วันนี้ แวะมานอกเรื่องหน่อยครับ พอดีว่าอ่านข่าวตามเว็บต่างๆ แล้วผมเองก็ไปสะดุดกับบทความนึงครับ ชื่อว่า ในเรื่องเหวี่ยงของโลกวัตถุ ซึ่งเขียนบทความนี้ไว้น่าสนใจ และสะกิดต่อมมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆท่านๆ ซึ่งผมอ่านแล้วชอบ เลยเอามาลงไว้ที่นี่ด้วย
เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ใน “โลกของวัตถุ” ซึ่งคำว่า “เพียงพอ” นั้นยากที่จะล่วงบรรลุถึง
ทุกครั้งเมื่อเปิดนิตยสาร ... โทรทัศน์ หรือคุยกับเพื่อนๆ เรามักจะถูกกระหน่ำยิงด้วยถ้อยคำและข้อความจากโลกวัตถุ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับพื้นฐานของชีวิต
“อะไรที่เราคู่ควร” --- การทำสีผมราคาแพง ...?!
“อะไรคือ ความสำเร็จ” --- การเป็นเจ้าของบัตรเครดิตชั้นแพลทินัมสักใบ ...?!
“เราจะพบกับความสงบสุขทางใจได้อย่างไร” --- ซื้อประกันชีวิตเพิ่ม ...?!
“บอกใครสักคนว่า เรารักได้ยังไง” --- ส่งการ์ดอวยพรยี่ห้อดังให้เขา ...?!
“เมื่อมีปัญหาหรือไม่สบายใจทำอย่างไรดี” --- ออกไปช็อปปิ้ง ...?!
ด้วยโลกวัตถุได้ให้ความหวังว่า หากเรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถซื้อบ้านในฝันได้ สวมใส่เสื้อผ้าซึ่งเหมาะสม มีความสุขกับกิจกรรมยามว่างเข้ากระแสนิยม ฯลฯ ทั้งหมดจะทำให้ได้รับความพึงพอใจและเพียงพอ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความปรารถนาและความพึงพอใจไม่เคยสิ้นสุดอย่างแท้จริง
และเพื่อเติมเต็มความต้องการเหล่านั้น เราก็อาจจะต้องกลายเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว
ลัทธิวัตถุนิยมทำให้พ่อแม่มีให้กันและกัน รวมทั้งให้กับลูกอย่างไม่เพียงพอ เราอาจจะครอบครองเป็นเจ้าของหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งคนรุ่นพ่อแม่ของเราไม่เคยมีเมื่อครั้งที่พวกท่านอายุเท่าเรา แต่ทว่า ... เรากลับไม่มีเวลาพอที่จะชื่นชมสิ่งเหล่านั้น
หญิงชายในยุคสมัยนี้อาจจะรู้ว่า ต้องแต่งตัวอย่างไรเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่สมบูรณ์นั้น กลับมีเบื้องลึกข้างในที่ว่างเปล่า หรือเต็มไปด้วยข้อสงสัย ไม่แน่ใจ ลังเล
หากไม่ลวงหลอกหรือปิดหูปิดตาตัวเองมากจนเกินไป ที่สุดแล้วทุกคนอาจจะพบว่า ... วัตถุหรือเงินนั้นก็มีข้อจำกัดของตัวเอง บางคนที่มีเงินทองล้นเหลือ แต่จิตใจของพวกเขาอาจจะว่างเปล่า
เงินทำให้เราเป็นเจ้าของเสื้อผ้าราคาแพง แต่นั่นใช่ความงามที่แท้จริงหรือ
เงินทำให้เราได้เดินทางไปพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวงดงามแปลกตา แต่เรากลับไม่ได้ผ่อนคลายหรือนอนหลับสนิทเต็มอิ่ม
เงินทำให้เรามีบ้านหลังใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ครอบครัวที่มีความสุข
เงินทำให้เราเป็นสมาชิกของคลับเฮาส์หรู แต่ไม่ได้ทำให้ความเป็นพ่อสมบูรณ์ขึ้น
เงินทำให้เรามอบของขวัญราคาแพงให้แก่กัน แต่ไม่ใช่ความรัก
เงินทำให้เรามีบ้านสวยงามมีสไตล์ แต่ไม่ได้สร้างแม่คนที่มีเวลาและพลังงานมากพอที่จะเล่นเกมและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง
ถ้าเพียงแต่เราลองเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นอย่างกล้าหาญ ตั้งคำถาม หาคำตอบที่ถูกต้องเหมาะสมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามหาจุดสมดุลของชีวิต เราคาดหวังอะไรกับชีวิต และสิ่งที่คาดหวังนั้นจะมาจากไหน อะไรคือความสำเร็จ และเราจะวัดความสำเร็จนั้นด้วยกับดักด้านนอกหรือ ... ?
ในโลกอึกทึกวุ่นวายนี้ เป็นเรื่องยากที่ใจกายของเราจะสงบนิ่งอย่างแท้จริง แต่หนทางนั้นมีอยู่ ... หากเราพบคำตอบที่สำคัญ เหมาะสม และแท้จริง ซึ่งสามารถนำพาเราก้าวจากโลกภายนอกสู่ภายใน เมื่อนั้นความพึงใจและพอเพียงอย่างเที่ยงแท้รอคอยอยู่ เมื่อนั้นเราจะมีอิสระในการเลือกหนทางการใช้ชีวิต โดยหลุดพ้นจากความคาดหวังหรือค่านิยมของใครๆ @
ที่มาจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
สำหรับท่านที่อ่านแล้ว ลองคิดๆ ดูก็คงจะได้แนวคิดอะไรบ้างนะครับ ซึ่งสาเหตุที่ผมเองเอามาโพสต์ตรงๆ นี้ ก็เป็นประเด็นต่อเนื่องของการ Reorganize ของบริษัทนั่นล่ะครับ ซึ่งผมเองก็ถูกเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง โยกย้ายไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา ทางพี่ๆ หลายๆ คนก็เรียกเข้าไปคุยๆ ว่า OK กับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่
แล้วผมเองก็ยังคงตอบเหมือนเดิม อย่างที่เคยตอบเมื่อต้นปีว่า
สำหรับผมแล้ว การจะปรับผัง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรในองค์กรนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ผมเอามาคิดให้ปวดหัว ผมทำงานของผมด้วยบรรทัดฐานง่ายๆ สั้นๆ คือคำว่า "Happy" คำเดียวครับ ถ้ามัน Happy แล้วสิ่งอื่นๆ ค่อยตามมาล่ะครับ
แล้วท่านอื่นๆ ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนๆ ผมล่ะครับ ทุกวันนี้ ทำงานเพื่ออะไร
"Money or "Happy" ???


