August 2008

Thai Police seize some server at CAT-IDC.

Edit note: เพิ่มลิ้งค์ข่าว`

  • "เชือดเพลงชาละวัน เนื้อร้องหยาบ" จากไทยรัฐ (ลิ้งค์ข่าว)
  • ปดส.จับมือดีโพส “หมอ..รุงรัง” ว่อนลามกทั่วเน็ต จากผู้จัดการ มีภาพแถลงข่าวด้วย (ลิ้งค์ข่าว)

แวะมารายงานข่าวนะครับ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาทางปดส. บุกขึ้นโอเทโร่ และ CAT-IDC ครับ เพื่อขอค้น,เก็บหลักฐาน และยึดเครื่อง server บางเครื่อง (ตอนนี้ มี 2เครื่อง ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มอีกรึเปล่า)ครับ

ส่วนสาเหตุ และข้อหาก็เป็นที่ทราบกันดีครับคือ กรณีทราบกันดีครับ คือ เรื่องของ "เพลงชาละวัน" นั่นล่ะครับ สำหรับการตรวจค้นและยึดในครั้งนี้ จะมีสองกลุ่มหลักๆครับคือ

  • เว็บฝากไฟล์ ที่มีสื่อเหล่านี้
  • เว็บที่มีการเผนแพร่ (แปะลิ้งค์) เพลงดังกล่าวครับ

ซึ่งประเด็นนั้น น่าสนใจในประเด็นหลังนี่ล่ะครับ คือเว็บในไทยมีเผยแพร่กันเป็นร้อยๆครับ นับหัวจับกันได้เลยใน ทรูฮิต เว็บต้นๆ มีกันหมดล่ะครับ ดังนั้น ก็ต้องจับตามองกันครับ และคิดกันว่า อืมม ในกรณีอย่างนี้จะทำอย่างไรดี

ต่อมาครับ ตามด้วยข่าวนี้

ปดส.-ไอซีที จับนร.หญิงม.ต้น ฝากไฟล์เพลงลามกผ่านเวปไซต์ (17:46 น.)

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปดส. พ.ต.ท.ปัญญา ชะเอมเทศ สว.ฝป.10 บก.ปดส. และนายสุรชัย นิลแสง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ตรวจสอบ และวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สวย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ได้ที่บ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจยึดเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จำนวน 2 เครื่อง ของผู้ให้บริการเว็บไซต์ ซึ่งเช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาตรวจสอบ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนเป็นจำนวนมากว่าในกลุ่มเด็ก นักเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมหลายสถาบันการศึกษานิยมเผยแพร่เพลงลามก ที่ชื่อ “...รุงรัง” โดยมีดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์สร้างความเสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมอันดีงามในหมู่ เยาวชนจึงมีการประสานตำรวจปดส.สืบสวนจับกุม

ต่อมา พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.ฝป.10 บก.ปดส. พ.ต.ท.ปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ไอซีทีตรวจสอบข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตพบว่า เพลงดังกล่าวได้มีผู้นำไปเปิดบริการให้ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งให้บริการรับฝากไฟล์ต่างๆเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจยึดเครื่องเซิฟเวอร์ ที่ผู้ให้บริการเวบไซต์ดังกล่าวเช่าไว้กับบริษัทของบริษัท กสท. เพื่อสืบสวนขยายผลไปให้ถึงผู้ที่เข้ามาฝากไฟล์เพลงลามกดังกล่าวกระทั่งพบว่า มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหา จึงเข้าทำการตรวจค้นหาและจับกุม

เบื้องต้นจากการสอบสวน น.ส.สวย ให้การับสารภาพว่า ได้เพลงนี้มาจากเพื่อน และได้นำเข้าไปฝากไว้ในเว็บไซต์ แต่ที่ทำลงไปก็เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังการสอบสวน จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากเว็บไซต์ที่รับฝากไฟล์ดังกล่าวแล้วเจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบเว็บไซต์ ที่ให้บริการรับฝากไฟล์อย่างน้อยอีก 3 แห่งที่มีการนำเพลงลามกเพลงนี้เข้าสู่ระบบซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลจับกุม มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ดีทาง บก.ปดส. และกระทรวงไอซีทีฝากเตือนผู้ประกอบกิจการทางอินเตอร์เน็ตให้ตรวจสอบเว็บไซต์ ที่อยู่ในความดูแลด้วยเพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่เพลงลามก นอกจากนี้จะได้ประสานกับทางสถานศึกษา และผู้ปกครองให้กวดเด็ก และเยาวชนไม่ให้เข้าไปโพส หรือฝากไฟล์เพลง หรือข้อมูลอื่นๆที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย

ที่มาจากข่าวต้นชั่วโมงกรุงเทพธุรกิจ

ก็ถือเป็นรอบสองมั้งครับ ในปีนี้ ที่ทางปดส. เข้าจับกุมและยึดเครื่องที่ CAT-IDC ไม่รู้ว่าต่อไป เครื่องใครจะโดนครับ เพราะได้ยินแว่วมาจากแหล่งข่าวว่า ในช่วงเดือนนี้ (สค.) จะมีการเข้าจับกุมกันอีก ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่า จะในกรณีไหนบ้าง

เห้อ วัฒนธรรมอันดีครับ

SEO and Thailand culture.

สำหรับเรื่องของการทำSEO ผมเองยังได้รับคำสอบถามรวมทั้งได้รับความคิดเห็นบางอย่างที่ผิดพลาดไปครับ ส่วนหนึ่งมันน่าสนใจนะครับ

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ได้พูดคุยทางอิเมล์กับบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งไม่ขอเอ่ยนามแล้วกัน ซึ่งท่านนั้นเชื่อ และคิดว่า

"การทำ SEO เป็นเรื่องของการโกงเสิร์ชเอ็นจิ้น"

ประเด็นนี้น่าสนใจครับ ซึ่งผมเองก็ได้อธิบายไปบ้าง ก็พอให้บรรเทาความเข้าใจผิดอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนยังติดใจในบางประเด็น ซึ่งผมเองก็คิดว่า ในกรณีนี้ ควรจะเอามาเขียนเพราะเชื่อว่า มันมีคนที่เข้าใจผิดๆ อีกเยอะ

จริงๆแล้วการทำ SEO นั้นไม่ใช่เรื่องโกง แต่อย่างใดครับ หากแต่ในบ้านเราจะพบเห็นคนทำ Blackhat SEO ได้มากกว่า และง่ายกว่าพวก Whitehat SEO ครับ (อย่าถามผมนะว่าผมสีอะไร แต่ที่แน่ๆ ผมมีหลายสีครับ ขึ้นอยู่กับว่า ผมต้องการ Research หรือทดลองอะไร และผมจะเลือกสีเพื่อใช้งานครับ)

หากยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับ SEO ก็เอาวัฒนธรรมไทยๆ ของเรานี่ล่ะครับ

การทำ SEO ก็เหมือนกับการที่คนเรารู้ขั้นตอนในการยื่นซองประมูล ประกวดราคาอะไรพวกนี้ ซึ่งหากเรารู้ว่า จะต้องขอซองประมูลยังไง จะต้องทำขั้นตอนอะไรบ้าง และแนบเอกสารอะไร ไปเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกง่ายขึ้น

นั่นก็คือ การทำseo ครับ คือเรารู้ว่า google ต้องการอะไรบ้าง ก็จัดข้อมูลให้กับ Google ครับ

แล้วไอ้ที่เราเห็นๆ กันอยู่ล่ะ อย่างพวกโกงทั้งหลาย

พวกนี้ ก็ไม่ต่างจากพวกโกงกินบ้านเมืองหรอกครับ ขอไล่เรียงเป็นข้อๆ ไปเลยแล้วกัน

  • Hidden text เปรียบได้กับการยัดใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้รับการพิจารณา
  • Cloaking เปรียบได้กับการใช้อำนาจในทางมิชอบ เหมือนอย่างการบีบในเชิงนโยบายให้เอ็กซิมแบงค์ปล่อยกู้ให้กับพม่า
  • Spamdexing ก็เปรียบได้กับ การดึงคนจำนวนมากๆ มากสร้างกำลัง สร้างฐานอำนาจในการต่อรอง อย่างเช่นกรณีบอกว่า มี 14ล้านเสียงเลือกผมมานะ หรืออย่างแถวๆ สะพานฆัฆวานก็คล้ายกันครับ เพียงแต่เบาลงมาหน่อย

ซึ่งสุดท้าย ไม่ว่าจะโกง หรือใช้เทคนิคด้านมืดแบบไหน คนที่ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ นั่นล่ะครับ

หวังว่า จะเข้าใจเรื่องของ SEO กันมากขึ้นนะครับ ยกตัวอย่างใกล้ๆตัวนี่ล่ะ

ว่าแต่ ผมหวังว่า คงจะไม่ได้ไปเยียบเท้าใครหรือฝ่ายไหนนะครับ

เพราะผมก็แค่ไม่ได้ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค แต่ก็ไม่ได้คลั่งสนธิ

ผมแค่เห็นว่า มันน่าจะเข้าใจง่ายดี ถ้ายกตัวอย่างนี้

555+

Joke from google serps.

ในบล็อกผมเหมือนกับมีเรื่องที่เป็นสาระอยู่พอสมควร ซึ่งปรกติ ผมมักจะเจออะไรตลกๆ กับ Googleเสมอๆครับ เลยเอามาให้ดูกันเล่นครับ

ถ้าผมเป็นหวัด ผมจะหายเมื่อไหร่แต่กลายเป็นว่า

แล้วผมจะกินข้าวเมื่อไหร่ดี กลายเป็นว่า

แล้วถ้าเกิดผมหายไปล่ะ

สุดท้าย ถ้าผมจะทวงเงินคนอื่นๆ ล่ะ

โอ้ววว ไม่นะ ไม่ๆ

ปล.ใครเจอเรื่องตลกๆ แบบนี้ ส่งมาให้ดูกันมั่งนะครับ

DSIเผยร้านเน็ตเก็บข้อมูลคอม23ส.ค.

เช้านี้ก็ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ.คอมพิวเตอร์อีกแล้วอ่ะนะครับ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจผมขอยกมาเป็นท่อนๆ ครับส่วนใครอยากอ่านข่าวเต็มๆ สามารถเข้าไปอ่านข่าวที่เว็บของกรุงเทพธุรกิจได้เลยนะครับ

...... พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันแรกที่ประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จะมีผลบังคับใช้ให้หน่วยราชการ สถานศึกษา องค์กร ร้านค้า บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร โรงแรม บ้านเช่า แฟลต อพาร์ตเมนต์ ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ผู้ให้บริการร้านเกมออนไลน์ ต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลการใช้บริการไม่น้อยกว่า 90 วัน

......

สิ่งที่ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต ต้องเก็บข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลที่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ เช่น ชื่อ สกุล  หรือหมายเลขบัตรประชาชน เป็นต้น ส่วนที่ 2 วันเวลาที่ลูกค้าเข้ามาใช้ และเลิกใช้เครื่อง และส่วนที่ 3 หมายเลขเครื่องที่ใช้ IP Address (ภายนอกและภายใน) และที่อยู่เว็บที่เข้าใช้ เพื่อประโยชน์ในการตามรอยผู้กระทำความผิด เช่น หากบุคคลในองค์กรไปส่งรูปลามกอนาจาร หรือทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้ จะได้ตรวจสอบผู้กระทำความผิดได้ไม่ยาก แต่หากต่อมาพบว่าหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามกฎหมาย จะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท” พ.ต.อ.ญาณพล กล่าว

.....

ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
(http://www.bangkokbiznews.com/2008/08/12/news_284636.php)

ซึ่งประเด็นนี้ ผมเองเห็นว่าส่วนหนึ่งควรจะต้องเก็บครับ เพราะหลายครั้งที่พบปัญหาส่วนหนึ่งมาจากร้านเน็ต แต่ก่อนผมเอง เคยเอาร้านเน็ต เป็นแหล่งทดลองเจาะเว็บมาแล้วครับ (หลายปีแล้วล่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนที่ ม.เกษตร) ซึ่งมันก็เข้าง่าย ออกง่าย ไปร้านเน็ตตอนกลางคืนๆ หน่อย มันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับ เครื่องข้างๆ ก็ไม่ค่อยมีใครเล่น ทำอะไรก็สบายๆ ครับ (ตรงนี้ไม่ดีนะครับ ไม่สนับสนุนให้เล่นเว็บคนอื่นครับ ใครมีเว็บเล่นเว็บตัวเองดีกว่า สนุกดี)

ดังนั้น การเก็บlog มันก็ควรจะทำครับ ปัญหานี้จึงกลายเป็นภาระให้กับร้านเน็ตครับ ไหนยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ (บ้านเราใช้ลินุกซ์กันไม่ค่อยได้ ลงแดงตาย) ไหนยังต้องค่าเครื่อง บางที่บางแห่งยังต้องจ่ายส่วยกันอยู่ ไหนยังต้องระวังกับพวกลิขสิทธิ์ที่มักจะใช้วิธีใต้ดินมาหลอกเงินอีก

เห้อ น่าสงสารนะครับ ใครทำร้านเน็ตก็เก็บ log กันได้แล้วนะครับ

งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

วันนี้ได้รับข่าวสารจากสมาคมเว็บมาสเตอร์ครับเกี่ยวกับ งานจิบกาแฟคนทำเว็บ "ทำเว็บอย่างไร(ไม่)ให้ติดคุก กรณีศึกษา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์"

รายละเอียดของานคือจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ ที่ทำเอาเว็บมาสเตอร์ทั่วไปอย่างเราๆเดือดร้อนไปด้วยครับ ทั้งที่จริงๆแล้วเจตนาของตัวกฏหมายดี แต่มันไม่ครอบคลุมการใช้งานจริงๆ รวมทั้งฟังกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆจาก

-ฮั้น เจ้าของ Diaryis.com กับการแจ้งเตือนเรื่องลิขสิทธิ์
-พี่ป้อม ภาวุธ แห่ง Tarad.com รายแรกเลยก็ว่าได้ครับที่โดนยึดเครื่องไปแบบงงๆ ด้วยสาเหตุมีคนมาโพสต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- รายสุดท้ายก็คือ ปุ๊ก เจ้าของ 212cafe.com ที่โดนหนังสือพิมพ์ตีตราหน้าหนึ่งว่าเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บโป๊ ทั้งที่เป็นแค่คนในบริการฟรีเว็บบอร์ดเท่านั้น จากในกรณีของผู้ใช้งานมาโพสต์รูปประจานกันเอง

สำหรับประเด็นที่จะมีการพูดคุยกัน จากในเว็บของสมาคมนะครับ
- เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร
- จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
- หาทางออกร่วมกัน ลดความเสียหายที่จะเกิดกับคนทำเว็บและวงการเว็บไทย

งานจะจัดใน วันเสาร์ที่ 23 สค.นี้  เวลา 13.00 - 16.00 น. ที่ห้องมินิเธียเตอร์ 2 อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับผมเองยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปรึเปล่าเพราะช่วงนี้ ส.-อ. ไม่ค่อยว่างเลยต้องนั่งปั่นงานส่งครับเหอๆ ส่วนงานอะไร อุบไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาแจ้งข่าวอีกทีนึงครับ

ปล. NextWebApp เสาร์นี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า แต่ดันลงชื่อไปแล้วสิ.

Thailand Next Web App 2008

ก็ผ่านมาแล้วนะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในงาน Thailand Next Web App. 2008 ซึ่งจัดขึ้นที่ตึกไทยซัมมิตครับ ซึ่งผมเองก็ไปมาครับ ทีแรกคิดว่าจะรีวิวตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่ก็เอาแว่นตาไปเปลี่ยนเลนซ์ วันอาทิตย์เลยต้องทำงานแบบตัวหนังสือเบลอๆ เอา กว่าจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนครับ ก็เลยเลื่อนมาวันนี้ เพราะว่าลางานไว้เรียบร้อย เนื่องจากไปทำงานคงไม่ได้งานเท่าไหร่ มองตัวหนังสือเบลอๆ ไปหมดล่ะครับ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง ในงานนี้ จริงๆแล้ว มันแบ่งออกเป็นสองห้องหลักๆ คือที่เป็นในเรื่องของ BusinessและDevelopment ครับ โดยในห้องของฝั่ง DEV นั้นหลักๆจะเป็นเรื่องของ Railเสียส่วนใหญ่ จริงๆอยากเข้าไปฟังนะครับ แต่เห็นคนแล้วไม่รู้จะแทรกไปนั่งตรงไหนดี เลยปักหลักอยู่ห้อง biz ดีกว่า

....................................

บางส่วน ผมจำไม่ค่อยได้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะไปงานด้วยอาการมึนๆ งงๆ สืบเนื่องจากวันศุกร์ซดไปไม่น้อยครับ

....................................

เปิดตัวกันซักพักนึง ก็เริ่ม Lightning Sessionครับ โดย @sugree ในเรื่องของ ITไทย ไป ITโลก ประเด็นนี้น่าสนใจครับ เพราะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องยอมรับกันว่า การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังนั้นมีน้อย และมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ รัฐบาล เหมือนว่าจะทำงานต่อจากคนเก่าไม่ได้ เดี๋ยวทับรอยกันอะไรประมาณนี้ ซึ่งบทสรุปของเนื้อหาในตอนนี้คือง่ายครับ

"พึ่งตัวเอง"

ง่ายไหมครับ ผมชอบคำกล่าวนึงในศาสนาคริสต์ว่า "พระผู้เป็นเจ้า จะทรงช่วยผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองก่อนเสมอ" (ผมนับถือพุทธนะครับ แต่ก็เคยศึกษาในเรื่องของศาสนาคริสต์มานิดนึงครับ) ตรงนี้เอง ผมมองว่า ถ้าคนไทยมีแนวคิดอย่างนี้บ้าง คือพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะรอการสนับสนุนจากภาครัฐ (ที่มักจะโชว์ปาหี่ในช่วงหาเสียงเสมอๆ) น่าจะไปได้เร็วกว่านะครับ

สำหรับ Slide ชุดนี้ ดูได้ที่ http://sugree.com/node/220 นะครับ

....................................

คุณ Greendog มาพูดเรื่องเกี่ยวกับ user disign อะไรพวกนี้ล่ะครับ สรุปใจความได้ว่าเว็บในกลุ่มเว็บ web 2.0 ต้องเน้นในเรื่องของ Function การใช้งาน ที่จะต้องมาควบคู่กับ Design แล้วปิดท้ายเสริมแรงด้วย Performance ครับ (สั้นดีไหม)

....................................

ต่อด้วย @pittaya ครับ ที่มาแนะนำเจ้า FWDDER จริงๆไม่ได้มันไม่ได้อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เดอ แต่อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เด้อ ซึ่งได้มาแนะนำ Solution นะครับ

ดู slide ได้ที่ http://www.slideshare.net/pittaya/fwdder-share-your-forward-mails-presentation/

....................................

ต่อมาเป็นเรื่องของ Make it Thai: Opportunity, Problem, and Experienceโดย @lewcpe ณ  Blognone ครับ เปิดตัวด้วยประโยคที่น่าสนใจครับ

โปรแกรมเมอร์ที่ดี ย่อมพัฒนาโค้ดที่ดีได้
โปรแกรมเมอร์ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมขโมยโค้ดที่ยิ่งใหญ่

อ่า ได้ยินไหมครับ พี่บิล เกตส์ (ถูกใจที่สุดเลย) สำหรับในประเด็นนี้ หลักๆ อยู่ที่ว่า เรื่องของการ ลอกและขโมย ครับ ตรงนี้น่าสนใจครับ เพราะส่วนหนึ่งตรงกับแนวคิดของผมว่า การคัดลอก หรือขโมยความคิดของใครมาใช้งานนั้น หากวางในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ในจุดที่ไม่ถูกไม่ต้องแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ได้หมายความจะรุ่งได้ มันต้องจัดให้จังหวะและเวลานั้นลงตัวด้วยครับ

ซึ่งในหัวข้อนี้ คล้ายๆ กับการพูดคุยกันมากกว่า จึงสรุปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ

....................................

สำหรับประเด็นอื่นๆ ตอนเที่ยงๆ ด้วยความหิว ก็เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ครับผม แต่จำได้ว่า

@kengggg มาพูดถึงเรื่อง Drunk firefox เอ้ย Firefox Thai l10n ครับ ซึ่งเป็นการรายงานความเคลื่อนไหว

@bact มาพูดถึงเรื่องของ CC หรือ ครีเอทีฟ คัมม่วน ครับ (ผมมักเรียกว่า คัมม่วนแทนคัมม่อน ครับ lol )

....................................

ในตอนบ่ายก็มีเรื่องที่น่าสนใจ อยู่ครับ จริงๆ อยากจะย้ายไปนั่งฟังเรื่อง Web standdard ครับแต่ว่าห้องเต็มมากเลยต้องกลับมานั่งห้องเดิมครับ

เริ่มต้นด้วย @adamy มาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ Fukduk.tv และเรื่องของ New Media ครับ ซึ่งในมุมมองของ @adamy นั้นเค้ามามองว่า fukduk. นั้นเป็นเรื่องของ Long trail. คือ ณ ตอนนี้บ้านเรายังวนอยู่ในส่วนของ Old media ยังติดตามละครน้ำเน่า ตบตีกันอยู่ แต่ในอนาคต เรื่องของทีวีออนไลน์ มันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ๆ ของกลุ่มคนที่ต้องการอะไรที่มากกว่า ละครหลังข่าวนั่นล่ะ

ซึ่ง fukduk เองมองที่ เนื้อหาที่ตัวเองมีเป็นหลัก และนั่นมันตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่า seo ส่วนหนึ่งในบ้านเราทำคือ มองที่ตลาดใหญ่เป็นหลัก แล้วจึงหาเนื้อหาเหล่านั้นมายัด ผลคือ มันไม่ใช่ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจะเลือกเสพ เลือกค้นหาสิ่งที่เห็นแล้วบอกว่า

"นี่ล่ะ ใช่เลย"

....................................

จากนั้นต่อด้วย @dekadsครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ผมคาดหวังไว้เล็กๆ ว่าจะได้ข้อมูลแนวทางบางอย่างเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ใช่ครับ (อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในวังวนเรื่องของบล็อก และการหารายได้ เข้าบล็อกอยู่แล้วมั้ง) ทำให้ไม่ได้ฟังเท่าไหร่ครับ นั่งtweet เล่นไปเรื่อยๆ

....................................

ต่อด้วย PG.in.th ซึ่งจำไม่ได้ครับว่า ท่านใดพูด เพราะผมไม่ได้สนใจในตัวของผู้พูดเลยครับ แต่สนใจในเนื้อหามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งในไอเดียของการทำและความพยายามครับ เพราะมันเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากเลย ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด อยากรู้ ไปดูที่ www.pg.in.th ครับ (ปล.ถ้าไม่พิมพ์ www เข้าไม่ได้เด้อ!) ของเค้าดีจริงๆ แต่เล่นไม่ได้อ่ะครับ มือถือผมใช้ APP ไม่ได้

....................................

ต่อด้วย @hunt ที่เรียกเสียงฮือ ฮา อื้ออึงและซี๊ดอูย! ด้วยภาพสาวสวยจากที่ไหนไม่รู้ครับ เหมือนดาราav ที่เคยดู ( lol ) แต่พอเข้าเนื้อหาแล้วน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Zickr กับทราฟฟิค, Diaryis ที่เกิดขึ้นจาก Invites เพียง 6 อันเท่านั้น และกลายเป็น 3000 ภายในไม่กี่วัน จนปัจจุบัน มีผู้ใช้งานที่เริ่มต้น จาก 6 invites นั้นอยู่ 6000 คน และ Activeอยู่ 5900 โดยประมาณ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจจริงๆครับ

ซึ่ง @hunt ได้พูดถึงเรื่องการจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ ครับ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นไอเดียที่ดี และรุ่งมาแล้วในหลายประเทศ อย่างเช่นในจีน QQ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากครับ ซึ่งในจำนวนนั้น มีประมาณ1ล้านคนที่จ่ายเงินให้กับ QQ โดยจ่ายคนละประมาณ 10-12 บาทต่อเดือน นั่นหมายถึงว่าQQไม่ต้องนั่งรอขาย Ads เลยแม้แต่น้อย

แต่ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้โมเดลนี้รุ่งในบ้านเรา เพราะผู้ใช้งานส่วนหนึ่งถูกฝังหัวไว้ว่า ทุกอย่างในเว็บและอินเตอร์เน็ต ไม่ต่างจากของในสวนสาธารณะ ที่ใครก็ใช้ได้ จะก้อบปี้, จะเกรียนใส่,จะพ่นสี หรือทำอะไรก้ได้ เดี๋ยวเจ้าของเว็บมันก็เช็ดเองล่ะ

ตรงนี้ที่ยังต้องใช้เวลาครับ เหมือนกับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ล่ะ ต่างฝ่ายต่างจะเอาๆ ไม่สนใจว่า เรื่องจริงๆอย่างไรบ้าง ใครคิดไม่เหมือนคือผิด คิดต่างคือศัตรู (ไม่สงสารคนที่ไม่ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค และไม่ได้คลั่งสนธิอย่างผมบ้างเลย)

(กลับเข้าเรื่องดีกว่าครับ) แต่น่าสนใจนะครับ พร้อมกันนี้ @hunt ก็เปิดตัวเว็บใหม่ครับ www.ohmyform.com เป็นเว็บที่เอาไว้ใช้ในการสร้างฟอร์มออนไลน์ครับ น่าสนใจดี แต่ผมไม่ได้ลองใช้งานเพราะไม่มี account ครับผม

....................................

ส่วนต่อไปก็คือรายการตลกครับ โดยสองคู่หู ดูโอคอร์ นั่นเองครับ ก็เรียกเสียงหัวเราะพร้อมสาระ และเสียงปรบมือ(จากหน้าม้า)ได้ตลอดครับ จริงๆแล้วเนื้อหาก็จะเป็นในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ duocore นั้นเองครับ

....................................

สุดท้ายจบด้วย Noknok ที่เรียกว่าเป็นTwitter เมืองไทยแล้วกันครับ แต่ไม่ขอวิพากวิจารณ์ดีกว่า กลัวครับ หลังถูกมองว่าเป็น บล็อกเกอร์ขี้อิจฉา อยู่ด้วย กลัวครับ ยังเข็คขยาด (และรำคาญ) ว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมมาวิจารณ์ในฐานะของคู่แข่งทางธุรกิจบ้าง จ้องจะดิสเครดิสบ้างครับ

....................................

สรุปนะครับ สำหรับงานนี้ ส่วนหนึ่งน่าสนใจดีครับ ได้สาระดี แม้ว่ามีข้อบกพร่องตกหล่นไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วนะครับ การที่เราจะก้าวไปข้างหน้า จะกลัวอะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราจะก้าวไป แต่กลัวจะตกบันได กลัวตกหลุม ตกบ่อ แล้วล่ะก็ การพัฒนามันก็ไม่เกิด และเราก็จะจมอยู่กับที่ ปล่อยให้ใครต่อใครเดินข้ามหัวเราไป

ซึ่งเมือถึงตอนนั้น ก็คงโทษใครไม่ได้ครับ ว่าทำไมเราไม่เดินไป

ดังนั้น งานนี้ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจครับ ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงคือ อยากให้มีห้องมากกว่านี้ครับ อย่าง lighning session จริงๆแล้วเปิดพื้นที่โชว์ไอเดียที่น่าสนใจครับ และผมเชื่อว่า หากมีพื้นที่มากพอ ก็มีอีกหลายคนที่จะโชว์พาวครับ

ในห้อง Biz ที่ผมเข้าไปฟังนั้น บางเรื่องมันก็เหมือนยังขาดอะไรไป แต่บอกไม่ถูกครับ

แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่แพ้ใครในโลกหรอกครับ อยู่ที่ว่า เรากล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ และกล้าที่จะล้มหรือไม่เท่านั้นเอง

ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ

Photo from NextWebApp2008

เมื่อวานลืมสนิทเลยครับ ได้หยิบเอามือถือมาถ่ายรูปไว้ได้ไม่กี่ภาพครับเลยเอามาแปะไว้ดีกว่าครับ อ่อ แล้วเมื่อวานนี้ลืมอีกอย่างนึงด้วยครับ

"ใครว่าแมคใช้ง่าย"

NextWebApp2008

NextWebApp2008

NextWebApp2008

Free wifi in NextWebApp2008

ปิดท้ายด้วยวิวสวยๆ จากห้องประชุมครับ ถ่ายไว้
Thai Summit Building

สะเก็ดข่าวกับงาน "ทำเว็บอย่างไรไม่ให้ติดคุก"

อาทิตย์ที่ผ่านมาเนื่องจากมีงานส่วนตัวเลยไม่ว่างที่จะไปร่วมงานจิบกาแฟได้ ซึ่งงานนี้ผมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์กันไปก่อนหน้านี้แล้วครับ เกี่ยวกับงานนี้ครับ พอดีวันนี้เพิ่งเห็นข่าวเกี่ยวกับงานนี้ครับ

ส.เว็บฯ พร้อมร่วมมือภาครัฐ ต่อสู้คดี จาก พรบ.คอมฯ

[....]

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศในงานมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งเว็บมาสเตอร์จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยในหลายประเด็นร้อนที่กำลังหลอกหลอนคนทำเว็บ อาทิ เว็บแบบไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอาจทำให้เจ้าของเว็บติดคุก และจะลดความเสี่ยงลงได้อย่างไร จะทำอย่างไรเมื่อตำรวจถือหมายศาลมาเคาะประตูบ้าน เรียนรู้วิธีการทำงานของตำรวจตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประเด็นที่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการที่จะลดความเสียหาย ที่เกิดกับคนทำเว็บ และวงการเว็บไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวทีการสัมมนาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนวทาง โดยเฉพาะการจัดการดูแลการโพสต์รูป และคอนเทนท์ต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่ต้องไม่ให้มีการละมเดลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย เพลง รูปภาพกราฟฟิค หรือ รูปแบบตัวอักษร เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี การกำหนดสิทธิ์ และเลือกใช้ลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ที่เหมาะสม โดยจำเป็นที่ทุกเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ดต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเนื้อหา เพิ่มเติมระบบแจ้งลบ และการบังคับให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าใช้งานทุกครั้ง รวมถึงหารหารือเพื่อนำไปสู่การจัดทำ ขั้นตอนการขอข้อมูลหลักฐานจากผู้ให้บริการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางภูมิจิตร ศิระวงศ์ประเสริฐ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในบางครั้งตัวคนทำเว็บไซต์ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเฉียดคุก แต่เมื่อกฎหมายประกาศใช้แบบเป็นทางการ เจ้าของเว็บไซต์ในฐานะผู้ให้บริการ ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการดูแลเนื้อหา การเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการเตรียมหลักทรัพย์ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย เผื่อว่ามีเรื่องขึ้นมาจะได้เตรียมตัวทัน การสำรองข้อมูลไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เมื่อขอตรวจค้น และต้องรู้สิทธิ์ของตัวเองตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ทั้งนี้ พรบ.ฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าไม่ได้กระทำผิดเอง และนอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ เช่น กม.อาญา พรบ.ลิขสิทธิ์ ยังน่ากลัว และรุนแรงกว่ามาก

ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ขณะนี้ พูดได้ว่าเว็บมาสเตอร์ทั้งหลายเมื่อได้ยินชื่อ พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดฯ ก็กลัวและถอดใจไม่กล้าทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ต้องเซ็นเซอร์เนื้อหาต่างๆ มากเป็นพิเศษ โดยย่อมกระทบต่อการใช้งาน และแสดงความเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานฟ้องร้องได้ และเรื่องที่สำคัญเมื่อผู้ใช้งานคนไทยรู้สึกอึดอัดมากๆ กับการควบคุม เขาก็จะหนีรไปเล่นเว็บไซต์เมืองนอกหมด สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฯ ก็จะตามคนผิดไม่ได้ รวมทั้งเว็บมาสเตอร์บางรายก็ไม่อยากตั้งเซิร์ฟเวอร์ หรือจดโดเมนในเมืองไทยอีกต่อไป เพราะความจุกจิก และไม่ชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (อ่านข่าวเต็มๆที่ http://www.thairath.com/news.php?section=technology03b&content=101859)

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความผิดพลาดในตัว พรบ.และผมก็เห็นด้วยตามเนื้อหาทุกประการครับ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาความชัดเจนของตัวพรบ.
  • การย้ายเว็บออกไปต่างประเทศ
  • การย้ายเครื่องเซอร์เวอร์ไปต่างประเทศ
  • การปกปิดชื่อผู้ถือครองโดเมน (ที่เพิ่มมากขึ้น)
  • การโวยวายของผู้ใช้งาน ที่บางครั้งโพสต์ความคิดเห็นที่หมิ่นเหม่และถูกลบออก

ซึ่งนอกจากนี้ ยังพ่วงปัญหาของการจัดการเกมส์ที่ปลายเหตุอีกด้วย ทำให้เกิกระแสที่เรียกว่า ไม่ดีนักต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นด้วยกับการมีมาตรการเพื่อจัดการ แต่ไม่ใช่มาตรการที่มันไม่ชัดเจน และเอะอะอะไรก็เอากฏหมายมาขู่ หรือปิดกั้นการรับรู้

สำหรับผมแล้วมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายเรื่องไม่ว่าทั้งที่จะเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เกมส์ รวมไปถึงปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้กฏหมาย ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง

ผมมีความเชื่อว่า การแก้ปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่การปิดกั้น การสั่งห้าม เหมือนอย่างที่เป็นกันอยู่ หากแต่อยู่ที่การควบคุม รู้จักให้ผู้ใช้งานคิด เลือกที่จะเสพสื่อ เพราะการปิดกั้น ก็ไม่ต่างจากการปิดหู ปิดตา ไม่ให้เด็กรู้จัก และรับรู้สิ่งที่มันเป็นเรื่องเลวร้ายในสังคม และเมื่อเกิดความไม่รู้ มันก็จะไม่รู้เท่าทันคนอื่น และไม่รู้จักที่จะคิดแยกแยะสิ่งที่ดี ไม่ดีออกจากกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่เป็นการ ล้อมคอก

ดังนั้น ประเด็นนี้ มันควรจะมีการแก้ไขในรากฐานของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นการรับรุ้ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือการเลือกทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง

ปล. ตอนนี้มีแต่ข่าวม๊อบ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อุทยานฯในไทยหลายๆ แห่งเปิดให้เช่าแล้วนะครับ ราคาไม่แพงด้วย คิดว่าจะลงทุกไปเช่าซักไร่สองไร่ จะได้มีที่พักส่วนตัว เห้อ เซ็งประเทศไทยจริงๆ

ICT จะปิด/บล็อก เว็บอีก 1200 เว็บ

ฝากข่าวประกาศครับ หลังจากที่คราวก่อนได้มีการบุกยึดเครื่อง server ไปแล้วนะครับ ระรอกนี้จะมีการปิดเว็บอีกระลอกหนึ่งครับ จำนวนกว่า 1200เว็บครับ ซึ่งในการปิดคราวนี้นั้นจะประกอบไปด้วยสามกลุ่มครับคือ

  • เว็บโป๊ ลามกอนาจาร
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูล หรือคลิปวิดีโอ ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง และขัดต่อความสงบของประเทศ
  • เว็บที่เผยแพร่ข้อมูลที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของชาติ

ซึ่งเว็บไซต์ชุดนี้นะครับ จะเป็นชุดที่กำลังรอหมายศาล ดังนั้นหมายความว่ามีการส่งเรื่องเข้าไปแล้วนะครับ และกำลังรอคำตัดสิน ซึ่งคิดว่าในสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ คงไม่นานเกินรอแน่ๆ ครับ (ไม่แน่ใจว่า ใช้ประกอบข้ออ้างในการปิดเว็บฝ่ายตรงข้ามบางเว็บของรัฐบาลหรือไม่ ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะครับ)

โดยการดำเนินการหลังจากที่ศาลอนุมัติหมายแล้วนะครับ จะดำเนินการผ่านทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าจับกุม ยึดเครื่องทันทีครับ

ที่มีปัญหาคือ ส่วนหนึ่งจะมีการผสมโรงของการจับกุมเว็บเผยแพร่ข้อมูลละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยครับ

ต่อมาคือระลอกสอง อีก 400 กว่าเว็บที่กำลังรอการรวบรวมเนื้อหา หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยื่นไปยังศาลอีกครับ

---------------------------------------------

เพิ่มเติมนะครับ สำหรับในกรณีเกี่ยวกับการดำเนินการจากทางเจ้าหน้าที่ พอดีนึกขึ้นได้ครับ ถือว่าเก็บตกจากงาน BarCampBangkok2 ครับ

  • การดำเนินการจับกุม ยึดเครื่องนั้นจะต้องมีหมายศาลเท่านั้นนะครับ
  • ต้องมีเจ้าหน้าที่จากICT ที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น (ปัจจุบันมี 35 คนเท่านั้น)
  • เจ้าหน้าที่ICT จะต้องแสดงบัตรครับ เราสามารถขอดูได้

สิ่งที่พึงระวังเพราะมีเกิดขึ้นแล้วนะครับ

  • แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ICT ขอดู log90 ตามร้านเน็ตทั่วไป
  • แอบอ้างเรียกร้องอื่นๆ โดยอ้างพรบ.คอมฯ

ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผมได้ทำการอัพไว้ให้แล้วนะครับที่ รวมเอกสารเกี่ยวข้องกับพรบ.คอมพิวเตอร์ นะครับ สามารถดูได้ที่นี่เลย

Thai Cyber Law Docs.

Update :

เพิ่มเติมร่างแก้ไขพรบ.คอมฯ ปี 2550 ที่กำลังจะทำดำเนินการแก้ไข ในเร็วๆนี้ (คาดว่าจะดันให้เสร็จสิ้น พย.)

Tags :