Case study

Cyber law, Process and Standard in Thailand.

จริงๆแล้ว เขียนentry ก่อนหน้านี้ไว้แต่ draft ไว้ ซึ่งรับไม่ค่อยได้กับขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานจาก พรบ. คอมฯ ที่ออกมา แต่พอกลับไปอ่าน แล้ว รู้สึกว่า ตัวเองใส่อารมณ์ มากไปหน่อย เลยลบทิ้งเขียนใหม่ดีกว่า

สำหรับประเด็นนี้ เนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทราบข่าวในเย็นวันที่มีการดำเนินการเข้าจับกุม (ใช้คำตามท้องเรื่อง) เจ้าของเว็บ 212cafe.com ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ คุณ Pook นั่นล่ะครับ ด้วยข้อหา สนับสนุนเผยแพร่ภาพลามก อะไรพวกนี้ ครับ

ผมเองก็ทราบมาจากผู้เกี่ยวข้อง มาส่วนหนึ่ง จากข่าวอีกส่วนหนึ่ง (ไอ้เรื่องเขียนข่าวเนี่ย ขอยกไปเอ่ยตอนหลังบทความนี้อีกครั้งนะครับ) สรุปใจความได้ว่า มีสาวคนนึง โดนคนรัก เอารูปมาโพสต์ ในเว็บ 212.cafe (ในส่วนของ upload) และได้ดำเนินคดี กับอดีตคนรัก ไปแล้ว แต่ไ้ดมีการฟ้องร้องไปยังเว็บไซต์ pook ด้วย ในฐานะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ ครับ

แน่นอน ทันทีที่ได้รับข้อมูลก็รู้สึกรับไม่ได้กับมาตรฐานที่คลุมเครือรวมทั้งข้อสงสัย ที่มันยังเป็นขอถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำในเรื่องของมาตรฐานการทำงานดังกล่าวครับ

ประเด็นที่ผมตะขิดตะขวงใจคือ

  • ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องไปถึงเว็บไซต์ ได้จับกุม ดำเนินคดี ฝ่ายชายไปแล้ว ซึ่งรับสารภาพแล้ว แต่ทำไม จึงมาฟ้องเว็บเพิ่มเติม
  • ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง ไปยังเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อให้ดำเนินการลบข้อมูล แต่ผมเองไม่แน่ใจว่า การแจ้งดำเนินการเพียงทางโทรศัพท์ ไปยังบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ดูแลเว็บไซต์จริงๆ นั้น ถือว่าเป็นการแจ้งแล้วหรือ???
  • มาตรฐานในการแจ้ง เรื่องไปยังคนดูแลเว็บนั้น ควรจะมีมาตรฐานหรือไม่ เช่น ช่องทางอีเมล์, โทรศัพท์, แฟ็กซ์ หรือหนังสือรายการอย่างหนึ่งอย่างใด

แน่นอนครับ อย่างในกรณีเรื่องโป๊ เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครจะแจ้งมา ก็ถือว่าต้องทำการลบโดยทันที แต่การแจ้งไม่ถูกคนนั้น ควรจะมีการเช็คหรือไม่ เช่น เกิดมีคนมาโพสต์ ภาพโป๊ในบล้อกผม และผมเองก็ไปเที่ยว ทีนี้ เจ้าหน้าที่โทรแจ้งมา แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณ ทำให้ มันโอนไปยังเบอร์ออฟฟิศ และมี ยาม หรือ คนขับรถ หรือแม่บ้าน หรือคนใน office ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลเว็บ มันถือว่า เป็นการแจ้งแล้วหรือยัง

เพราะแน่นอนครับ ในพรบ. ระบุไว้ว่า ให้ดำเนินการ ภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเกิด ยามเค้ารับ เนี่ย ผมถามว่า เค้าดำเนินการได้หรือไม่ กับการลบทิ้ง อะไรพวกนี้

แน่นอน มันไม่ได้ ยาม ก็ต้องพยายามแจ้งผม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่นับตั้งแต่ที่โทรแจ้งยาม ล่ะ กว่าผมจะกลับจากเที่ยว ก็ผ่านไปแล้ว สามวัน ก็ผิดตามพรบ. นี้แน่ๆ

ดังนั้น ตรงนี้ มันต้องมีมาตรฐานกันบ้างครับ ว่าอะไรอย่างไร

ประเด็นต่อมาคือ ในกรณีโป๊ มันไม่ว่าใครแจ้งก็ต้องลบ แต่มันจะมีกรณีของการหมิ่นประมาทอีกครับ เช่น ผมซื้อเครื่องเสียงยี่ห้อ eblogbiz แล้วมันเกิดไม่ดี ผมไปโพสต์ บอกว่า ของยี่ห้อนี้ไม่ดี ซื้อมาเดือนเดียวพังแล้ว เคลมไม่ได้ ให้เอาไปซ่อมศูนย์ อย่างเดียว วันดีคืนดี เจ้าของผลิตภัณฑ์ มาแจ้งว่า มีการโพสต์หมิ่นประมาท เค้า ให้ดำเนินการลบทิ้ง

ตรงนี้ เนี่ย มันทำให้เกิดข้อลังเลนะครับ เพราะคนโพสต์ ก็โพสต์ในฐานะของผู้บริโภค ซึ่งได้รับการบริการ และสินค้าที่ไม่ดี จึงนำมาโพสต์แชร์ กันเพื่อเป็นประโยชน์ สาธารณะ (ซึ่งคิดว่า ตามพรบ. คุ้มครองผู้บริโภค นั้นเอ่ยถึงไว้ เดี๋ยวขอไปเช็คก่อน แต่ทราบว่า มีการคุ้มครองอยู่ครับ ตามกฏหมาย)

เมื่อทางเว็บไม่ดำเนินการ ทางเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็หัวหมอ โทรอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการลบ หรือมีการส่งอีเมล์ แอบอ้าง ให้ลบ

ดังนั้นเนี่ย จากสองย่อหน้าด้านบน มันควบ 2 ประเด็น คือ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อความ และ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการ

สอง ประเด็นนี้มันมีเกิดขึ้นจริงๆ ครับ ไม่พอใจกัน อ้างให้ลบบ้าง, อ้างให้ปิดเว็บ, ให้ทาง host ลบเว็บบ้าง

ดังนั้น ประเด็นที่มันควรจะเกิดขึ้นอย่างน้อยคือ มาตรฐานในการแจ้ง ดำเนินการครับ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ ไม่ได้เป็นการแอบอ้าง ซึ่งแน่นอนไม่ว่า อีเมล์ หรือ โทรศัพท์ มันไม่รู้ที่มาที่ไปหรอกครับ มันมั่วกันได้

ผมเห็นว่า มาตรฐานการแจ้ง อย่างน้อย ควรจะต้องมีจุดตรงกลางครับ ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการได้สะดวก รวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คนทำเว็บ ก็สบายใจ กัน

ไม่ใช่ เอะอะ อะไร อ้างโน่นนี่ๆ แล้วมาจับกัน โดยไม่มีมาตรฐานนะครับ ไม่ใช่ว่า โวยวายไม่เข้าใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องทำงาน แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ก็ต้องเข้าใจการทำงานของเราด้วย ตรงนี้สำคัญครับ

ซึ่งในอันหลังนี้เนี่ย มันมี และเยอะมากด้วย เช่น บางครั้งมีผู้ใช้งาน โพสต์ความคิดเห็นทางการเมือง ไปสะดุดเท้าใครก็ไม่รู้ จากนั้นให้เจ้าหน้าที่โทรมา แล้วบอกว่า

"ผมขอความร่วมมือให้ช่วยลบเว็บนั้น หรือบล็อกเว็บก็ได้"

ไม่ได้มีเอกสารเป็นหลักฐาน ซึ่งถ้าคนดูแลระบบ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ host, isp ดำเนินการตาม (คำขู่) นั้น และหากเว็บเหล่านั้นไม่มีความผิด เป็นการโพสต์แสดงความคิดเห็น อันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นประโยชน์ สาธารณะ ความผิดก็จะตกแก่ Hosting, isp ทันทีนะครับ เพราะตาม พรบ. คอมฯ มันก็มีกล่าวไว้อีกว่า ผู้ใด กระทำการอันเป็นการขัดขวางการทำงาน แก่ข้อมูลของผู้อื่น (ถ้าไม่เข้าใจว่าผิดได้อย่างไร ลองทบทวนตัวแดงสักสองสามรอบครับ เหอๆ)

กลายเป็นว่า มันผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง ดำเนินการโดนคนทำเว็บฟ้อง ไม่ดำเนินการ โดนอำนาจเล่น

ยังไม่รวมมาตรการบางอย่างที่เราอาจจะไม่รับรู้ (ไม่ขอเอ่ยถึงดีกว่า แต่Bla Bla Bla! something like that.)

ตรงนี้เนี่ย ผมว่า มันควรจะมีการมาคุยกันได้แล้ว ระหว่างคนทำเว็บ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นในระยะยาวเจ้าหน้าที่เองจะดำเนินการลำบาก เอานะครับ เหอๆ เพราะอะไร

เพราะเว็บไซต์ มันไม่ได้เป็นการค้ายา ที่ยังไงเสียมันต้องส่งของกัน ไปล่อซื้อกันได้ แต่เว็บ มันสามารถเอาไปฝากไว้ที่ใดในโลกก็ได้ มันก็เข้าได้ทุกที่นั่นล่ะ ขอแค่มีเน็ต

แล้วถ้าเว็บเหล่านั้น ย้ายออกไปต่างประเทศ จะดำเนินการอย่างไร บล็อกเว็บ?? ไปเรื่อย แก้ปัญหาที่ปลายทางกันไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ???

ดังนั้น ผมเองอยากให้มีการพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านี้ครับ แม้ว่า บางอย่างจะอธิบายกันเหนื่อยหน่อยก็ตาม เท่าที่สัมผัสมา ทั้งเจ้าหน้าที่เอง หลายท่านก็ไม่ได้เก่งในเรื่องเว็บ ในขณะที่คนทำเว็บก็ได้ได้เก่งกฏหมาย แต่มันต้องสรุปกันนะครับ

ประเด็นต่อไปคือ ในเรื่องของข่าว ทุกวันนี้ ผมรู้สึกว่า ทุกวันที่ผมฟังข่าว อ่านข่าว ผมต้องเอาเนื้อหามากรอง สรุปด้วยวิจารณญาณ อีกรอบ ครับ

อย่างเช่น ข่าวเรื่องนี้เนี่ย บางแหล่งลงไปเลยว่า เว็บมาสเตอร์เจ้าของเว็บโป๊, บางแหล่งเอารูปเว็บโป๊ มาประกอบ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวกันด้วยซ้ำ ในขณะที่เว็บไซต์ หลายเว็บก็นำไปลงต่อ โดยไม่ได้กรองไป (เห็นๆ ก็ทั้ง Mthai, Yenta4, teenee) ซึ่งมันดูแล้ว รู้สึกแย่ครับ

ในส่วนของสื่ออื่นๆ นั้นพอรับได้ระดับหนึ่งครับว่า อาจจะเป็นเรื่องของการเขียนข่าวให้ความมันส์ ใส่ไข่นิด แต่งสีหน่อย ให้มันขายได้

แต่ในส่วนของเว็บไซต์ เองกลับไม่มีการคิดให้รอบคอบ สักแต่เอาขึ้น บางครั้งสอบถามกันหน่อย พูดคุยกันบ้าง ไม่ได้เสียหายเลยครับ ซึ่งประเด็นนี้เนี่ย ผมเองรู้สึกแย่ ยังไงก็ไม่รู้ครับ เหมือนคิดกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับตัว ทั้งๆ ที่มันแทบจะมัดคอตัวเองอยู่แล้ว

รู้สึกรับไม่ค่อยได้ยังไง ไม่รู้ เห้อ

คิดแล้วเซ็ง...

ยิ่งคิดยิ่งเซ็ง...

จบดีกว่าเดี๋ยวยาวอีก เหอๆ

Action from Google if you report "xxx.kapook.com".

ก่อนอื่นนะครับ ท่านที่จะเข้ามาอ่านแล้วคิดว่า ผมจะจิกกัด อะไรต่อแล้วล่ะก็ ผิดหวังได้เลยครับ ผมจะเขียนถึงในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ถ้า Report ไปยัง google แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะประเด็นนี้ ผมเองได้รับคำถามมาจากเพื่อนฝูงที่สอบถามถึงเรื่องเมื่อวานมามากมายทีเดียว รวมทั้งจาก feedback ตามบล็อกอื่นๆ ด้วย

เป็นต้นว่า "ในเมื่อคุณฟันว่า black ทำไมไม่แจ้ง google" บ้างล่ะ "แล้ว google มีรู้หรือยัง" "ถ้ารู้แล้วจะเป็นอย่างไร" และอื่นๆ อีกมากมายที่เชื่อว่า หลายคนสงสัยครับ จึงคิดว่า ควรจะเขียนเนื้อหานี้ขึ้นมาครับ เพื่อถือว่า เป็นกรณีศึกษา ที่น่าสนใจทีเดียวในเรื่องของ Blackhat ครับ

และก่อนที่จะอ่านคำตอบของผมนั้น ให้เข้าใจตามนี้นะครับว่า

ผม มิได้เป็นส่่วนหนึ่งของทีมงาน Google แต่อย่างใด ไม่ได้เป็นหนึ่งใน กรรมการของ Google ในการตัดสินว่าเว็บใดเว็บหนึ่งผิด ดังนั้น สิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้ คือ เนื้อหาที่สรุปเอาจากที่ได้คุย สอบถามตรงบ้าง, จากกรณีต่างๆ ของ Blackhat ที่เกิดขึ้น ในต่างประเทศ, รวบรวมมาจาก Forums,blog ที่อ่านเจอ และสุดท้าย ผมจะไม่เอ่ย ล่วงไปถึง ขั้นตอนการทำงานในการตัดสินโทษใดๆ ของ committee ที่ google ตั้งขึ้น เพื่อความสบายใจของคณะทำงาน (อิอิ คณะทำงานทุกท่าน สบายใจได้เด้ออออ!)

---------------------------

อันดับแรก

ขั้นตอนพิจารณาความ ว่าด้วยความผิด ในกรณี Hidden text ขนาด 1x1 pixel บนหน้าเว็บ

สำหรับการพิจารณานั้น ส่วนหลักเลย Google อ้างอิงตาม Google Webmaster Guideline นะครับ แม้ว่า "Guideline is not Rules" แต่มันมีสาเหตุที่เป็นอย่างนั้นครับ

ในกรณีของการ hidden text ทาง Google เขียนไว้ว่า (ขอแปลเป็นไทยเลยนะครับ) "อย่าซ่อน text, link ที่มองไม่เห็นไว้ในเว็บไซต์"

แน่นอนว่า Google ไม่ได้ระบุ "ห้ามซ่อน text" ก็ตามครับ ทาง Google มีสาเหตุครับ

ปัญหาอันเนื่องมาจาก Google เอง ยังไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่อยู่ flash ได้เต็มร้อย (แม้ว่าอ่านได้บ้าง) จึงเป็นปัญหากับเว็บที่เป็น flash site ครับ และผลเสียคือ Google อาจจะพลาดเว็บที่มีเนื้อหาดีๆ ไปก็ได้ ทาง Search engine ต่างๆ รวมทั้ง google จึงอนุญาติให้มีการใช้เทคนิคนี้ได้ครับ ในกรณีนี้

ตลอดจนไปถึง เนื้อหาที่เป็นภาพที่ไม่สามารถจะใช้ text บรรยายในหน้าเว็บได้ ด้วยเหตุผลของความสวยงามหรือว่าอะไรพวกนี้

ให้ใช้ในลักษณะ Image Replacement ซึ่งเนื้อหาจะต้องไม่ยาวเกินไป ไม่มีเจตนาร้ายครับ

---------------------------

อันดับสอง

กลับมาดูใน Case ของ 1x1 pixel บนหน้าแรกของ กระปุก ซึ่งผมสรุปความอ้างอิงจากคำตอบเมื่อวานในงาน Kapook ชวนคุย นะครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น นั้นเกิดจากความผิดพลาด ของข้อสรุปข้อมูลในหลังการประชุม ที่นำไปตีความผิดพลาด ทำให้เกิดกรณีดังกล่าว (หากผมสรุปผิด ให้แย้งได้ใน comment นี้เลยนะครับ จะแก้ให้เลย) ข้อสรุปที่ว่าคือ

1. Section ที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่ให้โปรโมทจนกว่าจะทำเสร็จ หรือถึงเวลาแล้ว
2. การทำ SEO นั้นให้เริ่มทำก่อนที่ โปรเจคนี้จะเริ่มโปรโมท

และผลคือทำให้ คนทำงานนำไปสรุปความได้ว่า ให้ทำ seo ไปก่อนเลยแต่ห้ามโปรโมทนะ ก็เลยสร้างเป็น ลิ้งค์ขนาด 1x1 pixel แล้วใส่ลิ้งค์เข้าไปครับ เพื่อเป็นการสร้าง Backlink ไว้ก่อน, ไม่ได้โปรโมท และจะได้ไม่มีคนเห็น

ซึ่งนั่น คือ เข้าเนื้อหาสาระที่ว่า Blackhat เลยครับ การซ่อน text และลิ้งค์ เพื่อไม่ให้ใครเห็น และไม่ได้เป็นการใช้เพื่อ Image replacement เสียด้วย

---------------------------

อันดับสุดท้าย

เมื่อรวมรวมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอน การพิจารณา ซึ่งในส่วนนี้ได้กล่าวไปแล้วว่า ไม่ขอเอ่ยถึงขั้นตอน แต่จะข้ามไปถึงการสรุปเลยนะครับ

ผลสรุป ที่ออกมาคือ Google จะไม่ BAN ครับ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไม Google ไม่แบน เอาเป็นว่า ขอสมมตินะครับ ถ้า Google คือผู้พิพากษา มีคณะกรรมของเค้าเป็น ลูกขุน

ผู้พิพากษา จะอ่านคำตัดสินอย่างนี้ครับว่า

ในกรณีการซ่อน เนื้อหา และลิ้งค์ บนหน้าเว็บนั้น หลังจากทำการสอบสวนแล้ว คณะลูกขุน จำเลย มีความผิดจริงดังที่กล่าวอ้างมา

แต่เนื่องจาก จำเลย ทำความผิดไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้ง ทันทีที่จำเลยทราบแล้วจากที่ปรึกษาว่าเป็นการกระทำผิด จำเลยก็เอาเนื้อหา และลิ้งค์ออกไปจากหน้าเว็บ

คณะลูกขุนมีความเห็นพ้องกันว่า ให้ตัดสินโทษเหลือแค่ รอลงอาญา เท่านั้น และให้ทำความดีเป็นเวลา ...ชั่วโมง

โป๊กๆ

......................................................

พอจะมองเห็นภาพกันไหมครับ การพิจารณาในครั้งนี้ อ้างอิงจากหลายข้อมูล รวมทั้งกรณีดังอย่าง BMW ด้วยครับ ซึ่งทาง BMW ยืนหนังสือไปถึง Google หลังจากที่โดนแบนโดยใช้เนื้อหาใจความว่า

ทาง BMW ไม่ได้มีเจตนาหรือรับรู้ ในการทำ Cloaking, Doorway page แต่อย่างใด สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เป็นข้อผิดพลาดที่ทางบริษัทที่ปรึกษาด้าน SEO ได้จัดทำขึ้น และทาง BMW ไม่ได้รับรู้ หรือยินดีให้ ทำความผิดดังกล่าว ซึ่งทันทีที่ทาง BMW ทราบ ก็ได้ทำการแก้ไข ปรัปปรุงระบบให้เป็นที่เรียบร้อย และถูกต้องตาม google webmaster guideline แล้ว ...

นี่ล่ะครับ เหมือนกัน อันนี้หากใครคิดจะ Report ไป ผมเชื่อว่าคุณจะได้เนื้อหาสาระแบบเดียวกัน กับที่เกิดขึ้นแล้วนะครับ

ซึ่งสำหรับเนื้อหาใน entry นี้ ผมเองหวังว่า หลายท่านคงจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการ Report และคิดว่า ในประเด็นเรื่องของ Blackhat นี้ น่าจะสรุปได้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร ผิดหรือไม่อย่างไรครับ

โดยผมเองยังยืนยันไม่ก้าวล่วงไปถึงเนื้อหาในหน้าดังกล่าวครับ เพราะยังพยายามจะหา Sora Aoi ให้ครบซีรีย์อยู่ครับ 555+

ปล. ขอบคุณหลายๆ ท่านที่ถามเข้ามานะครับ เพราะว่า ช่วยสะกิดให้ผมทำเนื้อหาสาระอันนี้ขึ้นมา และน่าจะเป็นประโยชน์ กับเว็บมาสเตอร์ท่านอื่นๆ ด้วย

ปล2. บทความนี้ มิได้หมายความว่า ท่านจะสามารถเล่นศาสตร์ด้านมืด แล้วใ้ช้รูปแบบเดียวกันนี้เป็นข้ออ้างได้ทั้งหมดนะครับ เพราะถือว่า ต่างกรรมต่างวาระ คำตัดสินของคณะลูกขุนอาจเป็นอย่างอื่นได้ครับ พึงเลี่ยงได้เป็นดีครับ

After Kapook Talk.

กลับมาอัพเดทข่าวคราวกันครับ สำหรับงาน กระปุกชวนคุย ครับ ซึ่งงานนี้ ก็ขอเขียนเป็นแบบ Interview ตัวเองแล้วกันครับ

@ พอใจกับงานนี้หรือไม่???

ถ้าในความคิดเห็นของผมเองแล้วนั้น พอใจงานนี้ หรือไม่ ผมก็ตอบตรงๆ ตามนี้ว่า เฉยๆ อาจจะรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่มากขนาดที่จะเดินยิ้มกลับบ้านครับแต่ก็ไม่ถึงกับเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดกลับบ้าน

@ ทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น

เนื่องจาก ปัจจัยแรกเรืื่องของเวลา ครับ ค่อนข้างสั้นไปครับ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายเท่าไหร่นัก เพราะว่า ทีแรกคิดว่า ทางกระปุกนัดเองคงจะยาวไปเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้ กำหนดจองไว้ถึงบ่ายสามครับ พลาดเลยครับ เหอๆ

ต่อมาคือ ส่วนหลักคือไปนั่งฟังเนื้อหาเพิ่มเติมที่ถูกเว็บข่าวตัดทิ้งไป แน่นอนครับว่า มันมีความเข้าใจมากขึ้น บางส่วนก็ อืมมม ไม่พูดดีกว่าครับ

เอาเป็นว่า สรุปๆ เลยนะครับ

เรื่องของการ Hidden text นั้น เกิดจากความผิดพลาดสองส่วน คือ

ส่วนแรกในเรื่องเชิงนโยบาย คือทางทีมงานของกระปุกเองได้รับ คำสั่งว่าเจ้า xxx.kapook.com นี้ ยังไม่เปิดให้บริการ ดังนั้น จึงห้ามโปรโมทในหน้าเว็บ กับการทำ seo นั้นใ้ห้เตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า

ทางทีมงานที่ทำงาน สมมุติว่า ชื่อปื๊ด แล้วกันนะครับ ก็เลยเอาสองข้อนั้นไปสรุปความได้ว่า ควรทำ seo ล่วงหน้า แต่ไม่ให้ใครเห็น ผลคือ ได้ hidden text ขนาด 1x1 pixel นั่นเอง

ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่า ปื๊ด(นามสมมุติ) เป็นนักศึกษาฝึกงาน ครับ จึงไม่มีประสบการณ์พอ และทาง Kapook เองก็ไม่ทราบว่า มันผิด หลังจากที่มีการทักท้วงไปว่า ผิด และมีข้อเสนอแนะจำ SEO Expert ไป ก็จัดการถอดลิ้งค์เจ้าปัญหาออก

อีกส่วนหนึ่งคือ ต่อไปหากพบลิ้งค์เจ้าปัญหา ในเรื่องความเหมาะสมไม่เหมาะสมนั้น ให้แจ้งไปยัง webmaster@kapook.com นะครับ ทางทีมงานจะตอบคำถามให้ครับ ไม่ต้องมา Blogging กันอีก

ส่วนเรื่องเนื้อหา หรือเรื่องศิลธรรมนั้น ผมเองไม่ขอเอ่ยถึงครับ เพราะทุกวันนี้ ผมเชื่อว่า กว่าครึ่งของท่านที่เข้ามาอ่านในบล็อกผม คงเคยดูหนังของ Sora Aoi หรือน้องอ้อย ครับ ดังนั้น คงไม่ต้องพูดกันเท่าไหร่ คงเข้าใจกันแล้วว่า เรื่องของ ศีลธรรมเป็นเรื่องแต่ละบุคคล ถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม

ซึ่งผมเองสรุปเนื้อหาในช่วงที่ไปนั่งฟังได้เท่านี้ครับ ซึ่งถ้ามีคลิปจากทางสื่อที่ไปเมื่อไหร่จะเอาลิ้งค์มาอัพเดทกันครับ

ท่านที่ต้องการอ่านสรุปงาน ก็แค่ด้านบนน่าจะเข้าใจ และใช้วิจารณญาณ ตามแต่ความคิดของท่านนะครับ ผมคงไม่ก้าวล่วงไปฟันธง จูงจมูก ใครให้คิดเหมือนผมได้ ผมเชื่อในสังคมอิสระทางความคิดครับ ด้านล่างนี้ จะเป็นส่วนที่รู้สึก ตะหงิดบางประการในระหว่างการถกประเด็นนะครับ

อันดับแรกเรื่องของคำถามที่เกิดขึ้นว่า ทางผม, คุณพิทยา, คุณ bact' รวมทั้งท่านอื่นๆ ที่เขียนถึงเรื่องนี้ นั้นผมเชื่อว่า ไม่มีใครอิจฉาและอยากดังในเรื่องที่รู้ทั้งรุ้ว่า เสียกับเสียครับ

การเขียนถึงบางสิ่งบางอย่างนั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อ Blogger บ้านๆ อย่างผมอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ได้อยากดัง หรืออิจฉาแน่นอนครับ

เพราะส่วนหนึ่งแม้ว่า ผมจะอายุน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่า ประสบการณ์ชีวิตไม่ได้น้อยตามอายุครับ ไม่ว่าจะเป็นผ่านร้อนผ่านหนาวในใช้ชีวิตโลดแล่นใน ป่าดงพงพี มาหลายดี เคยอด เคยเอาแบงค์ไปสุมไฟก่อข้าวกินประทังชีวิต เคยเจอพวกล่าสัตว์ ตัดไม้เถื่อนยิงขู่บ้างอะไรบ้าง ออกมาทำงานอย่างอื่น หลายต่อหลายงาน ทั้งเอกชน ราชการ มาพอตัวครับ

ตลอดจน ไปเห็นชีวิตรู้จัก พูดคุย หลากหลายตั้งแต่คนเงินเดือนหกหลัก ไปจนถึงคนที่มีเงินปีละพันกว่าบาทมาแล้ว จนกระทั่งรู้ว่า สุดท้ายชีวิต ไม่ได้เกิดมาเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง หากแต่เกิดมาเพื่อความสุข ในชีวิตสองสามหมื่นวันบนโลก เท่านั้นครับ

และแม้ว่าที่ผ่านมา หลังจากที่เขียน Blog แห่งนี้ จะมีบริษัท SEO ทั้งหลายทั้งเก่าทั้งใหม่ เป็นที่รุ้จักกันในวงการ ส่งอีเมล์บ้าง โทรมาบ้าง เพื่อให้ไปร่วมงานกัน บางแห่งโทรมาถึงสามสี่รอบ เสนอเงินเดือนมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ สองถึงสามเท่าบ้าง

ผมก็ยังตอบเหมือนเดิมครับว่า ผมยังมีความสุขกับการได้ทำงาน ได้นั่งอู้งานในบางวัน ความอิสระในความคิด อยู่

รวมทั้ง สัญญาใจ กับพี่ๆ ใน Office ที่ถามผมว่า ผมจะทำงานที่นี่นานแค่ไหน ซึ่งผมก็ตอบไปแค่ว่า ถ้าผมไม่ happy เมื่อไหร่ ผมจะไป ทันที และทุกวันนี้ ที่มีพี่ๆ มาถาม ผมก็ยังตอบเหมือนเดิมครับ แม้ว่า เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่มมากนัก โบนัส ก็ไม่ได้มากมายอะไร ทุกวันนี้ ยังต้องใช้หนี้สินอยู่เหมือนเดิม ผมก็มีความสุข กับชีวิตที่เป็นอยู่ ไม่ได้คิดจะอยากได้ อยากดังอะไรมากมายนัก

ดังนั้น หากเรื่องของความอิจฉา ริษยาใครแล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่า ไม่ได้มีอคติ อันใดครับ และหากตามอ่านบล็อกผมเองก็จะทราบว่า ที่ผ่านมา บล็อกผมกัดมาแล้ว ทั้ง Mthai เรื่อง Copy content, Sanook copy text หรืออย่างที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้ เช่นว่า ผมเองไม่ชอบลุงหมัก แต่ผมเห็นด้วยการนโยบายการเปิดบ่อนของลุงหมัก อะไรพวกนี้ ครับ การเขียนบอกว่า div 1x1 pixel นี้คือ Blackhat มันคือถือว่า นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันครับ

และต่อเนื่องด้วยคำตอบที่ว่า ผมเก่งแค่ไหน ว่า การทำ Hidden text นั้นถือเป็นวิถีทางแห่งด้านมืด เชื่อว่า เนื้อหาในก่อนหน้านี้ คงพอบอกได้ว่า ผมเองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง SEO ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็พอเป็นที่รู้จักกันอยู่ในวงการบ้างล่ะครับ

ส่วนการฟันธงว่า Black or Blue or Grey or White นั้น จริงๆอยากเขียนนะครับ ยาวไปถึงเรื่องของการพิจารณาโทษของ Google แต่ด้วยทางพี่อ้อ เคยแจ้งมาก่อนหน้านี้ว่า ขอให้ลดรายละเอียดลงไป เพราะมันจะเกิดผลกระทบ ในการเก็บหลักฐาน การพิจารณาของทีม Committee ที่ฟันธง ก็เลยหยุด รวมทั้งเนื้อหาที่เขียนไปแล้วก็ถอดออกจาก Blog และเว็บ SEM.or.th ออกไปแล้วครับ ดูในเนื้อหาตอนเก่าๆ ได้ครับว่าเคยเขียนแจ้งการถอดเนื้อหาออกไปแล้ว
สุดท้าย ผมยังคงความคิดเห็นเหมือนกับ entry ก่อนหน้านี้ ครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่นความเหมาะสม ศีลธรรม อะไรพวกนี้ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาครับ

ปล. อืมม คิดว่า อาจจะเขียนอธิบาย google guideline ที่มาที่ไปได้บ้างมั้ง เดี๋ยวขอคิดก่อนแล้วกันนะครับ เพราะแม้ว่า It's Guideline, it's not rules. แต่มันมีที่มาที่ไปว่า ทำไมถึงไม่เป็น กฏ กติกาตรงๆ ครับ

Wordpress 2.1.2 Vulnerabilities.

อ่าครับ งานนี้ด่วนมากมายสำหรับท่านที่ใช้ [tag]wordpress[/tag] เวอร์ชั่น 2.1.2 ครับ เลยต้องมาอัพก่อนเลย ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมรึเปล่าที่ผมเอง ก็กลับมาก้าวเข้าสู่ด้านมืด (นิดนึงมั้ง) โดยหารูรั่วของเว็บที่ทำงาน อยู่ ครับ เข้าไปที่เว็บ sem.or.th แทบบ้าตาย ขึ้นมาว่าโดน hack ซะอย่างงั้น ซึ่งทันทีที่เช็ค คิดว่าไม่น่าจะมาจากปัญหาของช่องโหว่ที่ server ครับ เนื่องจาก forum.sem.or.th ยังคงปรกติ อยู่สุขสบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นปรกติมากๆ ครับ ดังนั้นสรุปประเด็นก่อนเลยว่า

1. ไม่ใช่เข้าได้ที่ server
2. รูรั่วไม่น่าจะเกิดขึ้นที่ forum แน่นอน ไม่งั้น forum ต้องโดนไปก่อน หรือโดนด้ว

จึงเข้าไปหาข้อมูลทันทีครับ เพราะเนื่องจาก wordpress ที่ผมใช้งานเองก็ถือว่า เป็นเวอร์ชั่นค่อนข้างใหม่คือ 2.1.2 และเวอร์ชั่นเก่าที่มีปัญหาก็จะเป็นที่ตัว 2.1.1 ครับ ซึ่งได้ทำการอัพเกรดแล้ว

ดังนั้นสรุปข้อสงสัยคือ

1. รูรั่วเกิดจาก ไม่ได้ทำการ clean update ทำให้ไฟล์ที่มีปัญหาอยู่ (จากเวอร์ชั่น 2.1.1) ทำให้รั่ว
2. สคริปต์ของ 2.1.2 มีรูรั่วเอง

แน่นอนครับว่า ประเด็นแรกผมคิดว่า อาจจะเกิดได้ แต่ประเด็นที่สองนี่น่าคิดครับ เพราะว่าถ้ามันเป็นอย่างแรกถือว่า ผมผิดพลาดเอง แต่สุดท้ายผลจากการสืบเสาะตลอดช่วงของการแก้ไขปัญหาได้พบกับช่องโหว่อีกที่ wordpress 2.1.2 ครับ นั่นคือตัวของระบบ xmlrpc นั่นล่ะครับ

ไอ้ระบบนี้ปรกติใช้เวลาที่เรามีการ update เนื้อหา เจ้า xmlrpc ตัวนี้จะทำการ ping ไปยัง server ต่างๆที่เรา add ไว้ครับ แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นจากการทำการ ส่งคำสั่ง sql injection กลับมายัง [tag]xmlrpc[/tag] ตัวนี้ครับ (Wordpress 2.1.2 xmlrpc Multiple [tag]Vulnerabilities[/tag]) ทำให้มันประมวลผลเป็นอีกแบบนึงครับ โดยมันจะทำตามลำดับคือ

1. ทำการสร้าง username ใหม่
2. ปรับระดับของ user คนใหม่นี้ให้อยู่ใน administrator

ผลคือ user ใหม่นี้สามารถทำทุกอย่างที่ admin ทำได้ครับ นั่นคือ ลบแก้ไขเนื้อหา หรือแม้แต่แก้หน้าแรกครับ

วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ

1. ทำการ update เป็นเวอร์ชั่น 2.1.3 ครับ
2. ป้องกันการถูกแก้หน้าแรก แก้ theme และไฟล์ต่างๆ ด้วยการ chmod folder ต่างๆ ให้เป็น 644 ไว้ก่อนครับ

ส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมจะนำมา update ให้ทราบกันต่อไปครับว่าจะทำอย่างไร

สำหรับเว็บที่โดน hack ไปแล้วนั้น ให้ทำการเช็ค username ที่มีครับ ค้นหาและลบ account ที่มีปัญหาออกไป จากนั้นให้ทำ clean install wordpress ใหม่ทั้งหมดครับ หรือใช้การลบ ไฟล์บน server แล้ว install ใหม่ครับ ตอนนี้ผมกำลังทดลองว่า จะลบออกทิ้งหมดแล้ว updateหรือใช้ ข้อมูลจาก db เดิมในเวอร์ชั่นใหม่เลยได้หรือไม่ อยู่ ถ้าได้ไม่ได้ยังไง จะมา update ให้อีกครั้งครับ

Case study: SEO with flash file.

แวะกลับมาอัพเดทอีกครั้งด้วย ความดีใจครับ อิอิ จำกันได้ไหมครับ กับการที่ผมบอกว่า ขอทดลองใช้วิธีการทำ [tag]seo[/tag] กับ google bot ล่อให้มันอ่านข้อมูลใน [tag]flash[/tag] file ซึ่งเป็น [tag]swf[/tag] นั่นล่ะครับ

เพื่อยืนยันความคิดที่ว่า google bot อ่านไฟล์แฟลชได้แล้วครับ จากในการสร้าง Flash for seo ของผมขึ้นมาในเนื้อหาครั้งก่อนโน้น ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พย. เลยครับ ถึงวันนี้ ก็ประมาณ 20 กว่าวัน

google มัน index ไฟล์ flash ที่ผมทำแล้วแล้วด้วยครับ อิอิ ดีใจจริงๆ แต่จุดน่าสังเกตคือ flash01 ที่ผมทำไว้นั้น หมายมั่นปั้นมือว่า น่าจะเป็นตัวที่ติดตัวแรก กลับไม่ติด ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากๆ คิดว่าคงต้องมานั่งเช็คอีกครั้งว่า สรุปแล้วจุดต่างนั้น มีตรงไหนบ้างครับ

ของไปสรุปก่อนดีกว่า ครับ เพราะว่าทำไว้นานแล้ว ลืมไปว่า ทำอะไรไว้มั่งครับ

อ่อ เกือบลืมไปครับ ดูผลลัพธ์กับการทดลองของผมได้ที่นี่ครับ
http://www.google.co.th/search?q=i%2Dmorm%2Ecom+filetype%3Aswf

Tags :

Off-line promotion of Online media in Fat Festival.

พอดีวันนี้ มีโอกาสได้แวะเวียนไปงาน เด็กแนวอย่าง [tag]Fat Festival[/tag] ครั้งที่ 6 ที่เมืองทองธานีมานะครับ ซึ่งสิ่งที่เห็นและถือเป็นสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ปีนี้ แปลกตามากกว่าปีก่อนๆ คือ การลงสนามทำ [tag]Offline promotion[/tag] ของสื่อออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ เราๆ นี่ล่ะครับ

ถามว่า มันแปลกอย่างไร ในเมื่อหลายๆ ครั้ง ที่สื่อออนไลน์ หันเหไปใช้บริการ [tag]Offline media[/tag] อื่นๆ ครับ เช่น หนังสือ, ทีวี, วิทยุ หรือบูธตามงานต่างๆ

แต่ที่มันแปลกน่าจะอยู่ที่ว่า [tag]งาน Fat[/tag] ที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นงานเด็กแนว งานอินดี้ กลายเป็นขุมทองที่สื่อออนไลน์อย่างเราๆ มุ่งตรงไปใช้บริการ ซึ่งจุดน่าสนใจของงานนี้น่าจะอยู่กลุ่มของคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถมีแรง มีกำลังที่จะเข้าถึงสื่อ ออนไลน์ได้ไม่ยากนั่นเอง

อีกทั้งโอกาสที่จะใช้บริการเปิดบูธเล็กๆ เพื่อ[tag]โปรโมทเว็บ[/tag] ขายของที่ระลึก หรือขายสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจ เป็นรายได้ อันน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งผมเอง ก็เคยคิดๆ ไว้ แต่ไม่มีเวลาที่จะไปนั่งทำ Offline promotion แบบนี้ อีกทั้งเนื้อหาในเว็บผมนั้นดูเคร่งเครียดเกินไป และเข้าถึงได้ยาก กับกลุ่มเป้าหมายในงานครับ จึงไม่ได้ทำ

แต่เพื่อนๆ ในเว็บเรื่องสั้นที่ผมดูแลอย่าง www.Uncensor-team.com นั่นถือเป็นเรื่องปรกติ เพียงแต่ผมเองก็ไม่ได้ไปร่วมในส่วนของการทำ PR เท่านั้นเอง เพราะหากลงไปเล่น ก็คงจะนั่นคิด Requirement ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า รวมทั้งงานการกุศล(แกมบังคับ)ของเพื่อนรุ่น วนศาสตร์ ที่จะทำเสื้อประจำทริปรุ่นไม่ทันแน่ๆครับ เลยอด

แต่จากการไปดูงาน Fat ในครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดน่าสนใจของการทำ PR ในลักษณะนี้ทีเดียวครับ นอกจากนี้ ยังคิดอะไรใหม่ๆ ได้อีก สามสี่อย่าง ที่พอจะเอาไปรวมใน Requirement งานของ Office รวมทั้งแนวทางอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างใน Road map ปีหน้าได้อีก (คนอื่นๆ ไปเดินเอาบรรเทิง ผมเดินไปคิดไป เหมือนไปทำงานเลยนะเนี่ย)

เริ่มต้นจากหนึ่งในเว็บไซต์ดัง อย่าง Kapook.com ของคุณ ปรเมศวร์ ผู้ที่เรียกได้ว่า เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการเว็บ portal ในไทยเลยครับ ออกไปเปิดบูธขนาดพอเพียง ขายเสื้อของ Kapook.com พร้อมกับการ promote service ในเว็บ

ถัดไปไม่ใกล้ไม่ไกล ก็คือ Truelife.net ของค่ายร้อนแรง อย่าง True ที่พักหลังทั้งทำ service ดีๆ ทำเว็บเนื้อหาแจ่มๆ take over เว็บเก่าแก่ อย่าง Jorjae.com ไปรวมกับ truelife ออกมาแจกฟรี ของเล็กๆ น้อยๆ ให้คนได้ติดไม้ติดมือกันไปครับ ซึ่งคงต้องบอกว่า สำหรับผมแล้ว ทรู ลงทุนลงแรงไปเยอะมากๆ กับเว็บไซต์ในกลุ่มของ trueworld,truelife ไม่ว่าจะเป็นล่าสุดคือ VoIP ที่เรียกได้ว่า เอามาเล่นเป็นของหลักในเว็บ การควบรวม service แจ่มๆ ไม่ว่า วิทยุ ทีวี มือถือมารวมไว้ ใน online service แต่กลับไม่คุ้มค่าการลงทุนเท่าไหร่เลย นั่นเพราะมองอนาคต เมื่อ ADSL ครองประเทศไปเสียไกลโข อีกทั้ง ยังมองข้าม User Behavior บางอย่างของคนเล่นเน็ตไปนั่นเองล่ะ มั้งครับ เลยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เดินไปต่อ ก็พบค่ายเพลงใหญ่น้อย ทั้งบนดินใต้ดิน (ไม่ใช่หวยนะครับ) มาเปิดบูธขายซีดี ขายของที่ระลึกกันเป็นทิวแถว ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะนอกจากจะตรงใจวัยโจ๋ ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังถือว่าเป็นแนวทางดึงกลุ่มคนที่สนใจเข้ามายังเว็บไซต์และขายของไปได้ในตัวเดียวกัน เรียกได้ว่า ยิงปินนัดนี้ แต่กินไปได้หลายล่ะครับ

เดินๆ ไปอีก อ่า ไปเจอร้านขายหนังสือเรียกได้ว่า ถือเป็นสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาแข็งแกร่งอีกที่นึงในไทย นั่นคือ Onopen.com ครับ เรียกได้ว่า มีทั้งสื่อออนไลน์ที่เนื้อหาแข็งแกร่งอีกแห่งหนึ่ง แล้วยังเปิดขายหนังสือที่แสดงถึงความแข็งแกร่งในเนื้อหาได้อย่างดีทีเดียวครับ เพียงแต่เนื้อหาบางอย่างดูๆ ไปไม่ค่อยจะเข้ากับกลุ่มผู้ไปงานไปหน่อย เลยดูเหงาๆ ในบางช่วงครับ (แน่นอนครับ หนังสือการเมือง ปรัชญา คงไม่ค่อยเข้าแน่ๆ)

ข้ามไปอีกฝั่งของ OnOpen.com ก็มีชื่อเว็บคล้ายกันอย่าง OpenMM.com ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของข่าวบันเทิง ที่พยายามนำเสนอ ขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยลักษณะของความเป็น Entertainment portal แต่อาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่แหล่งข่าว ไม่มี content ของตนเองเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ ยังสู้ Portal ใหญ่ๆ ในไทยที่เรียกได้ว่า มีหลายๆ อย่างดีกว่าไม่ได้นั่นเองล่ะครับ เลยดูเงียบๆ หน่อยกับ บูทนี้

ถัดไปไม่ไกลกันมานัก กับเว็บเด็กแนวที่มีหลากภาษา นั่นคือ f0nt.com นั่นล่ะครับ ขานี้ก็ไปขาย Font CD ที่การันตีว่า ถูกลิขสิทธิ์แน่นอน พร้อมทั้งเสื้อ หนังสือทำมือ ดูแล้วน่าสนใจดีทีเดียวครับ

นอกจากนี้ ยังมีเว็บอีกหลายแห่งที่เป็นเว็บเล็กๆ ก็ใช้งาน Fat Festival ในครั้งนี้ เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์ เปิดตัว หารายได้ และสร้าง community เล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันอีกทางหนึ่งครับ ซึ่งเมื่อมองทุนที่ใช้ในการโปรโมทผ่านทางงานนี้แล้ว คงต้องเรียกได้ว่า คุ้มกับการลงทุนทีเดียวครับ แค่เป็น บูทเล็กๆ แต่สามารถสร้างรายได้ ไม่มากไม่มายนัก แต่กลับสร้าง brand ได้อย่างค่อนข้างตรงกลุ่มครับ

เพราะอย่างผมเอง ก็ยังเชื่อว่า ไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มาในงานนี้ เป็นผู้ที่รู้จักและใช้ Internet เป็น อีกหลายเปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังเชื่ออีกว่า ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นประจำอีกด้วยครับ

ดังนั้น งาน Fat Festival ในปีนี้ จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งของบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ ที่เล็งกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ล่ะครับ ซึ่งทำให้งานในปีนี้ ผมเห็น url ของเว็บไซต์หลายๆ เว็บผ่านตาไปบ่อยกว่าปีที่ผ่านๆ มามากทีเดียวครับ

ไม่แน่นะ ปีหน้า i-morm.com อาจจะไปนั่งเปิด บูท ขายเสื้อ ขายหนังสือ SEO หรือ SEM ทำมือ กะเค้ามั่งก็ได้นะครับเนี่ย อิอิ

อย่างน้อย เอากำไรมาจ่ายค่า Host กะค่า Domain ซักนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดีครับเนี่ย เหอๆ

Tags :

Ans. from my email about SEM.

ก็ขอบคุณสำหรับ หลายๆท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน Weblog [tag]SEO[/tag], SEM ความรู้งูๆ ปลาๆ ของผมนะครับ ซึ่งก็มีหลายท่านที่ส่งเมล์มาแล้วก็สอบถาม ซึ่งบางท่านผมก็ตอบไป บางท่านก็ไม่ได้ตอบ (ขออภัยด้วยคร้าบบบ T_T ) ซึ่งใน Case นี้ผมคิดว่า คำถามของท่านทีถามมา มีความน่าสนใจ และคิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ ด้วยนะครบ จึงขอนำมาตอบในเว็บ เพื่อที่ว่า ท่านอื่นๆ จะได้เอาไปใช้ หรือเป็นแนวทางในการดูแล ปรับปรุงเว็บไซต์ ที่เป็น หรือที่จัดทำอยู่นะครับ (งานนี้ขอไม่เอ่ยนามและเว็บ นะครับ แต่เจ้าของน่าจะรู้น่า)

เกี่ยวกับ website ที่ทำอยู่

Q: 1.ตอนนี้ผมมีปัญหาเรื่อง product และ บทความ ซึ่ง ยังไม่สามารถเอาขึ้นเว็บได้ เป็นเหตุผลที่ทำให้ผลยังไม่ทำ seo มากตามที่ web เกิดใหม่ควรทำ คำถามคือว่า ผมไม่ควรทำ [tag]seo[/tag] ในตอนนี้ถูกแล้วรึยังครับ เรารู้ตัวว่า เว็บเราอัพเดทไม่พอที่จะให้ user มาดู จะยังสามารถ ทำให้เว็บ มี page rank ที่สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องรอให้ product กับ บทความอัพเดทมั๊ยครับ

A: จริงๆแล้ว การทำ SEO ควรมีการทำตั้งแต่เริ่มแรก ก่อนที่จะทำเว็บไซต์ด้วยซ้ำครับ สำหรับผม มันควรจะมาพร้อมกับความคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ด้วยซ้ำ เพราะอะไร เพราะว่า การวางแผนตั้งแต่แรกจะช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น การทำ SEO มันเริ่มตั้งแต่การ คิดชื่อ domain name , เริ่มวางแผนเนื้อหา ต่างๆ ด้วยน่ะครับ

สำหรับตัว Pagerank นี้ บอกได้เลยว่า ไม่เกี่ยวกับการ update เนื้อหาหรือไม่ จากที่ผมเคยลอง ไม่เคย update content เลยตั้งแต่เปิดเว็บ มี 1 content แต่ใช้วิธี+เทคนิค ในการสร้าง link และ link ( [tag]pagerank[/tag] คิดจากลิ้งค์อย่างเดียวครับ) ใช้เวลาประมาณ ไม่ถึง 3 เดือน หลุด sandbox และได้ PR=4 ครับ

Q: 2.webmaster ต้องรู้ ภาษาจำพวกทีพัฒนาเว็บเช่น html java asp php แบบขั้นเซียนมั๊ยครับ ถ้าเราพอรู้งู ๆ ปลา ๆ แล้ว ในอนาคต ผมเกิด เปลี่ยนมาใช้เว็บตัวเอง เทียบราคาต้นทุนแล้ว ระหว่าง web ที่สร้างเอง กับเว็บสำเร็จรูป คำถามคือ คิดว่าอย่างไหนคุ้มกว่ากันครับ เพราะตอนนี้ ผมรู้สึกว่า user หลายคนพอพบว่าเว็บเราเป็นเว็บไซด์สำเร็จรูปดูเหมือนจะถูกลดความน่าเชื่อถือลงไป หรือผมคิดไปเอง

A: การรู้เรื่องพวก html หรือพวก ภาษาสคริปต์ต่างๆ นั้น หากรู้ได้จะเป็นการดีครับ แต่ไม่จำเป็นต้องเซียน หรือ โปร เพียงแค่รู้ว่า นี่คืออะไร มันใช้ทำไรได้บ้าง หรือเรียกได้ว่า แค่อ่านโค้ดออก (บ้าง) ก็จะเป็นการดีแล้วครับ เพราะบางครั้ง คนที่คิดได้ รู้ว่าจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องทำเองหรอกครับ ใช้การจ้างเอาก็ได้ครับ แต่ต้องควบคุมให้มันได้ตามต้องการครับผม

ในกรณีของเว็บสำเร็จรูป กับเว็บที่สร้างเอง จริงๆแล้วในปัจจุบันเรียกได้ว่า มันเป็นอะไรที่ก้ำกึ่งไม่มีอะไรที่ดีกว่า หรือด้อยกว่ามากนักน่ะครับ มันอยู่ที่ว่า เราจะสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของเราด้วยอะไร เราจะฉีกแนวสร้างจุดเด่นได้อย่างไร ตรงนี้น่ะครับ อย่าง i-morm.com ของผมเอง หรือแม้แต่ http://www.eblogbiz.com/ ก็ใช้ระบบของ [tag]Wordpress[/tag] ซึ่งเป็นระบบสำเร็จรูป แต่ผมก็ใช้การปรับแต่งหน้าตา ให้มันดูเป็น Unique ออกมาได้เช่นกัน

ขอติ นิดนึงครับ ตัวระบบ เว็บของที่คุณใช้อยู่นั้น สำหรับผมถือว่า มันมากเกินไปครับ เพราะการใส่ logo ขนาดนั้นดูมากเกินพอดี ก็ไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไง อย่างน้อย เราคือผู้เสียเงิน เราคือลูกค้า ก็ควรจะลดปริมาณการสร้าง brand ของเค้าบ้างนะครับ

Q: 3.ถ้าลงทุน โฆษณาด้วย [tag]adwords[/tag] แล้ว เราได้คนคลิ๊ก เว็บเรามีคนรู้จัก มี page rank สูง แล้วหลังจากนั้น เราจึงสมัคร adsence เพื่อเก็บเงินระยะยาว คำถามคือ step นี้ ถูกต้องมั๊ยครับ เพราะผมอยากให้เว็บผมสามารถเก็บค่าโฆษณาได้ ทั้ง adsence กับรายย่อยอื่นๆ

A: การโฆษณาด้วย Adwords นั้น ไม่เกี่ยวกับค่า pagerank ครับ มันเป็นเพียงช่องทางหนึ่งในการโฆษณาเว็บของเราเท่านั้นครับ ไม่มีผลกับ pagerank ในทางตรง แต่ในทางอ้อม หากคนเข้ามาในเว็บคุณแล้วพบว่า มีเนื้อหาน่าสนใจ และมีการนำลิ้งค์เว็บคุณไปแนะนำต่อ ตรงนี้จะส่งผลต่อ Page rank ครับ ส่วนเรื่องการทำ Adsense ด้วยนั้น ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ในไทยเราเริ่มมีแล้วครับ และในต่างประเทศก็มีนานแล้วเหมือนกันครับ ซึ่งบอกได้ว่า น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะอย่างน้อย แม้ว่าจะไม่ได้กำไร เป็นล่ำเป็นสันมากนั้น แต่เป็นการช่วยลด cost ของการทำ Adwords ได้ครับ

Q: 4.ผมไปจดทะเบียนพาณิชย์อเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังไม่ได้โค้ดเพื่อมาแป๊ะที่เว็บเลย หลายอาทิตย์แล้ว ส่งเมล์ไปหาเขาก้อไม่เคยตอบกลับเลย โทรไปก้อรับทราบแล้ว เรื่องก้อเงียบเหมือนเดิม ไม่รู้จะทำอย่างไร คำถามคือ ทำยังงัยดีครับ

A: ให้ลองเมล์ส่งรายละเอียดไปให้เลยครับ คือ กรอกเอกสารที่ดาวน์โหลดจากในหน้าเว็บของเค้า [ลิงค์นี้เลยครับ]จากนั้น ส่งเมล์แนบไปพร้อมกับตัวของสำเนาใบที่จดทะเบียนแล้ว ก็ได้ครับ (แนะนำให้ส่งช่วงวันจันทร์เช้าๆ ครับ ผู้ดูแลเค้าอารมณ์ดี อิอิ)

ถ้ายังไม่ได้ ก็ให้ลองปริ้นท์ ใบที่กรอก แล้วก็ส่ง fax ไปพร้อมกับสำเนาใบที่จดทะเบียนนั้นล่ะครับ (แนะนำวันจันทร์อีกครั้ง วันอื่นมันไม่รู้ทำไมครับ เหมือนจังหวะไม่ค่อยดี)

เกี่ยวกับระบบ adwords

Q: 1.ตอนนี้ผมเริ่มที่จะหาเงินทาง adwords บ้างครับ คำถามคือ ช่วยแนะนำเว็บต่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่อง adwords หน่อยครับ โดยเฉพาะ พวกเรื่องพฤติกรรม สังคมของประเทศนั้น ๆ เพราะผมเพิ่งเป็นมือใหม่ ต้องการคำแนะนำจากผู้รู้ครับ แต่ว่าไม่มีตังค์ไปอบรมกับคุณตราวุฒิ ในรอบ 28 สิงหาคม 2549 นี้ กลัวว่า รอบหน้าพี่เขาจะไม่จัดแล้ว

A: อ่า เรื่อง [tag]Google rich[/tag] น่ะเหรอครับ เว็บไซต์เกี่ยวกับการทำ Adwords จริงๆแล้วตัวระบบของ Adwords เองไม่มีอะไรมากมายครับ เหมือนที่รู้ๆ กันอยู่คือ กรอก เลือกคีย์เวิร์ด เพียงแต่ว่ามันอยู่ตรงที่ การทำ research ค้นหาคีย์เวิร์ดดีๆ การมองเห็นตัวสินค้าว่า อันนี้ทำตลาดได้นะ อันนี้ดูแล้วไม่คุ้ม หรือว่า อันนี้ช่วงนี้ไม่ควร เท่านั้นเองครับ ตอนนี้เรื่อง adwords เองผมก็ เบรคไป พักใหญ่ครับ ถ้าจะให้แนะนำไปอ่าน คงจะเป็น webmasterworld.com มั้งครับ เพราะปรกติผมอ่านที่นี่ประจำ เกี่ยวกับเรื่องตัวของ adwords เป็น technic อะไรพวกนี้ ส่วนการเลือก product จาก cj หรือ clickbank อะไรพวกนี้ต้องอาศัยหัวการค้าเท่านั้นเลยครับ ดู-คิด-วิเคราะห์-ตัดสินใจ(ทำ-ไม่ทำ)

การจัดอมบรมของคุณเผ่า ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะลองสอบถามไปให้นะครับ คิดว่า ตอนนี้ทางคุณเผ่าก็คงจะไม่หยุดนิ่งหรอกครับ อิอิ คิดว่าในอนาคตน่าจะมีแน่ครับ แต่ยังไม่ confirm เท่านั้น เหอๆ

ในการอบรมของคุณเผ่าเองเนี่ย จริงๆแล้ว ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ถือว่า ถ้าได้ฟังซักครั้ง ก็คุ้มครับ เพียงแต่ว่าต้องเอามาคิดต่อว่า อะไร อย่างไรต่อไป หาจุดเหมาะสมของตัวเองน่ะครับ เพราะการอบรมของคุณเผ่า ก็ถือว่าเป็นส่วนที่เป็น Guideline ให้เราเดินต่อได้เร็วขึ้น ไม่ต้องไปนั่งลองผิดลองถูก มีแนวทาง มีตัวอย่าง ให้ดูแล้วครับ แต่อย่างที่บอกคือ รู้ แล้วต้องคิดต่อครับ

เสริมในตอนท้ายนี้แล้วกันนะครับ จากในท้ายจดหมาย ฉบับนี้นะครับ ที่บอกว่า ไม่ได้จบมาทางด้านนี้เลย นั้น จริงๆแล้วอยากจะบอกว่า ผมเอง ก็ไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเลย ไม่ได้เรียนวิศวะ ไม่ได้เรียนการตลาด อะไรพวกนี้แม้แต่น้อยครับ ผมกล้าที่จะบอกว่า ผมเรียนจบป่าไม้ครับ ในใบปริญญา ก็ลงไว้ว่า วทบ.(วนศาสตร์) ครับ

สิ่งที่เราจะเรียนรู้นั้นไม่จำกัดหรอกครับ อยู่ที่ว่า เราสนใจ มากน้อยแค่ไหน เราตั้งใจกับมันมากแค่ไหน และอย่างตัวผมเอง การที่ผมไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เลย มันกลับทำให้ผมพัฒนาตัวได้มากขึ้นน่ะครับ

เพราะเราไม่ได้จบมาด้านนี้ ดังนั้น เราจึงควรที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ ให้มากกว่าคนที่จบมาด้านนี้ 3-4 เท่า เพื่อที่จะได้รู้เท่ากับเค้านั่นล่ะครับ

ปล. สอบถามมาได้ครับ ถ้ามีเวลาก็จะตอบๆ กันไปนะครับ เพราะตอนนี้ งานเยอะ ด้วย แถมเป็นพวกที่ต้องคิดกันหัวโต ก็ถ้ายังไงจะพยายามตอบนะครับ โดยเฉพาะถ้า มันเป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะบางครั้ง ผมเองก็เจอปัญหาที่น่าสนใจและค้นหาต่อ จากคำถามนี่ล่ะครับ

Case Study:SEO in Gossipstar.com part2

เอาละครับ ครั้งก่อน กับ SEO case study: SEO in Gossipstar.com ไป ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจครับ ซึ่งหลายคนคงจะสงสัยว่า ปัจจัยอะไร ในการทำ [tag]SEO[/tag] ที่ช่วยให้ [tag]การทำ SEO[/tag] ในเว็บ gossipstar.com ได้ผลค่อนข้างดีและเร็วนะครับ

 

SEO case study in gossipstar.com
ภาพที่ 1 ([tag]Google SERPs[/tag], keyword= gossip)

 

ซึ่งจากภาพที่ 1 ก่อนที่ผมจะทำ SEO ไม่รู้เหมือนกันว่าอันดับอยู่ตรงไหนนะครับ เพราะว่าจำไม่ได้ เหมือนกันครับ แต่ถ้าจำไม่ผิดอยู่หน้า สองครับ หลังจากเริ่มทำ SEO เพียงแค่ 1 อาทิตย์กว่าๆ เท่านั้น ขึ้นมายึดอันดับใน google เลยครับ

ปัจจัยที่ส่งผลให้ การทำ SEO ในเว็บ Gossipstar.com ขึ้นอันดับได้เร็วนะครับ

1.[tag]Backlink[/tag] .

เนื่องจากเว็บของ gossipstar.com เป็นเว็บที่มีอยู่มานานแล้ว และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ Unique Contentที่ค่อนข้างเป็นที่สนใจ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีเว็บต่างๆ เอาข้อมูลของเว็บ gossip star ไปลง หรือ มีลิ้งค์อยู่ในหน้าเว็บ ทำให้ตัวของ Inbound link / Outbound link ค่อนข้างมีอัตราส่วนที่สูงมาก เนื่องจาก gossip star มี [tag]outbound link[/tag] น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ [tag]Inbound link[/tag]

2.[tag]Qulity of Inbound link[/tag].

ในบรรดา หลายเว็บที่ ลิ้งค์มายัง Gossipstar.com ยังเป็นลิ้งค์ที่เรียกว่า มีคุณภาพมาก มีค่า Pr สูง จำนวนหลายเว็บเช่น Mthai.com มี PR=6 , Yenta4.com PR=5 เป็นต้น ตรงนี้ ถือว่าเป็นส่วนที่ส่งเสริมกัน ถือได้ว่า เป็นInbound link ที่มีคุณภาพสูงทีเดียวล่ะครับ รวมทั้ง Gossip star เองก็มีค่า PR ที่ถือว่า ไม่น่าเกลียดครับ

3.[tag]Domain age[/tag].

เนื่องจาก http://www.gossipstar.com/ เป็นเว็บที่ถือได้ว่า มีการเปิดตัวมานานพอสมควรแล้ว ตั้งแต่ปี 2003ทำให้ถือว่าเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือ ได้รับคะแนนในส่วนนี้ค่อนข้างสูง ทำให้ มันช่วยส่งเสริมดีทีเดียว

3.[tag]Keyword in Domain name[/tag].

สำหรับผมแล้ว เชื่อว่า ปัจจัยอีกส่วนหนึ่ง ถือว่ามีความสำคัญมากอีกตัวหนึ่งคือ Keyword in domain มีผลต่อการจัดอันดับ ของ google อยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ แล้ว ถือว่า ช่วยส่งผลได้มากครับ

ซึ่งจากภาพที่ 1 เมื่อทำ SEO คำว่า Gossip, gossip star, gossipstar เข้าไป โอกาสที่ จะได้ขึ้นค่อนข้างไม่ยากเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก โดเมน ส่งเสริมกัน

4.[tag]Keyword[/tag].

จากนั้น เมื่อทำ seo ในส่วนต่างๆ โดยการเสริม keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ ด้วยคำว่า gossip เข้าไปอีกยิ่งช่วยให้มันมีโอกาสเพิ่มขึ้น ซึ่งอันนี้ ดูอาจจะง่ายไปหน่อยครับ

แต่ เมื่อเราเปลี่ยน คีย์เวิร์ดล่ะ ???

 

SEO case study in gossipstar.com
ภาพที่ 2 (Google SERPs, keyword= นิตยสารบันเทิง)

 

สำหรับใน คีย์เวิร์ดหลักของภาษาไทย ผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้คิดหรอกนะครับ แต่ได้รับมาจากทาง gossipstar เอง ว่าต้องการคำว่า "นิตยสารบันเทิง"

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อผมเช็คแล้ว คำนี้ gossip star ไม่มีอยู่ใน google SERPs เลย อย่างน้อยก็ใน 5 หน้าแรก การเริ่มต้นทำ seo ก็เลยเริ่มสนุกขึ้น

ผลคือ [tag]การใส่ keywords[/tag] ในเนื้อหา ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น title,content หรืออย่าง ALT text ของ images ก็ส่งผลตอบสนองที่ดีทีเดียว แม้ว่าจะยังปรับปรุงระบบ ไม่เรียบร้อยดีก็ตามครับ (เนื่องจากที่ได้กล่าวไปแล้วใน SEO case study: SEO in Gossipstar.com ว่าระบบ หลักๆ เป็น webboard)

5.[tag]Traffic[/tag].

หลังจากที่มีการปรับปรุงใหม่ ทำให้ มีคนเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ดังนั้น ทำให้ Traffic เพิ่มขึ้น อันดับจากใน Alexa พบกว่า 3 เดือนก่อนที่จะปรับปรุงเรียบร้อย อันดับอยู่ที่ ประมาณ 130000 แต่พอมีการปรับปรุงใหม่ ทำให้ อันดับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 75000 เลยทีเดียว ครับ ซึ่งสำหรับผม เชื่อว่า traffic มีส่วนด้วย

6.[tag]Local language[/tag].

เนื่องจาก Google เป็น Search Engine ที่จะมีการจัดอันดับ ด้วยการนำเอาภาษาถิ่น ต่างๆ มาเป็นปัจจัยเสริม ดังนั้น เมื่อให้คำอย่าง gossip จึงง่ายขึ้นอีกหน่อย เนื่องจาก ในส่วนของเว็บที่เป็น ภาษาไทย นั้นไม่ค่อยใช้คำนี้กันซักเท่าไหร่ เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ แล้วย่อมส่งกันไป

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเข้า โดยการใน Proxy อ้อมโลก เหมือนว่าคุณเข้ามาจาก USA เว็บไซต์อย่าง Gossipstar อันดับจะตกลงมาทันที ซึ่งตรงนี้ ถ้าจะเอาอันดับ 1 คงต้องทำกันแบบ Long term คือ ดูกันยาวๆ ครับ

7. [tag]Content Update[/tag].

หลังจากที่มีการปรับระบบใหม่ ทำให้ ตัวของเว็บไซต์ ค่อนข้างสามารถ Update เนื้อหาได้ รวดเร็วขึ้น มีเนื้อหาใหม่ๆ ทุกวัน ตรงนี้บอกได้เลยว่า Google ชอบ จากเริ่มแรกที่ทำ SEO ในคีย์เวิร์ดต่างๆ นั้น indexs ที่เข้าไปติดในหน้าแรกๆ (Google SERPs หน้า 1-2) จะเป็นตัวของ content ใหม่ที่ได้เกิดหลังจากที่ผมทำ seo ไปแล้ว รวมทั้งเป็นเนื้อหา ที่ได้เริ่มมีการทำ เว็บใหม่ อีกครั้งหนึ่ง แม้แต่ในคีย์เวิร์ดคำว่า นิตยสารบันเทิงเอง ลิ้งค์แรกที่ติด ก็มิใช่หน้าหลักแต่อย่างใดครับ จนกระทั่งรออีกซักพักหนึ่ง จึงเริ่มมี indexs หน้าแรกของ gossip star มาครับ

ซึ่งสำหรับ 7 ข้อนี้ ถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยส่งเสริมกันไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีก เช่นการทำ Google sitemap การ submit เว็บไซต์ตามที่ต่างๆ ( ซึ่งตรงนี้ไว้จะขอเอ่ยในคราวหน้าครับว่า ทำไม การ submit ตามที่ต่างมีผลส่งเสริมการทำ seo ) ดังนั้น หากคิดทำ SEO แล้ว อยากให้มอง 7 ปัจจัยนี้เป็นหลักนะครับ

Tags :

Case Study:SEO in Gossipstar.com

ห่างหายไปนานกับ [tag]Case study[/tag] ใน [tag]การทำ seo[/tag] นะครับ ซึ่งที่หายๆ ไปเนื่องจาก ลองเล่นกับที่โน่นที่นี่เรื่อยๆ ซึ่งในตอนนี้จะเป็น Case Study จากที่ผมได้ทำให้ กับ เว็บไซต์ Gossipstar.com นะครับ

ก่อนอื่นเลย ต้องขอเกริ่นก่อนว่า เว็บไซต์ Gossipstar.com แต่เดิมใช้ภาพในเป็น [tag]content[/tag] หลัก นั่นคือ การเอาภาพจากหนังสือ ตัดมาลงในเว็บไซต์ เลย แน่นอนว่ามันโอกาสเป็นไปได้ไม่ง่ายเลยกับการทำ SEO

ต่อมาทาง Gossipstar.com ได้ปรับปรุงระบบ และผม ก็ได้รับมอบหมายใน การทำ [tag]SEO[/tag] ให้กับ Gossipstar ครับ ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เป็นระบบเว็บบอร์ด content ดังนั้น การทำ SEO จึงง่ายขึ้นมาก

ผมทำการสำรวจเว็บไซต์ อย่างละเอียดอยู่ 2 วันครับ ว่าเนื้อหา ระบบโครงสร้างเป็นอย่างไรบ้าง มีจุดบกพร่องในการทำ SEO ตรงไหนบ้าง มีจุดได้เปรียบตรงไหนบ้าง

สำหรับจุดด้อย

1.ทั้งเว็บไม่มี แท็กอย่างในกลุ่มของ Headding เลย ไม่ว่าจะเป็น h1,h2

2.ภาพที่ใช้ไม่มี alt เลยแม้แต่ภาพเดียว

3.ไม่มีการทำ [tag]sitemap[/tag]

4.content ไม่มีตัวหน้า เลย

จุดเด่น

1.ความเป็น unique content ทำให้พอสร้างกระแส+ backlink ได้ง่าย และเนื้อหาเป็นเฉพาะกลุ่มจึงทำได้ง่ายๆ

2.มีเว็บอื่นๆ ที่มี PR สูงๆ (pr 3-6) สนับสนุน

3.Domain มีตรงเป้าหมาย

สิ่งแรกที่ผมเริ่มทำคือ สอบถามความต้องการคีย์เวิร์ดหลัก จากนั้นมาทำการหาคีย์เวิร์ดเสริมเข้าไปครับ แล้วก็เริ่มต้นทำ SEO ทันที การเริ่มต้นทำ SEO ด้วยการปรับแก้สคริปต์ของระบบ ใส่ตัว h1 ไปตามหัวข้อต่างๆ ครับ ซึ่งก็ต้องนั่งไล่แก้โค้ด php กันที่ละอัน เพราะโค้ดตัวนี้ ผมไม่ได้เป็นคนทำเลยแม้แต่น้อย เพิ่งได้เห็นโค้ดนั่นล่ะครับ เสียเวลาไปครึ่งค่อนวัน (และยังไม่ดีนัก)

จากนั้น ปรับในส่วนของ alt ตามภาพหลักๆ ให้ค่อนข้างเยอะพอสมควรครับ ซึ่งตรงนี้ ถือว่ายากเอาการ เนื่องจาก Code ที่มีนั้นค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ (ถือว่าเป็น webboard ตัวนึงที่ยืดหยุ่นและโค้ดดี เลยล่ะครับ) เสียเวลาอีกเกินครึ่งวันครับ

ต่อมาครับ [tag]การทำ google sitemaps[/tag] แน่นอนว่า การทำ google sitemap นั้นไม่ง่ายนักเนื่องจาก

- server นี้ มีเว็บอื่นๆ วางอยู่ด้วย ดังนั้น การรันเจ้า [tag]google sitemaps[/tag]ที่ เป็นสคริปต์มาจาก google เลยนั้น คงจะไม่ดีแน่ๆ เพราะ การสั่งรัน Python เพื่อให้เช็คลิ้งค์ทั้งหมด ย่อมใช้ process ของ server เอาการทีเดียว และนั่น หมายถึง ผลร้ายที่มีโอกาสจะเกิดกับ server แน่ๆ

- การใช้ Free sitemaps script online จากที่อื่นนั่น ดูแล้ว ไม่เหมาะกับเว็บผู้ดูแล ไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับการทำ sitemap เท่าไหร่นัก เพราะจะต้องเข้าเว็บ [tag]gen sitemap[/tag] แล้วนำไฟล์ xml มาใช้งาน upload ต่อ

- Webboard ตัวนี้ ถูกเขียนขึ้นเอง ดังนั้น หมดสิทธิ์หา plugin มาลงครับ

- สคริปต์มีความยืดหยุ่นสูง ดังนั้น เขียน sitemaps ตายตัวไม่ได้ด้วยครับ เมื่อมีการสร้างหมวดใหม่ ย่อมต้องทำ sitemaps ใหม่

- และด้วยความที่ตัว ระบบ พึ่งตัวเว็บบอร์ดเป็นหลัก ในการแสดง content ทำให้เมื่อนานไป แน่นอนว่า link ใน sitemap จะต้องเพิ่มมากขึ้นครับ ดังนั้น จึงต้องมาระบบ การ zip ตัวของ sitemaps ไปด้วยกัน

จากปัญหาทั้งหมด ผมเลยตัดสินใจ นำเอาสคริปต์ที่มีอยู่ในตัวระบบของ gossip มานั่งดู แล้วทำการเขียนสคริปต์สำหรับรัน เพื่อสร้าง sitemaps เองทั้งหมด

ซึ่งเสียเวลาทำอยู่ 2-3 วันมั้งครับจำไม่ได้ ระบบที่ทำขึ้นนี้ถือว่าเป็น sitemap เฉพาะเลย ไม่สามารถเอาไปใช้ที่ไหนได้เลยแม้แต่น้อย แต่ก็รุ่ง สำหรับเว็บ gossipstar.com ครับ โดยสคริปต์จะสร้าง sitemaps หลักขึ้นมา 1 อันครับ

sitemap หลักนี้ ผมใช้เป็นไฟล์ xml ซึ่งในตัวของ [tag]sitemaps.xml[/tag] จะแบ่งรายการออกเป็นหัวข้อตามหมวดต่างๆ เช่น gossip news อ่ะพวกนี้ครับ ซึ่งจะเช็คว่าในระบบมีหมวดอยู่ทั้งหมดกี่หมวด แล้วก็สร้างขึ้นรายการตามหมวดนั้น ทำให้ เมื่อมีการสร้าง หมวดใหม่ ก็จะสร้างรายการใหม่เช่นกัน

จากนั้นในแต่ละรายการที่แยกตามหมวดของเว็บบอร์ด จะถูกเรียกไปที่ sitemaps ย่อยๆ ของแต่ละหมวดอีกทีหนึ่งซึ่งจะอยู่ในรูปของไฟล์ซิบ ตรงนี้ การทำงานมีอยู่สองทีครับคือ สร้างตัว xml มาก่อน แล้วสั่ง zip ครับ

ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เล่นเอาเหนื่อย และปวดหัวอยู่ทีเดียวล่ะครับ นั่งเขียนโค้ดกันบ้าบอมาก เพราะเว็บบอร์ดเป็นของ programer เค้าเขียนไว้ ผมเองต้องนั่งแกะโค้ด มาปรับให้มันทำ sitemaps ได้

สุดท้ายก็เสร็จ ครับ พร้อมเอา sitemaps ไปแปะไว้กับ google

ซึ่งหลังจากที่ผมทำ SEO รวมแล้ว ประมาณ 5-6 วัน ก็เสร็จเรียบร้อย สถิติ ของ gossipstar ที่เป็น referer มาจาก google นั้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนที่ผมจะทำ seo มี referer มาประมาณ วันละ 400 หลังจากทำ SEO แล้ว ขณะนี้เริ่มเพิ่มเป็น 800 แล้วครับ (ประมาณ 1 อาทิตย์) รวมทั้ง คีย์เวิร์ดหลักๆ ที่ใส่ไป วิ่งขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก 4-5 ตัวแล้วเป็นทีเรียบร้อยครับ แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าหลักๆ ก็ตาม (จริงแล้วก็มีเล็กๆ น้อยๆ อีกนะครับ แต่นึกไม่ออกว่าทำไรไปมั่ง :p เพราะลืม 555+)

การทำ SEO ให้กับเว็บ Gossipstar จะเป็นการทำ SEO ใน long term ครับ ดังนั้นการเสี่ยงไปทำ Blackhat ไม่คุ้มค่าแน่ๆ จึงถือได้ว่า นั่งทำแบบถูกกฏล่ะครับ

เพียงแต่ มันจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ก็คงต้องเกาะสถานะการดูกันต่อไป เพราะหากเพียงแค่ 7 วัน คงจะตัดสินใจอะไรมากไม่ได้ครับว่ามันสำเร็จแล้ว ยังคงต้องมีการ optimize ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไล่อันดับกันต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าอย่างไร จะมาบอกอีกทีนะครับ

Tags :

Case Study:Netdesign, Brand awareness by Website.

วันนี้คงต้องขอนอกเรื่องนิดหน่อยล่ะครับ พอดี คิดอะไรเพิ่มเติมหน่อยครับ จากการที่ได้เข้าไปเล่นตามเว็บต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เห็นและคิดว่าน่าสนใจ และน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีตัวหนึ่ง เกี่ยวกับการทำ website เพื่อ[tag]การสร้าง Brand[/tag] ซึ่งมันน่าจะโยงไปถึงการทำ [tag]Weblog[/tag] เพื่อการสร้าง [tag]brand[/tag] ได้อีกด้วยครับ ซึ่งตอนนี้คงต้องบอกว่า ในไทย ยังไม่มีการใช้ Weblog ในการสร้าง Brand เท่ากับในต่างประเทศทางโซน อเมริกา และ ยุโรป

ซึ่งกรณีตัวอย่างนี้ ผมขอยกให้ Netdesign เป็นตัวอย่างก่อนอันดับแรก เพราะผมเห็น netdesign มาตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปี ในการสร้าง Brand มา จนถึงทุกวันนี้ ที่คงต้องบอกว่า Netdesign ได้สร้าง Brand ในตลาดด้าน IT ได้อย่างแข็งแกร่งอย่างมากในบ้านเรา ที่เป็นโรงเรียนสอนทำเว็บไซต์ (ซึ่งจริงๆแล้วนั้น Nerdesign มีมากกว่าการสอนแค่ทำเว็บ)

แต่เดิม netdesign ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ในกระแสของการเป็น Brand ของโรงเรียนสอนทำเว็บ ดูจะโดดเด่นกว่า โรงเรียนอื่นๆ Netdesign มีสถานะ เป็นเพียง ศูนย์ฝึกอบรมการทำเว็บ (ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่า Netdesign เริ่มที่แรกที่ไหนด้วยซ้ำ)

หลังจากนั้น netdesign ได้เริ่มพยายามก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมด้าน IT ในบ้านเรา เช่น การร่วมการฝึกอบรมของ Nectec ในช่วงที่ Nectec ก็เริ่มต้นเช่นกัน

จากนั้น Netdesign ก็ยังไม่หยุด ในการสร้าง Activities ในวงการอินเตอร์เน็ตบ้านเรา จนกระทั่ง จดเป็นโรงเรียนสอนอย่างเป็นทางการ พร้อมกับหน้าเว็บ สีส้มๆ อย่างเป็นทางการทีเดียวครับ

ซึ่งในขณะที่ใครไป พันทิพในยุคนั้น ก็จะพบว่า มีโรงเรียนสอนคอมฯ อยู่มากโข ในชั้นบนๆ มีการแจกใบปลิวหลักสูตรกันมากพอสมควร แข่งกับ โรงเรียนสอนพิมพ์ดีด ที่เหลือไม่กี่ห้อง (ยุคสุดท้าย:อวสานแห่งเครื่องพิมพ์ดีด ยี่ห้อดังอย่าง Olympus)

ตอนนั้น คู่แข่งของ Netdesign เห็นจะมีหลักๆ ก็คือ โรงเรียนสยามคอมพิวเตอร์ ที่มีหลักสูตรหลากหลาย แต่เป็นพื้นฐานจำพวกโปรแกรม office และมีหลักสูตร web builder ประกอบไปอยู่ 1 หลักสูตร ถ้าจำไม่ผิดนะครับ

จากนั้น มันเข้าสู่ช่วงของ ยุคตื่นเว็บ ( ดูตื่นเต้นดีไหมครับ ) ในช่วงที่ Sanook.com ของคุณปรเมศว์ ขายให้แก่เครื่อ Mweb ในหลักสิบล้าน ยุคนั้นมีเว็บดังๆ อยู่หลายต่อหลายเว็บ ไม่ว่า pantip.com ที่เป็นเจ้าพ่อวงการ webboard ,Thaimail , Hunsa.com, jorjae.com (ตอนนี้ย้ายไปซบ อกทรูคอร์ปแล้ว เท่าไหร่ก็ไม่รู้ อิอิ) Mthai.com เป็นต้น

ซึ่งหลังจากที่มีการขาย Sanook.com ไปแล้วทำให้คนไทยหลายๆ คนหันมาสนใจ เหมือนกับการตื่นขึ้นมาสนใจ การทำเว็บไซต์ โอ๊ะโอ!! (ใครเล่นเน็ตในยุคนั้นคงจะไม่ลืม ICQ แน่ๆครับ เหอๆ) มันทำเงินได้นะ

Netdesign จึงเริ่มหันมาสร้าง Brand ต่อยอด ด้วยการลงทุน ซื้อ Ads ในเว็บไซต์ อย่างสนุก ขนาดเล็กๆ และเว็บอื่นๆ แต่นั่นก็ดูจะช่วยส่ง เสริม Netdesign ให้เริ่มได้รับความสนใจ จนต้องขยายสาขาต่อมาเรื่อยๆครับ

จากการที่เริ่มได้รับ การประสบผลสำเร็จจาก Ads บนเว็บไซต์ ธรรมดาๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก Netdesign ก็ตัดสนใจรุกหนักในช่วงต่อมาครับ

และนั่นคงจะเป็น จุดกำเนิดของ Ads อันอลังการครับ นั่นคือ Ads ขนาดใหญ่ขึ้นมา โดยใช้น้อง Balloon เป็น Presenter ทำให้ Netdesign ดูโตขึ้นทันทีครับ (โตเพราะอะไรหว่า 5555+)

เรียกได้ว่า Netdesign จะมี Banner ลงในเว็บอันดับต้นๆ ทุกเว็บเลยครับ ซึ่งไล่ตามลำดับลงไปเลย Sanook, kapook, mthai, husa, pramool และเว็บอื่นๆอีก มาก

นั่นยิ่งถือว่า เป็นการตอกย้ำแบรนด์ Netdesign ให้เป็นที่รู้จัก เป็นที่คุ้นตา และติดตาในที่สุด แล้วจึงค่อยมี ads ออกมาโผล่ ตามทีวี

กรณีของ Netdesign คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า Brand Netdesign เกิดขึ้นมาเพราะการทำประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ เป็นหลัก เป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งหากมาลองตีโจทย์ว่าทำไมต้องทำในเว็บไซต์ มันคงจะมีคำตอบอยู่ไม่กี่อันคือ

1.Netdesign เน้นจุดขายเกี่ยวกับการทำเว็บ ดังนั้น การทำลงโฆษณาตามเว็บ นั่นคือตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
2.การลงโฆษณาในหน้าแรก เด่นๆ ในเว็บดังๆ เป็นการสร้างดึงดูด ให้คนติดตา และจำ Brand ได้

3.การที่คนเล่นเว็บไปพบไปเห็นในช่วงนั้น คือกลุ่มคนที่มีความรู้ มีการศึกษา และถ้าเป็นกลุ่มคนทำงานก็จะเป็นกลุ่มที่มีวิสัยทัศน์ กำลังทรัพย์ดี ดังนั้นจึงง่าย ที่จะโน้มน้าว และนำเงินออกมาแลกความรู้

4.การสร้าง Brand อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดนิ่งๆ ไม่ว่าจะมีกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ เช่นการอบรมทำเว็บเบื้องต้นฟรี ตามมหาวิทยาลัย เข้าร่วมกิจกรรมด้านไอที แทบจะทุกงานเลยก็ว่าได้ ตรงนี้มันจึงทำให้ คนติดตา และเห็นบ่อยขึ้นไม่ขาดตอน
5.ตอกย้ำ Brand กับสื่ออื่นๆ เช่นหนังสือ IT และ spot โฆษณาในทีวี เป็นต้น เพราะคงต้องยอมรับว่าในจุดนี้ ถือเป็นการต่อยอดครับ

ซึ่งจาก 5 ข้อที่กล่าวมา Netdesign ก็ยังมีการทำขยับขยายต่อยอดธุรกิจด้านการเรียนการสอนเว็บ นั่นคือ NetdesignHost นั่นเอง ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจออกมาจาก การเรียนการสอนที่มีอยู่ เพื่อตอบคำถามให้กับนักเรียนว่า

"ถ้าผมเรียนจบแล้ว ทำเว็บจะไปฝากเว็บกับใครดี"

ซึ่งเมื่อ Brand มันโตมาถึงจุดหนึ่งแล้ว การต่อยอดไปทำอย่างอื่นๆ ต่อ มันก็ไม่ยาก คล้ายกับการที่ Google ต่อยอดขยาย Service ของตัวเองอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

ดังนั้น ในการทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นเว็บ หรือ Blog หรืออะไรก็ตามแต่ในมุมของธุรกิจ หรือเพื่อธุรกิจแล้ว การสร้าง Brand เป็นสิ่งสำคัญ พอกับการสร้างเว็บที่ควรจะมีเอกลักษณ์ มีความเป็นจุดเด่นไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่ง และมุ่งเป้าไปจนมันสร้างติดตลาดได้ จากนั้น เราจะเพิ่ม เสริม อะไร ขยับขยาย Service ก็ง่ายกว่า การที่ทำๆ ไปเรื่อยๆ

โดยไม่รู้ว่า เป้าหมายของเว็บไซต์คือ อะไร มันคงไม่ต่างกับ เดินในถ้ำมืดๆ ของโลก Cyber โดยไม่มีแสงไฟ เพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง แล้วสุดท้าย มันก็กลายเป็น วัฏจักรของเว็บขยะ เว็บนึงเท่านั้น

Tags :