November, 2007

Web Marketing Mistake

วันนี้ ว่างๆ พอมีเวลาที่นั่งอ่านบทความหลายๆ อันครับ เลยทำให้นึกถึงสิ่งที่เคยทำๆ มาแล้ว เกี่ยวกับการโปรโมทเว็บ หรือการวางแผน การทำการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ หลายครั้งที่เจอ ที่พบมาครับ ซึ่งแน่นอนครับว่า คนที่ไม่เคยพบปัญหา เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ คงต้องบอกว่า มีน้อยมากๆ หากใครเคยได้ยินคำคมที่ว่า "คนที่ไม่เคยเจอปัญหา คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลยนั่นเอง"

แน่นอนครับ หลายๆครั้งของการทำงานในด้านของการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ที่ผมเองเห็นๆ อยู่ครับ มันพบปัญหาหลายๆ อย่างหลายประการเหมือนกันครับ แม้ว่าในส่วนตัวแล้วผมเองไม่ได้เรียนจบมาด้านการตลาด และความรู้ด้านนี้ ก็คงจะสู้คนที่จบด้านการตลาดมาโดยตรง คงไม่ได้ แต่คนที่จบการตลาดมาเองก็เหมือนกันครับ ก็มีข้อผิดพลาดได้ในการวางแผนการทำการประชาสัมพันธ์ ทำการตลาดบนโลกออนไลน์ได้ แต่ว่าปัญหาหลักๆ นั้นก็ไม่มีอะไรมากมายครับ เป็นปัญหาไม่กี่ข้อ หากต้องใช้เวลาในการสัมผัสกันซักหน่อยครับ

1. Online Experience.  อันนี้เป็นประเด็นแรกเลยครับ ประการนี้สำคัญมากๆ ครับ เพราะว่าเนื่องจากหลายครั้งที่เจอมา พบมาแน่นอนครับ น้องๆ ใหม่ในที่ทำงาน จบมาด้านนี้ด้วยเฉพาะเลยครับ แต่ไม่เข้าใจในเรื่องของโลกออนไลน์ ไม่ค่อยเข้าใจในรูปแบบ ไปจนถึงพฤติกรรมหลายอย่างของคนใช้เว็บ คนเล่นเว็บ ทำให้หลายครั้ง มันไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งปัญหาตรงนี้ ก็คงต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหากันไปครับ

2. Unclear/Confuse Objective.   ปัญหานี้ หากมองกันดีๆ แล้วส่วนหนึ่งมาจากปัญหาแรกครับ คือ การไม่เข้าใจในเรื่องของโลกออนไลน์ ทำให้การกำหนดเป้าหมาย จุดประสงค์ ผิดเพี้ยนไปครับ อีกส่วนหนึ่งมาจากการวางเป้าหมายที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น หรือ เมื่อเริ่ม project ต่างๆ ก็มองเป้าหมายไว้ หลายอย่างเกินไป ครับ

3. Ignore your Customers. การมองข้ามหรือไม่สนใจเรื่องของศักยภาพของผู้ใช้งาน หรือลูกค้าไปนั้นทำให้ project ที่ตั้งขึ้นมานั้นพลาดเป้าหมาย หรือไม่ประสบผลสำเร็จได้เลยครับ เช่น การกำหนดเป้าไว้ว่า จะทำการโปรโมทสินค้าตัวหนึ่ง ซึ่งตั้งเป้าไว้ขายในตลาดล่างๆ เน้นราคาถูกๆ เพียงอย่างเดียว เพราะคิดว่ามันจะสามารถขายได้ง่ายกว่า แต่ในขณะเดียวกันเราคงต้องมองกลับมาว่า ในโลกออนไลน์นั้น มันค่อนข้างเปิดกว้างมาก โอกาสที่จะมีผู้เข้าถึงข้อมูลมีมากตามไปด้วย โอกาสที่ผู้ใช้งานที่มีกำลังซื้อมาก ย่อมมีอยู่แล้ว ดังนั้น การมองข้ามด้านใดด้านหนึ่งไปก็ย่อมส่งผลเสียได้ครับ

4. Very Fast Project. อันนี้หลายๆ ครั้ง ที่ทีมงานมักจะเจอ Project ด่วน, ด่วนมาก และโคตรด่วน ประมาณว่าต้องเสร็จภายใน 2-3 วัน ทั้งๆ ที่มันมี feature มากมาย อลังการล้านแปดเลยครับ ตรงนี้เนี่ย มันทำให้ปัญหาหลายอย่างมากมายมหาศาล เลยครับดังนั้นทำให้ Project ที่จบมาไม่ดีพอ มีปัญหาตามมาอีกมากมาย แล้วสุดท้าย มันส่งผลต่อการคาดหวัง และสร้างประสบการณ์แย่ๆ ให้กับผู้ใช้งานด้วยครับ

5. No testing and QC. ปัญหานี้ส่วนหนึ่งสืบเนื่องต่อจากด้านบนๆ นั้นครับ ผลคือ มันทำให้ระบบหรือ โปรแกรม ไม่ได้รับการทดสอบ หรือ อาจจะทดสอบอย่างเร่งด่วน ไม่รัดกุมพอ หรือไม่ดีพอครับ ส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องของการใช้งาน ได้ในที่สุดครับ เพราะแน่นอนว่า ปัญหามันจะมีหลายหลากมากเช่นง่ายๆ เลย อย่าง ระบบส่งเมล์ตอบกลับไปแล้ว ไม่เข้าบ้าง ช้าบ้าง, ระบบมีจุดโหว่ หรือจุดรั่ว ทำให้เกิดการโกงกันได้ และหลายครั้งที่คำว่า "การตัดสินของทีมงานเป็นอันสิ้นสุด"  ไม่ได้หมายความว่า มันจะทำให้ผู้ใช้งาน ผู้ร่วมกิจกรรมรู้สึกดีเลยแม้แต่น้อยครับ

6. Bad sale copy. อันนี้เนี่ยคงต้องบอกว่าเป็นปัญหานะครับ เพราะไม่ว่าระบบที่ทำมาดีเพียงใด มีเป้าหมายเพียงใด แต่เนื้อหาที่เขียนให้ข้อมูลนั้น แย่ ไม่ได้เรื่อง มันก็ไม่สามารถกระตุ้นยอดขายหรือดันให้ไปถึงเป้าได้เลยครับ ในทางตรงกันข้ามหากมีข้อความหรือเนื้อหาที่ทำให้อ่านง่าย น่าสนใจ และกระตุ้นให้ผู้ใช้อยากเข้าร่วมกิจกรรมแล้วนั้น ถึงระบบอาจจะไม่ดีเลิศ ก็ยังสามารถทำยอดได้เช่นกันครับ

7. No Promotion Plan. หลายครั้งที่ผมเองพบปัญหาคือ เมื่อรันโปรเจคไปแล้ว ปรากฏว่ามันล้มไม่คุ้มทุนที่เสียไปเลยแม้แต่น้อยครับ ปัญหานั้นมาจากการประชาสัมพันธ์ที่แย่มากๆ เหมือนมีแบบขอไปที เรียกได้ว่า ไม่มีเลยก็ได้  ทำให้การทำงานที่ลงไป ไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวงครับ

8. No Budget. อันนี้ ก็ใกล้ๆ กับอันบนครับ คือไม่มีทุนหรือไม่จัดทุน รวมไปถึงทุนไม่พอในการทำเว็บ ทั้งในเรื่องของระบบ หรือในเรื่องของการประชาสัมพันธ์  ทำให้หลายครั้งมันก็ไม่คุ้มการทำงานที่ลงไปอีกนั้นล่ะครับ

9. Bad communication. ปัญหานี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่เลยครับ เพราะแน่นอนว่า ในการทำเว็บซักอันนึง มันจะมีด้วยกันหลายๆ ส่วนไม่ว่าจะป็นทีม Programmer, Marketing ไปจนถึง System Admin เลยก็ว่าได้ครับ การที่ไม่มีการพูดคุยสื่อสารกันให้ชัดเจน ต่างฝ่ายต่างทำ แล้วเอามารวมกันผ่านๆ ให้มันจบๆ กันไป นั่นล่ะปัญหาใหญ่ นะครับ

ซึ่งปัญหาทั้งหมดเมื่อรวมๆ กันแล้วเป็นปัญหาใหญ่เลยนะครับ เพราะหลายครั้งที่ผมเจอคือ คนดูแลโปรเจคไม่เข้าใจเว็บไซต์ ไม่รู้ว่าระบบที่ต้องการมันง่ายหรือยาก หรือว่าไม่แจ้งตัว Requirement ให้จบกับทีมงานอื่นๆ ทำให้งานต้องแก้กันไปแก้กันมาไม่รู้จักจบ เสียเวลาไปโดยใช่เหตุครับ ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องค่อยๆ แก้ไขกันไปครับ คงแก้ในทันที หรือครั้งเดียวจบไม่ได้ครับ

My Blog Tag.

วันนี้ต้องรีบมาเขียนแต่เช้าเลยครับ ว่าด้วยเรื่องของ blog tag ซึ่งอันนี้เนี่ย จริงๆ มันนานมากแล้วครับ แต่กระผมมาเขียนทีหลังเลยครับ ซึ่งงานนี้ ผมโดน tag มาจากสองที่ด้วยกับครับ ที่แรกจาก คุณโชค (chokelive) กับคุณ Rhino (บล็อกแรด) ซึ่งยิงกระผมมาตั้งแต่เมื่อ เดือนมกราคม โน่นน่ะครับ

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ในช่วงก่อนหน้านั้น ผมประสบปัญหาเรื่องของ Domain ที่เสียวจะโดนสอย เอาครับ ( Transfer i-morm.com to eblogbiz.com..)

ซึ่งในการย้ายก็ได้ใช้ .htaccess สั่ง Move permanent ไปเลยครับ ผลคือ กระผมไม่ได้รับ blog tag ในช่วงดังกล่าว 5555+

จนกระทั่งเมื่อวานครับ จะลอง ปลุกผีมาทำอะไรเล่นๆ กับ i-morm.com ของผมที่ปล่อยว่างมานานครับ เกือบปีน่ะ พอลง wordpress ปุ๊บ เข้า admin ก็เห็นเลย อ้าวววว ชิบหายแล้ว Blog Tag คลิกไปดู โ้อ้วว ตั้งกะเดือน มค.

งานนี้ ก็ต้องขออภัย จริงๆ ครับไปยัง ทั้งสองท่านคือ คุณโชค และคุณ Rhino ด้วย เหอๆ ไม่ได้รับจริงๆ เลยไม่ได้เขียนค้าบบบ

เริ่มเลยดีกว่า

1. สิ่งแรกเลยที่ผมคิดว่า หลายๆ คนที่เข้ามาอ่าน blog ผมไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ เลยคือ กระผมจบป่าไม้ครับ จบวนศาสตร์ ม.เกษตร นี่ล่ะครับ ไอ้คณะที่หลายคนบอกมันรับน้องโหดนักโหดหนานี่ล่ะ (จริงๆไม่โหดนะครับ เหอๆ) ซึ่งหลายๆคนทั้งใน office เอง ไม่รู้เรื่องกันเลยครับ เคยมีคนถามผมว่าจบอะไรมา พอบอกว่า จบป่าไม้ บางคนก็บอกไม่เชื่อ หาว่าผมอำบ้าง บางคนทำหน้าตางงๆ เหมือนไม่เชื่อ ขนาด CEO ที่เคยถามยังไม่เชื่อเลยครับ 555+ ช่วยไม่ได้ล่ะงานนี้

2.ต่อมาคือ ตั้งแต่จบมา ผมเองยังไม่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาซักเท่าไหร่เลยครับ ซึ่งคิดว่าหลายคนคงจะไม่เชื่อ หรือไม่เคยรู้ว่า ผมเอง เคยเป็นนักเขียน เป็นช่างภาพ ทำหนังสือท่องเที่ยวมาปีนึงด้วยล่ะครับ เหอๆ (หลายคนเริ่มคิดแล้ว ผมมันบ้าอะไรเนี่ย) ซึ่งหลังจากออกจากการทำหนังสือแล้ว ผมมานั่งทำงานพวก GIS (Geographic Information System : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์) อยู่อีกปีนึงครับ นั่งทำแผนที่โครงข่ายการท่องเที่ยว ให้กับอาจารย์ที่คณะน่ะครับ 555+ มันก็เกี่ยวกับที่เรียนมานิดหน่อยครับ เหอๆ

3. ประเด็นต่อมาคือ ตอนสมัยเรียนตั้งแต่ ประถม - มัธยม เนี่ย ผมเป็นพวกเด็กบ้ากิจกรรมครับ โดยเฉพาะงานในกลุ่มของวิทยาศาสตร์ เคยต้องเดินสายเอาบูทโครงงานวิทย์ฯ ไปแสดงตามที่ต่างๆ ทุกเดือน เดือนล่ะอย่างน้อย 2 ที่ เป็นอยู่ 3 เดือนครับ ผลคือ เกรดที่จบมาช่วงมัธยมเลยมีแค่ 2.1 กว่าๆ เอง 5555+ พอมาอยู่เรียนที่ เกษตร ก็กลายเป็นคนของสโมสรคณะ ครับ กินนอนอยู่ที่นั่นล่ะ เหอๆ

4. ช่วง entrance จะเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งยังเป็นการเอ็นฯ ในระบบเก่าครับ ผมเคยหลับในห้องสอบวิชาภาษาอังกฤษครับ แล้วโดนอาจารย์คุมสอบเอาน้ำหยอดหูด้วย 555+ แล้วในการสอบครั้งนั้น ผมเองกา (ฝน) ข้อ ข.ใข่ ยาว 100 ข้อเลยในวิชาภาษาอังกฤษ และกาข้อ ค.ควาย ยาวประมาณ 90 ข้อ ติดๆ กันในวิชาเคมี ซึ่งทั้งสองวิชานั้นผมไม่เก่งครับ และก่อนเอ็น ผมทำการ Research แล้วว่า ข้อสอบทุกข้อในการเอ็นทรานซ์ ตลอดสิบปี จะมีค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 25 ข้อเท่ากัน แตกต่างกันไม่เกิน 2 ข้อ (คือใน ก-ง เนี่ยครับ มันจะต้องถูกอยู่แล้วประมาณ 25 ข้อ) แล้วผมก็พบความจริงต่อไปอีกว่า โอกาสที่ข้อ ข. และ ค. จะถูกเกิน 25 ข้อนั้นมีมากกว่า ข้อ ก และ ง. ครับ  เมื่อสรุปได้ดังนั้น ผมเลิกอ่าน สองวิชานี้ทันทีครับ เพราะมั่นใจว่า ยังไง ผมได้คะแนน ในมือ สำหรับสองวิชานี้ คือ 50 คะแนน แน่ๆ  5555+

5. ที่มาของ i-morm.com มาจากปีใหม่ปี 2005 โน้นครับ ซึ่งผมเองเล่นบล็อก เขียนบล็อกก่อนหน้านั้นแต่ก็ไปเขียนที่นั่นที่นึง ที่นี่ที่นึง ประมาณว่า เขียนๆไป มีที่ไหนระบบดีกว่า ก็ย้ายๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเที่ยวปีใหม่ ซึ่งผมเอง ใช้เงินหมดในคืนนั้น 6000 กว่า สำหรับค่าเบียร์ ค่าอาหาร ตื่นมาวันรุ่งขึ้น จึงค้นพบว่า ถ้าไอ้ 6000 นั้น มาเช่า host ทำ blog เอง อย่างน้อย มันก็อยู่ได้ 3 ปีเลยมั้งน่ะ เลยตัดสินใจเอา เงินที่เหลือ มาเปิดเป็น i-morm.comครับ ซึ่งมันบวกกับความอัดอั้นตันใจ ที่เคยเขียนบล็อกเรื่องสั้น (แนวเถื่อนๆ เลือดท่วมคีย์บอร์ด ใช้คำแีรงมากๆ ) จนโดนเว็บมาสเตอร์ของ exteen มา comment ให้ลดความรุนแรง ใช้คำสุภาพๆ หน่อย ก็เลยเปิดเองซะเลย (อันนี้ ประมาณอาการ งอน น่ะครับ 555+)

-----
เป็นไง มั่งครับ 555+ สำหรับ blog tag โคตรล่าช้าของผม  ซึ่งงานนี้  ขอไม่ tag ใครต่อดีกว่าครับ เพราะคิดว่า  คงไม่มีใครเล่นกันแล้วอ่ะนะครับ 5555+

ปล. ขอโทษ คุณโชค กับคุณ Rhino ด้วยนะค้าบบบ T_T 

Blog Tag ภาค 2 : ทำดีเพื่อพ่อ โย่วๆ

เอ้า ต่อภาคสองดีกว่า ครับ กับ Blog Tag ครับ ก่อนหน้านี้คือ ของเก่าที่ต้องเคลียร์ ซึ่งเค้าเล่นกันไปตั้งแต่เมื่อ ต้นปีที่ผ่านมา จนวันนี้มี Blog Tag มาใหม่จาก พี่ต๊ะ แห่ง Pattayaholiday.biz ซึ่งเป็น blog tag โครงการทำดีเพื่อพ่อครับผม โย่วๆ ยาวไปเลยแล้วกัน


Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ คือการเขียนลงในบล็อกว่าตั้งใจจะทำความดีอะไรหนึ่งอย่างเพื่อพ่อ แล้วส่งต่อไปให้คนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขียนบล็อกแบบเดียวกัน

กติกา

  1. ให้ copy เนื้อหาในหัวข้อ Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร? ที่อยู่ด้านบน และหัวข้อกติกานี้ นำไป paste ลงในบล็อกของคุณ
  2. เขียนบอกว่าใครที่ tag มาหาคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบทความที่ tag มาหาคุณด้วย เพื่อที่คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณ จะได้ตามไปอ่านบทความของคนที่ tag หาคุณได้
  3. เขียนความดีหนึ่งอย่างที่คุณตั้งใจจะทำเพื่อพ่อ ถ้านึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ให้เข้าไปดูในเว็บ http://www.dogood.or.th/
  4. ให้ tag ไปหาคนอื่นอีก 5 คนเพื่อให้เขาทำเช่นเดียวกับคุณ โดยให้ทำลิงก์ไปยังบล็อกของทั้ง 5 คนด้วย และถ้าเจ้าของบล็อกเข้ามาเขียนบทความแล้ว ก็ให้แก้ลิงก์ไปที่ตัวบทความเลย คนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณแล้วจะตามอ่านของคนที่คุณ tag ไปหา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาว่าบทความอยู่ที่ไหนในบล็อก
  5. เข้าไปขอแบนเนอร์โครงการทำดีเพื่อพ่อจากเว็บ http://www.dogood.or.th/banner_exchange/ แล้วนำมาติดในบทความที่คุณเขียน
  6. เข้าไปแจ้งที่ http://blog.macroart.net/dogood/ ว่าคุณได้เขียนบทความทำดีเพื่อพ่อแล้ว
  7. ข้อนี้สำคัญที่สุด เมื่อเขียนว่าจะทำดีอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจมั่นและลงมือทำความดีที่เขียนไว้ให้สำเร็จ สังคมเราจะดีขึ้นเพียงแค่ทุกคนช่วยกันทำความดีกันคนละเล็กคนละน้อย

เอาล่ะครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่าสำหรับผมแล้ว การทำดีเพื่อพ่อนั้น ก็คงจะไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่ต้องใส่เสื้อเหลือง ไม่ต้องใส่เสื้อชมพู ครับ เพราะจริงๆแล้ว การจะทำดีเพื่อใครซักคนนึง ต้องทำจริงๆ ครับ ซึ่งสิ่งที่จะทำคือ นำเอาหลักปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงเอามาใช้ กับตัวเองครับ จะลดการแวะไปดริ๊งก์ ลงครับ และสุดท้าย จะพยายามเลือกคนดีเข้าสภา อย่าเอาคนชั่วไปรกสภา ครับสั้นๆ ง่ายๆ แต่ขอทำให้ได้จริงๆครับส่วนจะ Tag ต่อไปอีก 5 คนนะครับ งานนี้ แอบไปเห็นว่า Blog ของคุณเก่ง ( http://www.keng.com/) ยังไม่เขียนถึงเรื่องนี้เลย ต้องขออนุญาติ Tag แล้วล่ะครับ

ต่อไปคือ คุณโชคเลยครับ ของชิง Tag ไปบ้างแล้วกัน ( http://www.chokelive.com/)

คนต่อไปคือ พี่หวูด เลยครับ เหอๆ สิ้นคิดไม่รู้จะส่งใครดี (http://pit.dogpositive.com/blog/) เพราะคิดว่าน่าจะมีอะไรประหลาดๆ ออกมาในบล็อกให้อ่านแน่ๆ 555+

ต่อไปคือ บล็อกของทีมงาน Fwdder.com ครับ ให้ใครเขียนก็ได้ ไม่เอาพี่หวูด หรือไม่ก็พี่บอยนะครับ ขอเป็นน้องๆ คนอื่นมั่ง (http://www.fwdder.com/blog/)

และคนสุดท้ายคือ คุณเก่ง อีกคนนึง คนละเก่งกะคนแรกนะครับ 555 (http://www.keng.ws) บล็อกนี้ ผมแอบเข้าไปอ่านอยู่บ่อยๆ เหมือนกันครับ เพราะพักนี้สนใจพวก drupal อยู่ครับเหอๆ ลิ้งค์ๆ เข้าไปจากไหนจะไม่ได้ เลยเจอ ผลคือ ทำให้ต้องแวะเข้าไปอ่านเป็นพักๆ เลยครับ

โย่วๆ ในที่สุดก็ ครบห้าคนที่กลายเป็นเหยื่อของผมนะครับ
ปล. พี่หวูดไม่ต้องบ่นเลยนะครับ 555+ มันไม่ช่ายยยยยยยยยยยย.
ปล2. พี่ต๊ะเข้ามาอ่านไว จริงๆเนี่ย อิอิ