Blog promotion

SEO project : The Road to Website.

อ่า หายไปสองสามวัน ก็เนื่องจาก server เน่า ยิ่งกว่าการเมืองนะครับ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย) บวกกับอาการ หวัดกิน เลยทำให้ ไม่ได้มาอัพบล็อกครับ วันนี้อาการเริ่มดีขึ้น สมองเริ่มกระตุ้นอีกแล้วครับ ก็มาอัพบล็อกตามปรกติ (ไอ้อันที่ไร้สาระสองอันนั่นก็อย่าคิดมากครับ เมายาแก้ปวดหัวเท่านั้นเอง)

หัวข้อวันนี้ หลายท่านเข้ามาเห็นอาจจะเฮ้ย การสร้างถนน อะไรของ จริงๆแล้ว ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ กับการสร้างทางให้ ทั้งคน ทั้ง [tag]robots[/tag] เข้ามาในเว็บนั่นล่ะครับ

ลิ้งค์ที่สร้างนี้ มิได้หมายถึง [tag]การสร้างลิ้งค์[/tag] ในเว็บเท่านั้น การสร้างลิ้งค์จากข้างนอกหรือ inbound link ครับ ซึ่งจุดนี้ มีความสำคัญมากๆ ทั้งที่เคยกล่าวมาแล้วอย่างเช่น Google pagerank กับ link เพราะยิ่ง ลิ้งค์ของคุณได้รับเลือกเข้ามาเยอะ (inbound link เยอะ) โอกาสที่จะดัน pagerank ก็มีสูงครับ

ที่นี้ ปัญหาอยู่ว่า เราจะสร้าง inbound linkได้จากที่ไหนบ้างล่ะ??

1. Free link directory.
ซึ่งในส่วนนี้ มีอยู่เยอะมากๆ ครับ ซึ่งเป็นอันรู้กันอยู่แล้วว่า มีให้ แอด กันอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Sanook.com,Hunsa.com,Kapook.com เป็นต้น ในส่วนนี้ ก็จะพอช่วยได้ครับ

แต่ที่บอกว่า พอช่วยได้นั้น อยู่ที่ ความสำคัญของตัว directory ด้วยครับ อย่างเช่น เราไปเห็นที่ไหน ก็แอดที่นั่น มั่วไปเรื่อยๆ (ผมลองมาแล้วครับ) มันก็ดีอยู่ครับ แต่เหมือนกับเหนื่อยฟรี ได้ลิ้งค์เยอะ แต่ไม่มีคุณภาพ ก็เท่านั้น

ดังนั้น การเลือกเอา free [tag]directory[/tag] เน้นๆ สำคัญ น่าจะดีกว่า ประเด็นอยู่ที่ว่าจะเลือกยังไง
ของผมก็คิดง่ายๆ ครับ เอาเว็บ directory นั้นๆ ไปดู backlink ใน search engine ครับว่า อันไหนเยอะ คัดมาเลย (ง่ายไหมครับ) เพราะยังๆ เจ้า [tag]search engine[/tag] มันก็ indexs พวกนั้นไว้แล้ว

นอกจาก backlink เยอะ ให้ลองเช็ค cache page ของ search engine ด้วยครับว่า มันอินเด็กซ์ ไอ้เจ้าเว็บเหล่านั้นน่ะ นานหรือยัง ในกลุ่มของ ที่เราจะเพิ่มนั้น มันเข้ามาอินเด็กซ์ ไว้นานไหม

ส่วนนี้ จะคัดให้เราเพิ่มได้ว่า directory นั้น ยังมีความสำคัญของ search engine อยู่ ยังคงมีการเก็บ indexs อยู่เสมอ นั่นเองครับ โอกาสที่ robots จะวิ่งมายังเว็บเรา ก็สูงขึ้นด้วย

2. Paid directory.
ตรงส่วนนี้ ล่ะ ที่ต้องคิดหนัก เพราะหากเราไม่ได้ทำเว็บที่เป็นธุรกิจ แล้ว ผมว่า อย่าตัดสินใจเสียเงินดีกว่าครับ ไม่คุ้ม อีกทั้งอย่าง Yahoo นี่เสียเงินแล้ว ก็ยังไม่การันตีเท่าไหร่ด้วย ดูแล้วไม่ค่อยยุติธรรม กับคนเสียเงินเลยครับ

แต่ถ้าคิดว่า ทำธุรกิจ ต้องการสร้างลิงค์ แบบนี้อย่างรวดเร็วแล้ว ตรงนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าเสี่ยงครับ ส่วนอันไหนดีไม่ดี ไว้ขอมีเงินก่อนนะครับ แล้วจะทดลองดูครับ

3. Link in Advertising .
อันนี้ ก็คงเน้นเป็น ธุรกิจอีกเช่นกัน ซึ่งการสร้างลิ้งค์แบบนี้ จำเป็นต้องเลือก ที่โอกาส และประโยชน์ที่จะได้รับด้วยครับ เว็บส่วนใหญ่ ในไทย ยังคงใช้การโฆษณา แบบที่เป็นจำนวนที่แสดง 1000 ครั้ง 10000 ครั้ง หรือแบบ รายเดือน อยู่ ในส่วนนี้ ก็คงต้องพิจารณาครับว่า อันไหนเหมาะ ไม่เหมาะ
ส่วนใหญ่ ก็น่าจะนึกออกกันอยู่นะครับ

แต่ที่น่าสนใจคือระบบ PPC หรือ Pay per Click ที่เมื่อเราลงไป จะเสียเงินก็ต่อเมื่อมีคลิก ไม่มี คลิกก้ไม่เสีย ตรงนี้ น่าจะได้กำไร มากกว่า เพราะว่า โชว์ไป กี่พันครั้ง ไม่มีคนคลิก ก็ไม่ต้องเสียเงิน

บางคนเห็นลิ้งค์ ไม่คลิก แต่ใช้ก้อบลิ้งค์มาแปะก็มี (อย่างผมเป็นต้น 555+) ก้ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีครับ

4. Link Exchange.
ตรงนี้มีเยอะครับ แลกกันไปแลกกันมาระโยงระยางกันไปหมด คลิกวนไปก็วนมา ยิ่งทำ banner ให้เสียวๆ หน่อย คลิกพุ่งกระจายกันไปครับ แต่ตรงนี้สำคัญนะครับ

เพราะแม้ว่าเราจะได้แลกลิ้งค์ฟรีๆ แต่ต้องเช็คกันหน่อยครับว่า ระบบของเว็บที่เราไปแลกนั้นเป็นอย่างไร ใช้ Javascript หรือเปล่า
ใช้ไม่ใช้สำคัญยังไง

สำคัญตรงที่ว่า อย่าลืมว่า การแลกลิ้งค์นั้น นอกจากเพื่อต้องการคนเข้าเว็บแล้ว เรายังต้องการล่อ Robots หรือ Spider ด้วย ดังนั้น ถ้าได้แค่คน แต่ไม่ได้ robots ก็เอาไว้คิดที่หลังดีกว่าครับ เพราะรู้สึกเหมือนไม่ค่อยได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยครับ ซึ่งตรงนี้ ก็ลองไปดูใน Outbound link for Pagerank. ครับเพราะว่า ในเรื่องนี้ ผมได้เอ่ยถึง เทคนิค ที่อาจจะถือว่า เป็นการโกงลิ้งค์ เพื่อทำให้แลกลิ้งค์ กลายเป็น one-way link ครับ ดังนั้นหลบไอ้พวกนี้ได้หมดก็สบาย

5. Content link.
ตรงส่วนนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจครับ เหมาะสำหรับคนที่ทำ contentเอง นั่นคือ การเอาเนื้อหาที่ตัวเองทำ ไปลงไว้ในเว็บต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือที่น่าสนใจ หรือ อยู่ในกลุ่มเดียวกับ แล้วแปะลิ้งค์ ไว้ด้านท้ายบทความ

ซึ่งตรงนี้ไม่น่าเกลียดครับ เพราะถือว่า เป็นการแชร์ความรู้ และอ้างอิงที่มาที่ไป ตามปรกติครับ ในต่างประเทศ จะมีเว็บในกลุ่มของ [tag]e-zine[/tag],[tag]e-journal[/tag] ที่จะให้สมาชิกเอาบทความตัวเองไปเผยแพร่ ได้ พร้อมทั้งลิ้งค์ กลับมายังเว็บของผู้เขียน และได้รับความนิยมมากครับ

ผมเองยังคิดที่จะทำเลยครับ เอาไปแปะใน e-journal มั่ง แต่เหอๆ ภาษาอังกฤษ ก็เก่งซะเหลือเกิน เห้อ

จุดดีคือ ของข้อนี้คือ โอกาสที่จะได้ กลุ่มเป้าหมายนั้น ค่อนข้างตรงครับ และถ้าเนื้อหาคุณดีจริง ก็จะมีเป็นการดึงคนได้ดีครับ อีกทั้งในเว็บต่างประเทศ ยังมีการแบ่งเนื้อหา ที่เพิ่ม เป็นหมวดหมู่ชัดเจน ดูแล้วคล้ายกับ webdirectory ทำให้โอกาสที่จะมีคนเข้ามาค้นหา และเจอบทความของคุณ ก็เพิ่มขึ้นด้วยครับ

ข้อเสียคือ ถ้าทำบทความไม่ดีพอ ไม่แน่พอ ก็จะกลายเป็นการโชว์ห่วย (เหมือนผมนี่ล่ะ) ไปในที่สุดครับ

6.การยัดเยียดลิ้งค์
อันนี้ไม่รู้ว่าจะใช้ ภาษาอังกฤษว่าอะไรล่ะครับ นึกไม่ออก (เก่งภาษาซะเหลือเกินจริงๆ) อันนี้ไม่ยากครับ มีใช้กันอยู่ คือ การใส่ลิ้งค์ของคุณ ไว้ท้ายคอมเม้นต์ ตามเว็บไซต์ บล็อก เว็บบอร์ด

แม้ว่า เรื่องราวที่เข้าไปคุยกันจะไม่เกี่ยวไม่ข้องกัน แต่แปะลิ้งค์ไว้ ก็ถือว่าไม่ผิดกติกาครับ เพราะนั้นก็ทำให้เราได้ลิ้งค์กลับมาเช่นกัน เพียงแต่ว่า โอกาสที่จะได้คนเข้ามา เทียบกับ robots เข้ามานั้น ค่อนข้างน้อย

โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ด ครับ ส่วนtraffic นั้น ก็น่าจะได้บ้างเรื่อยๆ ครับ


แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นการทำลิ้งค์ ชี้มายังเว็บเรา ยังไงๆ ก็ยังคงได้ประโยชน์ครับ แม้ว่า bot จะไม่ตามมา แต่อย่างน้อย ก็มีคนผ่านเข้ามาแน่นอน
สำหรับผม การที่คนผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป ถือว่า ไม่ประสบความสำเร็จครับ แต่ถ้า ผ่านเข้ามา แล้วยังคงเข้ามาเรื่อยๆ นั้นถือว่า สุดยอดแล้ว
เพราะนั่น หมายถึงการที่เว็บหรือบล็อกของเรา มีอะไรก็ตามที่สามารถดึงคนเอาไว้ได้ นั่นเองครับ

RSS technology:Feed for public.

RSS หรือ Feed สำหรับผม ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสน ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันครับ ว่า เจ้า RSS หรือ Feed ช่างมีอะไรที่เย้ายวน หรือทำให้ผมสนใจมันนัก ก็ไม่รู้ ได้เอ่ยถึงไปแล้วในตอนต่างๆ อย่าง

Weblog and SEO.

จากที่เคยบอกไว้ ว่า

"บล็อกสามารถ ทำ [tag]SEO[/tag] ได้ง่าย" หรือ "บล็อก ช่วยให้ Indexs ใน Search Engine ได้เร็ว"

หลายท่านอาจจะกังขาว่า ทำไม ??? เพราะอะไร???

เพราะที่ผ่านมาผม แค่บอก หรืออ้างว่า หรือแค่ยกเอาความเห็นส่วนตัวมาว่า มันขึ้นแล้ว มีอินเด็กซ์ แล้ว ในขณะที่ ผมยังคงบอกว่า เว็บบล็อกแห่งนี้ ยังไม่พ้น Sandbox ของ Google ด้วยซ้ำ แล้วมันจะได้ [tag]Google SERP's[/tag] ได้อันดับในหน้าแรกๆ ได้อย่างไร

อันดับแรกที่ทำให้ ผมคิดว่า [tag]บล็อก[/tag]สามารถมี Index ใน Google ได้เร็ว เหมือนอย่างที่เคยกล่าวไว้ใน Profit from Blog ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ไปแล้วว่า

ความที่บล็อกในต่างประเทศ นั้น หลายๆ บล็อกอย่างเช่น http://www.weblogsinc.com ที่มีผู้เขียนหลายๆ คนในหลายเรื่องราว ทำให้ความไวในการเพิ่มเนื้อหา หรือ Content นั้นหลากหลาย และมีเนื้อหา ที่น่าสนใจ มีความไวต่อข่าวอย่างมาก

ในทางกลับกัน หากถามว่า ทำไม ล่ะ ในเมื่อเว็บไซต์ มันก็มีเนื้อหาความน่าสนใจได้เช่นกัน จุดที่แตกต่างกันก็คือ ลักษณะของเนื้อหา นั้น มีความเป็นรากหญ้ามากกว่า หลายท่านอาจจะงง มันรากหญ้า ตรงไหน ในเมื่อหลายบล็อก มี URL มีhost

จุดนี้ หากยกง่าย คือ เว็บไซต์ 1 เว็บไซต์ เปรียบเหมือนสถานีวิทยุ กระจายเสียง ที่ผู้เช่าเวลาเป็นผู้กำหนดเนื้อหาหลัก เจ้าของเว็บเป็นผู้กำหนดเนื้อหาทั้งหมด ในขณะที่ บล็อกนั้น เปรียบเหมือนกับ วิทยุชุมชน ที่กระจายเสียงในกลุ่มเล็ก ของผู้ที่สนใจ เฉพาะเรื่อง เฉพาะทาง เท่านั้น รวมทั้ง ส่วนใหญ่เป็นความคิดเห็น ที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่(ค่อย)มีผลประโยชน์ทางธุรกิจแอบแฝง

จุดนี้ ทำให้ Google หรือ [tag]Search Engine[/tag] หลายๆที่ต้องปรับตัวใหม่ กับ [tag]Weblog[/tag] นี่ สังเกตได้จาก การเพิ่มตัวระบบของ Google Blogsearch ขึ้นมา

ทำให้ หากเราสังเกต ดีๆ แล้วเห็นว่า การที่ Google จะมี Service อะไรใหม่ๆ ออกมานั้น มันจะต้องมีนัย อะไรซักอย่างที่แตกต่างไปอย่างชัดเจน มีผลประโยชน์ที่จะดัง User เข้ามาสู่ [tag]อารยธรรม Google[/tag] เลยก็ว่าได้

ในขณะที่ Search Engine อื่นๆ ก็ต้องมีการปรับเพื่อรองรับกับ Weblog ที่มีแนวโน้มโตวันโตคืน ทั้งในแง่ของ Content และ Commercial

ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ ผมคงกล่าวลอยๆ ไม่ได้ว่า มีอะไรใหม่ มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป กับ Search Engine คงต้องไปเอา log file ของ Server ที่บันทึกไว้บางส่วนมาแสดง

207.46.98.67 - - [14/Feb/2006:01:09:50 +0700] .... "[tag]msnbot-NewsBlogs[/tag]/1.0 ....

209.191.83.9 - - [14/Feb/2006:11:08:10 +0700] ... "[tag]Yahoo-Blogs[/tag]/v3.9.....

เห็นไหมครับว่า ตรงตัวหน้า คืออะไร ซึ่งชื่อแซ่ ของเจ้า Robots 2 ตัวนี้ มันแตกต่างกันไป Robots ปรกติ ดังนั้นตรงจุดนี้ หลายท่านคงจะเห็นแล้วว่า weblog มันมีอะไรที่แตกต่างออกไป

ส่วนทางด้านของ [tag]Google blogsearch[/tag] นั้น ผมเอง ยังหา log ไม่เจอว่า มันใช้ตัวไหนกันแน่ เพราะยังหาไม่เจอ ตัว log นั้นข้อมูลค่อนข้างเยอะ ไม่รู้ว่าที่อื่นๆนั้น log จะเก็บไว้มากมายขนาดไหน เพราะมันเยอะมากๆ จนไม่ค่อยมีใครเข้าไปสังเกต

ตรงนี้คือจุดแรก เท่านั้น จุดต่อมา ที่ผมมักจะบอกเสมอ นั่นคือ ความที่บล็อกมีระบบ [tag]RSS[/tag] หรือ [tag]Feed[/tag] (ในเว็บทั่วไปก็สามารถทำได้) อยู่แล้วในตัวระบบ (แต่ในไทย ไม่ค่อยมีใครใช้กัน ไม่รู้ทำไม) ของ เว็บบล็อก

เจ้า RSS พวกนี้ ที่เคยบอกแล้วในตอนผ่านๆ มาว่า มัน Search ได้นะ Search Engine มันเก็บพวกนี้ไว้ ทำให้ การทำบล็อก เหมือนกับการทำ PR ได้ทั้งสองทาง หากคุณทำบล็อกเพื่อการ Promote สินค้า หรืออะไรก็แล้วแต่

มันเหมือนกับการยิงปืนนัดเดียว ได้นกทั้งฝูง
เพราะ
1. Search Engine มันเก็บ indexs ด้วย ทำให้มัน Search เจอ
2. ไม่ต้องทำระบบ เพิ่มเติม ใน บล็อกมันมีอยู่แล้ว
3. ผู้ที่ add feed เหล่านั้น ได้ประโยชน์
4. และอะไรอีกหลายอันที่ กล่าวไว้ใน Profit from Blog ตอนที่ 2

มันอาจจะทำให้หลายท่าน ยังคงคิดว่า เฮ้ย!! มันจะค้นหาได้ ดีเหรอ , มันจะดีกว่า การทำเนื้อหาในเว็บปรกติ??? , ยังไงมันก็ต้องเอา Feed ไป submit ในเว็บ [tag]Feed Farms[/tag] ทั้งหลายเหมือนเดิมล่ะว้า , จะมีใครใช้เจ้า RSS กันเท่าไหร่วะ และอีกหลายร้อยคำพูดที่เคยเจอมา

คงต้องบอกว่า ณ วันนี้ ในไทย ระบบ RSS ยังคงใหม่อยู่ ยังคงเหมือนเด็กหัดเดิน แต่เมื่อไหร่ที่ IE 7 ออกมาแล้วละก็ เด็กมันก็จะวิ่งและกลายเป็นขี่จักรยานในที่สุด เพราะปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ IE 6.0 อยู่ ซึ่งไม่ สนับสนุน ระบบ RSS พวกนี้เท่าไหร่นัก

ส่วนในอนาคต ก็น่าจะมีแนวโน้มที่ สดใส เหมือนในต่างประเทศทางยุโรป ที่ใช้ Firefox กันเป็นส่วนใหญ่ และ สนับสนุนระบบ RSS นี้ ดังนั้น เมื่อถึงวันนั้น คุณเพิ่งจะมาเริ่มทำ ผมว่า มันอาจจะช้า และตามหลังคู่แข่งคุณไป ก็ได้ หากวันนี้ คุณยังไม่เริ่ม

ใช่ไหมครับ ???

เหมือนกัน ว่า เอ้ย พูดอะไร ลอยๆ รึป่าว ??? , โม้ว่ะ ไม่เชื่อหรอก เอ้า ไปดูกันว่า โม้หรือไม่

216.109.121.71 - - [14/Feb/2006:07:12:13 +0700]... "[tag]YahooFeedSeeker[/tag]/2.0 ...

72.14.199.75 - - [14/Feb/2006:08:16:28 +0700] ... "[tag]Feedfetcher-Google[/tag]; ...

เห็นความน่าสนใจของ Weblog หรือยังครับ ไม่ว่าทั้งตัวของ บล็อก และ feed

อย่างที่เห็นใน log ครับว่า มันมีอะไรแปลก เยอะ หากเราเข้าไปดู เพราะแม้ว่ามันจะเป็นข้อมูลอะไร ก็ไม่รู้ หลายคนที่ทำเว็บ อาจจะไม่เคยเหลียวมันด้วยซ้ำ แต่ถ้าเรารู้จัก เข้าไปค้นหา บางที สิ่งที่อยู่ข้างเรานั่นล่ะ มีประโยชน์

ดังนั้น จากทั้งสองกรณี จะเห็นว่า หากเราทำเว็บปรกติ ทั่วๆ ไป โอกาสของการได้รับการ indexs นั้น ก็จะเรียกได้ว่า ธรรมดา เดิมๆ แต่เมื่อไหร่ ที่มันเป็นเว็บบล็อก เหมือนกับการ เพิ่มให้ โอกาสของเราเพิ่มมากขึ้น อีกหลายต่อ เหมือนกัน

แล้ว คุณล่ะคิดว่าอย่างไร


หมายเหตุ

สำหรับในส่วนของ Blogsearch ของ Google นั้น ผมคิดว่า น่าจะยังคงใช้ตัวหลัก อย่าง Googlebot ที่มีอยู่แล้ว มาใช้กับการทำ indexs ของ เว็บบล็อกด้วย เพียงแต่น่าจะแยกตัวข้อมูลออกไป คนละส่วนกับเจ้า search ตัวหลัก เพราะ indexs ใน google search และ google blogsearch นั้น แตกต่างกันด้วยปริมาณโดยสิ้นเชิง

Good content in my blog ???

ตอนนี้ ในบล็อก ไอ้มอมของผม ก็ได้ใส่ Content เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลายอันดูแล้ว น่าจะมีประโยชน์ สำหรับผู้ที่แวะเวียนมาอ่าน วันนี้ ก็เลยนั่งดูๆ แล้วตัดสินใจ รวบรวมมาไว้อยู่ด้วยกันครับ เพื่อให้ประโยชน์ได้ง่ายต่อการค้นหาครับผม

[tag]SEO project[/tag] : [tag]Outbound link[/tag] for Pagerank.
แนะนำเกี่ยวกับวิธีของการจัดการ Outbound link เพื่อโกงเพื่อนบ้าน เป็น One-way link

SEO project : [tag]Google Pagerank[/tag]. [part 2]
ลิ้งค์ เกี่ยวกับรูปแบบการ สร้างลิ้งค์ แบบต่างๆ ที่มีผลต่อ Pagerank (บทความลิ้งค์ไปยังเว็บต่างประเทศ) ซึ่งมีหลายแบบมากๆ ครับ และทุกแบบมีการคำนวณ ค่า PR เป็นตัวอย่างให้ด้วยครับ

Case Study:Google Pagerank.
ตัวอย่างรูปแบบ ลิ้งค์ และ ค่า PR ที่ทำเป็นตัวอย่างให้ดูครับ พร้อมทั้ง ผลของการได้ one-way link จากหน้าเว็บอื่นๆ

SEO project : Duplicate Content .


เมื่อเนื้อหาซ้ำซ้อนกัน แล้วจะเกิดอะไรขึ้น กับ Google SERP's แปลมาจาก www.seochat.com ครับผม

SEO project : wrong-way to seo
ตัวอย่างของการทำ [tag]SEO[/tag] แบบผิดๆ

SEO project : google why
ทำไมต้อง Google??? สาเหตุของการทำ SEO สำหรับ Google

SEO project : google pagerank
Google Pagerank คือ อะไร ??? ลองไปอ่านกันดูครับ

SEO project : google sandbox
Google sandbox คือ อะไร ??? แล้วมีผลอะไรต่อเว็บไซต์ ??? ทำไมต้องมี ???

SEO project : about [tag]googlebot[/tag]
เรื่องเกี่ยวกับ Googlebot คืออะไร มีกี่ตัว อะไรบ้าง

SEO ???
อะไรคือ SEO มีอะไร เป็นอย่างไร

Google best for Search or Best for hack??
หลายครั้งที่ Googlebot ทำเกินเลยไป กว่าปรกติ โดยทำ Indexs ในหน้าที่เราไม่ต้องการ ดูสาเหตุ และวิธีแก้ไขกันครับ

Case Study: SEO Project ภาค 1
กรณีทดลอง แบบมั่วซั่ว กับการทำ SEO ในภาคแรกครับ

SEO Project : Finding [tag]Keywords[/tag]
การค้นหา คีย์เวิร์ด สำหรับการทำ SEO ในเว็บไซต์

SEO Project : Google Update
ประวัติการอัพเดท ครั้งต่างๆ ของ Google

SEO Project : Link for Googlebot
เทคนิค การทำลิ้งค์ให้ Robots เข้าใจง่ายๆ

SEO Project : Hot [tag]Google ranking Factor[/tag].
ปัจจัย ที่มีผลต่ออันดับ รวมทั้งค่า Pagerank ใน Google

RSS Internet Marketting:: การทำการตลาดด้วยระบบ RSS
บทความมั่วซั่ว เกี่ยวกับ การทำการตลาดด้วยระบบ RSS

SEO Project :website always update
ความสำคัญของการหมั่น อัพเดทเว็บไซต์ ที่มีผลต่อ Google

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2
ความสำคัญของ การใส่ [tag]Meta tag[/tag] ต่อ Robots หรือ Spider ตอนที่ 2

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1
ความสำคัญของ การใส่ Meta tag ต่อ Robots หรือ Spider ตอนที่ 1

ซึ่งหวังว่า ผู้ที่หมั่นแวะเวียนเข้ามา คงจะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะว่า ถือว่า หลายๆ อันก็น่าสนใจต่อการทำ SEO พอสมควร การเอามารวบรวมไว้ น่าจะทำให้ หาหัวข้ออ่านกันง่ายขึ้นนะครับ

ปล.เพิ่งรู้ตัวว่า นี่ทำ content ไปขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ไม่นะ

Case Study:Seo Project 2

หลังจากที่ผม ได้ทำ SEO ในเว็บบล็อก i-morm.com ของผมไปแล้ว ซึ่งใน [tag]Case Study[/tag] ครั้งแรก นั้น กับคำว่า

"ระบบ RSS" ซึ่งจริงๆแล้ว คีย์เวิร์ดตัวนี้ มิใช่ คีย์เวิร์ดหลักที่ผมต้องการเสียทีเดียวครับ จริงๆ แล้วผมมีคีย์เวิร์ดตัวอื่นๆ ที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ว่า

1. คีย์เวิร์ดตัวนั้นมีคู่แข่งสูง
2. คีย์เวิร์ด "ระบบ rss" มีคู่แข่งต่ำ อีกทั้งในไทยแล้ว น้อยมากๆ

ซึ่งก็ประสบความสำเร็จไป พอตัวครับ เพราะเนื่องจากเว็บยังมาใหม่ด้วย แค่ติดอยู่ใน Google ก็ดีถมเถ ไปแล้วครับ
[อ่าน Case study: SEO Project 1]

ส่วนคีย์เวิร์ดมันจริงๆ นั้น ที่ผม วางเอาไว้ ไม่ต้องบอกครับว่าอะไร ลองดูที่ title สิครับเห็นคำว่าอะไรบ้าง
แน่นอนครับ

"thai blogger" เลยครับ ดูแล้ว มันห้าวหาญมากไปหน่อย ที่ทำเว็บมาไม่นาน จะไปทาบกับคีย์เวิร์ด แจ่มๆ อย่างนี้ เพราะถ้าจำไม่ผิด การค้นหาใน google กับคำว่า thai blogger นั้น ผลการค้าหา ซัดไปหลักล้าน ไอ้เว็บเปิดใหม่ กิ๊กก๊อก อย่างนี้ คงยาก

แต่ผลจาก การทดลองผิด ทดลองดู มั่วซั่วไปเรื่อยๆ โดยเน้นการทำ [tag]SEO[/tag] อย่างถูกต้อง ไม่สนใจ blackhat เพราะไม่ได้ไปถือว่า เราแข่งกับใคร ผมคิดแค่ว่า เราแข่งกับตัวเอง แข่งกับความรู้ที่สรรหามา นั่นเอง

สำหรับคำว่า thai blogger นั้น เป้าหมายของผมอยู่ที่ การติดใน Google SERP's ไม่เกินหน้า 10 แม้ว่าจะได้อันดับสุดท้ายของ หน้า 10 ผมก้ OK ครับ ส่วนระยะเวลา นั้น จริงๆ แล้ว ผมกะไว้ซัก 2-3 เดือน สาเหตุที่ต้องกำหนดเวลาที่ยาว คือ

1.คู่แข่งเยอะ
2.เว็บไซต์ ผมเปิดใหม่ ยังไม่หลุด Sand box
3.อายุ Domain ก็ใหม่
4.Backling ใน google (ตอนเริ่มต้น) ไม่มีเลย
5.ลิ้งค์ มายังเว็บ ก็แทบไม่มีเลย (มี 1 อันที่ไปหลอกล่อมาได้นั่นคือ Vmodtech.com)
6.ความเป็นมือใหม่ ใน[tag]การทำ SEO[/tag] ซึ่งทุนเรื่องความใหม่อาจจะน้อยมาก แต่ทุนความบ้าของผมมีเยอะครับ

ซึ่งอย่างที่เห็น การเริ่มต้น ทำนั้น เริ่มมาตั้งแต่แรกครับผม โดยการใส่เจ้า keywords ลงใน title เลยครับอย่างที่เห็น จากนั้น ในหน้าเว็บตรงส่วนหัว
ก็มีชื่อ MorMMaM The [tag]Thai blogger[/tag] อยู่ (ใช้ tag h1 คลุมซะ)

จากนั้น ทำการใส่คีย์เวิร์ดลงไปเรื่อยๆ ครับ ไม่ว่า thai, blog, blogger, bloger (อันนี้ จงใจผิดครับ เพราะว่า อย่าลืมว่าทุกคนในโลก อาจจะพิมพ์ผิดได้ .... เหมือนผม 5555+) ในในบทความ ต่างๆ มาเรื่อยๆ

ไม่ได้ใส่ทีเดียวนะครับ เพราะว่า อาจจะทำให้โดนมองว่า เป็น การ Spam Keywords ไปครับ และสุดท้าย การทยอยไป submit website ไว้ในที่ต่างๆ ด้วยคำว่า MorMMaM the Thai Blogger

ซึ่งผลสุดท้าย ณ วันนี้ คือ

1. [tag]Google SEPR's[/tag] ด้วยคำว่า thai blogger นั้น ในหน้าแรก ไม่มีลิ้งค์เว็บผมเลยครับ แต่ที่น่าสนใจคือ มีลิ้งค์ในเว็บอื่นๆ ที่ผมไปทำการ submit ไว้ ขึ้นมาแทนครับ คือที่ www.pixiart.com ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก อันดับที่ 3 ภายในมีข้อความบล็อกผม ชัดเจน พร้อม URL แสดง

ไม่จบแค่นั้น อันดับ 5-6 คือ ลิ้งค์ จาก technorati ใน tag คำว่า googlebot ครับ ซึ่งตรงจุดนี้ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ ครับเพราะดูแล้ว มันไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่

สุดท้าย ผลคือ www.i-morm.com อยู่ในหน้า 4 ครับ สำหรับผมแล้ว พอใจครับ ถือว่า เกินคาดหมายครับ จากที่คาดไว้ว่า น่าจะอยู่แค่หน้า 6-10 ด้วยซ้ำ (จาก 1,280,000 รายการ)
[ ดูผลการค้นหา ]
ปล. เมื่อช่วง วันที่ 1-2 กพ. นั้น Google Dance พาเอา ขึ้นอันดับ 1 ไปซะ 2 วันครับ

2. [tag]Yahoo SEPR's[/tag] อันนี้ ก็น่าดีใจครับ เพราะว่า มันไปอยู่ ในหน้า 2 อันดับแรกเลย ดังนั้นหากนานกว่านี้ อีกตามกำหนด 2 เดือนหน้าจะอยู่ในหน้าแรกด้วยซ้ำครับ (จาก 819,000 รายการ)
[ ดูผลการค้นหา ]

3. [tag]MSN SEPR's[/tag] อันนี้ สุดยอดครับ เหอๆ โคตรเกินเป้าหมายครับ เพราะว่า มันมาอยู่ใน หน้า แรก อันดับ 3-4 เลยครับ (จาก 151,873 รายการ๗)
[ ดูผลการค้นหา ]

จุดที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ อันดับต่างๆ ทั้งสามแห่ง คือ
ผลการค้นหาครับ จะสังเกตได้ว่า ผลการค้นหานั้น เรียงลำดับลงมา 1-3 ซึ่งตรงจุดนี้ สาเหตุที่ผลการค้นหาคำว่า thai blogger ใน seach engine ของทั้ง Yahoo และ MSN ของผม ค่อนข้างดีนั้น น่าจะมาจาก ปริมาณของ indexs ในคีย์เวิร์ดนี้ ค่อนข้างน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ Google ครับ

ส่วนที่น่าจะเอาเป็นตัวอย่างสำหรับใน การทำ SEO นั้นคือ ต้องมีเป้าหมายในการทำที่ชัดเจน และการทำแบบ Long term ดังนั้น การหมั่นเอาใจใส่เนื้อหาก็คงต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะวันใด เราหยุด คนอื่นๆ ก็จะวิ่งแซงเราไป (สำหรับผม คนที่หยุดคิด คือ คนที่ตายแล้วครับ ในเมื่อผมไม่ตายผมก็ต้องคิด)

กำหนดเวลา เข้าไปด้วยครับ เพราะถ้า ไม่กำหนดเวลาให้ตัวเอง แล้ว สุดท้าย เราก็จะไม่รู้ว่า เราจะทำอะไร ถึงเมื่อไหร่ การกำหนดเป็นช่วงๆ เป็นระยะๆ ในการทำไป นั้น จะช่วยให้ scope การ SEO ของเราเป็นไปตาม step by step หากผลดีก็ ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมในส่วนต่างๆ หากดี ก็นำไปแก้ไขใหม่ เป็น Step ไป จะช่วยได้เยอะครับ

การลองผิดลองถูก นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำ SEO ไม่มีใครทำแล้วถูก 100% แต่ก็คงไม่มีใครทำผิดอยู่ตลอดไป ดังนั้น การลองไปเรื่อย ดูผลลัพธ์ แล้วปรังปรุง ขั้นตอนหรือการทำ ย่อมจะช่วยให้ ทำงานได้ดีมากขึ้น

แต่งานนี้คงต้องดู กันจน จบครับ เมื่อถึงวันที่ 6 มีค. คือกำหนดว่า ผลของคำว่า thai blogger นั้น i-morm.com จะอยู่อันดับไหน นั่นคือที่สุด ครับ
ส่วนผลในวันนี้ที่เอามาให้ดูกัน คือ ผลทำคิดว่า สำเร็จไปแล้ว เกินคาด ส่วนที่เหลือนี่คือ กำไร แล้วครับ

และใครจะเอาแนว ทางแนวคิดผมไปลองเล่นดูก้อได้นะครับ ซึ่งมีอะไร ก็โพสต์สอบถาม หรือ แนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เพิ่มเติมเลยนะครับ เพราะผมเอง ก็ไม่ได้เก่งกาจ อะไร แค่บ้าทำ SEO ไปวันๆ เท่านั้นเอง

*** หมายเหตุ
อันดับที่อ้างถึงนั้น เป็นผลการค้นหาในวันที่ 12 กพ. ครับ หลังจากนั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

Profit from Blog.(part 2)

เมื่อวานได้พูดถึง ประโยชน์จาก [tag]บล็อก[/tag] ไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งกล่าวถึง ประโยชน์ในส่วนของความเป็น [tag]community ใน weblog[/tag]

วันนี้ก็เลยขอต่อเนื่องเกี่ยวกับ [tag]ประโยชน์จากบล็อก[/tag] ต่อแล้วกันนะครับ

ด้วยความเป็นบล็อก ที่มักจะมีการ Update ของ [tag]content[/tag] หรือ Entries แต่ละอันที่ค่อนข้างเร็ว และบ่อย เพราะในต่างประเทศนั้น บล็อกบางบล็อก มิได้มีผู้เขียนคนเดียวแต่อย่างใด นอกจากนี้ บล็อก ยังเป็นเนื้อหาที่ผู้เป็นเจ้าของ นึกหรือคิด หรือเห็นอะไรที่น่าสนใจ ก็จะนำมาใส่ไว้ใน บล็อก ค่อนข้างอิสระ ทำให้หลายครั้งมีการอัพเดทบล็อก มากกว่า วันละ 1 บทความ ดังนั้น เนื้อหาในเว็บบล็อก จึงมีการอัพเดทที่ค่อนข้างไว

ด้วยเหตุนี้เอง เหล่า [tag]Search Engine[/tag] ทั้งหลาย จึงมีการปรับทัพตาม โดยการปรับปรุงระบบ [tag]Blogsearch[/tag] อย่างเช่นในกรณีของ [tag]Google blogsearch[/tag] ทำให้ บล็อก จึงสามารถก้าวเข้าสู่ ระบบ search ได้ไว มากกว่าเว็บไซต์ปรกติ

เช่นในกรณีของ [tag]บล็อกไอ้มอม[/tag] แห่งนี้ ก็สามารถผ่านเข้าไปมี index ใน blogsearch ของ Google อยู่เป็นจำนวนมาก และไว มากๆ ซึ่งจากการสังเกตของผม พบว่า บล็อก i-morm.com สามารถเข้าไปมี indexs ใน google blogsearch ภายในเวลาไม่ถึง 20 ชั่วโมง

หากเทียบกับใน Google search ปรกติแล้วเร็วกว่ากันหลายขุมทีเดียว ยังไม่นับจำนวน indexs ที่มากกว่ากันหลายเท่านัก (ยังไม่รวมถึง Blogsearch ตัวอื่นๆนะครับ)

จุดนี้ จึงถือเป็นจุดแข็งของ ความเป็น [tag]Weblog[/tag] อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทำให้ บล็อกจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในต่างประเทศ ที่ใช้ใน[tag]การทำการประชาสัมพันธ์[/tag] แนะนำสินค้า แนะนำบริการ ของตน

ต่อมา ด้วยระบบของบล็อก ที่น่าสนใจอีก ประการคือ [tag]ระบบ RSS[/tag] หรือ [tag]Feed[/tag] นั่นเอง ระบบนี้ สามารถทำให้ Blogger ทุกคนสามารถนำ Feed หรือ RSS ของตน ไปทำการ PR ต่อ ในเว็บที่เป็นแหล่งรวม Feed หรือ [tag]Feed Farm[/tag] นั่นเอง

จุดดีของ Feed มีหลายต่อหลายอันด้วยกัน อันแรก RSS Feed สามารถค้นหาผ่านทาง Google หรือ Search Engine ตัวอื่นๆได้ ตามปรกติ

สอง Feed สามารถนำไปทำการ PR ได้ในเว็บไซต์รวม feed ทั้งหลาย ช่วยให้การประชาสัมพันธ์ได้อย่างกว้างมากขึ้น

สาม ระบบของ feed ยังช่วยให้ ผู้รับ feed นั้นได้รับข่าวสาร บทความใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามายังเว็บไซต์ เหมือนแต่เดิม ที่จะต้องหมั่นเข้ามาดูภายในเว็บไซต์ว่า วันนี้ มีอะไรใหม่

ช่วยให้ระบบข่าว เปลี่ยนไป จากที่แต่เดิม คนต้องมาหาข่าว หาเนื้อหาในเว็บไซต์ เปลี่ยนไปเป็น ข่าวหรือเนื้อหานั้น เข้าไปหาคนอ่านแทน ทำให้ได้รับข่าวสาร เร็วขึ้นอีกด้วย

สี่ ระบบ feed นั้น ยังมีรูปแบบที่ ส่งหัวข้อไปยัง ผู้รับ feed ได้พร้อมกับเนื้อหาบางส่วน ทำให้ผู้อ่าน สามารถเลือกอ่านได้ ว่า เนื้อหาที่มีขึ้นมาใหม่นั้น น่าสนใจหรือไม่ อย่างไร พูดง่ายคือ เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้อ่านนั่นเอง

และ ห้า ด้วยความที่ feed นั้นอาศัยพื้นฐานบนภาษา XML ทำให้ง่ายต่อการนำไปใช้งานใน plate formอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบนคอมพิวเตอร์ทั่วไป บน Smart Phone PDA หรือ Pocket PC ได้ทันที ทำให้สามารถกระจายได้อย่างกว้างขวาง มากกว่าเดิมอีกเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทั้งสองประเด็นหลัก น่าจะเป็นจุดที่น่าสนใจที่หลายท่าน จะหันกลับมามองประโยชน์ในการทำ บล็อก ในการทำ [tag]Marketing[/tag] หรือในการทำ [tag]Promotion[/tag] เพิ่มขึ้นบ้างนะครับ

ปล.สำหรับ บล็อก i-morm.com ของผม เท่าที่ติดตาม พบว่า มีประมาณ 2-3 ท่านที่ใช้ระบบ Feed ของ บล็อกมาใช้ เพราะทันทีที่ผมอัพเดทข้อมูลหรือ เนื้อหาใหม่ จะพบว่า มีผู้เข้ามาอ่านทันที ภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที หลังจากอัพเดทเนื้อหาใหม่

Profit from Blog.

เว็บบล็อก ([tag]Weblog[/tag]) เป็น อีกรูปแบบหนึ่งของ เว็บไซต์ ที่ได้มีการจัดทำขึ้น ซึ่งเจ้า Weblog นี้ถือกำเนิดในช่วงปี 1997 และต่อมา อารยธรรมการทำบล็อก ก็ได้เริ่มเผยแพร่เข้าสู่ที่ประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมากมาย

ในประเทศไทย เองนั้น การเข้ามาของเว็บบล็อก จากที่ผมจำไม่ผิด จะมาก่อน เว็บไซต์จำพวก [tag]Web Diary[/tag] ซึ่งได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางอยู่ก่อนแล้ว เมื่อ บล็อก ก้าวเข้ามาในบ้านเรา จึงเกิดความเข้าใจผิด ว่า [tag]เว็บบล็อก[/tag] กับเว็บ [tag]ไดอารี่[/tag] คือสิ่งเดียวกัน แม้กระทั่งทุกวันนี้ หากถามเด็กบางคน เราก็จะได้รับคำตอบว่า บล็อก ก็คือได รวมทั้ง เราก็จะเห็นได้จากเว็บที่ให้บริการบล็อกใหญ่ในไทย ว่า จะมีบล็อก ที่ถูกใช้เป็นไดอารี่ อยู่เป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว

ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น [tag]บล็อก[/tag] มีความเป็นเอกลักษณ์ มีจุดเด่น มีอะไรหลายอย่าง ที่มากกว่าไดอารี่ โดยหากเปรียบไดอารี่ เป็นของเล่นที่วางขายทั่วไป
คนเขียนไดอารี่ คือ คนซื้อของเล่น มาเล่น ไว้เล่นสนุกๆ

ในขณะที่ คนที่ทำบล็อก คือ คนที่ สะสมของเล่นนั้นอย่างจริงจัง จัดหมวดหมู่ รู้ที่มาที่ไปของของเล่นตัวเอง มีแนวทางที่จะทำอย่างแน่นอนว่า
จะต้องสะสมของเล่น แบบนั้น แบบนี้

กลับมาเข้าเรื่องของบล็อก กันต่อ

ด้วยความที่บล็อก เป็นอะไรที่จริงจังกว่านั้น จึงทำให้บล็อกเริ่มได้รับความนิยมจากผู้ที่สนใจ อยากจะเขียน บทความ แสดงความคิดเห็น ของตนให้ผู้อื่นได้รับรู้ อย่างจริงๆจัง บล็อกจึงกลายเป็นทางเลือกที่ กลุ่มคนเหล่านั้น สนใจทำบล้อกในที่สุด

หลังจากที่เมื่อบล็อก มีเนื้อหา หรือ [tag]Content[/tag] ที่ดี [tag]ผู้เขียนบล็อก[/tag] หรือ [tag]Blogger[/tag] มักจะมีแนวทาง แนวการเขียน ไปจนถึงเรื่องที่เขียน อยู่ในกลุ่มที่ตนเองสนใจ และเมื่อ ผู้คนทั่วไป ที่สนใจในเรื่องราวเดียวกัน มาพบเข้า บล็อก จึงสร้างสังคม ของคนที่ ชอบ ในแนวเดียวกันมากขึ้น

กลายเป็น community ที่ดีในที่สุด

ถามว่า แล้วเว็บไซต์ ล่ะ ในเมื่อ เว็บบล็อกมัน มีส่วนที่คล้าย เว็บไซต์ มีสังคมเหมือนกัน แล้วมันต่างกับทำเว็บอย่างไร

ความต่างน่าจะอยู่ที่ ความเป็นบล็อก มีความเป็นกันเองระหว่าง คนทำ และคนอ่าน สูงกว่า เพราะบล็อก ผู้เขียนสามารถใส่อะไรที่ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ได้มาก ทำให้การใช้คำพูด ข้อความ ที่สร้างความเป็นกันเองได้ง่าย ทำให้ลักษณะของ Community ที่ดูแคบกว่า หรือพูดง่าย คือ ความเป็นกันเองสูงกว่านั่นเอง

จุดต่อมา ที่เห็นจำนวนมาก ในต่างประเทศ คือการนำเอาประโยชน์ของ สังคมในบล็อก มาทำการขายสินค้า เพราะดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า จุดเด่นส่วนหนึ่งคือ สังคมในบล็อกที่ดูเป็นกันเอง ค่อนข้างสูงกว่าเว็บ ทำให้ การสื่อสาร การพูดคุย สอดแทรก การประชาสัมพันธ์สินค้า ลงไปในบล็อกได้อย่างลงตัว และกลมกลืน (หากรู้จักใช้ มากกว่ารู้จักแค่ว่า จะยัดเยียดให้แก่ผู้อ่านด้วยข้อความประชาสัมพันธ์)

ทำให้ การขายสินค้า หรือการประชาสัมพันธ์นั้นได้ผลดีมากกว่า การทำประชาสัมพันธ์ผ่านวิธีอื่นๆ ซึ่งแม้ว่า [tag]การซื้อโฆษณา[/tag]ผ่านเว็บเสียด้วยซ้ำ เพราะการโฆษณาในเว็บไซต์ อาจจะมีคนเห็นเป็นจำนวนมาก ก็จริง แต่ใช่ว่า ทุกคนที่เห็นจะซื้อ เพียงแค่มองเห็นแล้วผ่านไปแค่นั้น

แต่ในบล็อก เปรียบเหมือนกับการที่ ลูกค้า สนใจ เข้ามาดู เข้ามาพูดคุยกับเจ้าของร้าน ในขณะที่เจ้าของร้าน รู้จักที่จะคุย แนะนำ Product อย่างสนุกสนาน และในที่สุด ก็ตัดสินใจซื้อสินค้าไป

นี่เองเป็นจุดหนึ่ง ที่ถือได้ว่า เป็นผลกำไรจากการทำบล็อก นั่นเอง

ปล. คงต้องเริ่มขอตัดบทความในหน้าแรก แล้วล่ะครับ เพราะรู้สึกว่า หลัง ผมจะเริ่มบ้า ขึ้นเรื่อย บทความยิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆ 555+

SEO project : Duplicate Content .

[tag]Google SERP's[/tag] นั้นถือเป็นผลลัพธ์ อีกหนึ่งแบบที่ถือว่าเป็นจุดประสงค์ที่ผู้ทำ SEO ให้ความสำคัญ
ซึ่งเมื่อวันก่อนได้เข้าไปอ่าน บทความใน www.seochat.com เกี่ยวกับการบทความซ้ำกัน

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า การ [tag]Copy content[/tag] ค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งใน SEOchat.com นั้น กล่าวในบทความ
"Duplicate Content Penalties: Problems with Google’s Filter" เขียนโดย Jennifer Sullivan Cassidy

จากในบทความ ที่ผมเองได้พยายามอ่านแบบ งูๆ ปลาๆ เห็นว่า น่าจะมีประโยชน์เลยขอเอามาสรุปๆ ความให้พอเข้าใจถึงเกี่ยวกับ Duplicate Content ใน Search Engine ต่างๆ นะครับ

ซึ่ง ผู้ที่เป็นคนเขียนบทความ ได้ทดลอง โดยการเขียนบทความลงในเว็บไซต์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้น ประมาณ 6 สัปดาห์ ก็ได้เข้าไปใช้บริการ Search Engine ทั้งสามคือ Google.com , Yahoo.com และ MSN.com

ผลในการค้นหา จากทั้งสามแห่ง โดยที่แรกคือ Google.com นั้น ในช่วงแรก พบว่า การแสดงหน้าเว็บไซต์ต้นฉบับของบทความนั้น ก็แสดงในหน้าแรก อย่างถูกต้อง ควบคู่กับเว็บไซต์ ที่นำบทความไปลงอีก 14 เว็บไซต์ แต่จากนั้นไม่นานนัก บทความดังกล่าว ถูกนำไปลงในเว็บไซต์เป็นจำนวนมากมาย

แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน บทความต้นฉบับของเค้า ก็เริ่มมีอันดับตกลงๆ เรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่ทีเดียวสำหรับผู้ที่ทำเว็บไซต์และเขียนบทความ ที่กลายเป็นว่า บทความต้นฉบับ กลับค่อยๆ หายไปจากแรกของ Google ในที่สุด

ในขณะที่ Search Engine อันดับที่ 2 คือ Yahoo.com ทางผู้เขียนบทความ กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะว่า ผลการแสดงของ Yahoo นั้นมีบทความต้นฉบับอย่างถูกต้อง อยู่ในหน้าแรกของ Yahoo

และสุดท้าย MSN.com ทางฝ่ายผู้เขียนถือว่า ประทับใจ MSN เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบทความต้นฉบับถูกแสดงอย่างถูกต้อง แถมยังให้บทความต้นฉบับ นั้นอยู่ในอันดับแรกๆ อีกด้วย

ซึ่งในบทความยังกล่าวด้วยอีกว่า ในเมื่อ Google.com ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดของ Search Engine อยู่เป็นจำนวนมาก แต่บทความที่เป็นต้นฉบับ กลับมิได้ถูกจัดอยู่ใน Google SERP's อย่างถูกต้อง สิ่งนี่เป็นสิ่งที่ถือว่า Google คิดผิด

อีกทั้ง การที่ Google ยังให้ indexs ของหน้าเว็บที่นำบทความไปลงนั้น ขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ อีกด้วย ยิ่งนั่นอาจจะก่อให้เกิดการ Spam ในรูปแบบใหม่ๆ ได้

ซึ่งหลังจากที่ผมเองได้อ่านบทความนั้น แล้ว กลับมาคิดว่า นี่ก็อาจจะถือได้ว่า เปิดการเดินทางผิดของ Google อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะหากว่า Google มิได้ให้บทความอันเป็นต้นฉบับ อยู่ในอันดับแรกๆ ต่อไปการก้อบปี้ บทความต่างๆ ที่น่าสนใจลงในเว็บไซต์ ก็จะมากขึ้น

ก็ถือว่า ประเด็นนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่านำไปคิดต่อจริงๆ

SEO project : Google Why???

ในบล็อก ไอ้มอม ของผม คงจะเห็นว่า ผมกล่าวถึง Google มาเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า แทบจะทุกบทความ
ทำไม ถึงไม่กล่าวถึง [tag]Search engine[/tag] ตัวอื่นๆ บ้าง ทั้งๆ ที่ในโลกนี้ มี Robots ของ Search Engine อยู่เป็นจำนวนมาก
( ข้อมูลจาก http://www.robotstxt.org มี Robots อยู่ถึง 298 ตัวด้วยกัน ครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

แต่ทำไม ต้อง Google และ Google มีอะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ กับ [tag]Google SERP's[/tag] มากนัก

เราลองมาดูสถิติ กันนะครับ ว่า ทำไมต้อง Google

Search Engine Global Usage Share

ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เป็นจำนวนหลายสิบหลายร้อยล้านคน ในแต่ละวัน การที่เราสามารถเกาะอยู่ใน Google SERP's ในหน้าแรกๆ นั้น
ย่อมมีโอกาสที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต จำนวน นับแสน นับล้านคน มีโอกาสที่จะเห็นเว็บไซต์ของคุณนั่นเอง

แต่นั่น หมายความว่า ในกรณีที่เว็บคุณ สามารถที่จะสื่อสารกับ ผู้คนได้ทั่วโลก หรือ เอาง่ายๆ คือ เว็บของคุณ เป็นภาษาอังกฤษ นั่นเอง

สำหรับในประเทศไทยเรานั้น ก็ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยทีเดียวครับ ลองไปดูสถิติ กันเล่นๆ

Google stat in thailand.
(ที่มาจาก [tag]Truehits[/tag])
จากกราฟ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ ช่วงกลางของปี 2004 ผู้ใช้อินเทอเน็ตในบ้านเราหันไป ใช้ Search จาก Google เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่ เรียกได้ว่า แทบทั้งหมดของผู้ใช้งานอินเทอเน็ต ในไทยทั้งหมดเลยทีเดียวครับ

ดังนั้น จุดที่น่าสนใจ อยากมาก คือ การที่ในบ้านเรายังคงเริ่มเกาะกระแส การทำการตลาดผ่านอินเทอเน็ต แต่ยังไม่มากเท่าที่ควร
โดยเฉพาะ การทำ [tag]e-commerce[/tag] ที่ยังคงดูแล้วเตาะแตะเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน ซึ่งสาเหตุหลัก น่าจะมาจากระบบการจ่ายเงิน เก็บเงิน
ที่ยังคงดูเป็นสิ่งที่ไกลตัว เราๆ ท่านๆ อยู่นั่นเอง

หรือ แม้กระทั่ง การทำ PR ประชาสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่ง [tag]การทำตลาด[/tag] โดยอาศัยเจ้า [tag]Google Adwords[/tag] ที่น่าจะได้ผลดีต่อ ผู้ค้า เป็นอย่างมาก กลับมี Ads จำนวนน้อย
ที่เป็นของไทย แสดงใน Google ซึ่งตรงจุดนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องดูกันต่อไปใน อนาคต เพราะแนวโน้ม การเข้ามาของ [tag]e-money[/tag] ในไทยเริ่มเข้ามาเยอะมากขึ้น และคงต้องติดตามกันไปยาวๆ

แต่สิ่งที่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งคือ การทำตลาดผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นสิ่งที่ น่าสนใจมากทีเดียว

RSS Technology:New way Advertisment.

[tag]RSS[/tag] หรือ ระบบ [tag]Really Simple Syndication[/tag]
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ การทำโฆษณา และมีแนวโน้มที่จะน่าจะประสบความสำเร็จ

เนื่องจากประเด็นแรก คือการทำ [tag]โฆษณา[/tag] หรือ [tag]Advertisment[/tag] ผ่านทาง e-mail นั้นก้าวมาถึงจุดที่เรียกว่า
"การทำโฆษณา บนกองขยะ" แล้วก็ว่าได้

เพราะทุกวันนี้ เราจะพบ [tag]Spam[/tag] จำนวนมากมายในทุกครั้งที่เข้าไปเช็คอีเมล์ ผู้ในบริการทุกๆค่ายต่างก็ปรับทัพ เพื่อป้องกัน
[tag]Spam mail[/tag] กันอย่างเต็มที่ มีการฟ้องร้องเป็นคดีความกันในต่างประเทศแล้ว รวมทั้ง มีการลงโทษปรับเงินกันไปเป็นจำนวนมหาศาล หรือสั่งจำคุก
อย่างข่าวล่าสุด ที่เพิ่งตัดสินคดีไป เมื่อไม่นานมานี้เอง

Spammer faces up to two years in jail - January 12, 2006
ที่มาจาก news.com

ซึ่งเรียกได้ว่า มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว กับการทำ [tag]โฆษณาผ่านอีเมล์[/tag] เสียแล้ว

RSS จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับ[tag]การประชาสัมพันธ์[/tag] หรือ โฆษณา เพราะมีจุดดีในหลายๆ จุดด้วยกันคือ
1.สามารถค้นหาผ่านทางเว็บต่างๆ ได้
2.สามารถประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Website ต่างๆ ได้เช่น Feedster.com,Feedburner.com เป็นต้น
3.ผู้ที่อ่าน feed สามารถเลือกได้ว่า จะอ่านหรือไม่
4.ผู้อ่านสามารถ Add feed ไว้อ่านได้อย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ที่มีข้อความใหม่

ซึ่งจุดดีที่สุด น่าจะเป็นส่วนที่ ผู้อ่าน หรือผู้ที่เห็น Feed แล้วเกิดความสนใจ สามารถเลือกเก็บไว้อ่าน และรอรับ feed ใหม่ของเราได้ตลอด
คล้ายๆ กับ ระบบ [tag]newsletter[/tag] [tag]subscription[/tag] ที่ผู้อ่านสามารถเลือกที่จะรับ หรือไม่ รับได้นั่นเอง

เพราะการทำโฆษณา บน spam mail นั้น แม้ว่ามันจะทำให้เราสามารถประชาสัมพันธ์ได้ จำนวนมาก เป็นหมื่น เป็นแสนอีเมล์
มีผลตอบรับมา 100-200 อีเมล์ ในขณะที่ อีก นับพันคน เกลียดและไม่พอใจ ตัดสินใจ Anti ทันทีนั้น

สำหรับผม ถือว่าไม่คุ้ม แม้ว่าตัว product หรือ สินค้าเรานั้น จะดีเลิศแค่ไหน แต่หากไม่มีใครชอบ ไม่มีคนสนใจซื้อก็เท่านั้น
เทียบกับ การทำประชาสัมพันธ์ จำนวนน้อย มีคนซื้อน้อยหน่อย แต่ทุกคนที่เข้ามา เป็นคนที่สนใจ และซื้อจริงๆ

ดังนั้น ถือว่า RSS เป็นแนวทางใหม่ ที่น่าสนใจทีเดียวนะครับ สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำการ โฆษณา อย่างได้ผล และตรงกลุ่มเป้าหมาย