จากICT ที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น (ปัจจุบันมี 35 คนเท่านั้น)
- เจ้าหน้าที่ICT จะต้องแสดงบัตรครับ เราสามารถขอดูได้
สิ่งที่พึงระวังเพราะมีเกิดขึ้นแล้วนะครับ
- แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ICT ขอดู log90 ตามร้านเน็ตทั่วไป
- แอบอ้างเรียกร้องอื่นๆ โดยอ้างพรบ.คอมฯ
ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผมได้ทำการอัพไว้ให้แล้วนะครับที่ รวมเอกสารเกี่ยวข้องกับพรบ.คอมพิวเตอร์ นะครับ สามารถดูได้ที่นี่เลย
Posted on August 27th, 2008 in Cyber laws, Other
อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ
ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ
[....]
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก
ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)
เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น
- ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
- การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
- การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
- การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
- การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก
ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้
สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง
ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก
ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง
ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ
Posted on August 12th, 2008 in Cyber laws
เช้านี้ก็ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ.คอมพิวเตอร์อีกแล้วอ่ะนะครับ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจผมขอยกมาเป็นท่อนๆ ครับส่วนใครอยากอ่านข่าวเต็มๆ สามารถเข้าไปอ่านข่าวที่เว็บของกรุงเทพธุรกิจได้เลยนะครับ
…… พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่ประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จะมีผลบังคับใช้ให้หน่วยราชการ สถานศึกษา องค์กร ร้านค้า บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร โรงแรม บ้านเช่า แฟลต อพาร์ตเมนต์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ผู้ให้บริการร้านเกมออนไลน์ ต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลการใช้บริการไม่น้อยกว่า 90 วัน
……
“สิ่งที่ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต ต้องเก็บข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ เช่น ชื่อ สกุล หรือหมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น ส่วนที่ 2 วันเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้ และเลิกใช้เครื่อง และส่วนที่ 3 หมายเลขเครื่องที่ใช้ IP Address (ภายนอกและภายใน) และที่อยู่เว็บที่เข้าใช้ เพื่อประโยชน์ในการตามรอยผู้กระทำความผิด เช่น หากบุคคลในองค์กรไปส่งรูปลามกอนาจาร หรือทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้ จะได้ตรวจสอบผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก แต่หากต่อมาพบว่าหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท” พ.ต.อ.ญาณพล กล่าว
…..
ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
(http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/12/news_284636.php)
ซึ่งประเด็นนี้ ผมเองเห็นว่าส่วนหนึ่งควรจะต้องเก็บครับ เพราะหลายครั้งที่พบปัญหาส่วนหนึ่งมาจากร้านเน็ต แต่ก่อนผมเอง เคยเอาร้านเน็ต เป็นแหล่งทดลองเจาะเว็บมาแล้วครับ (หลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนที่ ม.เกษตร) ซึ่งมันก็เข้าง่าย ออกง่าย ไปร้านเน็ตตอนกลางคืนๆ หน่อย มันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับ เครื่องข้างๆ ก็ไม่ค่อยมีใครเล่น ทำอะไรก็สบายๆ ครับ (ตรงนี้ไม่ดีนะครับ ไม่สนับสนุนให้เล่นเว็บคนอื่นครับ ใครมีเว็บเล่นเว็บตัวเองดีกว่า สนุกดี)
ดังนั้น การเก็บlog มันก็ควรจะทำครับ ปัญหานี้จึงกลายเป็นภาระให้กับร้านเน็ตครับ ไหนยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (บ้านเราใช้ลินุกซ์กันไม่ค่อยได้ ลงแดงตาย) ไหนยังต้องค่าเครื่อง บางที่บางแห่งยังต้องจ่ายส่วยกันอยู่ ไหนยังต้องระวังกับพวกลิขสิทธิ์ที่มักจะใช้วิธีใต้ดินมาหลอกเงินอีก
เห้อ น่าสงสารนะครับ ใครทำร้านเน็ตก็เก็บ log กันได้แล้วนะครับ
Posted on August 1st, 2008 in Cyber laws
Edit note: เพิ่มลิ้งค์ข่าว`
- “เชือดเพลงชาละวัน เนื้อร้องหยาบ” จากไทยรัฐ (ลิ้งค์ข่าว)
- ปดส.จับมือดีโพส “หมอ..รุงรัง” ว่อนลามกทั่วเน็ต จากผู้จัดการ มีภาพแถลงข่าวด้วย (ลิ้งค์ข่าว)
แวะมารายงานข่าวนะครับ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางปดส. บุกขึ้นโอเทโร่ และ CAT-IDC ครับ เพื่อขอค้น,เก็บหลักฐาน และยึดเครื่อง server บางเครื่อง (ตอนนี้ มี 2เครื่อง ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มอีกรึเปล่า)ครับ
ส่วนสาเหตุ และข้อหาก็เป็นที่ทราบกันดีครับคือ กรณีทราบกันดีครับ คือ เรื่องของ “เพลงชาละวัน” นั่นล่ะครับ สำหรับการตรวจค้นและยึดในครั้งนี้ จะมีสองกลุ่มหลักๆครับคือ
- เว็บฝากไฟล์ ที่มีสื่อเหล่านี้
- เว็บที่มีการเผนแพร่ (แปะลิ้งค์) เพลงดังกล่าวครับ
ซึ่งประเด็นนั้น น่าสนใจในประเด็นหลังนี่ล่ะครับ คือเว็บในไทยมีเผยแพร่กันเป็นร้อยๆครับ นับหัวจับกันได้เลยใน ทรูฮิต เว็บต้นๆ มีกันหมดล่ะครับ ดังนั้น ก็ต้องจับตามองกันครับ และคิดกันว่า อืมม ในกรณีอย่างนี้จะทำอย่างไรดี
ต่อมาครับ ตามด้วยข่าวนี้
Read the rest of this entry »
Posted on July 24th, 2008 in Cyber laws
สำหรับข่าวนี้ถือเป็นข่าวดีครับ เพราะว่าทางICT รับทราบข้อเสนอแนะ และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้ พรบ.คอมฯแล้วครับ
รมว.ไอซีทีพร้อมแก้กฎกระทรวง หาก พรบ.คอมฯเป็นอุปสรรค.
นาย มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวในงานสัมมนาระดมความคิดเรื่อง “วัดปรอทสังคมไทย หลังประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” จัดโดยสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยว่า หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา แต่จะมีการบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 นั้น ทางกระทรวงฯมีความยินดี และพร้อมที่จะแก้ไขกฎกระทรวง หากได้ข้อสรุปเกี่ยวกับตัวพ.ร.บ.ดังกล่าวว่าจะมีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน เนื่องจากเล็งเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเป็นการ ลดช่องว่างของกฎหมายฉบับดังกล่าว
“หลังจากรับฟังความคิดเห็นเรียบ ร้อยแล้ว ทางกระทรวงฯ และสมาคมจะนำสิ่งที่ต้องแก้ไขมาหารือร่วมกัน หากเรื่องใดสามารถออกเป็นกฎกระทรวงได้ ก็จะเร่งดำเนินการให้ก่อนเพราะการออกกฎกระทรวงดำเนินการได้ง่ายกว่าการแก้ไข กฎหมาย เพราะที่ผ่านมา พบว่าทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างประสบปัญหาจากการประกาศใช้กฎหมาย ทั้งที่ทำผิดโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่จะถูกดำเนินการทันที จึงจำเป็นที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำโดย เจตนา” รมว.ไอซีทีกล่าว
นายมั่น กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กฎหมายระบุให้หน่วยงานรัฐ เอกชน อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลจราจร (Log File) การใช้งาน 90 วัน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบนั้น พบว่าส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากราคาของอุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บมีราคาสูงเกินไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องปิดบริการ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแก้กฎหมายเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้ผู้ประกอบการ
ด้าน นายศรีศักดิ์ จามรมาน นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปภัมภ์ กล่าวว่า หลังจากประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ พบว่ายังมีความไม่ลงตัวของกฎหมายกับสภาพสังคมอยู่หลายประการ อาทิ ควรเพิ่มโทษเจ้าหน้าที่ผู้ทำผิดในกฎหมายเสียเอง, การกระทำผิดที่ไม่สามารถยอมรับได้ จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งในต่างประเทศอย่างประเทศเยอรมัน และสหรัฐอเมริกามีการแก้ไขกฎหมายคอมพิวเตอร์อยู่หลายครั้งจึงจะเข้าที่
“หลัง จากประกาศใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะครบ 1 ปี พบว่ามีผู้ร้องเรียนพบผู้กระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น 5,000 ราย และดำเนินการทางกฎหมายไปแล้ว จำนวน 10 คดี คดีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นคดีส่งภาพลามกอนาจาร” นายกสมาคมคอมฯกล่าว
ส่วน พ.ต.ท.ดรัณ จาดเจริญ สารวัตรกลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทาง เทคโนโลยี กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบว่า มีการกระทำในลักษณะการหมิ่นประมาณ และการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ที่เป็นการฉ้อโกงจากต่างประเทศและในประเทศเอง ส่วนกรณีหมิ่นประมาณเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นส่วนใหญ่เช่น การตัดต่อรูปผู้อื่นไปโพสต์ตามต่างๆ และนำไปส่งต่อทางอีเมล์
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
นั่นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นถือว่าเป็นจุดที่เกิดมาจากหลายๆเรื่องครับ อย่างที่ผมเองได้กล่าวถึงในหลายๆentry ไปแล้วครับ การปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้รองรับกับการใช้งานจริงๆนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี
แต่ในระหว่างนี้ ก็ต้องรอว่า เมื่อไหร่ จะปรับปรุงเสร็จหรือเริ่มปรับปรุงใหม่ครับ