May, 2008

รอบรู้เรื่อง พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคลและ พรบ.ความผิดทางคอมฯ

สำหรับเหล่าคนทำเว็บ รวมทั้งบล็อกเกอร์อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ควรจะต้องรู้เหมือนกันนะครับ เกี่ยวกับแนวทางในการเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อเป็นการปฎิบัติตาม พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ ที่มีการประกาศใช้แล้ว รวมทั้ง พรบ. ใหม่ที่จะออกมาด้วย นั่นคือ พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล ครับ

ซึ่งไอ้เจ้าพรบ.หลังนี้ แม้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะดูไม่เกี่ยวกับเราเท่าไหร่ เนื่องจากประเด็นของการร่าง พรบ.ฉบับนี้ เท่าที่ผมทราบมาคือ ป้องกันการนำเอาเบอร์มือถือ ที่อยู่ หรือข้อมูลเราไปขายให้กับ บริษัทขายประกัน หน้าเงินทั้งหลาย ที่มักจะโทรมาหาเราเพื่อขายประกัน ครับ

แต่แน่นอนว่า มันควบรวมไปถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน อินเตอร์เน็ตด้วย เช่น IP Address, ชื่อ login, username รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานมากรอกในเว็บไซต์เราด้วยครับ ดังนั้น ก็ควรรู้ไว้ครับ

สำหรับท่านที่สนใจก็คลิกดาวน์โหลดได้ตามรายการด้านล่างเลยครับ

1. พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
2. แนวทางปฎิบัติตามกฏหมายการเก็บข้อมูล ฯ สำหรับผู้ดูแลและพัฒนาเว็บ

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอเอ่ยถึงพวกขายประกันหน่อยเหอะครับ เหอๆ พวกนี้เนี่ย ทำไมชอบโทรมากวนใจจริงๆ บางค่ายโทรมาแล้วซ้ำๆ อยู่นั่นล่ะ เหอๆ

บางทีผมบอกว่า ไม่เอาครับ  ก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเลย บางทีก็มีประโยคที่ไม่น่าพิสมัยออกมาเช่น

"แค่วันละบาทเองนะคะ คุณมอมแมม ไม่น่าจะไม่มีจ่ายนะ" อืมม หาว่ากระผมไม่มีเงินจ่าย ทั้งที่แค่วันละบาท  แต่ดันไม่คิดว่า แค่ผมพูดไปคำเดียวว่า ไม่เอา ทำไมไม่เข้าใจกันเลยเหรอ

"มันเป็นอนาคต ที่อะไรอาจจะเกิดขึ้นได้นะคะ พรุ่งนี้คุณอาจจะโดนรถชนก็ได้" อืมม รู้ว่าจะขายไม่ได้ เลยแช่งมันซะเลย

"น้องไม่ลองฟังข้อเสนอก่อนหรือคะ ไม่รับฟังความคิดเห็นคนอื่นเลยเหรอเนี่ย" อ้าว ผมรับฟังความคิดเห็นนะครับ แต่ผมมีสิทธิ์ ที่จะไม่ฟังคำโฆษณาไม่ใช่เหรอครับ

"พอดีเราเห็นข้อมูลของคุณที่เข้ามากรอกในเว็บของเรา" บ้าเหรอครับ ผมไม่เอาเบอร์ไปกรอกอะไรมั่วขนาดนั้นเด้อ เพราะขนาดไม่ว่าเพื่อนผม พี่ที่ office ยังรู้เลยว่า ผมไม่ค่อยให้เบอร์ใครหรอก เพราะมือถือผมไม่ค่อยพก ส่วนมากให้ติดต่อทางเมล์

ส่วนวิธีแก้เผ็ดของผมเหรอครับ ถ้าโทรมา แล้วบอกให้จบไม่จบ ง่ายๆ ครับ ผมก็จะบอกไปว่า

"ไหนคุณช่วยอธิบายรายละเอียดให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ขอแบบละเอียดๆ นะ"

แล้วก็เอามือถือวางไว้หน้าคอมฯ ครับ เราจะได้ยินเสียงแว่วๆ เบาๆ อยู่ราวๆ ห้านาทีโดยเฉลี่ยครับ อิอิ

ผมเชื่อว่า การพูด 5 นาทีเนี่ย เปลืองน้ำลายเอาเรื่องครับ อย่างน้อยก็หมดแรงโทรไปกวนคนอื่นๆ ได้อีกหลายนาที บางครั้งเจอยาวนับสิบนาทีไม่จบกรมธรรพ์ ก็มีครับ

ใครจะเอาวิธีนี้ไปใช้มั่ง ไม่สงวนสิทธิ์ครับผม

ปล.เหมือนนอกเรื่องไปมากมาย

Google รับสมัคร Thai Engineer

พอดีไปเจอข่าวจากพี่อ้อ ที่ประกาศไว้ใน Blognone ครับ เลยเอามา แจ้งแต่ครับ

ด่วนๆ ข่าวดีสำหรับใครที่อยากทำงานกับกูเกิล ตอนนี้เราอยากได้ Engineer ที่เป็นคนไทยค่ะ แต่ว่าต้องไปทำงานที่สำนักงานที่ซิดนีย์นะคะ พี่ไปมาแล้ว บรรยากาศดีมากๆ อากาศเย็นสบาย ออฟฟิศเห็นวิว harbor อาหารก็ฟรี บรรยากาศทำงาน cool มากๆ

รายละเอียดงาน และคุณสมบัติ ตามด้านล่างนี้ค่ะ แต่ก็เพิ่มนิดนึงว่าต้องเป็นคนไทยนะจ๊ะ (หรือลูกครึ่งก็ได้)

Software Engineers

Position will be based in Sydney, Australia.

Google is expanding its Engineering hub in Sydney. C++, Java, C, perl, GIS, Artificial intelligence, Machine Learning, search, whatever your skill may be, Google wants to harness it to further expand beyond Mapping in Australia.

Google is looking for extremely intelligent people with excellent algorithmic problem solving skills. We employ highly qualified programmers who often have a PhD or Masters in fields ranging from Geospatial Information Systems to Distributed Systems and are strong coders in languages ranging from C++/Java to Perl or Python.

The Engineering team at Google aims to solve the most fascinating and difficult problems in computer science and make a positive difference in tens of millions of lives every day. Google engineers are always on the forefront in the creation of new and exciting products in a number of areas, and play a key role in the development of one of the world’s most impressive computing infrastructures.

Google is growing! We need world-class engineers to develop the next generation search engine. Our engineering team, which includes some of the key people who created Google Maps, is applying its ideas to a range of problems including data representation, geospatial search, data mining, server architecture, computer graphics, web clients, and scalability issues arising from huge amounts of data and a rapidly increasing user population. And of course we’re building a variety of novel features. If you have a need to bring order to a chaotic web, contact us.

Requirements:

  • BS in Computer Science or equivalent (PhD a plus).
  • Several years of software development experience.
  • Enthusiasm for solving interesting problems.
  • Experience with Unix/Linux or Windows environments, C++ development, distributed systems, machine learning, information retrieval, network programming and/or developing large software systems a plus.

ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นแบบข้างบนเด๊ะๆ ก็ส่ง resume มาที่ pornthip@google.com จ้า

พี่อ้อ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.google.com.au/support/jobs/bin/answer.py?answer=36694 หรือ http://www.google.com.au/support/jobs/bin/topic.py?dep_id=1054&loc_id=1101

------------
from: http://blognone.com/node/7675

ใครสนใจก็ติดต่อไปได้ครับผม แต่ดูๆ แล้วเหมือนจะไม่ได้เอาไปทำในส่วนของ Google search นะเนี่ย เหมือนจะเอาไปทำ ...

ทำไมหว่า???

หรือว่า ผมคิดไปเอง

3 days after someone copy my content.

เอาล่ะครับ ถือว่า ครบกำหนดขั้นแรกของผมไปแล้วนะครับ เกี่ยวกับประเด็นของเรื่อง content ผมที่โดนก้อบปี้ ไป ซึ่งมันดูเล็กนะครับ เพราะว่า เนื้อหาในบทความนั้น ไม่มีอะไร เป็นบทความสั้นๆ เกี่ยวกับ  Ads ที่โฆษณาทำแท้ง ใน adsense ซึ่งมันสั้นไม่ยาวเท่าไหร่

อีกทั้ง หลังจากที่ผมโพสต์ เนื้อหานี้ไป ก็มีหลายท่านนำไปเขียนต่อกันไปใน แนวของตัวเอง ก็มีครับ ดังนั้น มันหมายความว่า อะไร

หมายความว่า เนื้อหาและบทความในรูปแบบนั้น มันไม่ยากเลยที่จะเขียน ไม่ยากเลยที่จะนั่งคิดคำพูด มาพิมพ์ลงไป และผมเอง ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรในทีแรกเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก

1. มันเรื่องสั้นๆ เอง ไม่มีสาระอะไรมากมาย
2. ชื่อผู้โพสต์ ในนั้น เป็น Taradedu ซึ่งก็พอมีคนรู้จักกันอยู่บ้าง
3. วันที่เจอคือ วันที่ 30 เมย. ซึ่งตอนเย็นแล้ว วันรุ่งขึ้นมันหยุด ก็โอเค ให้โอกาสกันแก้ไขครับ

ซึ่งหลังจากที่ ผมเห็นบทความที่โดนก้อบไป ผมเองก็เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อขอเครดิตของคนเขียนมั่ง (จริงๆ ผมไม่เคยคิดเลยว่า ไอ้โพสต์นั้น จะมีคนบ้าที่ไหนมาก้อบไป) และไปโพสต์ทิ้งไว้ใน forums.sem.or.th ซึ่งทราบมาว่า มีหลายคนในเครือของ taradedu ปะปนเล่นอยู่ในนั้น

แต่ผ่านไปแล้ว วันนี้วันที่ 3 ยังไม่มีอะไร เป็นผลตอบรับกลับมาแต่อย่างใด

ผมเองก็ไม่เข้าใจว่า ระหว่างการก้อบไปลง กับการ ลงเครดิต มันยากกว่ากันขนาดไหน และไม่เข้าใจว่า อิแค่บทความสั้นๆ เนื้อหาใจความแค่ พบ ads ทำแท้ง ใน adsense แค่นั้น เข้าห้องน้ำนั่งถ่ายทุกข์ ยังใช้เวลานานกว่าเลยมั้งครับ (ถ้าท้องไม่เสียนะ)

ซึ่งคิดว่า ก็คงต้องดำเนินการขั้นต่อไปอีก คือจะ Blog เรื่องนี้ไปเรื่อยๆ และนับถอยหลังไปเรื่อยๆ ดูว่า ค่ายใหญ่ อย่างนั้นจะต้องใช้เวลากี่วันในการแก้ไข (นับถอยหลังไปเรื่อย หรือไม่อาจจะแก้ Theme ขึ้นคาดหัวไว้ เดี๋ยวดูก่อน ไม่อยากเสียเวลาครับ) และขอสงวยสิทธิ์ ในการไม่ลบบทความในเรื่องที่เกี่ยวข้องนี้แต่อย่างใด (อืมม จริงๆเค้าไม่แก้ ไม่ต้องเพิ่มก็ดีนะ ผมจะได้มีเรื่องเขียนลงบล็อกทุกวัน)

หรือหากต้องให้ผมจำเป็นที่จะต้องทำหนังสืือแจ้งความเป็นเจ้าของบทความไป หรืออย่างไร ก็แนะนำให้แจ้งเมล์มา หาผมด้วยนะครับ จะได้ดำเนินการถูกต้อง ในการที่จะรักษาสิทธิ์ ในบทความสั้นๆ อันนั้น

แม้ว่า ผมเป็นแค่บล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ แต่มิได้อย่างอวดดี หรืออยากดัง แต่อย่างใด ในกรณีนี้ ขอแค่สิทธิ์ ในเนื้อหาของตันเองเท่านั้นครับ

อืมม จริงๆ แล้วในเครือของ Taradedu เอง ก็ขยันออกหนังสือมามากมายครับ นักเขียนก็มีเยอะแยะ แค่โทรหากันเล่าให้ฟัง ก็น่าจะเขียนได้ดีกว่า ผมเสียด้วยซ้ำ

เห้อ เซ็งเป็ด!!!

อ่อ ใครอยากรู้ว่า เป็นยังไง ดูภาพเอาแล้วกันครับ ขี้เกียจจะใส่ลิ้งค์ ไปเว็บโน้นครับ

4 Days after someone copy my post.

ไม่มีอะไรแค่ แค่แวะมา blog นับวันเฉยๆ ว่า กี่วันแล้วน่ะครับ สำหรับท่านที่งง ว่า ผมมาบล็อกอะไรไร้สาระ ก็นี่เลยครับ เดี๋ยวสรุปอีกรอบนึง

  • เริ่มต้นวันที่ 24 เมย. ผมบล็อกเรื่องนี้ Outlaw ads on Google adsense..
  • จากนั้น วันที่ 30 เมย. บ่ายๆ ก็มีคนรู้จัก ส่งลิ้งค์ นี้มาให้ www.marketingbyte.com/articles/article-222-outlaw-ads-google-adsense (ขอไม่ทำลิ้งค์นะครับ)
  • ซึ่งในวันที่ 30 เมย. หลังจากเห็นแล้วก็เลย Blog ไว้ว่า Entry นี้ ขอ Link ครับ.
  • แต่กลัวว่า จะไม่มีใครเข้ามาสนใจที่จะแก้ไข เลยจัดการตั้งกระทู้ ฝากแจ้งดังๆ ไปยังผู้เกี่ยวข้องครับ ไว้ใน seo.or.th
  • สามวันผ่านไป ครบกำหนดที่ตั้งไว้ในใจเมื่อวาน ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวก็เลยจัดการ 3 days after someone copy my content.. ต่อเนื่องกันไป
  • แต่ก็กลัวว่า ทางคนก้อบไป จะไม่ทราบข่าวเลย จัดการไป เอาไว้ที่  3วันหลังจากมีคนก้อบเนื้อหาในบล็อกผมไป
  • วันนี้ ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ซึ่งก็เป็นวันที่ 4 แล้ว (หรือว่า ช่างมันเหอะ บล็อกเกอร์บ้าๆ เน่าๆ คนนึง ไม่ต้องไปสนใจมัน)

เอาเป็นว่า ขอบล็อกแค่นี้ก่อนแล้วกัน เหอๆ

5 days after someone copy my post.

ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ครับ วันนี้ ก็วันที่ 5 แล้วครับ กับเรื่องไร้สาระ ครับ ก็งงๆ ดีว่า วันนี้ จะทำอะไรต่อดีให้ผู้เกี่ยวข้องรู้เรื่องครับ

งงดีครับ

จะยิง trackback ไปยังบล็อกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในส่วนของ taradedu ที่น่าจะพอช่วยแก้ไข ก็กะไร อยู่ เพราะไม่อย่างสร้าง link ชี้ทางให้ ต่อให้ Nofollow ก็เถอะครับ กลายเป็นส่ง Bots ไปหาเค้าอยู่ดี เหอๆ ก็หวังว่า จะมีคนเห็นบ้างล่ะครับ

เพราะถ้าเล่นไม่เห็นต่อไป อาจจะต้องตัดบางอย่างทิ้งกันล่ะงานนี้

เห้อ เซ็งเป็ด!!!

ปล. ยังไง ก็จะยัง Blog เรื่องนี้ไปจนกว่าจะมีการแก้ไข และจะไม่ลบเรื่องทิ้งเด็ดขาดครับ

6 days. In the end.

ก็ผ่านไป 6 วันครับ ซึ่งก็ทางผู้เกี่ยวข้องได้ทำการ แก้ไข เพิ่ม credit ให้ผมเรียบร้อยแล้วนะครับ รวมทั้งได้โพสต์ ตอบไว้ใน บทความดังกล่าว ภายในเว็บไซต์ ของ Marketingbyte ว่า

ก่อนอื่นต้องขออภัยในความผิดพลาดของทางทีมงานที่ลืมให้เครดิตกับผู้เขียนด้วยนะครับ
และต้องข้ออภัยที่มาแก้ไขความผิดพลาดช้า มากเนื่องจากผมพอดีต้องเดินทางไปต่างจังหวัดมาหลายวัน
พอกลับมาถึงได้ทราบปั้ญหาที่เกิดขึ้น และได้แก้ไขปัญหาทันทีที่ทราบเรื่อง
จึงต้องขอกล่าวคำว่าเสียใจและจะพยายามที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
กราบขอโทษมา ณ ที่นี้อีกครั้ง


www.TARADedu.com
E-business Education

(ดูได้ที่ marketingbyte.com/articles/article-222-outlaw-ads-google-adsense#comment-53463 )

ก็ OK ครับ แค่นี้ล่ะครับ ที่ต้องการ ผมไม่ใช่พวกเรื่องมากอะไรมากมายหรอกครับ แค่ไม่ชอบในบางเรื่องแค่นั้น เพราะบล็อกเกอร์ ขิอิจฉา ตาดำๆ อย่างผมเนี่ย ก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรไปมากกว่า Idea, ความคิด รวมไปถึงบทความที่ตัวเองเขียนเท่านั้นครับ

เพราะผมเองคิดว่า การเขียนบล็อกมัน เหมือนกับช่องทางให้เราได้แสดงความคิดเห็น อันเป็นความคิดของตัวตนของ คนบนโลกไซเบอร์ เท่านั้น

ดัุงนั้น การก้อบปี้ ไปดุุ้นๆ ลงเนื้อหาโดยไม่อ้างอิงนั้น ไม่ต่างจากการไม่รับรู้ในความคิดเห็นตัวเอง ไม่แสดงบทบาท หรือความคิดของตัวเอง

ไม่ต่างกันกับการ ดูถูกความคิดเห็น ความเป็นตัวตน และความเป็นคนของตัวเองครับ

สำหรับประเด็น ก็จบแล้วนะครับ สำหรับท่านที่แวะเวียนเข้าอ่านบทความไร้สาระของผมอยู่ 6 วันก็สบายใจได้แล้วนะครับว่า ก็คงจะมีบทความ หรือไอเดีย อันเป็นสาระกลับมาเป็นปรกติแล้วนะครับ

ปล. คิดว่าต้องคิด creative common มั่งแล้วนะเนี่ย เริ่มไม่ค่อยไหวล่ะ

Creative Commons.

ตอนนี้ เว็บบล็อกผมติดเจ้า creative commons แล้วนะครับ โดยข้อตกลงจะเป็นประมาณนี้ครับ

  • อนุญาติให้นำเนื้อหาในบล็อกผมไปใช้งานได้เลย แต่ต้องลงที่มา
  • อนุญาติให้นำไปดัดแปลงแก้ไขได้ แต่ต้องใช้ CC แบบเดียวกับผมเนี่ยล่ะครับ
  • ไม่อนุญาติให้นำไปใช้เพื่อการค้าครับ

ซึ่งสำหรับใครต้องการรู้เรื่องเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CC ให้เข้าไปที่ Crearivecommons.org ได้เลยครับ หรือ ถ้ากลัวภาษาไม่รู้เรื่องก็แนะนำที่ cc.in.th ได้เช่นกันครับ ลองไปอ่านๆ กันดูนะครับ

ปล. ต้องขอบคุณ creative commons ทำให้ผมรู้ว่า เครื่องผมโดน Trojan เล่นง่าย พี่แก้เล่นแก้ไฟล์ footer.php ของผมซะเละเลย ดูที่มันเพิ่มเข้าไปดิครับ

มันขายไวอะกร้า ทั้งนั้นเลย เหอๆ แถมที่พี่แกใส่เข้าไป 500-600 บรรทัดเลยครับ ผลคือต้องรีบแก้ออกโดยด่วนเลย เหอๆ แล้วไม่รุ้ว่ามันเพิ่มมาวันไหนสีเนี่ย งานเข้าเลยครับ ต้องไปนั่งไล่เช็คสคริปต์ บน server อีก โอ้ว จะบ้าตาย

Yahoo search scan.

ถือว่าเป็น ลูกเล่นใหม่จาก  yahoo ครับ หลังจากที่ปล่อยให้ google safe search  ออกมาก่อนไปนานแล้วจนสร้างปัญหา ให้กับหลายๆ เว็บที่โดน spyware, trojan เล่นงานไป ซึ่งบล็อกผมเองก็ยังไม่รอดครับ ตอนนี้หาสาเหตุอยู่ว่า ต้นตอมาจากไหนแน่ครับ ตอนนี้ เลยหันมาเล่น  ubuntu รู้สึกสบายใจดี แล้วใช้งานสะดวกดีด้วย

สำหรับลูกเล่นใหม่นี้นะครับ ทาง Yahoo ได้ผู้ช่วยอย่าง Mcafee (ชื่อนี้ ผมไม่ได้สนใจมาประมาณสี่ห้าปีแล้วครับ เหอๆ) ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างจาก google เท่าไหร่นักครับ เรียกได้ว่า เหมือนกันนั่นล่ะครับ


Yahoo search scan

แต่แน่นอนครับว่า คนทำเว็บอย่างเราๆ ท่านๆ นี่ต้องระวังกันมากขึ้นครับ เพราะงานนี้ ถ้าโดนtrojan เข้าไปละก้อ ไม่ต้องหวังเลยครับ งานนี้ โดนสามเด้ง ทั้งเว็บช้า, โดน google ขึ้นเตือน,โดน ยาฮูอีกเด้งนึง โอ้วว

สำหรับท่านที่ใช้งาน yahoo ก็ไปลองเปิด feature  นี้ใช้งานกันได้ที่

http://search.yahoo.com/preferences/preferences?page=search_scan

ยังไง ระวังๆ เรื่องไวรัส กะ trojan กันเพ่ิมขึ้นแล้วกันนะครับ

News update about Google Adsense thailand support.

ขอแวะมาอัพเดทข่าวสั้นๆ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของ adsense ในภาคภาษาไทยครับ ตอนนี้ ผมเองได้ข่าวระแคะระคายมาว่า

เหมือนกับตัวระบบจะเสร็จแล้วนะครับ เพียงแต่อยู่ในขั้นสุดท้ายคือ เตรียมการเปิดตัวครับ

ซึ่งก็ต้องมีการ deal อะไรบางอย่างกันอยู่ครับ (ผมเองไม่ทราบรายละเอียดนะครับ พอได้ข่าวแว่ว มาเฉยๆ) ซึ่งตอนนี้ กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการกัน

โดยในการ deal อะไรพวกนี้นั้น เป็นเรื่องปรกติของ googleอยู่แล้วครับ ในการที่จะเปิดตัวอะไรซักอย่างนึง ทาง googleจะหา partner มาเป็น case study ก่อนเสมอครับ

ดังนั้น สำหรับท่านที่ต้องการทำเว็บเกี่ยวกับ adsense ก็สามารถทำเว็บรอไว้ได้เลยครับ คิดว่าอีกไม่นานเกินรอแน่ๆครับ เพราะหลังจากการ deal ในครั้งนี้ เสร็จสิ้นลง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนในการดำเนินการเปิดตัวแล้วครับ

Big blackhat SEO in thailand again.

ก็จริงๆ แล้วผมเองก็ไม่ได้อยากจะจับผิดใครนะครับ แต่เรื่องของเรื่อง ก็คือ ผมมักจะมี Sense ในเรื่องของ พวกนี้มากครับ มักจะเจอ Blackhat อยู่เป็นประจำ รวมทั้ง Black hat เกรียนๆ เยอะแยะมากมาย Report ไปก็เยอะครับ แต่วันนี้ ก็อดอีกไม่ได้ครับว่า อืมม มันเคยมีเรื่องแล้วนะ ทำไม ยังทำอีก

วันนี้เลย ขอเป็น บล็อกเกอร์ ขี้อิจฉา และอวดดี อีกครั้งครับ

เริ่มต้นด้วย ไอ้ข่าวนิกกี้ นี่ล่ะครับ ผมเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดเท่าไหร่นัก รู้แค่ว่าช่วงนี้ ทำไมมีคนบ่น ก่นด่าเค้ามากมายผิดปรกติ ดังนั้น คนมันอยากรู้ก็ เข้า google ตามปรกติครับ ซึ่งก็ได้หลายๆ เว็บมาอ่าน

และด้วยความมือบอน ชอบค้นหา สาเหตุว่า ทำไมเว็บเหล่านั้นถึงติดอันดับ ซึ่งนั่น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ผม ทำเป็นประจำ คือการทดลอง และ Research อะไรใหม่ตลอดครับ

แต่ในบางเว็บที่ผมเจอ มันกลับดันไปเจอเรื่องแย่ๆ เน่าๆ เข้าน่ะครับ

Blackhat seo in thailand

ซึ่งดูแล้ว ยังไงๆ มันก็ไม่ใช่ในส่วนของการเป็น Text replacement แต่อย่างใดครับ เรียกกันง่ายคือ การทำ Hiden text นั่นล่ะครับ

กลัวว่าหลายท่านที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับโค้ดอาจจะไม่เห็น หรืองง ว่าไอ้ตัวที่มันสั่ง Display none นั้นมันอยู่ตรงส่วนไหนครับ เอาล่ะ ผมจะใช้ firebug แก้ ให้ดีชัดครับ ใส่กรอบแดง นั้นล่ะครับ มันโผล่มาแล้วเห็นไหมครับ

SEO Blackhat in thai

แถมท้้ายด้วยความมือบอนของผมครับ จะทำให้เห็น trick เกรียนๆ อีกแล้ว


(จิ้มตรงนี้เลยครับ เพื่อดูภาพใหญ่ๆ ชัดๆ ครับ)

ก็ตอนนี้ กำลังคิดอยู่ครับว่า การทำจดหมายส่งไปยังเจ้าตัวนั้น จะช่วยอะไรหรือไม่ หรือผมอาจจะเป็นแค่บล็อกเกอร์ ขี้อิจฉา และอวดดีต่อไปครับ

รวมทั้งผมเอง ก็ไม่รู้จะตอบคำตอบอย่างไร ดี ถ้าหากมีคำถามมาถึงผมว่า

"คุณรู้เรื่อง SEO ดีแค่ไหน"

ปล.หวังว่า เคสนี้ ผมคิดว่า เด็กส่งเอกสารเป็นคนทำครับ

Edit : เพิ่มเติมนะครับ มีเหล่า Blogger แจ้งมาว่า จริงๆ แล้วเนี่ย มันเป็นการแทรกขึ้นมาในระบบเลย เพราะในทุกๆ หน้าจะมีเนื้อหา (Hidden text) แบบนี้อยู่ในที่เดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน เลย ดังนั้น คงจะอ้างไม่ได้ว่า เด็กฝึกงาน

edit : มีหลายท่านส่งข้อความมาบอกว่า ให้ทำเป็นจดหมายเปิดผนึกดีไหม ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยจะถนัดเรื่องจดหมายแจ้งอะไรพวกนี้นะครับ ถนัด blog มากกว่า

Some Document and infomation about Google and spam.

พอดีวันนี้ ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร เลยเข้าไปนั่งดูวิดีโอของตา Matt Cutts ที่ถือเป็นทีมงานในส่วนของ Google ครับผม ซึ่งจะคอยมาแนะนำรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องของ SEO และมักจะสะกิดเหล่า Black Hat ด้วยตัวอย่างดังๆ หรือเนื้อหาใน Blog ครับ ดังนั้นก็เลยคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์ กับท่านที่จะทำ SEO จะได้ไม่ต้องเข้าสู่ด้านมืด หรือเผลอไปทำในด้านมืดครับผม

สำหรับเอกสารตัวแรกชื่อว่า What Google know about spam ซึ่งสามารถดาวน์โหลด powerpoint มาดูได้ครับ ที่
http://www.mattcutts.com/files/what-google-knows-about-spam.ppt

ต่อมาเป็น คลิปที่ Matt  Cutts ได้ไปบรรยายในงาน Web 2.0 expo ครับ เกี่ยวกับเว็บ Spam หรือเรื่องของพวก Blackhat ทั้งหลายไว้นะครับ ลองไปดูกัน Matt Cutts (Google) at Web 2.0 Expo SF 2008

ก็ลองดาวน์โหลด หรือดูกันดีๆ ครับ

Some Effect to me about my blogging.

เอาละครับ เหมือนจะมีงานเข้าเลย เรื่องของเรื่องก็คือ ไอ้เรื่องของที่ผมเขียนบล็อกนี่ละครับ ซึ่งมีคำถามมาถึงผม  ว่าผมเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร มุ่งหวังอะไรกันแน่ รวมทั้งมันยาวมาถึงหน้าที่การงานของผมไปอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่ประการใด ก็ไม่รู้ แต่ผมเอง ก็ขอแสดงความเป็นบล็อกเกอร์ของผมด้วยครับ

อันดับแรก บล็อกนี้ ผมเขียนขึ้นมาเพื่อมุ่งหวังเป็นช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้เรื่อง SEOทั้งของผม ของผู้ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหมู่คนทำ SEO ซึ่งผมเองก็พยายามยึดถือเอาตามแนวของการทำ SEO ในด้านสว่างเสมอมาครับ ดังนั้น หากย้อนไปดูเนื้อหาที่ผมเขียนถึงเกี่ยวกับเรื่อง Blackhat แล้วล่ะก็

อันนี้ ถือเป็นเป็นเกี่ยวกับเรื่อง Blackhat ครับ ที่เรียกว่าเขียนจิกกัด และสะกิดคนทำ Blackhat seo มาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดครับ รวมทั้งถ้าท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกผม รวมทั้งหลายๆ ท่านที่เคยคุยกัน จะรู้ว่า ผมทำ SEO มาด้วยการไม่ยุ่งกับสายดำมาตลอด ดังนั้น ทุกเว็บที่เล่นสายดำ แล้วผมไปพบ และเป็นประเด็นต่างๆ ก็มักจะนำมาบล็อก ถึงเสมอๆ ครับ

นอกจากนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการก้อบปี้ content อย่างไม่ถูกต้องทั้งในบล็อกผม และที่อื่นๆ ที่รู้สึกว่า มันไม่ถูกต้อง ก็จะมาเขียนถึง

นอกเหนือจากนี้ ผมเองก็บล็อกในประเด็นหลายๆ ตัวอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาที่เขียนบล็อกนี้มาตลอด โดยไม่ได้สนใจเลยว่า ตัวเองเกี่ยวเนื่อง หรือเกี่ยวข้องกับใคร หากแต่ตัดความสัมพันธ์เหล่านั้น แล้วเขียนบล็อกด้วยความเป็นกลางมาตลอด

เพราะเมื่อผมเปิดบล็อกขึ้นมาเพื่อเขียน ณ ที่ตรงนี้ มันคือบล็อกของผม คือที่ของผม ไม่มีคำว่า Office ไม่มีคำว่าเจ้านายลูกน้อง ไม่สนใจว่า สิ่งที่ผมบล็อกจะไปกระทบกับใคร แม้กระทั่ง office ตัวเอง (แน่นอนว่า ก็ด่ามาแล้วว่า เอ็มไทยแม่งเน่า ไม่เชื่อลองไปไล่อ่านดูครับ)

ดังนั้นหลังจากที่บล็อกเรื่องเมื่อเช้าไป ดันมี effect มาถึงบล็อกของผมด้วยยาวต่อเนื่อง หลังจากที่ทางบริษัทได้รับเรื่องบางเรื่อง เกี่ยวกับการบล็อกของผม ซึ่งมีคนที่พยายามจะดีงบล็อกไป ผูกกับบริษัท บางคนหาว่า ผมมาเขียนบล็อกเพื่อดิสเครดิต  และยกหาง บริษัทที่ผมทำงานอยู่

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกันแต่อย่างใดครับ เพราะหากเป็นอย่างนั้นจริง ผมคงไม่กล้าที่จะเขียนด่า Mthai ในเรื่องของการก้อบปี้ content อย่างสาดเสียเทเสีย จนโดน effect จากเพื่อนร่วมงานเองหรอกนะครับ (จนต้องตัดบางประโยคออกไปเพราะโดน effect)

ดังนั้น จึงอยากจะกล่าวให้เข้าใจอย่างนี้ครับว่า

ถ้าเป็นเรื่องในบล้อกนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงาน บริษัท หรือต้นสังกัดผมแต่อย่างใด เพราะผมเองเชื่อในเรื่องของสิทธิที่ผมมี ไม่มีใครจะมาบังคับหัวผมให้หันซ้ายหันขวาบ้าจี้ได้หรอกครับ ซึ่งเรื่องนี้ หวังว่า ท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านในบล็อกผม อย่างต่อเนื่องมั่นใจได้ครับว่า บล็อกผมจะยังคงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง SEO ต่อไป และหากจะไปเขียนสะกิดแผลใครเข้า ก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า ผม มีสังกัดชื่อว่า eblogbiz.com เท่านั้น และทุกวันนี้ ผมก็แจกนามบัตร โดยนามบัตรส่วนตัวจั่วหัวว่า eblogbiz มาตลอด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ผมทำงานอยู่แต่อย่างใด

หรือแม้แต่ ถ้าพรุ่งนี้ ทางหัวหน้าจะให้ผมเลือกระหว่างการลบบล็อกเจ้าปัญหานี้ทิ้ง กับการออกไปตายเอาดาบหน้า หางานใหม่ ผมก็จะยืนยันว่า ผมยินดีจะคงบล็อก และบทความทั้งหมดที่เขียนไว้ และเดินออกมา พร้อมด้วยคำพูดที่ว่า

"The Quick brown fox Jumb over the Laxy dog"

หวังว่า คงจะเข้าใจนะครับ หากคุณใจกว้างพอ และเชื่อในอิสรภาพ ของการแสดงออก

Thailand eBusiness Summit : From Zero to Hero

พอดี มีเพื่อนฝูงฝากมาให้ประชาสัมพันธ์ให้ทีครับ เกี่ยวกับงาน Thailand eBusiness Summit : From Zero to Hero ซึ่งงานนี้เนี่ย ฟรีนะครับ และเป็นการสัมมนาที่มีการรวมคนที่ทำ ธุรกิจ สร้างรายได้จากโลกออนไลน์ มาหลายคนด้วยกันครับ ซึ่งพอไปดูรายละเอียดแล้วก็น่าสนใจดีนะครับ

คนบรรยาย ก็มีทั้ง คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เจ้าพ่อ Adwords ที่เรารู้จักกันดี, มีพี่ต๊ะ ก็ถือเป็นหนึ่งในเกจิ เรืองของ AFF ในส่วนของโรงแรม นอกจากนี้ ยังมีทางธ.กรุงเทพ มาในเรื่องของ การโอนเงินจากธ.กรุงเทพใน us ให้คุ้มค่า, มึเกี่ยวกับเรื่องของ Aff  Amazon ด้วย ถือว่าแจ่มดีทีเดียวนะครับ

ดังนั้นใครสนใจในมุมของการทำธุรกิจด้านนี้ ก็ไม่ควรพลาดครับ เพราะมันฟรีด้วย สนใจลงทะเบียนได้ที่นี่เลยครับ

ปล.หวังว่าจะไม่มีใครจับแพะชนแกะอีกนะครับ

Google Webmaster tools support Thai language.

เมื่อวานวุ่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยลืมอัพเดทไปเลยครับ ว่าเจ้า google webmaster tools นั้นสนับสนุนภาษาไทยแล้วนะครับ

Webmasters come from all corners of the world and we are working hard to reach each and everyone of you. A few months back we introduced you to Googlers who help monitor our Webmaster Help Groups in fifteen languages. Since then, that number has grown to sixteen with the addition of the Chinese Help Group. Today, we're happy to announce that Webmaster Tools is now available in four more languages:

  • Arabic
  • Hebrew
  • Hindi
  • Thai

Webmaster Tools is already available in 22 other languages: British English, Czech, Danish, Dutch, Finnish, French, German, Hungarian, Italian, Japanese, Korean, Norwegian, Polish, Portuguese, Romanian, Russian, Simplified Chinese, Spanish, Swedish, Traditional Chinese, Turkish, and US English.

--
จากบล็อกของทีมงาน Google (http://googlewebmastercentral.blogspot.com/)

แต่ผมเองยังไม่ได้ลองในภาษาไทยนะครับ เพราะว่า account ผมมันเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ขี้เกียจจะไปนั่งเปลี่ยน บางตัวเปลี่ยนแล้วอ่านไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แปลแล้วงงๆ ครับ ยังไง ก็ลองเข้าไปใช้งานกันดูครับ

About hidden text is blackhat.

ก็มีเมล์มาถามกันอีกแล้วครับ กับสิ่งการซ่อนtext หรือ hidden text ครับ ว่ามีรูปแบบไหนบ้าง เข้าข่ายหรือไม่อย่างไร ซึ่งในรูปแบบต่างๆ นั้น ผมเองเคยเขียนไว้นานมากแล้วตั้งแต่ ปี 2006 ครับ เลยไปขุด มาแก้ไขให้ทันสมัยขึ้นครับ สามารถอ่านได้ที่นี่เลยครับ

SEO project : Hidden text, backhat seo..เขียนไว้ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 15 กพ.  2006 ครับ แต่แก้ไขแล้ว เรียกได้ว่า ฉบับแก้ไข 2008 ก็ได้ครับ

ส่วนการฟันธงว่า อะไร hidden หรือไม่นั้น  Google เองให้คำนิยามของ hidden text, hidden link ไว้ว่า

Hiding text or links in your content can cause your site to be perceived as untrustworthy since it presents information to search engines differently than to visitors

.....

Hidden links are links that are intended to be crawled by Googlebot, but are unreadable to humans

.....
อ้างอิงจาก  hidden text and links

อีกทั้งGoogleเองยังระบุไว้ในหน้า  Google Report a Spam Result ว่า

Trying to deceive (spam) our web crawler by means of hidden text, deceptive cloaking or doorway pages compromises the quality of our results and degrades the search experience for everyone.

ในขณะที่ Yahoo ให้คำตอบเกี่ยวกับ hidden text ไว้ว่า

The use of text or links that are hidden from the user

อ้างอิงจาก What is search engine spam?

ดังนั้น หากสรุปความตามนี้ สำหรับคำว่า hidden text, hidden link ก็คือ เนื้อหา หรือข้อความอะไร ที่ผู้ใช้งานไม่สามารถมองเห็นได้

ซึ่งก็ยกเว้นพวก Code ต่างๆ นะครับ คงไม่มีใครบ้าจี้บอกว่า โค้ด html ก็เขียนไม่ได้อย่างนั้น

แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งเราจะทำไม่สามารถใช้งานโค้ดบางตัว เช่น display:none, over-flow:hidden ไม่ได้นะครับ ลองกลับไปอ่านที่ผมสรุปให้อีกครั้งหนึ่ง

สาเหตุที่ท่านผู้นี้ ถามมา เนื่องจากเว็บของเค้านั้น มี display:none อยู่ด้วย ซึ่งใช้ในลักษณะของ Tab เนื้อหา ที่เราเห็นๆ กันบ่อยๆนั่นล่ะครับ

คำตอบมันมีอยู่ในส่วนที่ผมสรุปไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เนื้อหาที่ผู้ใช้งาน ไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้น หาในระบบ tab content ที่ผู้ใช้งานสามารถคลิก แล้วแสดงเนื้อหาสลับไปมาแต่ละ tab ได้ สามารถเห็นเนื้อหาที่อยู่ใน tab ต่างๆ นั้นได้ ไม่ถือว่าเข้าข่ายครับ

ส่วนในอีกกรณีนึงนั่นก็คือ การใช้เพื่อเป็น Images Replacement ซึ่งอันนี้ ยังมีหลายคนเข้าใจผิดๆ หรือใช้กันแบบผิดอยู่ครับ ซึ่งหลายๆ เว็บที่พยายามทำ SEO ก็มีใช้งานกัน ซึ่งผมเองก็เห็น แต่เข้าใจเจตนาในตรงนั้นว่า คุณต้องการใช้ เพื่อเป็น images replacement นะ ก็เลยคิดว่า เดี๋ยวขอรวบรวมข้อมูลก่อน เอาแบบที่ทำแล้วถูกต้อง สบายใจ กันครับ

สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับ SEO ก็ยังส่งเมล์มาคุยกันได้นะครับ ที่ MorMMaM@จีเมล์dotcom ครับผม เหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งผมก็ open สำหรับทุกท่านนะครับ หลายท่านที่เคยโดน Google ban ไปเมื่อรอบก่อนหน้าโน้นก็มีมาคุยหาทางแก้กันก็มีครับ ซึ่งก็ได้ช่วยกันบาง บางเว็บก็ยังรอ google  เค้าตรวจสอบกลับมา ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่า หลายๆ ท่านกู้คืนมาได้แค่ไหนอย่างไร เหมือนกันครับ

ปล. ลิ้งค์ในเนื้อหาก่อนหน้านี้มันผิดไป เดี่ยวจะแก้ไขให้นะครับ เผื่อว่าใครอยากอ่าน รวมทั้งเนื้อหาเก่า สามารถคลิกได้ที่เมนู Archive ด้านบนนะครับ จะมีเนื้อหาที่ผมเขียนลงบล้อกไว้ตั้งแต่ปี 2005 แล้วนะครับ ก็ลองๆ ไปดูกันได้ เพราะเนื้อหาหลายตัว ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักครับ ส่วนไหนที่พบว่า เปลี่ยนแปลงไปแล้ว และผมไม่ได้แก้ไขก็แจ้งกันได้ครับ หรือ comment กันไว้ได้ เพราะผมเห็นทุก comment ครับ

ปล2. กำลังว่าจะหา Captcha กัน spam ใหม่ เพราะเหมือนไอ้ระบบบวกเลขมีปัญหามากมายขึ้นเรื่อยครับ คิดว่าน่าจะมาจากเรื่องsession ถ้าท่านใด บวก เลข ไม่ถูก ไม่ต้องวิตกนะครับว่า คิดผิด ลองใหม่ ถ้าไม่ได้ ส่งเมล์มาบอกกันก็ได้ครับ

PowerSet! new search engine from Wikipedia.

เอาละครับ สนุกแล้วครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทาง wikipedia เคยออกมาให้ข่าวว่าจะทำ search engine มาใช้งานเอง ในระบบของ wiki ที่มีเนื้อหาอยู่เป็นจำนวนมากครับ

ตอนนี้ ออกมาแล้วครับ โดยใช้ชื่อว่า PowerSet (www.powerset.com) ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญของวงการ Search engine เลยครับ เพราะนอกจากการแข่งขันในวงการ SE นั้นดูจะหายไป กลายเป็นสามก๊ก SE แล้ว (Google, yahoo and live) ไม่ได้เกิดการควบรวมครั้งใหญ่ระหว่างMS กับ Yahoo ทำให้สภาวะ สามก๊กนี้ ยังอยู่ครับ

กลับมาเข้าเรื่องของPowerset ครับ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ เพราะแน่นอน ว่าในปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับกันส่วนหนึ่งว่า การค้นหาในSE ใหญ่ มักจะมีส่วนของ spamdexing, Blackhat site, Irrelevance site หรือสรุปง่ายคือ เว็บในกลุ่มสายดำ ทั้งหลายเข้ามาปะปน

หรือหลายครั้ง คุณก็พบว่า i feel lucky ของ google นั้นพึ่งพาอาศัยไม่ไ้ด้ หรือบางครั้งเบื่อหน่ายกับเว็บดักคีย์ ดักควายอะไรพวกนี้  แต่เจ้า Powerset ทำให้สิ่งเหล่านั้นหมดไปได้ครับ

เพราะเนื่องจาก PowerSet นั้นจะพยายามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาให้คุณเลย ซึ่งข้อมูลนั้นมาจากWiki pedia เป็นตัวหลักเลย และเราก็รู้ๆ กันดีว่า หลายครั้งที่ wikipediaช่วยให้เราได้ข้อมูล ความรู้ที่เราต้องการ และอัพเดทมากกว่าใน google เสียอีกครับ

Powerset search

จากภาพด้านบนในตัวอย่างนะครับ จะเห็นว่า นอกจากมี Info ที่เกี่ยวกับคำว่าSEO (Search engine optimization) แล้ว ยังมี Seo (ชื่อที่เป็นภาษาเกาเหลี)  ให้เราเข้าใจอีกด้วยครับ

ส่วนในการลอง search ด้วยคำภาษาไทยนั้น ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แน่นอนว่า อาจจะเกิดจากการที่เนื้อหาในเว็บของ th.wikipedia นั้นยังมีไม่มากพอ ที่จะทำให้สรุปเนื้อหาเข้ามาด้วยกันได้ แต่ก็ยังพอมีลิ้งค์จาก wikipedia ให้เราในด้านล่างครับ ดังนั้น ต่อไป น่าจับตามองทีเดียวกับกับ PowerSet ตัวนี้

แต่แน่นอน ในมุมมองของผมนั้น เจ้า PowerSet ยังไม่ใช่คู่แข่งที่จะขึ้นมาทาบรัศมียักษ์ใหญ่ทั้งสามก๊กนั้นได้ หากแต่เป็นแค่ชนเผ่าเล็กๆ เป็น Search engine เฉพาะทางมากกว่าครับ

เพราะอะไร???

เพราะว่า ผลการค้นหานั้น มุ่งเน้นในส่วนของ wiki อย่างเดียว เนื้อหาที่ได้จึงไม่ทั่วถึงไปยังเว็บ และเนื้อหาอื่นๆ มากพอครับ เว็บไซต์หรือเนื้อหาดีๆ จากบล็อกต่างๆ ก็ไม่สามารถจะแทรกเข้าไปได้ หากมิได้เข้าไปแปะอยู่ในส่วนของ wikipedia (linkของeblogbiz.com ของผมเคยอยู่แต่ปัจจุบันไม่รู้ใครมาเอาออกไปซะงั้น)

ปัญหาอีกส่วนหนึ่งของ Wiki เอง นั่นคือ ความเอนเอียง หรือความไม่เป็นกลางของเนื้อหาในบางประเด็น ซึ่งปัญหานี้ ในส่วนของ Wiki เองก็ยังจัดการไม่ได้มากนัก นอกจากขึ้นตัวหนังสือ สีแดงๆ เตือนเท่านั้น

หลายครั้งที่เรามักจะเห็นบทความที่เกิดจาก ทฤษฏีสมคบคิด ขึ้นไปแปะอยู่บน wiki ครับ

แน่นอนว่า มันเพิ่งจะเปิดตัว ดังนั้น อย่าเพิ่งจะคิดว่า มันไม่ดีเลยครับ เพราะอย่างน้อยทาง Wikiเองก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเค้าทำได้

Update Adsense News.

ก็เกิดกระแสมาถึงผมอีกแล้ว(รู้สึกเหมือนพักนี้จะมีคนถามโน่นนี่บ่อยขึ้น) เกี่ยวกับเรื่องของ Adsense ครับ ซึ่งในช่วงสองสามวันนี้เนี่ย ได้เกิด effect ประหลาดๆ คือ Ads หายหมด

แน่นอนครับว่า บล็อกผมก็เป็น แต่อย่างที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้วครับ ในตอน News update about Google Adsense thailand support.

ซึ่งก็ถือว่า นี่ไม่ใช่สัญญาณร้าย แต่อย่างใด ครับ สำหรับผมแล้ว ถ้าให้คาดการณ์ นะครับ คือ

  1. ทาง Google  ได้ปิดการทดสอบในส่วนของ Beta test แล้ว
  2. เร่ิมที่จะมีการเตรียมนำปรับปรุงระบบก่อนนำมาใช้จริง
  3. เริ่มทำการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในเรื่องของการแสดง Ads
  4. กำลังจะมีการเซ็นสัญญาตกลงกับบรรดาเว็บที่จะเป็น case study ของ  Google Adsense ในภาษาไทย

สำหรับประเด็นแรกน่าจะเข้าใจครับ ส่วนในข้อ 2,3 นั้น อันนี้ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเนื่องมาจากปัญหาในช่วงก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่า มี ads ที่ขึ้นไม่ตรงบาง ซึ่งพบมากในกลุ่มพวก ads MLM, ลดน้ำหนัก พวกนี้ ครับ

ซึ่งปัญหานี้ เท่าที่ทราบมาทาง Google ค่อนข้างซีเรียสมากทีเดียว เพราะว่า  Google บอกว่า Adsense เป็นระบบที่ดึง Ads ให้ตรงกับเนื้อหาเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อมันดึงไม่ตรงหลุดมาบ้าง นั่นทำให้ Google นิ่งนอนใจไม่ได้กับประเด็นนี้ และแน่นอนว่า ก็คงจะต้องมีการนำปัญหาเหล่านี้ไปแก้ไขให้เร็วขึ้น ครับ เนื่องมาจากประเด็นในข้อ 4

เรื่องของการหา Case Study ของ Google ครับ เท่าที่ทราบมามีการติดต่อ Deal ไปยังเว็บใหญ่ ในไทยหลายเว็บ ซึ่งดูเหมือนว่า แทบทั้งหมดจะตอบรับครับ

ดังนั้นประเด็นนี้ จึงเป็นสัญญาณ ที่ดีทีเดียวอย่าเพิ่งไปวิตกจริตกันครับ หวังว่าคงจะเข้าใจในทั้ง 4 ประเด็นนะครับ

Blogger is Citizen Journalist.

ว่าจะบล็อกเรื่องนี้ มาหลายวันแล้วครับ แต่เหมือนเน็ตออกอินเตอร์มันเน่าๆ เลยต้องยกมาวันนี้ครับ ซึ่งที่มาที่ไปก่อนจะบล็อกเรื่องนี้นั้น มันก็เริ่มมาจากเห็นโฆษณา ใน Thai PBS ครับ ที่ต้องการนักข่าวพลเมือง หรือ Citizen Journalist ซึ่งในประเด็นนี้ มันน่าสนใจครับ เลยคิดว่าต้องบล็อก

สำหรับคำว่า citizen journalist ซึ่งปัจจุบันยังหาคำจำกัดความที่แน่นอนไม่ได้ บางแห่งเรียกว่า นักข่าวพลเมือง, นักข่าวประชาชน ไปจนถึงคำว่า นักข่าวรากหญ้า แต่นั่น ไม่เท่ากับความน่าสนใจและความสำคัญของมันครับ

ในต่างประเทศ หลายๆ สื่อ ยอมรับและให้น้ำหนักกับ Citizen journalism มาทีเดียวครับ ของบ้านเราก็เพิ่งจะมา แต่แน่นอนว่า ค่ายที่น่าสนใจและสนับสนุนให้เกิด citizen journalist อย่างเต็มที่คือ The Nation เจ้าของ OKnation.net นั่นล่ะครับ

คุณสุทธิชัย หยุ่น ยังได้กล่าวยอมรับการมาของ Citizen Journalist ไว้อย่างน่าสนใจว่า

... บทบาทและภารกิจของคนข่าวอาชีพ จะต้องเปลี่ยนไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรง, แม้ว่าคนทำสื่อส่วนใหญ่ ณ วันนี้ยังไม่อยากจะเผชิญกับความจริงข้อนี้มากนักก็ตาม

แต่ความ จริงย่อมหนีความจริงไม่พ้นว่า เมื่อใครต่อใครสามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัยรุ่นที่ราคาถูกลงไปเรื่อยๆ ในการสื่อสารกันเอง และส่งข้อความ, ภาพ, เสียงและวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตไปสู่เวบไซต์ที่มีผู้คนเข้ามาอ่าน และแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางและฉับพลันได้, คนที่เคยทำหน้าที่เป็นนักข่าวประจำสายนั้นๆ หรือบรรณาธิการที่เคยคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะตัดสินว่าข่าวไหนสำคัญ และมุมไหนของข่าวมีความน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคข่าว, ก็จะต้องรับรู้ว่าบทบาทนั้นกำลังจะลดลงไปสำหรับตัวเอง

'สื่อกระแสหลัก' จะต้องปรับตัวกันขนานใหญ่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อสารมวลชนที่ คำว่า journalism หรือ 'สื่อสารข่าวสารและข้อมูล' นั้น จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนที่มีอาชีพผูกติดกับหนังสือพิมพ์, วิทยุและโทรทัศน์เท่านั้น

ที่มา: Oknation.net/black

ซึ่งแน่นอนครับว่า สื่อหลักเองก็ให้ความสนใจ และความสำคัญของการมาถึงของยุค ที่ใครๆ ก็เป็นสื่อภาคพลเมืองได้ ดังนั้นการที่เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่ได้คือ การยอมรับ ในเรื่องของ สื่อภาคประชาชน, เรื่องของการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างอิสระ ครับ

แน่นอน บล็อก เป็นหนึ่งใน media 2.0 ที่เราจะต้องยอมรับ รับรู้และรับทราบถึงการเขียน แสดงความคิดเห็น รวมถึงสะกิดสังคมผ่านทาง Weblog อีกด้วยครับ

แต่ในมุมกลับ คงต้องยอมรับว่า สื่อในยุค 2.0 นั้น โตเร็วเกินกว่าคน Internet User บ้านเราจะเข้าใจ กลั่นกรองเอาความเป็นจริงมาคิดต่อให้ดีครับ ซึ่งหลายครั้งที่เราต้องยอมรับกับว่า media ไม่ว่าจะ 1.0 หรือ 2.0 ถูกใช้ในการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ขาดการกลั่นกรอง ด้วยเหตุ และผล อย่างที่ควรจะเป็น

ตัวอย่างเช่น การ forword mail การเก็บเงินของMSN, การบล้อกเนื้อหาที่เชื่อว่า เป็น 30 คำสอนของพ่อ เป็นต้น ซึ่งนั่นเป็นการนำสื่อภาคพลเมืองมาใช้ในการสร้างข่าวที่น่าเชื่อถือ ผนวกกับทฤษฎีสมคบคิดลงไปบ้าง

ดังนั้น บล็อกเกอร์ ที่ต้องการจะทำตัวเป็น Citizen journalist นั้น จำเป็นจะต้องปรับตัว และมีบรรทัดฐานของการเขียนบทความลงในบล็อก และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขียนลงไปนั้นด้วย

จุดต่างระหว่าง สื่อหลัก กับสื่อภาคพลเมือง

  • สื่อภาคพลเมือง สามารถ feed เนื้อหาข่าวได้เร็วว่า สื่อหลัก
  • สื่อภาคพลเมือง สามารถนำเสนอเนื้อหา ได้ลึก และถูกต้องมากกว่าสื่อหลัก
  • สื่อภาคพลเมือง ไม่สามารถควบคุมได้ เท่าสื่อหลัก (ควรจะไม่ถูกจำกัด ด้วยมาตรการบางอย่างเช่น เขียนเนื้อหา ไม่เข้าหู ICT แล้วโดนบล้อก หรือมี อำนาจที่มองไม่เห็นมาควบคุมจำกัด)
  • สื่อภาคพลเมือง ไม่มีบรรณาธิการ ในการควบคุมข่าว เนื้อหา หรือภาพในการนำเสนอ
  • สื่อภาคพลเมือง มีโอกาสสุ่มเสี่ยงให้การโดนฟ้อง มากกว่า สื่อหลัก
  • และอีกหลายปัจจัย (ส่งผ่านแนวคิดของคุณมาทางtwitter ผมได้ครับ @mormmam)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ส่ิงที่เหล่าบล็อกเกอร์ ที่อยากผันตัวมาเป็นบล็อกเกอร์มืออาชีพ หรือแม้แต่เป็น Citizen Journalist นั้น จำเป็นจะตัองมี

  • ความชัดเจนในเนื้อหา
  • ความสม่ำเสมอในการอัพเดท
  • ประเด็นที่ชัดเจนและน่าสนใจ
  • ความไวในเรื่องของการเขียน
  • สำนวนในการเขียน
  • รูปแบบในการนำเสนอ

ในขณะที่จุดด้อย และจุดอ่อน ของความเป็น Citizen journalist นั้น ก็มีอยู่หลายประการเช่น

  • ความไม่ชัดเจนในที่มาที่ไป (ทั้งในตัวของเนื้อหา และตัวผู้เขียน)
  • ความไม่น่าสนใจของเนื้อหา หากไม่เป็น unique พอ
  • โอกาสที่จะหลุด จากความเป็นกลางสูง (หากไม่มีบรรทัดฐานตั้งไว้มั่นคงพอ)
  • ความไม่น่าเชื่อถือ (หลักๆ สืบเนื่องจากข้อแรก)

ดังนั้นบล็อกเกอร์ เองที่ต้องการจะผันตัวเองเป็น Journalist นั้น ก็ควรที่จะตั้งมั่นในประเด็นด้านบนครับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ตัวเอง และเป็นการสร้างขึ้นด้วย ซึ่งแน่นอนครับว่า มันก็พอมีในเรื่องของ code of conduct สำหรับเหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลายครับ โดยหลักๆ แล้วหากเราใช้บล็อก เป็นแค่ไดอารี่ ออนไลน์ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการใช้บล็อก เป็นหนึ่งใน citizen media เมื่อไหร่แล้ว ล่ะก็ ก็ควรจะยึดในแนวทางของจรรยาบรรณในความเป็นบล้อกเกอร์ของคุณด้วย

ซึ่งในเรื่อง blogger code of conduct นั้นผมเองจะยังไม่ขอเอ่ย ในตอนนี้แล้วกันครับ เพราะเชื่อว่า ผมเองก็ยังไม่แม่นในเรื่องนี้เท่าใด นัก หากแต่ก็คิดว่า หลักๆ แล้วผมเองก็พยายามยึดในแนวทางของการเป็นสื่อ หนึ่ง ที่มีคนเข้ามาอ่าน รับรู้ และเป็นหนึ่งในผู้เผยแพร่ข้อมูล หลายส่วน ครับ

ซึ่งหากใครสนใจในเรื่องของ code of conduct ก้แนะนำให้อ่านได้ตามลิ้งค์หลักๆ ด้านล่างนี้ครับผม โดยส่วนแรกเป็นภาษาอังกฤษนะครับ

สำหรับในภาคภาษาไทย ก็มี จากบล็อกของ @bact' (http://bact.blogspot.com) ซึ่งคิดว่ามีเนื้อหาค่อนข้างน่าสนใจและครบถ้วนดีครับ ในเรื่องนี้ลองอ่านได้ครับ Bloggers' Code of Conduct, Bloggers' Code of Conduct (2), Bloggers' Code of Conduct (3)

ซึ่งสำหรับใน entry นี้ ขอเป็นบทความเกริ่นนำสำหรับ เพิ่มเติมต่อไป นะครับ ซึ่งคิดว่า หลังจากผมเองมีเวลาได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะทยอย มาเผยแพร่กันให้ได้รับรู้กันต่อๆ ไปครับ

ปล. ท่านใดที่มีเนื้อหา หรือสนใจในเรื่องเหล่านี้ ก็แสดงความคิดเห็น หรือเมล์มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

Cyber law, Process and Standard in Thailand.

จริงๆแล้ว เขียนentry ก่อนหน้านี้ไว้แต่ draft ไว้ ซึ่งรับไม่ค่อยได้กับขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานจาก พรบ. คอมฯ ที่ออกมา แต่พอกลับไปอ่าน แล้ว รู้สึกว่า ตัวเองใส่อารมณ์ มากไปหน่อย เลยลบทิ้งเขียนใหม่ดีกว่า

สำหรับประเด็นนี้ เนี่ย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทราบข่าวในเย็นวันที่มีการดำเนินการเข้าจับกุม (ใช้คำตามท้องเรื่อง) เจ้าของเว็บ 212cafe.com ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คือ คุณ Pook นั่นล่ะครับ ด้วยข้อหา สนับสนุนเผยแพร่ภาพลามก อะไรพวกนี้ ครับ

ผมเองก็ทราบมาจากผู้เกี่ยวข้อง มาส่วนหนึ่ง จากข่าวอีกส่วนหนึ่ง (ไอ้เรื่องเขียนข่าวเนี่ย ขอยกไปเอ่ยตอนหลังบทความนี้อีกครั้งนะครับ) สรุปใจความได้ว่า มีสาวคนนึง โดนคนรัก เอารูปมาโพสต์ ในเว็บ 212.cafe (ในส่วนของ upload) และได้ดำเนินคดี กับอดีตคนรัก ไปแล้ว แต่ไ้ดมีการฟ้องร้องไปยังเว็บไซต์ pook ด้วย ในฐานะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่ ครับ

แน่นอน ทันทีที่ได้รับข้อมูลก็รู้สึกรับไม่ได้กับมาตรฐานที่คลุมเครือรวมทั้งข้อสงสัย ที่มันยังเป็นขอถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำในเรื่องของมาตรฐานการทำงานดังกล่าวครับ

ประเด็นที่ผมตะขิดตะขวงใจคือ

  • ก่อนหน้าที่จะมีการฟ้องร้องไปถึงเว็บไซต์ ได้จับกุม ดำเนินคดี ฝ่ายชายไปแล้ว ซึ่งรับสารภาพแล้ว แต่ทำไม จึงมาฟ้องเว็บเพิ่มเติม
  • ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง ไปยังเจ้าของเว็บไซต์ เพื่อให้ดำเนินการลบข้อมูล แต่ผมเองไม่แน่ใจว่า การแจ้งดำเนินการเพียงทางโทรศัพท์ ไปยังบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ดูแลเว็บไซต์จริงๆ นั้น ถือว่าเป็นการแจ้งแล้วหรือ???
  • มาตรฐานในการแจ้ง เรื่องไปยังคนดูแลเว็บนั้น ควรจะมีมาตรฐานหรือไม่ เช่น ช่องทางอีเมล์, โทรศัพท์, แฟ็กซ์ หรือหนังสือรายการอย่างหนึ่งอย่างใด

แน่นอนครับ อย่างในกรณีเรื่องโป๊ เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครจะแจ้งมา ก็ถือว่าต้องทำการลบโดยทันที แต่การแจ้งไม่ถูกคนนั้น ควรจะมีการเช็คหรือไม่ เช่น เกิดมีคนมาโพสต์ ภาพโป๊ในบล้อกผม และผมเองก็ไปเที่ยว ทีนี้ เจ้าหน้าที่โทรแจ้งมา แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณ ทำให้ มันโอนไปยังเบอร์ออฟฟิศ และมี ยาม หรือ คนขับรถ หรือแม่บ้าน หรือคนใน office ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลเว็บ มันถือว่า เป็นการแจ้งแล้วหรือยัง

เพราะแน่นอนครับ ในพรบ. ระบุไว้ว่า ให้ดำเนินการ ภายใน 72 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเกิด ยามเค้ารับ เนี่ย ผมถามว่า เค้าดำเนินการได้หรือไม่ กับการลบทิ้ง อะไรพวกนี้

แน่นอน มันไม่ได้ ยาม ก็ต้องพยายามแจ้งผม แต่ถ้าเจ้าหน้าที่นับตั้งแต่ที่โทรแจ้งยาม ล่ะ กว่าผมจะกลับจากเที่ยว ก็ผ่านไปแล้ว สามวัน ก็ผิดตามพรบ. นี้แน่ๆ

ดังนั้น ตรงนี้ มันต้องมีมาตรฐานกันบ้างครับ ว่าอะไรอย่างไร

ประเด็นต่อมาคือ ในกรณีโป๊ มันไม่ว่าใครแจ้งก็ต้องลบ แต่มันจะมีกรณีของการหมิ่นประมาทอีกครับ เช่น ผมซื้อเครื่องเสียงยี่ห้อ eblogbiz แล้วมันเกิดไม่ดี ผมไปโพสต์ บอกว่า ของยี่ห้อนี้ไม่ดี ซื้อมาเดือนเดียวพังแล้ว เคลมไม่ได้ ให้เอาไปซ่อมศูนย์ อย่างเดียว วันดีคืนดี เจ้าของผลิตภัณฑ์ มาแจ้งว่า มีการโพสต์หมิ่นประมาท เค้า ให้ดำเนินการลบทิ้ง

ตรงนี้ เนี่ย มันทำให้เกิดข้อลังเลนะครับ เพราะคนโพสต์ ก็โพสต์ในฐานะของผู้บริโภค ซึ่งได้รับการบริการ และสินค้าที่ไม่ดี จึงนำมาโพสต์แชร์ กันเพื่อเป็นประโยชน์ สาธารณะ