Adwords

Search engine marketing and Bangkok election 2008.

วันนี้ก็กำลังทำงานอยู่ แล้วเผอิญว่าลองหาข้อมูลตามปรกติครับ เพราะว่าช่วงนี้ผมมีความรู้สึกว่าฝั่งบ้านเรามีอาการแปลกครับกับผลการค้นหาของ Google มีอาการข้อมูลวิ่งประหลาดๆ เหมือนจะแดนซ์ แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจ เพราะว่าเมื่อต้นเดือนก็มีข่าวแว่วจากทางฝั่งอเมริกาครับ แต่ว่าฝั่งบ้านเรายังไม่มีข่าว คิดว่าอาจจะเป็นแค่การอัพเดทฐานข้อมูลมั้งครับ ถ้ามีข่าวยังไงจะแจ้งอีกทีนึง

Howto report illegal ads to google.

หลังจากเมื่อวาน เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Google ไปเรื่องหนึ่ง แต่ดันลืมเรื่องสำคัญอีกเรื่องนึงไปครับ นั่นคือ สืบเนื่องจาก  entry ก่อนหน้านี้ครับ เกี่ยวกับเรื่อง ads ใน adsense ที่ลงโฆษณา ขายยาทำแท้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันผิดกฏเต็มๆ ครับ เลยสอบถามจากทางพี่อ้อ ถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้คำตอบมา เกี่ยวกับการรายงานปัญหาเหล่านี้ครับ (จริงๆ ผมเองก็ลืมไปครับ)

ขั้นแรกนะครับเมื่อเห็น  ads ที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมนะครับ ในส่วนของ adsense ให้กดตรง คำว่า "โฆษณาโดย google"

ให้กด ในตรงล้อมกรอบแดงๆ นี่ล่ะครับ ไม่ต้องกลัวจะกลายเป็น  Invalids click หรือคลิก ads ในเว็บตัวเองนะครับ เพราะแม้ว่าเป็น ads ในเว็บ ในpub-id ของเรา แต่เรามีสิทธิ์ที่จะรายงานว่า  ads อันนี้ ตรงหรือไม่ตรงกับเนื้อหา หรือว่า ผิดกฏหรือไม่นะครับ เพื่อเป็นแนวทางให้ google นำไปพัฒนาต่อไป ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เป็นการคลิก ads แต่อย่างใดครับ

หลังจากคลิกแล้วจะส่งเราไปอีกหน้าหนึ่งครับ อย่าตกใจนะครับ แม้ว่ามันจะมี pub-id และเว็บไซต์เราติดไปก็ตาม เนื่องจากทางgoogle จำเป็นต้อง track ข้อมูลดังกล่าวครับ

จากนั้นให้ดูท้ายๆ หน้าครับ จะมีลิ้งค์ บอกว่า "ส่งความคิดเห็นของท่าน..."

จากนั้น ก็ใส่ข้อความ เลือกหัวข้อที่จะรายงานไปครับ เท่านี้ ทาง google ก็จะได้รับรายงานแล้วครับ ซึ่งทางทีมที่ monitor อยู่จะเห็นและจัดการต่อเนื่องไปครับ

ซึ่งหากผิดจริง ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนครับ

Book of Google Adwords.

แวะมาอัพเดทข่าวครับ ว่าให้เตรียมเงินไว้รอเลยครับ กับหนังสือของคุณเผ่า ตราวุทธิ์ ครับ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ผมเองแอบได้อ่านแล้วจากพี่ที่รู้จักๆ กัน เอามาให้ยืมอ่านครับ

ซึ่งไม่รู้ว่า ณ วันนี้หนังสือได้วางตลาดหรือยังนะครับ เพราะข่าวเงียบ หรือว่า ทางเจ้าของหนังสือต้องการเปิดตัวทีเดียวดังเปรี้ยงปร้างไปเลย (แต่ผมขอเอ่ยถึงก่อนล่ะกัน)

โดยตัวเนื้อหาแล้ว ไม่ต้องห่วงเลยครับ งานนี้ เนื้อหาแน่นโคตรๆ เลยครับ หนังสือก็สี่สีดูง่ายดีครับ แต่หนังสือในมือผมนั้นหาราคาไม่เจอครับ

แต่รับรองว่าคุ้มครับ อิอิ โดยเฉพาะคนที่คิดจะทำ Adwords เป็นจริงเป็นจังครับครับ

News:สาวเอเชียนิยมขายสินค้าผ่านออนไลน์

 วันนี้พอดีได้ไปเห็นข่าวเกี่ยวกับรายงานการวิจัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถิติของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ นั่นล่ะครับ ซึ่งน่าสนใจดี โดยเฉพาะคนที่กำลังจะเริ่ม หรือทำ Adwords หรือ search engine marketing อยู่นะครับ เพราะน่าจะสามารถเลือกตลาดใหม่ๆ สำหรับการบุกเบิก [tag]e-commerce[/tag] ได้ครับ

มหาวิทยาลัยแคนาดา เผยผลวิจัยผู้หญิงเอเชียขายของผ่านเวบเฟื่อง ขณะที่หญิงมะกันเน้นช้อปผ่านเน็ต ชี้ปัญหาผู้หญิงส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ด้านระบบอี-เปย์เม้นท์

ดร.ลอร์น่า ไรน์ ศาตราจารย์จากสถาบันบริหารธุรกิจชูลิก แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ประเทศแคนาดา เปิดเผยผลการศึกษาการเป็นเจ้าของกิจการเอสเอ็มอีของผู้หญิง และอี-บิสิเนสในเอเชียแปซิฟิก พบว่า ผู้หญิงในเอเชียที่เป็นเจ้าของกิจการ SME จะนิยมขายสินค้าออนไลน์มากกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับชาวสหรัฐและแคนาดา

โดยผลสำรวจพบว่า สาวฮ่องกง ขายสินค้า 31% ซื้อ 24% , เกาหลี ขายสินค้า 31% ซื้อ 21%, สาวฟิลิปินส์ นิยมขายสินค้า 29% ซื้อสินค้าออนไลน์ 19% ญี่ปุ่นขายสินค้า 31% ซื้อ 19% เวียดนาม 15% ขาย 9% อินโดนีเซีย ขาย 4% เป็น 0% ส่วนหญิงจีน มีลักษณะพิเศษคือ มีสัดส่วนการซื้อและขาย 14% เท่ากัน

ด้านสหรัฐ ผู้หญิงซื้อออนไลน์ 66% แต่ขาย 37% , ชิลี ซื้อ 52% ขาย 25% , แคนาดา ช้อปออนไลน์ 47% ขายสินค้า 28% และออสเตรเลีย ซื้อ 38% ขาย 15%

ส่วนปัญหาหลักที่พบคือ ผู้หญิงส่วนใหญ่ในเกือบทุกประเทศ ยังขาดความรู้ที่จะใช้การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) แต่ค่อนข้างเก่งหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการทำ Online banking ยกเว้นเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน

นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีอุปสรรคการใช้ Internet หลายด้าน ทั้งทักษะด้านเทคนิคของแรงงาน ต้นทุน Hardware และ Software ต้นทุนอินเทอร์เน็ต ความกังวลด้านSecurity ความไม่แน่นอนผลตอบแทนจากการลงทุน ความสามารถขององค์กร และปัญหาด้านวัฒนธรรมทางธุรกิจ เช่น ชิลี

"เท่าที่ได้ยินมา หลายครั้งผู้หญิงจะไม่ต้องการเอ่ยชื่อการเป็นเจ้าของเวบไซต์ หรือกิจการ เหตุผลส่วนหนึ่งคือ หากชื่อเป็นผู้หญิง จะทำให้แฮคเกอร์ จ้องโจมตีเป็นหลัก เพราะคิดดว่าอ่อนเทคโนโลยี และถ้าบอกว่าเป็นเจ้าของกิจการ อาจทำให้ลูกค้าบางคนไม่เชื่อถือ" ดร.ไรน์กล่าว

ขณะที่ นางสาวชฎามาศ ธุวะเศษฐกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กล่าวว่า ในประเทศไทยไม่มีปัญหาช่องว่างระหว่างเพศหญิงและชาย ในการใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลล่าสุด พบว่ามีผู้ใช้คอมพิวเตอร์เพศชาย 7.080 ล้านราย และหญิง 7.370 ล้านราย

โดยหากนับตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2548 สัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพศหญิงจะสูงกว่าชาย คือ 3.678 ล้านราย ขณะที่ เพศชายมี 3.406 ล้านราย จากประมาณการจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 7 ล้านราย

ด้านนายเดวิด เชน ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค บริษัท มาสเตอร์การ์ด อินเตอร์แนชันแนล กล่าวว่า การทำเวบไซต์ e-commerce ให้สำเร็จ ต้องมีระบบชำระเงินที่ง่าย และขั้นตอนการซื้อขายไม่ยุ่งยาก

ปัจจุบัน มีระบบชำระเงินที่มีความปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นที่จะใช้บัตรเครดิตชำระเงินมากขึ้น เช่น โปรแกรม "วัน สมาร์ท ออเธนติเคชั่น" ซึ่งจะให้ผู้ใช้ป้อนรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน เพื่อใช้งานยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นคนๆ นั้นจริง และมีเครื่องอ่านบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเฉพาะ (สมาร์ทการ์ด รีดเดอร์) ให้ผู้ใช้เสียบการ์ดเข้าไปและป้อนรหัสผู้ใช้ เครื่องก็จะสร้างรหัสผ่านที่ใช้ครั้งเดียว (Dynamic Password) เพื่อให้ลูกค้าป้อนเข้าไปในระบบอีกครั้ง ซึ่งรหัสผ่านชั้นที่ 2 นี้จะไม่ซ้ำกันเลย เพิ่มความปลอดภัยที่จะถูกแฮครหัส

ทั้งนี้ ในยุโรปมีการนำเครื่องอ่านไปใช้แล้ว โดยธนาคารผู้อออกบัตรเครดิตจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายเครื่องอ่านที่ต้องซื้อเพิ่มเอง ทำให้การซื้อขายผ่านเวบเพิ่มขึ้น ส่วนของไทยนั้นคาดว่า 6-12 เดือนข้างหน้าอาจเห็นธนาคารพาณิชย์ในไทยออกบริการนี้เพิ่มเติม

ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

Christmas Promotion: Free Adwords $50 coupon.

เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดนะครับ แวะมาอัพเดทข่าวให้ก่อนเลยครับ สืบเนืองมาจากเรื่องของ google adwords ที่มีบางท่านสอบถามมาเกี่ยวกับเรื่อง [tag]adwords coupon[/tag] ว่า จะหาได้ที่ไหน ยังไง นั่นล่ะ ที่เป็น coupon free $50 สำหรับทำโฆษณาใน google adwords

ก็เลยเอามาแนะนำให้ครับ โดยสำหรับ coupon นี้จะเป็น [tag]free coupon[/tag] สำหรับท่านที่สนใจอยากลองทำ [tag]google adwords[/tag] ดู และจะต้องเป็นผู้ที่สมัครใหม่เท่านั้นนะครับ คนที่มีบัญชีของ google adwords แล้วไม่สามารถใช้งานได้นะครับ

ถือว่า งานนี้เป็นของขวัญวันคริสมาสจาก google ล่ะครับ

อ่อ สำหรับลิ้งค์นะครับ ให้ไปที่นี่ครับ สมัคร google adwords แล้วก็อย่าลืมกรอกรหัสบัตรเครดิตด้วยนะครับ เพราะเค้าให้กรอก

ส่วนเวลาที่ลงโฆษณาไปแล้วเนี่ย ถ้าหมด 50$ แล้ว จะทำต่อก็ทำครับ แต่ถ้าไม่ทำต่อ ก็หยุด แคมเปญ ซะก็จบเรื่องครับ

Tags :

Adwords project :Day 6, Find keywords.

เอาละครับ ห่างหายไปนานเนื่องมาจากภารกิจ งานที่เล่นเอาหนักหนาสาหัสเหมือนกันครับ เหอๆ (นั่ง up blog นี่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านเลยครับ) และช่วงที่ผ่านมาสามสี่วันหายไป ก็ไม่ได้ทำตัวของ adwords project ต่อเลยครับ เพิ่งมากลางวันนี้เองที่พอนั่งว่างๆ หลังจากตอนที่แล้ว ผมได้ลองหาๆ product ใน clickbank.com ไปแล้วนะครับ

ซึ่งก็พอได้มาอันนึงครับ ตามความคาดหมายคือ 1. เป็น product ที่มีคนสนใจเยอะ 2. ตัวของ product มีปริมาณของ refered น้อยกว่าตัวอื่นๆ และสุดท้าย 3. %earning อยู่ในระดับที่น่าพอใจครับ เลยตัดสินใจละ ว่าเอาตัวนี้แน่ๆครับ

จากนั้นเริ่มภารกิจ การค้นหาคีย์เวิร์ดครับ ซึ่งอันดับแรกเลย จากตอนที่แล้วว่าให้ลองหา keywords คร่าวๆ ไว้ก่อนนะครับ ตรงนี้ล่ะครับที่ผมค่อนข้างจะให้ความสำคัญทีเดียว เพราะว่า อะไร

เพราะว่า 1. ผมไม่เก่งภาษาเท่าไหร่นัก การที่จะให้ผมมานั่งคิดคีย์เวิร์ดต่างๆ คงยากเอาการครับ
2. เมื่อคิด [tag]keywords[/tag] ไม่ได้ แล้ว การเอา keywords มาต่อๆ กันแล้วเป็นคำใหม่ ยิ่งยากเข้าไปอีกครับ
3. การเอา keywords ที่คิดได้มาทดลองหาปริมาณการค้นหา และคู่แข่งเนี่ย ผมรู้สึกว่ามันหลายต่อครับ

ผมก็เลยคิดเอาใหม่ ผมสามารถที่จะทำทุกอย่างพร้อมกันได้ไหม กับตัวของ 3 ข้อข้างบน ถ้าทำแล้วผมจะได้ keywords สำหรับทำ [tag]adwords[/tag] มาแค่ไหน ??? ตรงนี้นั่งคิดอยู่เรื่อยๆครับ สุดท้ายนั่งฟังข่าวโรคฉี่หนู เลยคิดได้ Bingo!!!

อ่ะ เริ่มงงๆ กันสิครับว่า โรคฉี่หนู มันเกี่ยวกับการคิด keywords ได้อย่างไร ลองดูก่อนนะครับ การที่โรคมันเกิดการระบาดได้เนื่องมาจากไวรัส มีการแพร่กระจาย ใครก็รู้ จากที่เคยเรียนชีววิทยามาคุ้นๆ ว่าไวรัสจะใช้การแพร่กระจายแบบแตกตัวจาก 1=>2=>4..... ไปเรื่อย

ดังนั้นในตอนแรกเราได้ keywords คร่าวๆ มาแล้วใช่ไหมครับ เกี่ยวกับตัวของ product เนี่ย เอาก็เอาตัวนั้นเหมือนกับ ตัวไวรัสต้นแบบ (ยังกับในหนังเลยนะเนี่ย)

สมมุติ ครับว่า ผมทำ adwords กับ เว็บ download หนัง ดังนั้น อันดับแรกเลยคือ keywords = movies download นี่คือตัว keywords ต้นแบบนั่นเองครับ

ผมก็เอาไปใส่ [tag]keywords tool[/tag] ของ google adwords นั่นล่ะครับที่เป็นตัวฟรีๆ นั่นล่ะไม่ต้องไปหาที่ไหนครับ เอา keywords ใส่ไปก่อนเลยครับ ตัวนี้ จากนั้นก็เลือกตรง drop downlist ด้านข้างเป็น keyword popularity ครับ แล้วก็กด get more keywords เลย รอซักครู่ เลยครับ

ที่นี้รายการด้านล่างก็จะมี keywords มาอีกประมาณ 20 ตัว (เฉลี่ยเอานะครับ) ทีนี้ก็เลือกเลยครับ ดูเอาที่มี Advertiser Competition น้อยๆ Search Volume เยอะๆ เลยครับ แล้วกด add>> เอาไปเก็บไว้ก่อน

อ่า ที่นี้เริ่มต้นเท่ากับเราสร้าง keywords จาก 1 ไปเป็นประมาณ 5-6 ตัวแล้วใช่ไหมครับ จากนั้นเนี่ย เราก็เอาไอ้ตัวที่ 2 มาทำแบบเดิมอีก มันก็จะได้ keywords ที่ไม่เหมือนกัน มาอีกประมาณ 20 ตัว เราก็เลือก ตาม concept เลยครับ จากนั้น ก็วนๆ ไปเรื่อยๆ ครับ จะทำให้ เราสร้าง keywords list ปริมาณที่ค่อนข้าง มาก และมีตัวของ keywords ที่คัดมาแล้วเรียบร้อยครับ

concept นี้ผมเรียกว่า Keywords virus ดีกว่ามั้งเนี่ย ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องคิด keywords ไรมากครับ ไม่ต้องทำสองสามขั้นตอน แค่เอา keywords ที่ได้ มาทำ วน loop กันไปเรื่อยๆ อย่างน้อยๆ มันก็จะทำให้เราได้คีย์เวิร์ดเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองล่ะครับ

อีกอย่างนึง บางครั้งเนี่ย เราจะได้คีย์เวิร์ด ที่มีปริมาณคนที่ search น้อยก็จริงๆ แต่คู่แข่งน้อยมากๆ รวมทั้งเราสามารถที่ได้ปริมาณ keywords เยอะอีกด้วยครับ

คิดง่ายๆ คือ มี มีคีย์เวิร์ด 1 อันสร้างได้อีก 5 เอาไปสร้างได้อีกอย่างน้อยก็ ซัก 50 ก็ยังพอไหวครับ วันหลังคิดได้อีกอันนึงเอามาวน loop แบบนี้ใหม่ครับเชื่อว่าถ้ามีเวลาทำอย่างนี้ซักวันนึงเต็ม keywords ที่ได้น่าจะอย่างน้อยก็เกือบร้อยแล้วมั้งครับเนี่ย

แจ่ม ไหม จ๊ะ

Tags :

Adword Project: Day 5, product researh.

หายไปวันนึงเนื่องด้วยภาระหน้าที่การงานอันประดังประเดเข้ามา สนุกกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลังครับ ซึ่งอย่างวันนี้เนี่ย รู้สึกเหมือนควบ 3 ตำแหน่ง ตอนเช้าเนี่ย server มัน down เลยต้องนั่งคิดตัว Business Model ของเว็บไซต์ที่ทำงาน วางแผนรายได้ว่าจะมาอย่างไร ไปอย่างไร ซึ่งก็สนุกเอาการล่ะครับ

ตกบ่ายมา กลายเป็น programmer นั่งแก้ไข งานด่วน ให้เว็บอีกเว็บนึงซะงั้น กว่าจะเสร็จ มั่วอยู่นาน แต่ยังไม่จบ ดั๊นต้องรับหน้าที่ Graphic design นั่งทำ banner อีกสามตัว โอ้ว นี่มันสุดยอดขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ปวดกบาล

อ่า กลับมาต่อเรื่องของ [tag]Adwords[/tag] ครับ ซึ่งคงต้องควบเมื่อวานและวันนี้ เป็นวันที่ 5 แล้วกัน เนื่องจากเวลาทำมีแค่วันละนิดนึงเท่านั้นเองครับ แต่ประเด็นต่อมาที่ผมกลับมาคิดต่อจาก Adwords project : Day 3-4 ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้นหา และเก็บข้อมูลครับ มาวันนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในกลุ่มของการค้นหาข้อมูลครับ

ต้องไปค้นอะไรอีกล่ะ ???

หลายท่านคงสงสัย ว่าจะค้นอะไรนักหนา ข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นมากครับ ในการที่จะลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ดังนั้น เราจึงต้องคิดให้มาก คิดให้รอบ แล้วค่อยทำ อย่าคิดเพียงแว๊บ แล้วทำครับ เพราะมันไม่ค่อยดี และโอกาสที่จะสำเร็จมันน้อย

การเก็บข้อมูลในวันที่ 5 ก็จะต่อจากวันที่ 4 ครับ คือ ค้นหา product ที่น่าสนใจ วิธีการเลือกของผมก็ไม่ยากครับ

1. เลือก product ที่พอรู้อยู่บ้าง

2. เลือก product ที่มีแนวโน้มทำตลาดได้

3. เลือก product ที่มีคู่แข่งน้อย

4. เลือก product ที่มีคนต้องการเยอะ

สาม สี่ ข้อหลักๆ ที่ดูเหมือนจะสร้าง ความปวดหัวกันมึนตึ๊บๆแล้วครับ แต่พอเอาเข้าใจจริงๆ ถ้าวาง step ได้ก็จะไม่ยุ่งครับ คือผมจะเป็นหน้าต่าง Webbrowser ไว้ทั้งหมด สามอันหลักๆ ครับ คือ หน้าหนึ่งเป็นของ Clickbank.com ครับ หน้าต่างนึงเปิด google และอีกหน้าหนึ่งเป็นหน้าสำหรับดูคีย์เวิร์ด คือ Google keyword tool ครับ

ที่นี้ step การทำงานก็คือ เปิดหน้าต่างของ clickbank ครับ แล้วจากนั้นเนี่ยเลือกหาข้อมูลของสินค้าที่เรารู้จักก่อนเลยครับ โดยเฉพาะในหมวดที่เรารู้จักครับ ย้ำเน้นว่าเอาที่เรารู้จักก่อน จากนั้นลองดูเลือกสินค้าที่มี Gravity สูงๆ ครับ แล้วก็ referer ต่ำๆ ครับ จากนั้นค่อยกวาดมาดูในส่วนของ earning ครับว่า ส่วนใหญ่เฉลี่ยแล้วเค้าได้เงินกันเท่าไหร่มั่ง 

หลังจากนั้นก็เริ่มคลิกดู ตรงลิ้งค์ของหน้าเว็บสินค้านั้นๆครับ ว่าดูแล้วหน้าตาหน้าเว็บมันสวยงามแค่ไหน มีการรับรอง หรือรับประกันอะไรหรือไม่ คร่าวๆ ก่อนนะครับ จากนั้น หากดูแล้วว่า เราน่าจะพอทำได้ ก็เอา product มาค้นหาดูเลยครับ เช่น มันขาย เกมส์ ก็เอาคีย์เวิร์ดมาค้นหาครับ อย่าไปคิดไรมาก เอาคีย์เวิร์ด ง่ายๆ เช่น ชื่อสินค้า น่ะครับ มาค้นใน google

จากนั้นในหน้าต่าง result เนี่ย ก็ดูว่า ads มันเยอะหรือไม่ครับ แต่อย่าลืมเติม &gl=us สำหรับดูโฆษณาของ USA หรือ &gl=uk สำหรับดูโฆษณาของอังกฤษ ด้วยนะครับ ไม่งั้นเนี่ยเด๋วจะผิดไป ซึ่งให้ลองดูก่อนว่า Ads ด้านข้างนั้น มีเยอะหรือเปล่าครับ ถ้ามันมีเยอะมากๆ เนี่ย ก็ไม่ควรเล่นครับ จดไว้คร่าวๆ ก่อนก็ได้ครับกันลืม เผื่อว่าโอกาศหน้าจะเอามาลองเล่นดูใหม่

จากนั้น ก็คิดเอาคีย์เวิร์ดคร่าวๆ หลักๆ ซักสี่ห้าชุด มาค้นหาใน [tag]google keyword tool[/tag] ครับ ในตรงหัวข้อChoose data to display ให้เลือกเป็น [tag]keyword[/tag] popular ครับ ซึ่งใน result เนี่ยมันจะแสดงปริมาณการค้นหา และ อัตราของคู่แข่ง เป็นกราฟ มาให้ดูครับ ซึ่งนั่นก็เป็น guide line ให้คร่าวๆ ได้ครับ

ต่อมาก็เลือกครับ มันจะมีปุ่ม add หลัง keyword แต่ละตัว ก็คลิก add ครับ ระบบของ google มันจะเก็บไว้ให้ครับในช่องด้านขวามือครับ ซึ่งผรกตินั้นผมจะเลือกคร่าวๆ เอาที่มันมีคู่แข่งน้อยๆ แต่คนหาเยอะๆ ไว้ก่อน  จากนั้น ใต้กล่องข้อความด้านขวา จะมีปุ่ม Download these keywords สำหรับดาวน์โหลดคีย์เวิร์ดที่เลือกเอามาเก็บไว้ก่อนครับ

ซึ่งจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เป็นชุดนะครับ ให้มันง่ายๆ หาง่ายหน่อยก็ดีครับ ซึ่งข้อมูลส่วนนี้เนี่ย ถือเป็นหลักการหาข้อมูลคร่าวๆ นะครับ และจะทำวนๆ กันไปทุกๆ product ที่เราสนใจครับ

เห้อ เหนื่อย server ของ office ดาวน์อีกล่ะ เซ็งงงง จริงๆนะครับเนี่ย เอาเป็นว่าวันนี้เท่านี้ก่อนล่ะครับ ไปแล้วครับ

Tags :

Adwords Project: Day 2-3, Research and Research.

เมื่อวาน นึกว่าจะว่าง ดันไม่ว่างซะอย่างงั้นครับ เลยไม่ได้ทำอะไรมาก และไม่ได้ทำตัวของ [tag]Adwords[/tag] project ต่อครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ในวันที่สองนั้น แรกเริ่มเดิมทีคงจะคิดว่า น่าจะเลือกสินค้าทำได้แล้ว แต่นั่นกลับไม่ง่ายเลยครับ เพราะพอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่รู้จะขาย หรืออะไรดี อีกทั้งตัวของการทำโฆษณา ก็ยังไม่ได้คิดเลย

ดังนั้น คงต้องทำการศึกษากันยกใหญ่ครับ

คำถามแรกในหัวเลย จะขายอะไร??? ซึ่งดูแล้วถือเป็นคำถามที่ยากและมีสิ่งที่จะต้องคิดให้รอบด้านครับ โดยสิ่งที่ผมคิดไว้มีอยู่หลายๆส่วนด้วย ว่าสิ่งที่ขายนั้นจะเป็นอะไรดี

หลักจากที่ดูแล้ว สินค้า ทั้งใน [tag]cj.com[/tag] และ [tag]clickbank.com[/tag] นั้นจะมีหลากหลายมาก และบางอย่างไม่จำเป็นต้องขาย แค่นำเค้ามาสมัครกรอกๆ ก็ได้เงินแล้ว

แต่... ในกลุ่มของ pay per lead นั้นหากคิดว่าจะได้เงินง่ายๆ คงไม่ใช่ แน่นอนว่าคนที่คิดทำอย่างเราๆ คงจะมีเยอะ จากที่ลองทดสอบดู ไม่ว่าจะเป็นการนำคนมาสมัครเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา จะมีคู่แข่งเยอะมาก เพราะในเมื่อเราคิดได้ คงคิดอย่างเราคงจะมีอีกมากมายบนโลกใบนี้ครับ

ดังนั้น เมื่อหากเราจะเลือกตัวของ pay per lead นั้นจะต้องคิดดีๆ ครับ ว่า ตัวของเว็บนั้นๆ น่าสนใจมากแค่ไหน มีจุดเด่นมากเท่าไหร่ จากนั้น ก็จดบันทึกเก็บข้อมูลไว้ก่อน อย่าเพิ่งตัดสินใจครับ

หันกลับมาดูสินค้าต่างๆ ที่จะได้ [tag]commission[/tag] จากการขายบ้าง แน่นอน รูปแบบของสินค้า ก็จะถูกแบ่งออกไป อีกครับ เช่น สินค้าที่เป็นชิ้น หรือเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เช่น บ้าน รถ เครื่องคอมพิวเตอร์ สินค้าที่สัมผัสได้ แต่จับต้องไม่ได้ ก็น่าจะเป็นในกลุ่มของ travel เป็นต้น หรือสุดท้าย สินค้าในกลุ่มที่จับต้องไม่ได้เลย เช่น software ต่างๆ

ดังนั้น ลองมาดูจุดดีของสินค้าแต่ละกลุ่มคร่าวๆ กันครับ

1. ในกลุ่มที่จับต้องได้ จะมีจุดดีคือ คนซื้อจะรู้สึกจับต้องได้ ได้ของเป็นชิ้นไม่เลื่อนลอย แต่จุดเสียคือ จะต้องมีการ shipping หรือจัดส่ง หรือ ผู้ซื้อมักจะต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆ ต้องการการไปดูสินค้าเช่น บ้าน หรือรถ ที่คงจะไม่แค่ดูภาพสินค้าอย่างเดียวแน่ๆ การจะนำสินค้าในกลุ่มนี้ไปขาย จึงควรเน้นที่เป็น local มากๆ เช่น รถใน รัฐฟลอริด้า ก็ต้องในฟลอริด้าอย่างเดียว หรือ ภายในประเทศ เป็นต้น ทำให้กลุ่มของผู้ซื้อ เล็กมากๆ ดังนั้น จึงต้องเลือกตลาดที่มีกำลังซื้อเยอะครับ และจะเป็นแนวทางในการลงโฆษณาด้วยนะครับ อย่าลืมจำไว้นะครับ

หรืออาจจะเป็นของชิ้นเล็กลงมาหน่อย เช่น พวกเสื้อผ้า หรือ อุปกรณ์แต่งรถ หรืออุปกรณ์อื่นๆ จุดนี้จะได้เปรียบตรงที่ว่า สามารถที่จะสั่งได้เยอะ แถมยังค่าจัดส่งน้อย ราคาไม่แพง คนกล้าที่จะซื้อ แต่ปัญหาคือ ค่าตอบแทนที่เราจะได้ ก็จะน้อยลงไป กว่าแบบแรกครับ เพราะสินค้ามีราคาไม่แพง ดังนั้น หากคิดๆ ไปแล้ว เนี่ย ถือว่า จะเป็นในลักษณะที่ กินน้อยๆ แต่กินนานๆ ครับ

2. กลุ่มที่จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้จะตั้งชื่อกลุ่มยังไงดีน่ะครับ เพราะซื้อมาแล้วเนี่ย มันไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่คนซื้อ ยินดีที่จะซื้อเพื่อความพึงพอใจที่สัมผัสได้น่ะครับ เช่นพวก packet ท่องเที่ยว สมาชิกฟิตเนส หรืออย่างพวกประกันภัย ก็ขอจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยนะครับ ดังนั้นเนี่ยปัญหาของกลุ่มนี้คงจะคล้ายๆ กับขั้นแรกในบางส่วนครับเช่น สมาชิกฟิตเนส ก็จะต้องเลือก local หน่อยครับ ส่วนพวก packet ท่องเที่ยวเนี่ยก็จะไม่ใช่ local เสียแล้วมันสามารถที่จะ world wide ได้ครับ

จุดดีของสินค้าในกลุ่มนี้คือ จะเป็นกลุ่มของคนที่มีกำลังซื้ออย่างแน่นอน เพราะว่าถ้าไม่มีกำลังซื้อคงไม่ว่างไปเที่ยว หรือไปนั่งเล่น fitness แน่ๆครับ ดังนั้นการขายน่าจะทำได้ดี และหลายตัวมีราคาสูง อีกทั้งไม่จำเป็นที่จะต้องจัดส่งอะไรมากนัก

แต่ข้อเสียนี่คือ กลุ่มคนที่จะซื้อน้อยลงไปครับ เพราะจำกัดด้วยกำลังซื้อนั่นเอง และคุณภาพความน่าเชื่อถือของสินค้านั่นเองครับ เพราะคนในกลุ่มที่จะซื้อน่าจะมีการคิดหน้าคิดหลังมากหน่อย ต้องการสินค้าที่คุณภาพ และราคาที่คุ้มกัน นั่นเอง

3. สินค้าในกลุ่มที่จับต้องไม่ได้เลย เช่น software ต่างๆ หรือ hosting หรือพวก domain name อะไรพวกนี้ครับ มันจับต้องไม่ได้เลย เสียไปลอยๆ แล้วก็ได้อะไรมาก็ไม่รู้

สินค้าในกลุ่มนี้มีจุดดีคือไม่เสียค่าจัดส่ง ขายที่ไหนก็ได้ และ world wide มากๆ ครับ แต่ข้อเสียของมันก็เยอะ เพราะด้วยความที่มันส่งไปไหนก็ได้ หรือเอาไปแจกใครก็ได้ อย่างเช่นที่เราเห็นๆ กันคือปัญหาของ software เถื่อนนั่นล่ะครับ รู้ๆ กันอยู่ ทำให้ต้องคิดหน้าคิดหลังมากหน่อย ว่าจะขายที่ไหนดี

ต่อมาคือ เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้จะคล้ายๆกับใน ข้อ 2. บางส่วนครับ นั่นคือไม่จำเป็นต้องจัดส่งสินค้า ไม่เสียค่าจัดส่ง ดังนั้นพวกนี้จะให้ ผลตอบแทน สูงมากๆ ดังนั้นอัตราการแข่งขันสูงมากๆครับ แทบจะฆ่ากันตาย

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือน red ocean จากหนังสือ Blue ocean strategy อะไรนั่นล่ะมั้งครับ ผมยังไม่ได้อ่านนะครับ แค่ฟังๆ จำคำเขามา ใครมีจะส่งมาให้อ่านบ้างก็ได้ครับ ดูแล้วเป็นแนวคิด การวางแผนที่น่าสนใจดี เพราะปรกติที่ผมทำๆอยู่ก็แค่ SWOT analysis ธรรมดาเลยครับ ซึ่งทีแรกผมก็ไม่รู้หรอกไอ้ที่ผมคิดๆ เนี่ยมันคือ SWOT analysis ผมแค่คิดตามแนวคิดใน สามก๊ก นั่นล่ะครับ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

กลับมาเข้าเรื่องต่อครับ ดังนั้นในวันที่สองของการทำ project นี้นั้น ผมนั่งคิดและค้นหาสินค้าที่น่าจะขายได้ครับแต่ก็ยังงงๆ และมองๆ ผ่านๆ กวาดๆ ไว้คร่าวๆ ก่อนว่า จะมีอะไรบ้าง แต่ยังไม่ลงในรายละเอียดครับ เพราะว่า คงต้องเก็บข้อมูลไว้ก่อน

จากนั้น ในวันที่ สาม คือ วันนี้ล่ะครับ ก็นั่งๆ ดู นั่งๆ คิดๆ อ่า แล้วจะไปขายที่ไหน ดี เพราะถ้าเราเลือกสินค้าที่เป็น local ก็คงจะต้องเลือกประเทศด้วย แต่แน่นอนว่า การขายสินค้าหลักๆ นั้นจะตัดผ่านบัตรเครดิต จึงต้องมานั่งคิดต่อว่า ประเทศไหน ใช้เยอะ แน่นอนครับ ว่า คงไม่พ้นประเทศอย่าง USA แต่นั่นคงจะมีคู่แข่งกันเยอะมากๆ รองลงไปที่ไหนล่ะ ???

นั่นเองทำให้ต้องไปนั่งหาข้อมูลทาง สถิติ อ่านเพิ่มอีกนั่นล่ะครับ หลักๆ ที่หาๆ ใน google ก็ไปเจอเว็บ www.forrester.com กับ http://www.ecommerce-guide.com/ นี่ล่ะครับ ลองไปนั่งๆ อ่านๆ ดู ก็ยังงงๆ ว่านี่จะต้องมานั่งดูขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็นะ แนะนำให้อ่านเว็บหลังครับ ค่อนข้างจะมีข้อมูลเยอะทีเดียวครับ อ่านกันไม่ไหว แถมยังงงๆ อีกด้วยครับ ส่วนเว็บแรกเนี่ย มันเป็นเว็บขายข้อมูลเหมือนของ comscore ล่ะครับ ซึ่งถ้าอ่านเอาคร่าวๆ (คร่าว มากๆ ครับ) พอได้อยู่

ดังนั้น จึงต้องมานั่งหาตลาดใหม่ครับ เพราะ usa ใครๆ ก็มุ่งเป้าไปแข่งขันกับหัวโต มุ่งไปขุดเงินขุดทองกัน แล้วก็แข่งกันบ้าเลือดล่ะครับ ปัจจัยหลักๆ ที่ผมจะเลือกนะครับ

1. มีอัตราการใช้บัตรเครดิตสูง เมื่อคิดเป็น % นะครับ

2. มีอัตราการใช้บริการ online shopping สูง

ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเนี่ย ผมเพิ่งอ่านข่าวในบ้านเราเนี่ยล่ะครับที่แปลข้อมูลมาจาก comscore นั่นละครับ คือ ประเทศอังกฤษ เนี่ยเป็นประเทศที่มีการซื้อสินค้าออนไลน์ สูงมากๆ รองลงมาก็ เยอรมัน แต่ไม่แน่ใจว่า ทำไม usa ถึงไม่อยู่ที่หนึ่งนะครับ แต่บางครั้งต้องดูเรื่อง ภาษาด้วยนะครับ เพราะอย่างผมเนี่ย ภาษาอังกฤษ ยังไม่กระดิกหู เท่าไหร่ จะให้ไปทำความรู้จักกับภาษาเยอรมันเนี่ย คงไม่ไหวละครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ใครที่จะหันไปขุดเงินกันใน usa อย่างเดียวเนี่ย คงต้องพิจารณากันใหม่แล้วนะครับ

เห้อ เหนื่อย วันนี้ขอ เก็บข้อมูลเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อดีกว่าครับ เห้อ เหนื่อยๆ

Tags :

Adwords Project: Day 1, Start all account.

ต่อจากเมื่อวานกันเลยนะครับ ซึ่งหลังจากที่เราไปสมัครเจ้า กสิกร [tag]e-webcard[/tag] แล้วนะครับ เราก็จะได้ account มานะครับ ซึ่งการขอเปิด service ในส่วนของทั้ง [tag]e-banking[/tag] และ e-webcard ก็จะต้องไปยื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ที่ธนาคารกสิกรนะครับ สาขาไหนก็ได้ แจ้งความจำนงว่า จะขอเปิดใช้บริการในสองส่วนข้างต้น จากนั้นก็รอตอบกลับมาจากที่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาการดำเนินการก็ตั้งแต่ 1-7 วันนะครับ

จากนั้น สิ่งต่อมาที่ผมต้องทำก็คือ สมัครเจ้า [tag]Adwords[/tag] โดยใช้ตัวของ [tag]Adwords coupon[/tag] มาเสียก่อนนะครับ แต่อ่ะ ผมจำได้ว่า เคยอ่านในเว็บมาว่า มีวิธีการเพิ่มมูลค่าของตัว coupon จากเดิม 50$ เป็น 105$ ครับ ซึ่งก็ลองกลับไปยังเว็บบอร์ดที่เล่นประจำครับ นั่นคือ http://www.seo.in.th/ และงานนี้ก็ไม่ผิดหวังครับ ผมพบกระทู้ชี้ทางสว่างครับ ของคุณ iamnewbie ใน forum Adwords ครับ ลองดาวน์โหลดคู่มือ มาลองทำตามดูครับ สุดท้าย โอ้วพระเจ้าจ๊อด มันได้มาแล้วครับ 105$ อิอิ

อ่า ก็จบไป 1 ขั้นครับ ต่อไปคือการไปไล่สมัครเว็บไซต์ในกลุ่มของ [tag]Affiliate[/tag] ต่างๆ ครับ ซึ่งจากคำแนะนำของคุณเผ่า คือ สองเว็บหลัก Cj.com และ clickbank.com ครับ

สำหรับทั้งสองเว็บนี้ ในความคิดเห็นของผมคือ [tag]Cj.com[/tag] เป็นอะไรที่ดูดีมากๆ มีอะไรให้อ่านมีรายละเอียดเยอะพอสมควรทีเดียวครับ ในขณะที่ [tag]clickbank.com[/tag] นั้น ดูจะคล้ายๆ เว็บที่มีแต่ตัวหนังสือและตัวหนังสือ เท่านั้น ดูแล้วอาจจะไม่น่าสนใจครับ เพียงแต่จากที่ดูแนวโน้มแล้วว่า การขายสินค้าของ cj นั้นท่าทางจะฝืดๆ เพราะอันดับแรก มันค่อนข้างจะมีรายละเอียดของการรับจ่ายเงินค่อนข้างมาก (จากความคิดเห็นในบอร์ด seo อีกเช่นกัน) หลังๆ มีแนวโน้มของการชักยอดเงินกลับสูงมากๆ

ทำให้ผมต้องหันไปสมัคร clickbank.com เพิ่มครับ (ก่อนหน้านี้ได้ลองสมัคร cj.com ไปแล้ว) ซึ่งหลังจากที่สมัครและลองดูๆ ระบบของมันที่ดูง่ายๆ แต่มันก็ยังทำให้ผมงง กับคัพท์บางตัวครับ ต้องไปนั่งหาอ่านในเว็บมันนั่นล่ะครับ อ่านและแปล ให้เข้าใจก่อน ส่วนในระบบของ cj.com เนี่ย มองๆ ก็พอเข้าใจแล้วครับ

  1. $Earned/Sale: รายได้เฉลี่ยจากการขายของผู้ที่เอาสินค้านี้ไปขาย
  2. %Earned/Sale: %เฉลี่ยของการขายจากตัวของราคาสินค้า (มั้ง).
  3. %Referred: ประมาณว่าเป็น % ของจำนวนคนที่เอาไปขายครับ.
  4. Gravity: อันนี้เนี่ยก็ยังงงๆ ครับ ประมาณว่า เป็นปริมาณความน่าสนใจของสินค้า

ในขณะที่ของ Cj.com นั้นจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายกว่าครับ คือ ให้กี่ % จากการขายหรือการชักชวนคนมาสมัคร (lead) มีแสดงกราฟแสดงอัตรารายได้ของคนที่เอาสินค้าไปขายในช่วง 7 วันและ 3 เดือน ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าทีเดียวล่ะครับ

ดังนั้น ในขั้นที่สองนี้ ก็ถือว่าเป็นการสมัครสิ่งต่างๆไว้ให้พร้อมครับ เพื่อที่จะทำต่อในขั้นต่อไปครับ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นที่เริ่มยากและโคตรยากครับ นั่นคือการหาข้อมูลของสินค้าที่จะนำไปขาย หรือ การเลือกสินค้าที่จะทำตลาด ดังนั้นในขั้นต่อไปคือ การศึกษาตลาดและแนวโน้มตลาดนั่นล่ะครับ

ซึ่งโชคดีมากๆ เพราะว่า พรุ่งนี้ที่ office ทีม network ใน office จะย้าย server ขนานใหญ่ นั่นหมายความว่า พรุ่งนี้ คงจะว่างทั้งวันล่ะครับ อิอิ (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ) วันนี้ ก็เลยขอมองแนวโน้มตลาดคร่าวๆ ก่อน และหารายละเอียดในขั้นที่ต่อไปเลยครับ งานนี้ลุยแหลก!!!

สรุปยอด : จากเมื่อวานนี้นะครับ ที่เหลือประมาณ 44$ ก็ได้เพิ่มอีก 55$ นะครับ กลายเป็น 99$ ครับ มูลค่าเพิ่มชั่วข้ามคืน กว่า 50% แล้วครับ เลขสวยดีจริงๆ

Tags :

Adwords Project: Day 0, Get ready.

วันนี้ ช่วงสิ้นเดือนฤกษ์ งามยามดี (รึเปล่าเนี่ย ต้องถามคุณ F พ่อหมอแห่ง บอร์ด SEO ไหมเนี่ย) เลยเริ่มต้น project ใหม่ที่ตั้งไว้นะครับ ซึ่งคิดไว้นานแล้วนะครับ เพียงแต่ยังหาอะไร เริ่มต้นไม่ได้ซักทีนะครับ

สำหรับ Project นี้ขอใช้ชื่อว่า [tag]Adwords project[/tag]. ซึ่งตัวของ concept ก็ไม่มีอะไรมากครับ แนวเดียวกับ [tag]Google[/tag] rich ของคุณเผ่านั่นล่ะครับ ในงาน Thailand e-commerce forum ก็ได้บอกไปแล้วน่ะครับ ว่าผมจะทำ google rich จริงๆจังๆ แล้วนะ

เอาละครับ กลับมามาใน Project นะครับ สำหรับตอนนี้คือเตรียมตัวแล้ว แต่เราต้องเตรียมอะไรบ้างนั้น ก็เอาละครับ

1. [tag]Adwords coupon[/tag] จากงาน Thailand e-commerce forum มูลค่า 50$ ครับ

2. e webcard ของกสิกรไทยครับ

โดยในงานครั้งนั้น ช่วงบ่ายหลังจากที่ได้ adwords coupon มาแล้วนะครับ ผมก็เริ่มนั่งว่างๆ เฝ้าบูทเป็นระยะๆ สลับกับพูดคุยกับคุณเผ่า คุณปุ๊ก SEO พ่อลูกอ่อน แห่ง Boxchart.com ครับ โดยในวันนั้น ผมยังจำได้ครับว่า ผมบอกไว้ว่า

"สำหรับ coupon 50$ ใบนี้ ผมจะเอามาทำ [tag]google rich[/tag] ของคุณเผ่า ให้ได้กำไรเป็น server 1 ตัวและสุดท้าย ผมจะเอา server ที่ได้มาเปิด Host แข่งกับ คุณปุ๊ก"

ซึ่งนี่เหมือนกับการวางเป้าหมายไว้ กลายๆ ครับ คือ

1. ใช้ adwords coupon เพิ่มเป็นเงิน มูลค่า 40000 บาท

2. นำไปจัดซื้อ server มาทำ host 1 ตัว (หลังจากนั้น ค่อยคิด project ใหม่แล้วกันครับ คิดไกลมากไม่ดี)

ดูเหมือนว่ามันจะเลื่อนลอยยังไงไม่รู้ครับ นอกจากนี้ยังดูยากเสียด้วยละครับ ผมเองก็มองแล้ว่า เราจะต้องปูทางให้ดีก่อนล่ะครับ โดยเราจะต้องมาศึกษาปัญหา ก่อนครับว่า เรามีดีอะไรบ้าง มีข้อเสียอะไรบ้าง และแนวทางจะเป็นไปได้แค่ไหน

อันดับแรก ปัญหาสำหรับผมก่อนเลยครับ นั่นคือ บัตรเครดิต ที่ยังไม่มี , ปัญหาในเรื่องภาษาของผมนั่นเองครับ เพราะไม่เก่งเท่าไหร่นัก สุดท้าย ผมยังไม่ได้หาข้อมูลว่า จะขายอะไร

ต่อมา สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อผมคือ e-webcard ของกสิกรสมัครง่าย , แม้ว่าผมไม่เก่งภาษา แต่มั่นใจในความบ้าคลั่งของตัวเอง (น่าจะพอมั่วได้มั่งล่ะน่า) ซึ่งตรงนี้จะส่งผลดีต่อการศึกษาข้อมูลต่างๆ ค้นหา product ที่น่าสนใจมาขายได้ และสุดท้าย ผมมีเวลาอยู่กับโลกอินเตอร์เน็ตใบนี้ มากกว่าวันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ซึ่งดูแล้ว ทั้งสองอย่างน่าจะพอสร้างความสมดุลและขจัดปัญหาไปได้บางส่วนครับ แม้ว่าจะดูไม่ สมดุลเท่าไหร่นักนะครับ (ไอ้ตรงภาษาเนี่ยล่ะจะตายเอา) มองแนวโน้มแล้วก็ 50 - 50 นะครับ

"การทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราทำแล้วไม่ได้กำไร แต่ไม่ขาดทุน นั่นคือเราประสบความสำเร็จแล้ว"
คำพูดของพี่ฤทธิ์ CEO ของบริษัท เคยพูดไว้ในที่ประชุม แม้ว่าตอนนี้พี่เค้าจะไม่ได้อยู่แล้วน่ะครับ แต่ผมยังจำได้ (เอาดิ เออ)

ดังนั้น จุดนี้ ผมเลยเริ่มต้น ด้วย การเดินทางไป ธนาคารกสิกรไทย เพื่อขอเปิดบัญชีใหม่ และขอ e web card นะครับ ซึ่งก็เสียเงินไป 300 บาท กับค่าบัตรเดบิท ของธนาคารกสิกรครับ ซึ่งหลังจากที่ได้มาก็ งงๆ ว่าเอามาทำไมเนี่ย สงสัย ก่อนกลับมาประชุมตอนบ่ายด้วยความงงๆ ล่ะครับ

สรุป Adwords project: Day O. ยังมีกำไรอยู่ครับ คือ 50$ - 300บาท ก็จะเหลือมูลค่าของยอดเงินทุนที่มี 44$ โดยประมาณนะครับ ส่วนมันจะเพิ่มจะลด ยังไง ก็มาตามกันต่อครับ รับรองว่า งานนี้ มันส์อีกแล้วจะได้จะเสียไม่สนครับ ประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ติดตามดูกันไปครับ กับการจับเสือมือเปล่า ตามรอยคุณเผ่า แห่ง GoogleRich แบบลูกทุ่ง อย่างผมเนี่ย งานนี้เอามันส์เป็นหลักครับ อิอิ

Tags :