Some Effect to me about my blogging.

Posted on May 14th, 2008 in Other

มีคำถามมาถึงผม  ว่าผมเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร มุ่งหวังอะไรกันแน่ รวมทั้งมันยาวมาถึงหน้าที่การงานของผมไปอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่ประการใด ก็ไม่รู้ แต่ผมเอง ก็ขอแสดงความเป็นบล็อกเกอร์ของผมด้วยครับ ดังนั้นกรุณาอ่านและทำความเข้าใจ เยี่ยงปัญญาชน ด้วยครับ

Action from Google if you report “xxx.kapook.com”.

Posted on March 23rd, 2008 in Case study

Case study

ก่อนอื่นนะครับ ท่านที่จะเข้ามาอ่านแล้วคิดว่า ผมจะจิกกัด อะไรต่อแล้วล่ะก็ ผิดหวังได้เลยครับ ผมจะเขียนถึงในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ถ้า Report ไปยัง google แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะประเด็นนี้ ผมเองได้รับคำถามมาจากเพื่อนฝูงที่สอบถามถึงเรื่องเมื่อวานมามากมายทีเดียว รวมทั้งจาก feedback ตามบล็อกอื่นๆ ด้วย

เป็นต้นว่า “ในเมื่อคุณฟันว่า black ทำไมไม่แจ้ง google” บ้างล่ะ “แล้ว google มีรู้หรือยัง” “ถ้ารู้แล้วจะเป็นอย่างไร” และอื่นๆ อีกมากมายที่เชื่อว่า หลายคนสงสัยครับ จึงคิดว่า ควรจะเขียนเนื้อหานี้ขึ้นมาครับ เพื่อถือว่า เป็นกรณีศึกษา ที่น่าสนใจทีเดียวในเรื่องของ Blackhat ครับ

และก่อนที่จะอ่านคำตอบของผมนั้น ให้เข้าใจตามนี้นะครับว่า

ผม มิได้เป็นส่่วนหนึ่งของทีมงาน Google แต่อย่างใด ไม่ได้เป็นหนึ่งใน กรรมการของ Google ในการตัดสินว่าเว็บใดเว็บหนึ่งผิด ดังนั้น สิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้ คือ เนื้อหาที่สรุปเอาจากที่ได้คุย สอบถามตรงบ้าง, จากกรณีต่างๆ ของ Blackhat ที่เกิดขึ้น ในต่างประเทศ, รวบรวมมาจาก Forums,blog ที่อ่านเจอ และสุดท้าย ผมจะไม่เอ่ย ล่วงไปถึง ขั้นตอนการทำงานในการตัดสินโทษใดๆ ของ committee ที่ google ตั้งขึ้น เพื่อความสบายใจของคณะทำงาน (อิอิ คณะทำงานทุกท่าน สบายใจได้เด้ออออ!)

—————————

อันดับแรก

ขั้นตอนพิจารณาความ ว่าด้วยความผิด ในกรณี Hidden text ขนาด 1×1 pixel บนหน้าเว็บ

สำหรับการพิจารณานั้น ส่วนหลักเลย Google อ้างอิงตาม Google Webmaster Guideline นะครับ แม้ว่า “Guideline is not Rules” แต่มันมีสาเหตุที่เป็นอย่างนั้นครับ

ในกรณีของการ hidden text ทาง Google เขียนไว้ว่า (ขอแปลเป็นไทยเลยนะครับ) “อย่าซ่อน text, link ที่มองไม่เห็นไว้ในเว็บไซต์”

แน่นอนว่า Google ไม่ได้ระบุ “ห้ามซ่อน text” ก็ตามครับ ทาง Google มีสาเหตุครับ

ปัญหาอันเนื่องมาจาก Google เอง ยังไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่อยู่ flash ได้เต็มร้อย (แม้ว่าอ่านได้บ้าง) จึงเป็นปัญหากับเว็บที่เป็น flash site ครับ และผลเสียคือ Google อาจจะพลาดเว็บที่มีเนื้อหาดีๆ ไปก็ได้ ทาง Search engine ต่างๆ รวมทั้ง google จึงอนุญาติให้มีการใช้เทคนิคนี้ได้ครับ ในกรณีนี้

ตลอดจนไปถึง เนื้อหาที่เป็นภาพที่ไม่สามารถจะใช้ text บรรยายในหน้าเว็บได้ ด้วยเหตุผลของความสวยงามหรือว่าอะไรพวกนี้

ให้ใช้ในลักษณะ Image Replacement ซึ่งเนื้อหาจะต้องไม่ยาวเกินไป ไม่มีเจตนาร้ายครับ

—————————

อันดับสอง

กลับมาดูใน Case ของ 1×1 pixel บนหน้าแรกของ กระปุก ซึ่งผมสรุปความอ้างอิงจากคำตอบเมื่อวานในงาน Kapook ชวนคุย นะครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น นั้นเกิดจากความผิดพลาด ของข้อสรุปข้อมูลในหลังการประชุม ที่นำไปตีความผิดพลาด ทำให้เกิดกรณีดังกล่าว (หากผมสรุปผิด ให้แย้งได้ใน comment นี้เลยนะครับ จะแก้ให้เลย) ข้อสรุปที่ว่าคือ

1. Section ที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่ให้โปรโมทจนกว่าจะทำเสร็จ หรือถึงเวลาแล้ว
2. การทำ SEO นั้นให้เริ่มทำก่อนที่ โปรเจคนี้จะเริ่มโปรโมท

และผลคือทำให้ คนทำงานนำไปสรุปความได้ว่า ให้ทำ seo ไปก่อนเลยแต่ห้ามโปรโมทนะ ก็เลยสร้างเป็น ลิ้งค์ขนาด 1×1 pixel แล้วใส่ลิ้งค์เข้าไปครับ เพื่อเป็นการสร้าง Backlink ไว้ก่อน, ไม่ได้โปรโมท และจะได้ไม่มีคนเห็น

ซึ่งนั่น คือ เข้าเนื้อหาสาระที่ว่า Blackhat เลยครับ การซ่อน text และลิ้งค์ เพื่อไม่ให้ใครเห็น และไม่ได้เป็นการใช้เพื่อ Image replacement เสียด้วย

—————————

อันดับสุดท้าย

เมื่อรวมรวมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอน การพิจารณา ซึ่งในส่วนนี้ได้กล่าวไปแล้วว่า ไม่ขอเอ่ยถึงขั้นตอน แต่จะข้ามไปถึงการสรุปเลยนะครับ

ผลสรุป ที่ออกมาคือ Google จะไม่ BAN ครับ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไม Google ไม่แบน เอาเป็นว่า ขอสมมตินะครับ ถ้า Google คือผู้พิพากษา มีคณะกรรมของเค้าเป็น ลูกขุน

ผู้พิพากษา จะอ่านคำตัดสินอย่างนี้ครับว่า

ในกรณีการซ่อน เนื้อหา และลิ้งค์ บนหน้าเว็บนั้น หลังจากทำการสอบสวนแล้ว คณะลูกขุน จำเลย มีความผิดจริงดังที่กล่าวอ้างมา

แต่เนื่องจาก จำเลย ทำความผิดไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้ง ทันทีที่จำเลยทราบแล้วจากที่ปรึกษาว่าเป็นการกระทำผิด จำเลยก็เอาเนื้อหา และลิ้งค์ออกไปจากหน้าเว็บ

คณะลูกขุนมีความเห็นพ้องกันว่า ให้ตัดสินโทษเหลือแค่ รอลงอาญา เท่านั้น และให้ทำความดีเป็นเวลา …ชั่วโมง

โป๊กๆ

………………………………………………

พอจะมองเห็นภาพกันไหมครับ การพิจารณาในครั้งนี้ อ้างอิงจากหลายข้อมูล รวมทั้งกรณีดังอย่าง BMW ด้วยครับ ซึ่งทาง BMW ยืนหนังสือไปถึง Google หลังจากที่โดนแบนโดยใช้เนื้อหาใจความว่า

ทาง BMW ไม่ได้มีเจตนาหรือรับรู้ ในการทำ Cloaking, Doorway page แต่อย่างใด สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เป็นข้อผิดพลาดที่ทางบริษัทที่ปรึกษาด้าน SEO ได้จัดทำขึ้น และทาง BMW ไม่ได้รับรู้ หรือยินดีให้ ทำความผิดดังกล่าว ซึ่งทันทีที่ทาง BMW ทราบ ก็ได้ทำการแก้ไข ปรัปปรุงระบบให้เป็นที่เรียบร้อย และถูกต้องตาม google webmaster guideline แล้ว …

นี่ล่ะครับ เหมือนกัน อันนี้หากใครคิดจะ Report ไป ผมเชื่อว่าคุณจะได้เนื้อหาสาระแบบเดียวกัน กับที่เกิดขึ้นแล้วนะครับ

ซึ่งสำหรับเนื้อหาใน entry นี้ ผมเองหวังว่า หลายท่านคงจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการ Report และคิดว่า ในประเด็นเรื่องของ Blackhat นี้ น่าจะสรุปได้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร ผิดหรือไม่อย่างไรครับ

โดยผมเองยังยืนยันไม่ก้าวล่วงไปถึงเนื้อหาในหน้าดังกล่าวครับ เพราะยังพยายามจะหา Sora Aoi ให้ครบซีรีย์อยู่ครับ 555+

ปล. ขอบคุณหลายๆ ท่านที่ถามเข้ามานะครับ เพราะว่า ช่วยสะกิดให้ผมทำเนื้อหาสาระอันนี้ขึ้นมา และน่าจะเป็นประโยชน์ กับเว็บมาสเตอร์ท่านอื่นๆ ด้วย

ปล2. บทความนี้ มิได้หมายความว่า ท่านจะสามารถเล่นศาสตร์ด้านมืด แล้วใ้ช้รูปแบบเดียวกันนี้เป็นข้ออ้างได้ทั้งหมดนะครับ เพราะถือว่า ต่างกรรมต่างวาระ คำตัดสินของคณะลูกขุนอาจเป็นอย่างอื่นได้ครับ พึงเลี่ยงได้เป็นดีครับ

After Kapook Talk.

Posted on March 22nd, 2008 in Case study, General

Case study General

กลับมาอัพเดทข่าวคราวกันครับ สำหรับงาน กระปุกชวนคุย ครับ ซึ่งงานนี้ ก็ขอเขียนเป็นแบบ Interview ตัวเองแล้วกันครับ

@ พอใจกับงานนี้หรือไม่???

ถ้าในความคิดเห็นของผมเองแล้วนั้น พอใจงานนี้ หรือไม่ ผมก็ตอบตรงๆ ตามนี้ว่า เฉยๆ อาจจะรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ไม่มากขนาดที่จะเดินยิ้มกลับบ้านครับแต่ก็ไม่ถึงกับเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดกลับบ้าน

@ ทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น

เนื่องจาก ปัจจัยแรกเรืื่องของเวลา ครับ ค่อนข้างสั้นไปครับ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายเท่าไหร่นัก เพราะว่า ทีแรกคิดว่า ทางกระปุกนัดเองคงจะยาวไปเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้ กำหนดจองไว้ถึงบ่ายสามครับ พลาดเลยครับ เหอๆ

ต่อมาคือ ส่วนหลักคือไปนั่งฟังเนื้อหาเพิ่มเติมที่ถูกเว็บข่าวตัดทิ้งไป แน่นอนครับว่า มันมีความเข้าใจมากขึ้น บางส่วนก็ อืมมม ไม่พูดดีกว่าครับ

เอาเป็นว่า สรุปๆ เลยนะครับ

เรื่องของการ Hidden text นั้น เกิดจากความผิดพลาดสองส่วน คือ

ส่วนแรกในเรื่องเชิงนโยบาย คือทางทีมงานของกระปุกเองได้รับ คำสั่งว่าเจ้า xxx.kapook.com นี้ ยังไม่เปิดให้บริการ ดังนั้น จึงห้ามโปรโมทในหน้าเว็บ กับการทำ seo นั้นใ้ห้เตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า

ทางทีมงานที่ทำงาน สมมุติว่า ชื่อปื๊ด แล้วกันนะครับ ก็เลยเอาสองข้อนั้นไปสรุปความได้ว่า ควรทำ seo ล่วงหน้า แต่ไม่ให้ใครเห็น ผลคือ ได้ hidden text ขนาด 1×1 pixel นั่นเอง

ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วนั้นว่า ปื๊ด(นามสมมุติ) เป็นนักศึกษาฝึกงาน ครับ จึงไม่มีประสบการณ์พอ และทาง Kapook เองก็ไม่ทราบว่า มันผิด หลังจากที่มีการทักท้วงไปว่า ผิด และมีข้อเสนอแนะจำ SEO Expert ไป ก็จัดการถอดลิ้งค์เจ้าปัญหาออก

อีกส่วนหนึ่งคือ ต่อไปหากพบลิ้งค์เจ้าปัญหา ในเรื่องความเหมาะสมไม่เหมาะสมนั้น ให้แจ้งไปยัง webmaster@kapook.com นะครับ ทางทีมงานจะตอบคำถามให้ครับ ไม่ต้องมา Blogging กันอีก

ส่วนเรื่องเนื้อหา หรือเรื่องศิลธรรมนั้น ผมเองไม่ขอเอ่ยถึงครับ เพราะทุกวันนี้ ผมเชื่อว่า กว่าครึ่งของท่านที่เข้ามาอ่านในบล็อกผม คงเคยดูหนังของ Sora Aoi หรือน้องอ้อย ครับ ดังนั้น คงไม่ต้องพูดกันเท่าไหร่ คงเข้าใจกันแล้วว่า เรื่องของ ศีลธรรมเป็นเรื่องแต่ละบุคคล ถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม

ซึ่งผมเองสรุปเนื้อหาในช่วงที่ไปนั่งฟังได้เท่านี้ครับ ซึ่งถ้ามีคลิปจากทางสื่อที่ไปเมื่อไหร่จะเอาลิ้งค์มาอัพเดทกันครับ

ท่านที่ต้องการอ่านสรุปงาน ก็แค่ด้านบนน่าจะเข้าใจ และใช้วิจารณญาณ ตามแต่ความคิดของท่านนะครับ ผมคงไม่ก้าวล่วงไปฟันธง จูงจมูก ใครให้คิดเหมือนผมได้ ผมเชื่อในสังคมอิสระทางความคิดครับ ด้านล่างนี้ จะเป็นส่วนที่รู้สึก ตะหงิดบางประการในระหว่างการถกประเด็นนะครับ

อันดับแรกเรื่องของคำถามที่เกิดขึ้นว่า ทางผม, คุณพิทยา, คุณ bact’ รวมทั้งท่านอื่นๆ ที่เขียนถึงเรื่องนี้ นั้นผมเชื่อว่า ไม่มีใครอิจฉาและอยากดังในเรื่องที่รู้ทั้งรุ้ว่า เสียกับเสียครับ

การเขียนถึงบางสิ่งบางอย่างนั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อ Blogger บ้านๆ อย่างผมอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ได้อยากดัง หรืออิจฉาแน่นอนครับ

เพราะส่วนหนึ่งแม้ว่า ผมจะอายุน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่า ประสบการณ์ชีวิตไม่ได้น้อยตามอายุครับ ไม่ว่าจะเป็นผ่านร้อนผ่านหนาวในใช้ชีวิตโลดแล่นใน ป่าดงพงพี มาหลายดี เคยอด เคยเอาแบงค์ไปสุมไฟก่อข้าวกินประทังชีวิต เคยเจอพวกล่าสัตว์ ตัดไม้เถื่อนยิงขู่บ้างอะไรบ้าง ออกมาทำงานอย่างอื่น หลายต่อหลายงาน ทั้งเอกชน ราชการ มาพอตัวครับ

ตลอดจน ไปเห็นชีวิตรู้จัก พูดคุย หลากหลายตั้งแต่คนเงินเดือนหกหลัก ไปจนถึงคนที่มีเงินปีละพันกว่าบาทมาแล้ว จนกระทั่งรู้ว่า สุดท้ายชีวิต ไม่ได้เกิดมาเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง หากแต่เกิดมาเพื่อความสุข ในชีวิตสองสามหมื่นวันบนโลก เท่านั้นครับ

และแม้ว่าที่ผ่านมา หลังจากที่เขียน Blog แห่งนี้ จะมีบริษัท SEO ทั้งหลายทั้งเก่าทั้งใหม่ เป็นที่รุ้จักกันในวงการ ส่งอีเมล์บ้าง โทรมาบ้าง เพื่อให้ไปร่วมงานกัน บางแห่งโทรมาถึงสามสี่รอบ เสนอเงินเดือนมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ สองถึงสามเท่าบ้าง

ผมก็ยังตอบเหมือนเดิมครับว่า ผมยังมีความสุขกับการได้ทำงาน ได้นั่งอู้งานในบางวัน ความอิสระในความคิด อยู่

รวมทั้ง สัญญาใจ กับพี่ๆ ใน Office ที่ถามผมว่า ผมจะทำงานที่นี่นานแค่ไหน ซึ่งผมก็ตอบไปแค่ว่า ถ้าผมไม่ happy เมื่อไหร่ ผมจะไป ทันที และทุกวันนี้ ที่มีพี่ๆ มาถาม ผมก็ยังตอบเหมือนเดิมครับ แม้ว่า เงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่มมากนัก โบนัส ก็ไม่ได้มากมายอะไร ทุกวันนี้ ยังต้องใช้หนี้สินอยู่เหมือนเดิม ผมก็มีความสุข กับชีวิตที่เป็นอยู่ ไม่ได้คิดจะอยากได้ อยากดังอะไรมากมายนัก

ดังนั้น หากเรื่องของความอิจฉา ริษยาใครแล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่า ไม่ได้มีอคติ อันใดครับ และหากตามอ่านบล็อกผมเองก็จะทราบว่า ที่ผ่านมา บล็อกผมกัดมาแล้ว ทั้ง Mthai เรื่อง Copy content, Sanook copy text หรืออย่างที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้ เช่นว่า ผมเองไม่ชอบลุงหมัก แต่ผมเห็นด้วยการนโยบายการเปิดบ่อนของลุงหมัก อะไรพวกนี้ ครับ การเขียนบอกว่า div 1×1 pixel นี้คือ Blackhat มันคือถือว่า นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันครับ

และต่อเนื่องด้วยคำตอบที่ว่า ผมเก่งแค่ไหน ว่า การทำ Hidden text นั้นถือเป็นวิถีทางแห่งด้านมืด เชื่อว่า เนื้อหาในก่อนหน้านี้ คงพอบอกได้ว่า ผมเองมีความรู้ความเข้าใจในเรื่อง SEO ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็พอเป็นที่รู้จักกันอยู่ในวงการบ้างล่ะครับ

ส่วนการฟันธงว่า Black or Blue or Grey or White นั้น จริงๆอยากเขียนนะครับ ยาวไปถึงเรื่องของการพิจารณาโทษของ Google แต่ด้วยทางพี่อ้อ เคยแจ้งมาก่อนหน้านี้ว่า ขอให้ลดรายละเอียดลงไป เพราะมันจะเกิดผลกระทบ ในการเก็บหลักฐาน การพิจารณาของทีม Committee ที่ฟันธง ก็เลยหยุด รวมทั้งเนื้อหาที่เขียนไปแล้วก็ถอดออกจาก Blog และเว็บ SEM.or.th ออกไปแล้วครับ ดูในเนื้อหาตอนเก่าๆ ได้ครับว่าเคยเขียนแจ้งการถอดเนื้อหาออกไปแล้ว
สุดท้าย ผมยังคงความคิดเห็นเหมือนกับ entry ก่อนหน้านี้ ครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่นความเหมาะสม ศีลธรรม อะไรพวกนี้ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาครับ

ปล. อืมม คิดว่า อาจจะเขียนอธิบาย google guideline ที่มาที่ไปได้บ้างมั้ง เดี๋ยวขอคิดก่อนแล้วกันนะครับ เพราะแม้ว่า It’s Guideline, it’s not rules. แต่มันมีที่มาที่ไปว่า ทำไมถึงไม่เป็น กฏ กติกาตรงๆ ครับ

Wordpress 2.1.2 Vulnerabilities.

Posted on April 10th, 2007 in Case study, Wordpress

Case study Wordpress

อ่าครับ งานนี้ด่วนมากมายสำหรับท่านที่ใช้ [tag]wordpress[/tag] เวอร์ชั่น 2.1.2 ครับ เลยต้องมาอัพก่อนเลย ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมรึเปล่าที่ผมเอง ก็กลับมาก้าวเข้าสู่ด้านมืด (นิดนึงมั้ง) โดยหารูรั่วของเว็บที่ทำงาน อยู่ ครับ เข้าไปที่เว็บ sem.or.th แทบบ้าตาย ขึ้นมาว่าโดน hack ซะอย่างงั้น ซึ่งทันทีที่เช็ค คิดว่าไม่น่าจะมาจากปัญหาของช่องโหว่ที่ server ครับ เนื่องจาก forum.sem.or.th ยังคงปรกติ อยู่สุขสบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นปรกติมากๆ ครับ ดังนั้นสรุปประเด็นก่อนเลยว่า

1. ไม่ใช่เข้าได้ที่ server
2. รูรั่วไม่น่าจะเกิดขึ้นที่ forum แน่นอน ไม่งั้น forum ต้องโดนไปก่อน หรือโดนด้ว

จึงเข้าไปหาข้อมูลทันทีครับ เพราะเนื่องจาก wordpress ที่ผมใช้งานเองก็ถือว่า เป็นเวอร์ชั่นค่อนข้างใหม่คือ 2.1.2 และเวอร์ชั่นเก่าที่มีปัญหาก็จะเป็นที่ตัว 2.1.1 ครับ ซึ่งได้ทำการอัพเกรดแล้ว

ดังนั้นสรุปข้อสงสัยคือ

1. รูรั่วเกิดจาก ไม่ได้ทำการ clean update ทำให้ไฟล์ที่มีปัญหาอยู่ (จากเวอร์ชั่น 2.1.1) ทำให้รั่ว
2. สคริปต์ของ 2.1.2 มีรูรั่วเอง

แน่นอนครับว่า ประเด็นแรกผมคิดว่า อาจจะเกิดได้ แต่ประเด็นที่สองนี่น่าคิดครับ เพราะว่าถ้ามันเป็นอย่างแรกถือว่า ผมผิดพลาดเอง แต่สุดท้ายผลจากการสืบเสาะตลอดช่วงของการแก้ไขปัญหาได้พบกับช่องโหว่อีกที่ wordpress 2.1.2 ครับ นั่นคือตัวของระบบ xmlrpc นั่นล่ะครับ

ไอ้ระบบนี้ปรกติใช้เวลาที่เรามีการ update เนื้อหา เจ้า xmlrpc ตัวนี้จะทำการ ping ไปยัง server ต่างๆที่เรา add ไว้ครับ แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นจากการทำการ ส่งคำสั่ง sql injection กลับมายัง [tag]xmlrpc[/tag] ตัวนี้ครับ (Wordpress 2.1.2 xmlrpc Multiple [tag]Vulnerabilities[/tag]) ทำให้มันประมวลผลเป็นอีกแบบนึงครับ โดยมันจะทำตามลำดับคือ

1. ทำการสร้าง username ใหม่
2. ปรับระดับของ user คนใหม่นี้ให้อยู่ใน administrator

ผลคือ user ใหม่นี้สามารถทำทุกอย่างที่ admin ทำได้ครับ นั่นคือ ลบแก้ไขเนื้อหา หรือแม้แต่แก้หน้าแรกครับ

วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ

1. ทำการ update เป็นเวอร์ชั่น 2.1.3 ครับ
2. ป้องกันการถูกแก้หน้าแรก แก้ theme และไฟล์ต่างๆ ด้วยการ chmod folder ต่างๆ ให้เป็น 644 ไว้ก่อนครับ

ส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมจะนำมา update ให้ทราบกันต่อไปครับว่าจะทำอย่างไร

สำหรับเว็บที่โดน hack ไปแล้วนั้น ให้ทำการเช็ค username ที่มีครับ ค้นหาและลบ account ที่มีปัญหาออกไป จากนั้นให้ทำ clean install wordpress ใหม่ทั้งหมดครับ หรือใช้การลบ ไฟล์บน server แล้ว install ใหม่ครับ ตอนนี้ผมกำลังทดลองว่า จะลบออกทิ้งหมดแล้ว updateหรือใช้ ข้อมูลจาก db เดิมในเวอร์ชั่นใหม่เลยได้หรือไม่ อยู่ ถ้าได้ไม่ได้ยังไง จะมา update ให้อีกครั้งครับ

Case study: SEO with flash file.

Posted on November 22nd, 2006 in Case study

Case study

แวะกลับมาอัพเดทอีกครั้งด้วย ความดีใจครับ อิอิ จำกันได้ไหมครับ กับการที่ผมบอกว่า ขอทดลองใช้วิธีการทำ [tag]seo[/tag] กับ google bot ล่อให้มันอ่านข้อมูลใน [tag]flash[/tag] file ซึ่งเป็น [tag]swf[/tag] นั่นล่ะครับ

เพื่อยืนยันความคิดที่ว่า google bot อ่านไฟล์แฟลชได้แล้วครับ จากในการสร้าง Flash for seo ของผมขึ้นมาในเนื้อหาครั้งก่อนโน้น ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พย. เลยครับ ถึงวันนี้ ก็ประมาณ 20 กว่าวัน

google มัน index ไฟล์ flash ที่ผมทำแล้วแล้วด้วยครับ อิอิ ดีใจจริงๆ แต่จุดน่าสังเกตคือ flash01 ที่ผมทำไว้นั้น หมายมั่นปั้นมือว่า น่าจะเป็นตัวที่ติดตัวแรก กลับไม่ติด ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากๆ คิดว่าคงต้องมานั่งเช็คอีกครั้งว่า สรุปแล้วจุดต่างนั้น มีตรงไหนบ้างครับ

ของไปสรุปก่อนดีกว่า ครับ เพราะว่าทำไว้นานแล้ว ลืมไปว่า ทำอะไรไว้มั่งครับ

อ่อ เกือบลืมไปครับ ดูผลลัพธ์กับการทดลองของผมได้ที่นี่ครับ
http://www.google.co.th/search?q=i%2Dmorm%2Ecom+filetype%3Aswf

Off-line promotion of Online media in Fat Festival.

Posted on November 12th, 2006 in Case study

Case study

พอดีวันนี้ มีโอกาสได้แวะเวียนไปงาน เด็กแนวอย่าง [tag]Fat Festival[/tag] ครั้งที่ 6 ที่เมืองทองธานีมานะครับ ซึ่งสิ่งที่เห็นและถือเป็นสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ปีนี้ แปลกตามากกว่าปีก่อนๆ คือ การลงสนามทำ [tag]Offline promotion[/tag] ของสื่อออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ เราๆ นี่ล่ะครับ

ถามว่า มันแปลกอย่างไร ในเมื่อหลายๆ ครั้ง ที่สื่อออนไลน์ หันเหไปใช้บริการ [tag]Offline media[/tag] อื่นๆ ครับ เช่น หนังสือ, ทีวี, วิทยุ หรือบูธตามงานต่างๆ

แต่ที่มันแปลกน่าจะอยู่ที่ว่า [tag]งาน Fat[/tag] ที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นงานเด็กแนว งานอินดี้ กลายเป็นขุมทองที่สื่อออนไลน์อย่างเราๆ มุ่งตรงไปใช้บริการ ซึ่งจุดน่าสนใจของงานนี้น่าจะอยู่กลุ่มของคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถมีแรง มีกำลังที่จะเข้าถึงสื่อ ออนไลน์ได้ไม่ยากนั่นเอง

อีกทั้งโอกาสที่จะใช้บริการเปิดบูธเล็กๆ เพื่อ[tag]โปรโมทเว็บ[/tag] ขายของที่ระลึก หรือขายสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจ เป็นรายได้ อันน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งผมเอง ก็เคยคิดๆ ไว้ แต่ไม่มีเวลาที่จะไปนั่งทำ Offline promotion แบบนี้ อีกทั้งเนื้อหาในเว็บผมนั้นดูเคร่งเครียดเกินไป และเข้าถึงได้ยาก กับกลุ่มเป้าหมายในงานครับ จึงไม่ได้ทำ

Read the rest of this entry »

 
Creative Commons License
SEO knowledge by MorMMaM by mormmam, eblogbiz.com is licensed under a Creative Commons Attribution-Noncommercial-Share Alike 3.0 United States License.
Based on a work at www.eblogbiz.com.
Permissions beyond the scope of this license may be available at www.i-morm.com,www.suthee.net.