August, 2006

SE News:Google-Real-Mozilla, the big partner.

[tag]Google[/tag] เร่งเครื่องทำตลาดก่อนวิสต้าจะคลอด ชิงโกยส่วนแบ่งในตลาดให้กับ"Google [tag]Toolbar[/tag]"ก่อนที่"[tag]MSN[/tag] Toolbar"ฉบับพ่วงลงในวินโดวส์วิสต้า ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันล่าสุดของ[tag]ไมโครซอฟท์[/tag]จะเผยโฉม ใช้ลูกไม้เรือพ่วงอีกครั้งด้วยการพ่วงซอฟต์แวร์ค้นหาไปกับผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ด้านมัลติมีเดียและความบันเทิงของเรียล พร้อมด้วยโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ดาวรุ่งน้องใหม่จากมอซิลลา หลังจากที่เริ่มพ่วงโปรแกรมไปกับผลิตภัณฑ์ของเดลล์และอโดบีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

กูเกิล (Google Inc.) เรียลเน็ตเวิร์กส์ ([tag]Real[/tag]Networks Inc.) และมอซิลลา ([tag]Mozilla[/tag] Corp.) ประกาศแผนการทำพีอาร์หรือการทำประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ร่วมกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ โดยทั้งสามจะพ่วงผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ ([tag]Firefox[/tag]) ของมอสซิลลา โปรแกรมกูเกิลทูลบาร์ (Google Toolbar) และโปรแกรมเรียลเพลเยอร์ ([tag]RealPlayer[/tag]) สำหรับเล่นไฟล์เพลงและวีดีโอของเรียลเน็ตเวิร์กส์

แผนทำตลาดล่าสุดของกูเกิลเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์แนบแน่นหลายขวบปีกับเรียลเน็ตเวิร์กส์และมอซิลลา ถือเป็นการพ่วงซอฟต์แวร์ 3 ค่ายที่ถูกจับตามองอย่างมากว่าจะส่งให้ชื่อของทั้งสามติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว และแม้ทั้งสามจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านการเงินแต่อย่างใด

 กูเกิลทูลบาร์เป็นโปรแกรมประเภททูลบาร์สำหรับติดตั้งเพิ่มลงในเบราเซอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการได้สะดวกและรวดเร็วเพราะไม่ต้องเสียเวลาเข้าสู่เว็บไซต์กูเกิลดอทคอมอย่างเคย

ก่อนหน้านี้ กูเกิลเคยประกาศความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่างเดลล์ (Dell Inc.) และผู้ผลิตซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์อย่างอโดบี (Adobe Systems Inc.) เพื่อหาช่องทางกระจายซอฟต์แวร์กูเกิลทูลบาร์ไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยความตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างเรียลและมอซิลลาของกูเกิลในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการตกลงที่ใหญ่ที่สุดที่กูเกิลเคยทำมา

ข้อตกลงที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นการต่อยอดสัญญาพ่วงชุดผลิตภัณฑ์ระหว่างกูเกิลและเรียลเน็ตเวิร์กส์กำหนดระยะสัญญา 2 ปี

สาเหตุที่ทำให้การหาหนทางกระจายซอฟต์แวร์กูเกิลทูลบาร์ของกูเกิลมีความสำคัญ คือการที่กูเกิลต้องแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ (Microsoft Corp.) เนื่องจากกูเกิลนั้นต้องรีบหาทางรับมือการออกสู่ตลาดของวินโดวส์วิสต้า (Vista) ที่มีการพ่วงฟีเจอร์สืบค้นข้อมูลมากขึ้นกว่าวินโดวส์เอ็กซ์พีเวอร์ชันก่อนๆมากนัก รวมถึงโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นทูลบาร์ซึ่งเป็นโปรแกรมประเภทเดียวกับกูเกิลทูลบาร์ แน่นอนว่าต้องส่งผลกระทบต่อเจ้าของตลาดเสิร์ชข้อมูลอย่างกูเกิลไม่มากก็น้อย

ทั้งกูเกิล เรียลเน็ตเวิร์กส์และมอซิลลาต่างก็มีไมโครซอฟท์เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ โดยเฉพาะมอซิลาเจ้าของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ไฟร์ฟ็อกซ์ เบราเซอร์ทางเลือกใหม่ที่แย่งส่วนแบ่งตลาดบางส่วนจากไออีหรือ Internet Explorer ของไมโครซอฟท์ไปได้บางส่วน

สำหรับรูปแบบการพ่วงซอฟต์แวร์ของทั้งสาม รายงานของรอยเตอร์สระบุว่ากูเกิลทูลบาร์และไฟร์ฟ็อกซ์จะเป็นออปชันที่ให้ลูกค้าของเรียลเพลเยอร์ได้เลือกติดตั้งลงในเครื่อง ทั้งบริการเพลงออนไลน์ราฟโซดี้ (Rhapsody) และบริการดาวน์โหลดเกมเรียลอาร์เคด (RealArcade)
......................................................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

งานนี้คงต้องเรียกได้ครับว่า โจทย์ของ Microsoft เริ่มเล่นเกมส์ เพื่อเขย่าบัลลังค์ของไมโครซอฟต์แล้วครับ ซึ่งถือเป็นการจับมือกันที่ microsoft จะต้องหันหลังกลับมาดูแล้วว่า ตัวเองสร้างศัตรูไว้ที่ไหนบ้าง ถ้าไม่เชื่อว่า ค่ายของ Mozilla เกลียด microsoft มากแค่ไหนลองเข้าไปที่ http://www.ie7.com/ แล้วจะรู้ ครับ อิอิ

Tags :

Myspace,new google partner.

แวะมา Update ข่าวกันหน่อยครับ เมื่อวานนี้ ดูเหมือนจะเป็นข่าวใหญ่ทีเดียวครับ สำหรับการที่ google ออกมาบอกว่า

"[tag]Myspace[/tag] เป็น partner ใหม่ของ [tag]google[/tag]"

ซึ่งสำหรับคนทำเว็บอย่างเราๆก็คงรู้สึกธรรมดา ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง แต่พออ่านไปแล้ว โอ้ว ไม่ได้ล่ะ เพราะว่าทาง google เองก็ให้ผลประโยชน์แก่ myspace เป็นเงินมหาศาลทีเดียวละครับ นั่นคือ $900 ล้านเป็นอย่างน้อย ในช่วงระยะเวลา 4 ปีของการเป็น partner กัน

โดยเว็บอย่าง myspace นั้นจริงๆแล้วถือว่าเป็นเว็บเซอร์วิสที่เรียกได้ว่า ดีมากเว็บหนึ่งทีเดียวครับ เท่าที่ผมลองใช้มา แต่ถ้าเป็นบ้านเราแล้วเว็บนี้ก็ธรรมดา งั้นๆ (ว่าไปนั่น) เพราะว่า ลักษณะของ internet user ของทั้งสองฝั่งมีความแตกต่างกันมากมายทีเดียวล่ะครับ

ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ การที่ google เริ่มหันมาจับขั้ว สร้างพันธมิตรเพิ่มขึ้น ไม่แน่ใจว่า ต้องการที่จะเขย่าบัลลังค์ใหญ่อย่าง microsoft แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าใช่อย่างแน่นอน เพราะ google คงจะอึดอัดพอตัวทีเดียวที่ทาง microsoft คิด copy หลายๆ ไปจาก google ทีเดียวครับ

ในขณะที่ทางฝั่ง microsoft เอง ก็ดูเหมือนว่าจะหัวเดียวกระเทียมลีบมากขึ้นทุกทีๆ เพราะจากข่าวอีกเหมือนกัน ครับที่คนอย่าง สตีฟ จ๊อบ ออกมาบอกว่า เพื่อนบ้านของ apple เอง เสียเงินพัฒนาและศึกษาไปหลายพันล้าน แต่กลับได้แค่ เป็นผู้ที่ copy สิ่งต่างๆ จาก apple และ google เท่านั้น

เรียกได้ว่า เจ็บแสบเข้าไปถึงทรวงอีกเหมือนกันล่ะครับ งานนี้

Tags :

summary: AOL Data Leaked.

เมื่อช่วงที่ผ่านมา เราคงได้ยินข่าวว่า ข้อมูลก้อนใหญ่ของ [tag]AOL[/tag] ที่เก็บข้อมูลของผู้ใช้งานระบบ [tag]Search[/tag] ของ AOL นั้นหลุดออกมา ซึ่งเป็นข้อมูลจำนวน 20ล้านคิวรี่ จากผู้ใช้งาน ประมาณ 6.5 แสน เรียกได้ว่าข้อมูลที่ได้ซิบ มาแล้วยังมี ขนาดกว่า 400k เลยล่ะครับ

อิอิ ผมเองโหลดมาแล้วเหมือนกัน งานนี้พลาดได้ไงล่ะครับ

ซึ่งทีแรกก็จะไปวิเคราะห์ เอามาดูว่า อะไร เป็นอย่างไร บ้าง แต่ดูเหมือนว่า ต่างประเทศเค้ามีการทำกันแล้วครับ ซึ่งผมก็เลยดองมันไว้ก่อน ไปอ่านของต่างประเทศ แล้วจำๆ เอามา ล่ะครับ สรุปได้ว่า

  • ผู้ใช้จำนวนมากกว่า 42 % จะคลิกในอันดับที่ 1 ของ [tag]SERPs[/tag]
  • อีก 12% จะคลิกของอันดับที่ 2
  • ส่วนอันดับที่ 3 ก็จะมีประมาณ 8.5%
  • ส่วนอันดับที่ 4 ก็จะเป็น ประมาณ 6% ,อันดับที่ 5 ก็ประมาณ 5% ,อันดับที่ 6 อยู่ที่ 4%
  • ส่วนอันดับที่ 7-10 จะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 3 %

 

ซึ่งสถิติ ที่หลายที่เอามาวิเคราะห์กัน มีจุดน่าสนใจตรงที่ อันดับ 10 ครับ กลับมีเปอร์เซ็นต์ ของการคลิก มากกว่า อันดับ 9 ด้วยซ้ำ ตรงนี้ผมคิดว่า น่าจะเป็นผลมาจาก เวลาที่เราเลื่อนๆ ลงไป ก่อนจะหมดหน้า คลิก อันสุดท้ายดูหน่อยแล้วกัน (เพราะผมเองก็เป็นครับ ก่อนที่จะคลิกเปลี่ยนหน้า)

สำหรับการแสดงผลนั้น คนส่วนใหญ่ประมาณเกือบ 90% จะดูผลการค้นหา ในหน้าแรกเท่านั้น ซึ่งพอคลิกไปที่หน้า 2 (อันดับ SERPs=11-20) นั้น ก็จะเหลือแค่ 10% เท่านั้น ตรงนี้ คงจะเป็นเหมือนเดิมครับ ที่เคยมีการเก็บข้อมูลมาก่อนหน้านี้ว่า คนส่วนใหญ่ ประมาณ 70-80% จะดูผลการค้นหาแค่หน้าแรก (อันนี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าอ่านมาจากไหน)

นอกจากนี้ ปริมาณการคลิก จากการค้นหาประมาณ 9 ล้าน มีการคลิกทั้งหมดประมาณ 5 ล้านคลิก โดยแบ่งออกเป็น

  • อันดับที่ 1 : 2,075,765 คลิก
  • อันดับที่ 2 : 586,100 คลิก
  • อันดับที่ 3 : 418,643 คลิก
  • อันดับที่ 4 : 298,532 คลิก
  • อันดับที่ 5 : 242,169 คลิก
  • อันดับที่ 6 : 199,541 คลิก
  • อันดับที่ 7 : 168,080 คลิก
  • อันดับที่ 8 : 148,489 คลิก
  • อันดับที่ 9 : 140,356 คลิก
  • อันดับที่ 10 : 147,551 คลิก

โดเมนที่มีการคลิกมากที่สุดนะครับ

1 http://www.google.com/ 143666 1,85%
2 http://www.myspace.com/ 65014 0,84%
3 http://www.yahoo.com/ 60996 0,79%
4 http://en.wikipedia.org/ 49940 0,64%
5 http://www.amazon.com/ 42755 0,55%
6 http://www.imdb.com/ 40220 0,52%
7 http://www.mapquest.com/ 37885 0,49%
8 http://www.ebay.com/ 31348 0,40%
9 http://mail.yahoo.com/ 21675 0,28%
10 http://www.bankofamerica.com/ 19378 0,25%

ซึ่งจะเห็นว่าข้อมูลมีความใกล้เคียงกับอันดับของ traffic จาก Alexa (จาก alexa ต้องเอามาคิดอีกทีนะครับ เพราะของ alexa มีการแยก และ รวมข้อมูลไม่เหมือนตัวข้อมูลตัวนี้ แต่ถ้าจัดกลุ่มข้อมูลแล้วใกล้เคียงกันครับ)

และข้อมูลตรงนี้ คงถือว่า น่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้เรานำมาเลือกที่จะทำ seo ได้บ้างนะครับ ไม่มากก็น้อยครับ แต่จากข้อมูล ยังไง อันดับ 1 ก็ดีที่สุดอยู่ดีนั่นล่ะครับ เฮ้อ

Tags :

Blog tips: Protect your RSS from other site.

ทำบล็อกมานานโข โดนก้อบปี้ ไป ก็หลายครั้งอยู่ จริงๆแล้ว เรื่องของการ copy เว็บ หรือ content นี่ ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ ถือว่าให้ความรู้กันไป

แต่ บอกกันนิดนึง ไม่หวง แต่เป็นมารยาท

ซึ่งในขณะนี้กระแสการทำ Adsense กับ Weblog อย่างไม่สนใจหน้าอินหน้าพรหม กันบ้าคลั่งกันไป ก็ใช้วิธีการดูดเอา เนื้อหาเว็บคนอื่นๆไป ผ่านทางช่องทางของ RSS feed นั่นเองครับ

แม้ว่า การตั้งค่าใน blog แล้วให้เป็น แค่ส่วนหนึ่งไม่ใช่เป็นในลักษณะของ Full content แต่ก็ยังมีพวกอุตส่าห์ ทำแบบ เอาวะ ก็ กรูจะ copy ซะอย่าง ไม่เต็ม ก็ไม่สนใจละเว้ย

เอ้า!!! เหล่า Blogger จะทำอย่างไรล่ะครับ ???

มาม่ะ ผมจะบอกวิธีแก้เผ็ดให้ แต่ก่อนอื่นนะครับ บอกก่อนว่า วิธีการนี้ ใช้ได้กับ เว็บบล็อกที่เช่า host หรือ แบบ Blog อย่างผมนี่ล่ะครับ ที่สามารถ upload file ได้ และ host นั้นอนุญาติให้สามารถใช้งาน .htaccess ได้นะครับ ซึ่งปรกติแล้ว host ที่เราเช่า ส่วนมากจะอนุญาติให้ใช้นะครับ

เอ้า ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยครับ

สำหรับเว็บไซต์ หรือเว็บบล็อกทั่วๆ ไป แม้ว่า การใช้วิธีการดูด เอาหน้าเว็บ ไม่ว่าจะเป็น RSS หรือ แม้แต่ html ในหน้าเว็บเราไปนั้น ปรกติจะต้องมีการ get ข้อมูลมายังเว็บไซต์ เรา เช่นเดียวกับการเข้ามาชมเว็บไซต์ปรกติครับ

ต่างกันตรงที่ IP หรือ referer ที่มานั้น จะมาจากที่เดิมเสมอ ไม่เหมือนกับการเข้าเว็บและมา flood ขยะ จำพวก spam ที่เข้ามาจาก IP ที่ผ่านมาจาก ISP ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่จะมีการจ่าย ip วนๆ กันไปนั่นเองครับ

เอาล่ะ เริ่มต้นนะครับ ให้เปิดโปรแกรมอย่าง text editor ขึ้นมานะครับ ในการใช้งานประจำผมก็จะเป็น edit plus ครับผม (ในกรณีที่มีไฟล์ .htaccess อยู่แล้วนะครับ ก็ให้เปิดไฟล์ .htaccess ขึ้นมาแก้ไข นะครับ)

[Limit GET HEAD POST]
order allow,deny
deny from aaa.bbb.ccc.ddd
deny from url-website-fetch-your-content
allow from all
[/LIMIT]

*** หมายเหตุ ให้เปลี่ยน เครื่องหมาย [ เป็น < และ ] เป็น > นะครับ เนื่องจากตัวระบบของ plugin code มันไม่ยอมให้ผมใส่นะเนี่ย เห้อ

ตรง aaa.bbb.ccc.ddd นั้นจะเป็นตัว ip address นะครับ ซึ่งตรงนี้ ถ้าใช้ IP แล้วจะเป็นการ block ไม่ให้ ip นี้เข้ามาในเว็บเราเลยล่ะครับ  ส่วนตัวของ url-website-fetch-your-content ก็ใช้ในกรณีที่ทราบ URl ของเว็บไซต์ ที่มันใช้ระบบ fetch content เราไปใช้ โดยไม่บอกไม่กล่าวนั่นล่ะครับ

ส่วนในกรณีที่ เว็บที่ดูด มีมากกว่า 1 ก็เพิ่มเข้าไปเลยครับ ตรง

deny from ip1
deny from ip2
deny from ip3
deny from url1
deny from url2
deny from url3

อย่างนี้ได้เลยนะครับ จากนั้นก็ save เป็นไฟล์ชื่อ .htaccess นะครับ ซึ่งหากใช้โปรแกรมอย่าง notepad แล้วไม่สามารถ save ได้นะครับ หรือว่า งง  Windows ของป๋าบิลล์ ไม่ยอมให้ save นะครับ ก็ให้ save file เป็น htaccess.txt ไปก่อนก็ได้ครับ

หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ ให้ upload ขึ้นไปยัง server ของเว็บเรานะครับ ไว้ใน wwwroot หลักนะครับ เช่น httpdocs  หรือ public_html จำพวกนี้นะครับ แล้วแต่ server นะครับ

สำหรับท่านที่ใช้ไฟล์ ชื่อว่า htaccess.txt หลังจากที่อัพไฟล์ ไปแล้ว ก็ให้ไปแก้ชื่อเป็น .htaccess บนเครื่อง server อีกครั้งหนึ่งนะครับ ซึ่งสามารถจะช่วยป้องกันได้เลยนะครับ ส่วนวิธีอื่นๆ ในขณะนี้ ผมยังไม่มีครับ แต่รู้แล้วว่าจะแก้เผ็ดอย่างไร ซึ่งคิดว่า ถ้าว่างจะทำเป็น plugin สำหรับ wordpress ให้เลยดีไหมเนี่ย แก้เผ็ด ไอ้พวกชอบ fetch content คนอื่น 5555+

***ไปละครับ เห้อ เหนื่อย นั่งคิดเนื้อหาสำหรับทำ เอกสาร SEO training ของ office ที่จะเอาไว้ training อาทิตย์หน้าละครับ ซึ่งคิดว่า อาจจะเอามาให้ได้โหลดกันในเว็บนะครับ แต่บอกก่อนว่า เนื้อหาคงจะเป็นแค่เนื้อหาของการทำ SEO เบื้องต้นเท่านั้นครับ

*** วันพุธ หน้า ก็คิดว่าต้องไปนั่ง present เรื่อง e-Business อีกนะเนี่ย เหอๆ ยังดีที่วันจันทร์นี้ โบ้ยให้คนอื่นได้เนื่องจากติด ธุระ สำคัญครับ รอดตัวไป อิอิ 

Ans. from my email about SEM.

ก็ขอบคุณสำหรับ หลายๆท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน Weblog [tag]SEO[/tag], SEM ความรู้งูๆ ปลาๆ ของผมนะครับ ซึ่งก็มีหลายท่านที่ส่งเมล์มาแล้วก็สอบถาม ซึ่งบางท่านผมก็ตอบไป บางท่านก็ไม่ได้ตอบ (ขออภัยด้วยคร้าบบบ T_T ) ซึ่งใน Case นี้ผมคิดว่า คำถามของท่านทีถามมา มีความน่าสนใจ และคิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ ด้วยนะครบ จึงขอนำมาตอบในเว็บ เพื่อที่ว่า ท่านอื่นๆ จะได้เอาไปใช้ หรือเป็นแนวทางในการดูแล ปรับปรุงเว็บไซต์ ที่เป็น หรือที่จัดทำอยู่นะครับ (งานนี้ขอไม่เอ่ยนามและเว็บ นะครับ แต่เจ้าของน่าจะรู้น่า)

เกี่ยวกับ website ที่ทำอยู่

Q: 1.ตอนนี้ผมมีปัญหาเรื่อง product และ บทความ ซึ่ง ยังไม่สามารถเอาขึ้นเว็บได้ เป็นเหตุผลที่ทำให้ผลยังไม่ทำ seo มากตามที่ web เกิดใหม่ควรทำ คำถามคือว่า ผมไม่ควรทำ [tag]seo[/tag] ในตอนนี้ถูกแล้วรึยังครับ เรารู้ตัวว่า เว็บเราอัพเดทไม่พอที่จะให้ user มาดู จะยังสามารถ ทำให้เว็บ มี page rank ที่สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องรอให้ product กับ บทความอัพเดทมั๊ยครับ

A: จริงๆแล้ว การทำ SEO ควรมีการทำตั้งแต่เริ่มแรก ก่อนที่จะทำเว็บไซต์ด้วยซ้ำครับ สำหรับผม มันควรจะมาพร้อมกับความคิดที่จะสร้างเว็บไซต์ด้วยซ้ำ เพราะอะไร เพราะว่า การวางแผนตั้งแต่แรกจะช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น การทำ SEO มันเริ่มตั้งแต่การ คิดชื่อ domain name , เริ่มวางแผนเนื้อหา ต่างๆ ด้วยน่ะครับ

สำหรับตัว Pagerank นี้ บอกได้เลยว่า ไม่เกี่ยวกับการ update เนื้อหาหรือไม่ จากที่ผมเคยลอง ไม่เคย update content เลยตั้งแต่เปิดเว็บ มี 1 content แต่ใช้วิธี+เทคนิค ในการสร้าง link และ link ( [tag]pagerank[/tag] คิดจากลิ้งค์อย่างเดียวครับ) ใช้เวลาประมาณ ไม่ถึง 3 เดือน หลุด sandbox และได้ PR=4 ครับ

Q: 2.webmaster ต้องรู้ ภาษาจำพวกทีพัฒนาเว็บเช่น html java asp php แบบขั้นเซียนมั๊ยครับ ถ้าเราพอรู้งู ๆ ปลา ๆ แล้ว ในอนาคต ผมเกิด เปลี่ยนมาใช้เว็บตัวเอง เทียบราคาต้นทุนแล้ว ระหว่าง web ที่สร้างเอง กับเว็บสำเร็จรูป คำถามคือ คิดว่าอย่างไหนคุ้มกว่ากันครับ เพราะตอนนี้ ผมรู้สึกว่า user หลายคนพอพบว่าเว็บเราเป็นเว็บไซด์สำเร็จรูปดูเหมือนจะถูกลดความน่าเชื่อถือลงไป หรือผมคิดไปเอง

A: การรู้เรื่องพวก html หรือพวก ภาษาสคริปต์ต่างๆ นั้น หากรู้ได้จะเป็นการดีครับ แต่ไม่จำเป็นต้องเซียน หรือ โปร เพียงแค่รู้ว่า นี่คืออะไร มันใช้ทำไรได้บ้าง หรือเรียกได้ว่า แค่อ่านโค้ดออก (บ้าง) ก็จะเป็นการดีแล้วครับ เพราะบางครั้ง คนที่คิดได้ รู้ว่าจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องทำเองหรอกครับ ใช้การจ้างเอาก็ได้ครับ แต่ต้องควบคุมให้มันได้ตามต้องการครับผม

ในกรณีของเว็บสำเร็จรูป กับเว็บที่สร้างเอง จริงๆแล้วในปัจจุบันเรียกได้ว่า มันเป็นอะไรที่ก้ำกึ่งไม่มีอะไรที่ดีกว่า หรือด้อยกว่ามากนักน่ะครับ มันอยู่ที่ว่า เราจะสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของเราด้วยอะไร เราจะฉีกแนวสร้างจุดเด่นได้อย่างไร ตรงนี้น่ะครับ อย่าง i-morm.com ของผมเอง หรือแม้แต่ http://www.eblogbiz.com/ ก็ใช้ระบบของ [tag]Wordpress[/tag] ซึ่งเป็นระบบสำเร็จรูป แต่ผมก็ใช้การปรับแต่งหน้าตา ให้มันดูเป็น Unique ออกมาได้เช่นกัน

ขอติ นิดนึงครับ ตัวระบบ เว็บของที่คุณใช้อยู่นั้น สำหรับผมถือว่า มันมากเกินไปครับ เพราะการใส่ logo ขนาดนั้นดูมากเกินพอดี ก็ไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไง อย่างน้อย เราคือผู้เสียเงิน เราคือลูกค้า ก็ควรจะลดปริมาณการสร้าง brand ของเค้าบ้างนะครับ

Q: 3.ถ้าลงทุน โฆษณาด้วย [tag]adwords[/tag] แล้ว เราได้คนคลิ๊ก เว็บเรามีคนรู้จัก มี page rank สูง แล้วหลังจากนั้น เราจึงสมัคร adsence เพื่อเก็บเงินระยะยาว คำถามคือ step นี้ ถูกต้องมั๊ยครับ เพราะผมอยากให้เว็บผมสามารถเก็บค่าโฆษณาได้ ทั้ง adsence กับรายย่อยอื่นๆ

A: การโฆษณาด้วย Adwords นั้น ไม่เกี่ยวกับค่า pagerank ครับ มันเป็นเพียงช่องทางหนึ่งในการโฆษณาเว็บของเราเท่านั้นครับ ไม่มีผลกับ pagerank ในทางตรง แต่ในทางอ้อม หากคนเข้ามาในเว็บคุณแล้วพบว่า มีเนื้อหาน่าสนใจ และมีการนำลิ้งค์เว็บคุณไปแนะนำต่อ ตรงนี้จะส่งผลต่อ Page rank ครับ ส่วนเรื่องการทำ Adsense ด้วยนั้น ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ในไทยเราเริ่มมีแล้วครับ และในต่างประเทศก็มีนานแล้วเหมือนกันครับ ซึ่งบอกได้ว่า น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะอย่างน้อย แม้ว่าจะไม่ได้กำไร เป็นล่ำเป็นสันมากนั้น แต่เป็นการช่วยลด cost ของการทำ Adwords ได้ครับ

Q: 4.ผมไปจดทะเบียนพาณิชย์อเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังไม่ได้โค้ดเพื่อมาแป๊ะที่เว็บเลย หลายอาทิตย์แล้ว ส่งเมล์ไปหาเขาก้อไม่เคยตอบกลับเลย โทรไปก้อรับทราบแล้ว เรื่องก้อเงียบเหมือนเดิม ไม่รู้จะทำอย่างไร คำถามคือ ทำยังงัยดีครับ

A: ให้ลองเมล์ส่งรายละเอียดไปให้เลยครับ คือ กรอกเอกสารที่ดาวน์โหลดจากในหน้าเว็บของเค้า [ลิงค์นี้เลยครับ]จากนั้น ส่งเมล์แนบไปพร้อมกับตัวของสำเนาใบที่จดทะเบียนแล้ว ก็ได้ครับ (แนะนำให้ส่งช่วงวันจันทร์เช้าๆ ครับ ผู้ดูแลเค้าอารมณ์ดี อิอิ)

ถ้ายังไม่ได้ ก็ให้ลองปริ้นท์ ใบที่กรอก แล้วก็ส่ง fax ไปพร้อมกับสำเนาใบที่จดทะเบียนนั้นล่ะครับ (แนะนำวันจันทร์อีกครั้ง วันอื่นมันไม่รู้ทำไมครับ เหมือนจังหวะไม่ค่อยดี)

เกี่ยวกับระบบ adwords

Q: 1.ตอนนี้ผมเริ่มที่จะหาเงินทาง adwords บ้างครับ คำถามคือ ช่วยแนะนำเว็บต่างประเทศ เกี่ยวกับเรื่อง adwords หน่อยครับ โดยเฉพาะ พวกเรื่องพฤติกรรม สังคมของประเทศนั้น ๆ เพราะผมเพิ่งเป็นมือใหม่ ต้องการคำแนะนำจากผู้รู้ครับ แต่ว่าไม่มีตังค์ไปอบรมกับคุณตราวุฒิ ในรอบ 28 สิงหาคม 2549 นี้ กลัวว่า รอบหน้าพี่เขาจะไม่จัดแล้ว

A: อ่า เรื่อง [tag]Google rich[/tag] น่ะเหรอครับ เว็บไซต์เกี่ยวกับการทำ Adwords จริงๆแล้วตัวระบบของ Adwords เองไม่มีอะไรมากมายครับ เหมือนที่รู้ๆ กันอยู่คือ กรอก เลือกคีย์เวิร์ด เพียงแต่ว่ามันอยู่ตรงที่ การทำ research ค้นหาคีย์เวิร์ดดีๆ การมองเห็นตัวสินค้าว่า อันนี้ทำตลาดได้นะ อันนี้ดูแล้วไม่คุ้ม หรือว่า อันนี้ช่วงนี้ไม่ควร เท่านั้นเองครับ ตอนนี้เรื่อง adwords เองผมก็ เบรคไป พักใหญ่ครับ ถ้าจะให้แนะนำไปอ่าน คงจะเป็น webmasterworld.com มั้งครับ เพราะปรกติผมอ่านที่นี่ประจำ เกี่ยวกับเรื่องตัวของ adwords เป็น technic อะไรพวกนี้ ส่วนการเลือก product จาก cj หรือ clickbank อะไรพวกนี้ต้องอาศัยหัวการค้าเท่านั้นเลยครับ ดู-คิด-วิเคราะห์-ตัดสินใจ(ทำ-ไม่ทำ)

การจัดอมบรมของคุณเผ่า ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะลองสอบถามไปให้นะครับ คิดว่า ตอนนี้ทางคุณเผ่าก็คงจะไม่หยุดนิ่งหรอกครับ อิอิ คิดว่าในอนาคตน่าจะมีแน่ครับ แต่ยังไม่ confirm เท่านั้น เหอๆ

ในการอบรมของคุณเผ่าเองเนี่ย จริงๆแล้ว ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ถือว่า ถ้าได้ฟังซักครั้ง ก็คุ้มครับ เพียงแต่ว่าต้องเอามาคิดต่อว่า อะไร อย่างไรต่อไป หาจุดเหมาะสมของตัวเองน่ะครับ เพราะการอบรมของคุณเผ่า ก็ถือว่าเป็นส่วนที่เป็น Guideline ให้เราเดินต่อได้เร็วขึ้น ไม่ต้องไปนั่งลองผิดลองถูก มีแนวทาง มีตัวอย่าง ให้ดูแล้วครับ แต่อย่างที่บอกคือ รู้ แล้วต้องคิดต่อครับ

เสริมในตอนท้ายนี้แล้วกันนะครับ จากในท้ายจดหมาย ฉบับนี้นะครับ ที่บอกว่า ไม่ได้จบมาทางด้านนี้เลย นั้น จริงๆแล้วอยากจะบอกว่า ผมเอง ก็ไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเลย ไม่ได้เรียนวิศวะ ไม่ได้เรียนการตลาด อะไรพวกนี้แม้แต่น้อยครับ ผมกล้าที่จะบอกว่า ผมเรียนจบป่าไม้ครับ ในใบปริญญา ก็ลงไว้ว่า วทบ.(วนศาสตร์) ครับ

สิ่งที่เราจะเรียนรู้นั้นไม่จำกัดหรอกครับ อยู่ที่ว่า เราสนใจ มากน้อยแค่ไหน เราตั้งใจกับมันมากแค่ไหน และอย่างตัวผมเอง การที่ผมไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เลย มันกลับทำให้ผมพัฒนาตัวได้มากขึ้นน่ะครับ

เพราะเราไม่ได้จบมาด้านนี้ ดังนั้น เราจึงควรที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ ให้มากกว่าคนที่จบมาด้านนี้ 3-4 เท่า เพื่อที่จะได้รู้เท่ากับเค้านั่นล่ะครับ

ปล. สอบถามมาได้ครับ ถ้ามีเวลาก็จะตอบๆ กันไปนะครับ เพราะตอนนี้ งานเยอะ ด้วย แถมเป็นพวกที่ต้องคิดกันหัวโต ก็ถ้ายังไงจะพยายามตอบนะครับ โดยเฉพาะถ้า มันเป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะบางครั้ง ผมเองก็เจอปัญหาที่น่าสนใจและค้นหาต่อ จากคำถามนี่ล่ะครับ

Thailand Trustmark.

จากในงาน [tag]Thailand[/tag] [tag]e-commerce[/tag] forum ซึ่งผ่านมาประมาณเดือนนึงแล้วเห็นจะได้ ซึ่งในงานนี้ ก็มีการถกถึงความน่าเชื่อถือ การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวของ เว็บไซต์ขายของต่างๆ

เพราะในปัจจุบันจะเห็นว่า การทำ e-commerce นั้น ยังคงติดปัญหาอยู่ สองถึง สามอย่าง หลักครับ คือ

- การรับจ่ายเงิน

- ความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อและผู้ขาย

- การขนส่งสินค้าที่รวดเร็วและเชื่อถือได้

ตรงนี้เอง ยังคงเป็นปัญหาครับ แม้ว่าในไทยเรา มีระบบตัวกลางซื้อขายหลายที่อย่างเช่น paysbuy,thaiepay หรือตัวอื่นๆ ค่ายเล็กค่ายใหญ่อยู่หลายแห่ง แต่ปัญหา ก็ยังคงเกิดขึ้น เพราะการรับจ่ายเงิน ผ่านทาง credit cards บ้านเรายังคงมีคนกล้า ที่จะใช้น้อยมาก (ทั้งๆที่ คนมีบัตรก็น้อยอยู่แล้ว) ระบบ [tag]payment[/tag] gateway หลายๆที่ก็สามารถตัดผ่านบัญชีได้ ก็จริงๆ แต่อย่างน้อย ก็ต้องมีการ holding ยอดเงินไว้เพื่อเช็คว่า ยอดเงินที่สั่งจ่ายนั้นมีอยู่จริงๆ

ต่อมาคือ ความน่าเชื่อถือ ตรงนี้ ค่อนข้างสำคัญกว่าประเด็นแรก เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ในบ้านเรามีคนที่ใช้บัตรเครดิตน้อยอยู่แล้ว มักจะเห็นในหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น กลับไม่กล้าที่จะซื้อของออนไลน์นัก เพราะอะไร ???

หลายเว็บ มีlogo verify by visa ก็ยังไม่ค่อยจะได้ผลเพราะว่า คนไทยไม่รู้จักว่า มันคืออะไร ไอ้โลโก้นี้ นั่นต้องยอมรับว่า คนที่จะซื้อจริงๆ และเป็นคนที่ซื้อประจำเท่านั้น ก็คงจะรู้ แต่ความน่าเชื่อถือมันจะได้มากแค่ไหน เพราะไม่ใช่ของไทยเอง

ซึ่งในงาน Thailand e-commerce forum ก็ได้มีการกล่าวถึงตัวของ Trustmark ของไทยเอง และวันนี้ ก็มีแล้วครับ กับ [tag]Thailand trustmark[/tag] ไม่รู้ว่าเปิดมาเมื่อไหร่เหมือนกัน เพราะผมก็เพิ่งจะเห็นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองครับ

thailand trustmark

ซึ่งดูแล้วก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ประกอบการค้า ผ่านทางโลกอินเตอร์เน็ตครับ ที่เป็นอีกทางหนึ่งที่จะสร้างความน่าเชื่อถือ ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ในความคิดเห็นส่วนตัว มันเป็นเหมือนกับการออกมาขัดตาทัพ หรือชั่วคราวก่อนครับ

เพราะอะไรน่ะหรือ ???

เพราะว่า อันดับแรกตัวของระบบที่จะใช้งานนี้ ยังคงเหมือนลอยๆ เพราะกฏหมาย it บ้านเรา ยังไม่ได้ไปถึงไหนเลย คดีความที่เกี่ยวข้องก็ยังคงต้องไปอ้างเอาตัวบทกฏหมายจากตัวอื่นๆ มาใช้งานแทนไปก่อน ตัวของผู้บังคับใช้กฏหมายก็ยังงงๆ ว่า ไอ้อินเตอร์เน็ตเนี่ย มันยังไงกันแน่ เกิดเหตุในท้องที่ไหนแจ้งท้องที่นั้น แป่ว แล้วผมต้องแจ้งที่ท้องที่ไหนล่ะครับ ท้องที่ของบ้านผมที่เล่น หรือว่า ท้องที่ server ตั้งอยู่ เกิดมันวางอยู่ที่ us ผมทำยังไง???

ตรงนี้ เป็นส่วนที่คนทั่วๆ ไปคิด และประสบมาจากการติดต่อ เกี่ยวกับเรื่องของกฏหมาย นั่นล่ะครับ

ดังนั้น มันจึงต้องดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งในส่วนของตัว [tag]Trustmark[/tag], กฏหมาย IT และความรู้ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่ออย่างน้อย แม้ว่ามันจะเกิดปัญหา จะได้ติดตามตัว หรือดำเนินคดีกันได้ ครับ เพราะผมเชือ่ว่า แม้ผู้ซื้อจะโดนโกง แต่เมื่อมีการจับกุมดำเนินคดี ได้ มันก็สร้างความน่าเชื่อถือได้ระดับหนึ่งว่า มันมีโอกาสที่จะได้เงินคืนนะ

ตรงนี้ล่ะครับ ที่สำคัญด้วยอีกส่วนหนึ่งครับ อย่างน้อยถ้าจะส่งเสริม e-commerce ก็ต้องให้ครอบคลุมกันล่ะครับ แล้วทุกอย่างมันจะตามมาเอง

ปล. แต่ไม่ใช่ว่า กฏหมายที่ออกมานั้นกลายเป็นการควบคุมเว็บไซต์จนมากเกินไป เอะอะ อะไรก็ Block อย่างเดียวนะครับ ไม่ไหวๆ

Tags :

Glossary

Glossary ในส่วนนี้ขอรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO ,SEM และศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการสื่อสาร หรือในการอ่านบทความได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ เป็นส่วนที่ผมเข้าใจ และคิดว่า น่าจะหมายความถึงสิ่งเหล่านี้ แต่อาจจะไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องมากนัก ดังนั้น จึงไม่ควรนำไปอ้างอิงในลักษณะของทางวิชาการนะครับ แต่เอาไว้ให้พอเข้าใจกับสิ่งที่เอ่ยถึงได้เท่านั้น ส่วนท่านที่คิดว่าความหมายใดนั้นไม่ถูกต้อง หรือต้องการเพิ่มเติม ก็สามาถบอกกล่าวกันได้นะครับ เพื่อที่จะได้ช่วยกันอีกทางหนึ่ง

SEM: Search Engine Marketing
หรือการทำการตลาดผ่าน ทาง search engine ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น google,yahoo,msn หรือที่อื่นๆ โดยใช้วิธีทั้งการทำ seo การทำ pay per click advertising

SEO: Search Engine Optimization
คือ การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ของเราให้เหมาะสม เพื่อให้ search engine ต่างๆ นำเว็บไซต์ของเราไปจัดอันดับในการแสดงผลได้ เด่นชัด ในอันดับต้นๆ ได้อย่างถูกต้อง กับเนื้อหาของเว็บไซต์ของเรา

Search engine friendly
การที่หน้าเว็บไซต์ หรือเว็บไซต์ของเรานั้นเป็นมิตรกับ search engine หรือสามารถสื่อสารให้ search engine เข้าใจเว็บเราได้มาก

PPC: Pay per click
เป็นรูปแบบ ads ในลักษณะหนึ่ง ที่จะมีการจ่ายเงินค่าตอบแทนกันเมื่อมีการคลิก

SERP's: Search engine result page(s)
หน้าแสดงผลการค้นหาของsearch engine ต่างๆ เช่น google serp ก็หมายถึงหน้าที่แสดงผลการค้นหาของ google

Blackhat SEO
การทำ seo ในมุมที่เป็น ศาสตร์ด้านมืด หรือเป็นการโกงเป็นหลักนั่นเอง

Whitehat seo
การทำ seo อย่างถูกต้องตามหลัก กฏ กติกาของ search engine ทั่วๆไป

PR: Pagerank
หมายถึง Google pagerank ซึ่งจะเป็นการจัดอันดับของหน้าเว็บหน้าหนึ่งหน้าใด ของ google (รายเดียวเท่านั้น) มิใช่หมายถึงอันดับ ในหน้าแสดงผลการค้นหาแต่อย่างใด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม SEO project : Google Pagerank..)

Rank หรือ ranking
หมายถึงอันดับที่แสดงในหน้า SERPs นั่นเอง

Inbound link
หมายถึงลิ้งค์ที่วิ่งเข้ามายังเว็บไซต์เรา ตามปรกติ (ไม่รวม javascript)

Outbound link
หมายถึงลิ้งค์ ที่ลิ้งค์ไปยังหน้าเว็บอื่นๆ แต่ไม่รวมระบบลิ้งค์ในแบบของการใช้ javascript เช่นกัน

Spider ,bots, robots
หมายถึง โปรแกรมอัติโนมัต ที่ใช้ในการค้นหา และเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งหมายรวมถึงพวก spam bot ด้วย

Indexs
สำหรับคำว่า index ใน search engine นั้น หมายถึง หน้าเว็บที่ถูก search engine นำไปเก็บไว้ ในลักษณะคล้ายกับ สารบัญหนังสือ ซึ่งจะแสดงในผลการค้นหา

Cache page
หมายถึงหน้าเว็บไซต์ที่ถูกเก็บไว้ใน search engine ต่างๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเพียง text เท่านั้น

Spamdexing
คือการใส่ index ขยะจำนวนมาก ให้แก่ search engine

Cloacking
เทคนิคการทำ seo ในฝั่งของ Blackhat แนะนำให้ไปอ่านต่อที่นี่ครับ Case Study:Welcome back BMW.de .

Doorway pages
เทคนิคการทำ seo ในฝั่งของ Blackhat โดยการสร้างประตูทางเข้าในการยัดเยียดคีย์เวิร์ดให้แก่ bots spider แนะนำให้ไปอ่านต่อที่นี่ครับ BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell..

Google sitemap
เป็นไฟล์ที่ประกอบไปด้วย ลิ้งค์ของเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรา วันเดือนปี ที่สร้างเอกสารนั้นๆ และลำดับความสำคัญ ซึ่งสำหรับ google ค่ายเดียวเท่านั้น และไม่ใช่ sitemap สำหรับ user ทั่วๆ ไปที่จะใช้งานได้ เพราะจะถูกเก็บในลักษณะของ xml หรือ บีบอัดไว้

keyword density
หมายถึง ความหนาแน่นของปริมาณคีย์เวิร์ด ในหน้าเว้บไซต์ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ เทียบกับปริมาณคำทั้งหมดในหน้าเว็บไซต์ (อ่านรายละเอียด Adsense Tip:Keyword density,Do you know????. )

Tags :

Photo training.

นึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้เขียน เลยต้องเขียน ครับ งานนี้ไม่เกี่ยวกับ seo หรืออะไรแม้แต่น้อยครับ แค่เมื่อเดือนก่อน (เดือนไหนเนี่ย เริ่มจำไม่ได้ล่ะ ก่อน thailand e-commerce forum แล้วกัน)

ก็มีไอ้เจ้ารุ่นน้องตัวดี โทรศัพท์มาบอก ว่า "พี่ๆ ว่างรึเปล่า ไปช่วยผมที น้องชมรม photo มันจัดอบรมถ่ายภาพ" อ่า ไอ้กระผมก็ถือว่าในฐานะรุ่นพี่ชมรม ก็อดไม่ได้ อีกทั้งก็ยังถือว่า ไปช่วยๆ กัน คงไม่มีอะไรมา คงแค่ไปช่วยๆ เสริม

ontour photo training
อันนี้ ถ่ายเล่นๆ ด้วย Nikon D70
lense 100 mm marcro ไม่มีขาตั้งกล้อง

ถึงวันงาน ไอ้เธียร ก็เริ่มต้น "เอาเลยพี่ เดี๋ยวผมช่วยเสริม!!" แป่ว!!! กระผมกลายเป็นวิทยาเกิน เอ้ย วิทยากรหลักไปซะอย่างงั้น แถมวันแรก เน้นเรื่องทฤษฎี เสียด้วย เห้อ อาศัยความรู้เดิม ช่วยให้พอบรรยายผ่านไปได้

ตอนบ่ายก็มี workshop อีกซะงั้น ต้องออกไปถ่ายแนวพรอตเทรต หรือถ่ายภาพบุคคลนั่นล่ะครับ มีนางแบบเป็นน้องจากคณะอะไรก็ไม่รู้มาเป็นแบบให้ อิอิ งานนี้ แย่งกล้องกันหัวหมุนล่ะครับ

prety
Nikon D70, Macro 100 ยิงแฟลช(แฟลช -2/3 stop)

วันรุ่งขึ้น ก็ต้องรีบตาลีตาเหลือกตื่น ไปอยุธยากันต่อ งานนี้เป็นการออกไปถ่ายแบบ landscape เหอๆ กว่าจะไปถึง ล่อไป 9.30-10.00 แดดเริ่มแรง เสียแล้ว มีเวลาถ่ายจริงๆ แค่ถึงประมาณ 10.30 เท่านั้นเอง เพราะแดดแรง ถ่ายไม่รุ่งแล้ว ส่วนไอ้พวกรุ่นน้อง ก็ปล่อยมันไปต่อแล้วกัน 555+

photo training
Nikon D70 เลนซ์ จำไม่ได้ ยิง flash (ผมไม่ได้ถ่ายนะ 555+)

ตกบ่าย ก็ไปนั่งคุยกันอยู่พักนึง เนื่องจากเป็นการสรุปจากภาคเช้า ว่ามีอะไร ควร ไม่ควร มีเทคนิคอะไรบ้าง ที่ในตอนเช้าน้องๆ ชมรมหลายๆคนพลาดไป หลังจากนั้น บ่ายสามแดดร่มลมตก ก็ออกตระเวณเดือนถ่ายกันอีกครั้งนึง คราวนี้ก็ยาวถึง 6 โมงโน่นน่ะครับ เหอๆ

photo training
เดินเล่น หามุม กางขาตั้งกล้อง เล่นมุม perspective อิอิด้วย Canon EOS5 ตัวเก่งของกระผม

ทีนึกขึ้นมาก็เพื่อเขียนไว้เตือนว่า "ฟิล์มยังไม่ได้ล้างนะจ๊ะ 2 ม้วนน่ะกรู"

ปล. ผมยังใช้กล้องฟิล์มอยู่เลยนะเนี่ย ครั้งนี้ออกไปถ่ายแนวๆ Lomography ด้วย แต่ยังไม่ได้ล้างเลยนะเนี่ย

Tags :

SEO project:Advance Google sitemap [part 1]

แวะกลับมาต่อกันเรื่อง[tag]การทำ seo[/tag] นะครับ ซึ่งหายไปหลายต่อหลายวันแล้ว ไปนอกเรื่องโน่นนี่ กันซะอย่างงั้นนะครับ ก็ไม่รู้เป็นเพราะความเพ้อจากการนั่งทำ presentation และเตรียมตัวทำ [tag]seo[/tag] training มาเป็นอาทิตย์นะครับ ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า จะมีคนใน office สนใจหลายคนแล้ว เหอๆ

งานนี้ของบ. นึงเค้าคิด 900 บาท แต่ของผมฟรี ครับ 555+ ก็โดน lock คอให้จัดนี่ครับ เลยต้องทำ (ไม่แน่นะ ถ้ามีคนเรียกร้องมามากๆ อาจจะหาเวลาจัดเองก็ได้ แต่จะหาเวลาได้ไหมเนี่ย สงสัย)

เอาล่ะเข้าเรื่องครับ โดยปรกติการทำ google sitemap เนี่ย เค้าก็คงจะคุ้นเคยกันกับ[tag]การทำ sitemap[/tag].xml มีรูปแบบทั่วๆ ไปที่ตายตัว ซึ่ง google เองก็ได้กำหนดไว้ว่า จะต้องไม่เกิน 50000 ลิ้งค์ หรือ 50000 url และไฟล์ [tag]sitemap.xml[/tag] จะต้องมีขนาดไม่เกิน 10 mb.

ถ้าเกินทำอย่างไรดีล่ะ ???

google ก็บอกว่า ให้ zip เป็น [tag]sitemap.xml.gz[/tag] ก็ได้ (แหม ช่างรู้ใจเสียจริงๆ) แต่ถ้าจะให้ผมมาเขียนบอกแค่นี้ว่า ให้เอา sitemap.xml ไปซิบ เนี่ย มันก็ดูกระไรอยู่ล่ะครับ เหมือนขวานผ่าซากยังไงอย่างงั้น มันต้องมีอะไรเพิ่มเติมสิ

เอาล่ะครับ แน่นอนว่า คงไม่ปล่อยให้อ่านแค่นี้แน่ๆ ครับ เริ่มต้นการทำ [tag]Advacnce sitemap[/tag] สำหรับ google กันเลยดีกว่าครับ

โดยปรกติแล้ว การทำ google sitemap ทั่วๆไปนั้น จะมี sitemap กันตัวเดียว คือ sitemap.xml หรือ sitemap.xml.gz เท่านั้น เพราะเว็บไซต์ ทั่วไปนั้น การที่จะมีเกิน 50000 ลิ้งค์ใน sitemaps นึงนั้น คงจะเป็นเรื่องไม่ง่าย (แต่ก็ไม่ยากสำหรับเว็บใหญ่ๆ)

จากในการที่ผมเองได้ลงไปทำ project ในการนั่งทำ seo ให้กับเว็บไซต์ gossipstar.com ซึ่งมองแนวทางแล้วค่อนข้างจะเป็นเว็บใหญ่ ที่จะต้องมองเผื่อว่า ถ้าเว็บมันโต ขึ้น sitemap ก็จะต้องใหญ่ขึ้นด้วย

เนื่อหาในเว็บถูกแบ่งออกมาเป็นส่วนๆ ตามคอลัมป์ แน่นอนว่า การทำ sitemap ออกมาทีเดียวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การ gen ไฟล์ xml โดยใช้การ query ข้อมูลออกมาทั้งก้อนแล้วเขียนนั้นโอกาสที่จะเสีย ต่อไปในอนาคตมีแน่ๆ ครับ

เพราะการคิวรี่ของมาเป็น url จำนวน 50000 url นั้นใหญ่เหมือนกัน หลายคนถามว่า ทำไมต้อง คิวรี่ทั้งหมดด้วยล่ะ ทำไม่มีคิวรี่แค่ส่วนที่ใช้งาน ลงมาเขียนเพิ่มลงไป ตั้ง cron ไว้อัติโนมัติก็ได้ ผมก็ตอบคำถามนี้ไปว่า ตัวเนื้อหาเนี่ย บางครั้งเวลาที่เราทำเว็บไปแล้วเนี่ย คงจะต้องมีการลบข้อมูลแน่ๆ ไม่ลบวันนี้พรุ่งนี้ก็ต้องลบ ดังนั้นถ้า cron เพิ่มของใหม่อย่างเดียวแล้ว ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นคือ การเกิด 404 error จำนวนมาก เมื่อ google bot มาเยี่ยมเยียนได้

ดังนั้น นั่งคิดระบบ คิด อ่าน ค้น และก็พบว่า สิ่งเดียวที่ควรจะทำ คือการทำ sitemap index หลายท่านอาจจะสงสัยว่า sitemap index เนี่ย มันเป็นยังไง

ขออธิบายอย่างนี้ครับว่า การทำ [tag]sitemap index[/tag] คือ [tag]การทำ sitemap[/tag] หลัก และในตัวของ sitemap index ก็จะไปเรียก sitemap ย่อยๆ อีกทีหนึ่งครับ ถ้างง ให้นึกถึง ตัวระบบของเว็บไซต์ คือ sitemap index เปรียบเหมือนกับ เมนูหลัก ของเว็บไซต์ ที่จะลิ้งค์ไปยังหัวข้อต่างๆ และพอที่เข้าไปในส่วนย่อยนั้น ก็มี sub menu อีกครั้งหนึ่งครับ

ลองไปดู ลักษณะของ sitemap index กันก่อนนะครับ

{?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
     {sitemapindex xmlns="http://www.google.com/schemas/sitemap/0.84"> 
          {sitemap> 
               {loc>http://www.example.com/sitemap1.xml.gz{/loc> 
               {lastmod>2004-10-01T18:23:17+00:00{/lastmod> 
          {/sitemap> 
     {sitemap> 
               {loc>http://www.example.com/sitemap2.xml.gz{/loc> 
               {lastmod>2005-01-01{/lastmod> 
     {/sitemap>
{/sitemapindex>

*** หมายเหตุ ให้เปลี่ยนตัว { เป็น < นะครับ

ตัว sitemap index จะเป็นอย่างนี้ครับ จากนั้นในตัวของ sitemapย่อย ต่างๆนั้น ก็จะเป็นในรูปแบบ zip นะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วเท่าที่ลองดูนะครับ ไม่ต้อง zip เป้น sitemap1.xml.gz ก็ได้ครับ เป็นแบบ sitemap1.xml เลยก็สามารถใช้งานได้ครับ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ และในตัวของ sitmap1.xml หรือ sitemap1.xml.gz นั้น ก็จะเป็นลักษณะของรูปแบบ sitemap.xml ปรกติ ที่เราใช้งานกันอยู่ครับ

sitemap index นี่ก็จะมีชื่อว่า sitemap.xml เฉยๆ ครับผม

ทีนี้กลับมาใน project นั้น ในตัวของ sitemap ย่อยแต่ละอัน จึงเป็น sitemap ของเนื้อหาในแต่ละหมวด ดังนั้นเวลาสั่ง cron ก็จะตั้งไว้ ให้มัน cron ทีละชุด ทุกวันครับ ดังนั้นเนี่ย การจัดการจึงจะมีการจัดการอย่างเป็นระบบครับ

ซึ่งตรงนี้เนี่ย มันจะช่วยเราได้เยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว็บไซต์ใหญ่ๆ ครับ ที่มีเนื้อหามากกว่า ที่ google กำหนดไว้นั่นเองครับ ซึ่งคิดง่ายๆ นะครับ จากตัวอย่างทีใน sitemap index ด้านบน มี sitemap1 และ sitemap2

เวลาที่ bots เข้ามาเก็บเอา sitemap ไป ระบบของ google จะมาดึงไปทีละขั้นครับคือ ดึงเอา sitemap.xml ซึ่งเป็น sitemap index ของเราไปก่อน เมื่อมันเช็คเจอว่า เราใช้ sitemap index มันก็จะมีดีงเอา sitemap1 และ sitemap2 ไปอีกทีหนึ่ง

นั่นหมายความว่า sitemap1= 50000 url , sitemap2= 50000 url กลายเป็นทั้งหมดคือ 1 แสน url ซึ่งเรียกได้ว่า เยอะเอาการแล้วล่ะครับ ซึ่งในตัวของ sitemap index นั้น ก็คิดว่าน่าจะอยู่ได้ 50000 url เช่นกัน กลายเป็น สามารถทำ sitemapจำนวนมหาศาลเลยล่ะครับ

ซึ่งจริงๆแล้ว ผมแนะนำอย่างนี้ครับว่า ตัวของ sitemap1 , sitemap2 หรือ พูดง่ายๆคือ sitemap ย่อย นั่นล่ะครับ ควรจะ zip เป็น .gz เสียให้เรียบร้อยครับ เพื่อความรวดเร็วในการที่ bots จะมาเก็บลิ้งค์เอาไป

เพราะการที่ bots มาดูดเอา sitemap เราไปนั้น ก็เหมือนกับการที่ user มาใช้งานในส่วนนั้นเช่นกัน หากเราไม่ทำการ zip ไว้ จะเกิดปัญหาเรื่อง bandwith ที่จะเสียให้กับ bots ได้ครับ

อีกทั้ง ช่วยให้ bots สามารถดึงไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วยครับ

ลองนำไปใช้กันดูนะครับ คิดว่า น่าจะมีประโยชน์ครับ ซึ่งไม่จำกัดนะครับว่า การทำแบบนี้ จะต้องเมื่อเรามี sitemap ที่มีขนาดเกินกว่าที่ google กำหนดแล้ว จึงค่อยทำ แต่เราสามารถนำมาใช้งานได้เลยครับ

ปล. บอกก่อนนะครับว่าการทำ google sitemap ยังไม่จบแค่แบบนี้เท่านั้น ยังมีอีกครับแล้วจะนำมาเสนอในตอนต่อๆ ไปนะครับ

Tags :

SE News : Google Apps for Your Domain.

วันนี้แวะมา Update ข่าวเกี่ยวกับ google กันนิดหน่อยนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้เนี่ย ทาง [tag]google[/tag] ได้ออก [tag]service[/tag] gmail for your domain แล้วนะครับ คือการให้บริการ gmail สำหรับเว็บต่างๆ โดยไม่เป็น @gmail แต่เป็น @your-domain ไปก่อนหน้านี้แล้วนะครับ

ซึ่งเรียกได้ว่าซักพักนึงแล้ว ทางผมเองก็ลองขอเล่นๆ ไป 500 account แต่เงียบ... สงสัยขอเยอะไปมั้ง กะเว็บลูกกระจ๊อกแบบนี้

กลับมาเข้าเรื่องของข่าววันนี้นะครับ ซึ่งที่ต้องเกริ่นถึง service ก่อนหน้านี้ก็เพราะว่า ตอนนี้ google เค้าเปิดให้เยอะมากขึ้นไปอีกแล้วครับ โดยเพิ่มจากแต่ก่อนที่จะเป็น [tag]gmail[/tag] เพียงอย่างเดียว google ก็เพิ่มให้อีกครับ โดยเพิ่ม [tag]gmail talk[/tag], [tag]google calendar[/tag] และ [tag]google page[/tag] รวมแล้วทั้งหมดก็ 4 service ด้วยกันครับ

และทั้งหมด ฟรี ครับ (It's Free.)

ซึ่งหากท่านใด สนใจนะครับ อยากได้ service ดีๆ ของ google มาใช้งานก็เชิญได้ที่ www.google.com/a/ นะครับ โดยให้สมัครขอใช้บริการก่อน หลังจากนั้น ก็เข้าในระบบไปจัดการเลือก service ต่างๆ ที่ต้องการทั้ง 4 นะครับ เลือกเอาว่าจะเอา gmail, gmail talk, google calendar ,google page หรือว่าจะเอาทั้งหมด ก็ไม่ผิดกติกาครับ

ต่อเนื่องอีกข่าวนึงของ google เช่นกันครับ เป็นข่าวสั้นๆ ครับ คือ google เปิดตัว หน้าของ [tag]webmaster central[/tag] แล้วนะครับ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เป็นหน้ารวมลิ้งค์แนะนำ การใช้งาน หรือ แนะแนวทางไปต่อ เท่านั้นล่ะครับ ลองไปดูได้ที่ www.google.com/webmasters/ และดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมของ google ไปแล้วนะครับ เมื่อไม่ service อะไร ก็ต้องมี blog สำหรับ service นั้นๆ เจ้า webmaster central ก็เช่นกัน เข้าไปอ่านกํนได้ที่ http://googlewebmastercentral.blogspot.com/ นะครับ url ยาวดีทีเดียวล่ะครับ อิอิ

Tags :

SE News : Google AdWords Promotional Coupon.

เอาล่ะครับ ต่ออีกหน่อย แล้วกันเป็นข่าวจากทาง [tag]Google thailand[/tag] นะครับ

สำหรับท่านที่ไปงาน Thailand e-commerce forum และได้ลงทะเบียนได้รับ [tag]google adward coupon[/tag] มูลค่า 50$ มานะครับ ทางคุณพรทิพย์ แจ้งมาว่า

ทาง google ได้ปรับเลื่อนระยะเวลา promotion เข้ามาอีกนะครับ จากเดิมที่จะหมดอายุในช่วงกลางเดือนหน้า (กันยายน 49) มาเป็น 31 สิงหาคม นี้แล้วนะครับ

ก็รีบไปใช้กันซะนะครับ งานนี้ ถ้าเอาไปทำ google rich ของคุณเผ่านี่ อาจจะได้ยอดเพิ่มก็ได้นะครับ อย่าลืมไปใช้กันก่อน 31 สิงหาคมนะครับ

ส่วนท่านใดที่ยังใช้ไม่เป็นหรือไม่รู้จะใช้อย่างไร หรือต้องการเอกสารแนะนำเบื้องต้นในการสมัครใช้งาน google adwords นะครับ ให้ส่ง email แจ้งความจำนงมาที่ผมก็ได้นะครับ เดี๋ยวจะได้จัดส่ง คู่มือการใช้งาน google [tag]adward coupon[/tag] ของทางคุณอ้อไปให้นะครับ เป็น (pdf นะครับ)

ส่งอีเมล์มาที่ webmaster[at]i-morm.com นะครับ (เปลี่ยน [at] เป็น @ ก่อนนะครับ) แล้วจะจัดส่งไปให้นะครับ ถือเป็นการช่วยๆกระจายกันไปนะครับปล.อาจจะเป็นเย็นนี้นะครับ เพราะว่า บ่ายนี้ มี SEO training เลยคงไม่ได้จัดส่งให้นะครับ

 

Tags :

SE news: ‘ยาฮู’ผงาดขึ้นที่2แดนมังกร กูเกิลลุยขายโฆษณาในอีเบย์

ปักกิ่ง/ซานฟรานซิสโก (เอพี) — [tag]Yahoo[/tag] แซงหน้าจ้าวแห่งเสิร์ชเอ็นจิน [tag]Google[/tag] ผงาดขึ้นที่ 2 ครองใจนักเสิร์จแดนมังกร ขณะ Google เริ่มบุกขายโฆษณาในอีเบย์ พร้อมเตรียมบุกตลาดซอฟต์แวร์ หวังเป็นช่องทางรายได้ใหม่

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม บริษัทสำรวจและวิจัยตลาด ซีซีดับเบิลยู ในจีน ได้เปิดเผยรายงานการสำรวจตลาด Search engine ในประเทศจีน พบว่า Yahoo เว็บ Search engine รวมความครบเครื่องไว้ใน ที่เดียว สามารถเบียดยักษ์ใหญ่ [tag]Search engine[/tag] ชื่อดัง Google ไปได้สำเร็จ ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 2 เว็บ Search engine เป็นที่นิยมมากที่สุดในจีน รองจาก ไป่ตู๋ เว็บ Search engine ยอดนิมของเจ้าบ้าน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า จำนวนนักเสิร์ชบนโลกอินเทอร์เน็ตในจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขโดยประมาณการคาดว่าจะพุ่งไปถึง 476 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 21.4%

อย่างไรก็ดี เม็ก วิธแมน ประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของ [tag]ebay[/tag] จ้าวแห่งเว็บไซต์ การประมูลซื้อขายของ เปิดเผยวันเดียวกันว่า กูเกิล อิงค์ จะเริ่มการขายโฆษณาระบบคลิ๊กทูคอล ในebay แล้ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อขายบนebay สามารถติดต่อออนไลน์ หรือโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซื้อขายได้อย่างรวดเร็วขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญทั้งต่อกูเกิลและ อีเบย์

นอกจากนี้ Google ยังเตรียมก้าวข้ามตลาดเสิร์ชเอ็นจินและโฆษณา หันไปบุกตลาดซอฟต์แวร์ ด้วยการเปิดตัวระบบโปรแกรมสำหรับอีเมล์ การจัดตารางแผนการ และการสื่อสาร โดยกูเกิลได้สร้างรูปแบบซอฟต์แวร์สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจพื้นฐานต่างๆ แล้ว ซึ่งจะถือเป็นคู่แข่งสำคัญของไมโครซอฟท์ ซึ่งกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และออฟฟิศ เช่นกัน

Google เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เปิดให้บริการโปรแกรมฟรีแล้วสำหรับธุรกิจขนาดย่อม มหาวิทยาลัย และองค์กรไม่หวังผลประโยชน์ ก่อนที่จะเริ่มเสนอเวอร์ชันพรีเมียม ซึ่งคิดค่าบริการในปลายปีนี้

.....................................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Tags :

Adwords Project: Day 0, Get ready.

วันนี้ ช่วงสิ้นเดือนฤกษ์ งามยามดี (รึเปล่าเนี่ย ต้องถามคุณ F พ่อหมอแห่ง บอร์ด SEO ไหมเนี่ย) เลยเริ่มต้น project ใหม่ที่ตั้งไว้นะครับ ซึ่งคิดไว้นานแล้วนะครับ เพียงแต่ยังหาอะไร เริ่มต้นไม่ได้ซักทีนะครับ

สำหรับ Project นี้ขอใช้ชื่อว่า [tag]Adwords project[/tag]. ซึ่งตัวของ concept ก็ไม่มีอะไรมากครับ แนวเดียวกับ [tag]Google[/tag] rich ของคุณเผ่านั่นล่ะครับ ในงาน Thailand e-commerce forum ก็ได้บอกไปแล้วน่ะครับ ว่าผมจะทำ google rich จริงๆจังๆ แล้วนะ

เอาละครับ กลับมามาใน Project นะครับ สำหรับตอนนี้คือเตรียมตัวแล้ว แต่เราต้องเตรียมอะไรบ้างนั้น ก็เอาละครับ

1. [tag]Adwords coupon[/tag] จากงาน Thailand e-commerce forum มูลค่า 50$ ครับ

2. e webcard ของกสิกรไทยครับ

โดยในงานครั้งนั้น ช่วงบ่ายหลังจากที่ได้ adwords coupon มาแล้วนะครับ ผมก็เริ่มนั่งว่างๆ เฝ้าบูทเป็นระยะๆ สลับกับพูดคุยกับคุณเผ่า คุณปุ๊ก SEO พ่อลูกอ่อน แห่ง Boxchart.com ครับ โดยในวันนั้น ผมยังจำได้ครับว่า ผมบอกไว้ว่า

"สำหรับ coupon 50$ ใบนี้ ผมจะเอามาทำ [tag]google rich[/tag] ของคุณเผ่า ให้ได้กำไรเป็น server 1 ตัวและสุดท้าย ผมจะเอา server ที่ได้มาเปิด Host แข่งกับ คุณปุ๊ก"

ซึ่งนี่เหมือนกับการวางเป้าหมายไว้ กลายๆ ครับ คือ

1. ใช้ adwords coupon เพิ่มเป็นเงิน มูลค่า 40000 บาท

2. นำไปจัดซื้อ server มาทำ host 1 ตัว (หลังจากนั้น ค่อยคิด project ใหม่แล้วกันครับ คิดไกลมากไม่ดี)

ดูเหมือนว่ามันจะเลื่อนลอยยังไงไม่รู้ครับ นอกจากนี้ยังดูยากเสียด้วยละครับ ผมเองก็มองแล้ว่า เราจะต้องปูทางให้ดีก่อนล่ะครับ โดยเราจะต้องมาศึกษาปัญหา ก่อนครับว่า เรามีดีอะไรบ้าง มีข้อเสียอะไรบ้าง และแนวทางจะเป็นไปได้แค่ไหน

อันดับแรก ปัญหาสำหรับผมก่อนเลยครับ นั่นคือ บัตรเครดิต ที่ยังไม่มี , ปัญหาในเรื่องภาษาของผมนั่นเองครับ เพราะไม่เก่งเท่าไหร่นัก สุดท้าย ผมยังไม่ได้หาข้อมูลว่า จะขายอะไร

ต่อมา สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อผมคือ e-webcard ของกสิกรสมัครง่าย , แม้ว่าผมไม่เก่งภาษา แต่มั่นใจในความบ้าคลั่งของตัวเอง (น่าจะพอมั่วได้มั่งล่ะน่า) ซึ่งตรงนี้จะส่งผลดีต่อการศึกษาข้อมูลต่างๆ ค้นหา product ที่น่าสนใจมาขายได้ และสุดท้าย ผมมีเวลาอยู่กับโลกอินเตอร์เน็ตใบนี้ มากกว่าวันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

ซึ่งดูแล้ว ทั้งสองอย่างน่าจะพอสร้างความสมดุลและขจัดปัญหาไปได้บางส่วนครับ แม้ว่าจะดูไม่ สมดุลเท่าไหร่นักนะครับ (ไอ้ตรงภาษาเนี่ยล่ะจะตายเอา) มองแนวโน้มแล้วก็ 50 - 50 นะครับ

"การทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราทำแล้วไม่ได้กำไร แต่ไม่ขาดทุน นั่นคือเราประสบความสำเร็จแล้ว"
คำพูดของพี่ฤทธิ์ CEO ของบริษัท เคยพูดไว้ในที่ประชุม แม้ว่าตอนนี้พี่เค้าจะไม่ได้อยู่แล้วน่ะครับ แต่ผมยังจำได้ (เอาดิ เออ)

ดังนั้น จุดนี้ ผมเลยเริ่มต้น ด้วย การเดินทางไป ธนาคารกสิกรไทย เพื่อขอเปิดบัญชีใหม่ และขอ e web card นะครับ ซึ่งก็เสียเงินไป 300 บาท กับค่าบัตรเดบิท ของธนาคารกสิกรครับ ซึ่งหลังจากที่ได้มาก็ งงๆ ว่าเอามาทำไมเนี่ย สงสัย ก่อนกลับมาประชุมตอนบ่ายด้วยความงงๆ ล่ะครับ

สรุป Adwords project: Day O. ยังมีกำไรอยู่ครับ คือ 50$ - 300บาท ก็จะเหลือมูลค่าของยอดเงินทุนที่มี 44$ โดยประมาณนะครับ ส่วนมันจะเพิ่มจะลด ยังไง ก็มาตามกันต่อครับ รับรองว่า งานนี้ มันส์อีกแล้วจะได้จะเสียไม่สนครับ ประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็ติดตามดูกันไปครับ กับการจับเสือมือเปล่า ตามรอยคุณเผ่า แห่ง GoogleRich แบบลูกทุ่ง อย่างผมเนี่ย งานนี้เอามันส์เป็นหลักครับ อิอิ

Tags :

Adwords Project: Day 1, Start all account.

ต่อจากเมื่อวานกันเลยนะครับ ซึ่งหลังจากที่เราไปสมัครเจ้า กสิกร [tag]e-webcard[/tag] แล้วนะครับ เราก็จะได้ account มานะครับ ซึ่งการขอเปิด service ในส่วนของทั้ง [tag]e-banking[/tag] และ e-webcard ก็จะต้องไปยื่นเรื่องกับเจ้าหน้าที่ ที่ธนาคารกสิกรนะครับ สาขาไหนก็ได้ แจ้งความจำนงว่า จะขอเปิดใช้บริการในสองส่วนข้างต้น จากนั้นก็รอตอบกลับมาจากที่เจ้าหน้าที่อีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาการดำเนินการก็ตั้งแต่ 1-7 วันนะครับ

จากนั้น สิ่งต่อมาที่ผมต้องทำก็คือ สมัครเจ้า [tag]Adwords[/tag] โดยใช้ตัวของ [tag]Adwords coupon[/tag] มาเสียก่อนนะครับ แต่อ่ะ ผมจำได้ว่า เคยอ่านในเว็บมาว่า มีวิธีการเพิ่มมูลค่าของตัว coupon จากเดิม 50$ เป็น 105$ ครับ ซึ่งก็ลองกลับไปยังเว็บบอร์ดที่เล่นประจำครับ นั่นคือ http://www.seo.in.th/ และงานนี้ก็ไม่ผิดหวังครับ ผมพบกระทู้ชี้ทางสว่างครับ ของคุณ iamnewbie ใน forum Adwords ครับ ลองดาวน์โหลดคู่มือ มาลองทำตามดูครับ สุดท้าย โอ้วพระเจ้าจ๊อด มันได้มาแล้วครับ 105$ อิอิ

อ่า ก็จบไป 1 ขั้นครับ ต่อไปคือการไปไล่สมัครเว็บไซต์ในกลุ่มของ [tag]Affiliate[/tag] ต่างๆ ครับ ซึ่งจากคำแนะนำของคุณเผ่า คือ สองเว็บหลัก Cj.com และ clickbank.com ครับ

สำหรับทั้งสองเว็บนี้ ในความคิดเห็นของผมคือ [tag]Cj.com[/tag] เป็นอะไรที่ดูดีมากๆ มีอะไรให้อ่านมีรายละเอียดเยอะพอสมควรทีเดียวครับ ในขณะที่ [tag]clickbank.com[/tag] นั้น ดูจะคล้ายๆ เว็บที่มีแต่ตัวหนังสือและตัวหนังสือ เท่านั้น ดูแล้วอาจจะไม่น่าสนใจครับ เพียงแต่จากที่ดูแนวโน้มแล้วว่า การขายสินค้าของ cj นั้นท่าทางจะฝืดๆ เพราะอันดับแรก มันค่อนข้างจะมีรายละเอียดของการรับจ่ายเงินค่อนข้างมาก (จากความคิดเห็นในบอร์ด seo อีกเช่นกัน) หลังๆ มีแนวโน้มของการชักยอดเงินกลับสูงมากๆ

ทำให้ผมต้องหันไปสมัคร clickbank.com เพิ่มครับ (ก่อนหน้านี้ได้ลองสมัคร cj.com ไปแล้ว) ซึ่งหลังจากที่สมัครและลองดูๆ ระบบของมันที่ดูง่ายๆ แต่มันก็ยังทำให้ผมงง กับคัพท์บางตัวครับ ต้องไปนั่งหาอ่านในเว็บมันนั่นล่ะครับ อ่านและแปล ให้เข้าใจก่อน ส่วนในระบบของ cj.com เนี่ย มองๆ ก็พอเข้าใจแล้วครับ

  1. $Earned/Sale: รายได้เฉลี่ยจากการขายของผู้ที่เอาสินค้านี้ไปขาย
  2. %Earned/Sale: %เฉลี่ยของการขายจากตัวของราคาสินค้า (มั้ง).
  3. %Referred: ประมาณว่าเป็น % ของจำนวนคนที่เอาไปขายครับ.
  4. Gravity: อันนี้เนี่ยก็ยังงงๆ ครับ ประมาณว่า เป็นปริมาณความน่าสนใจของสินค้า

ในขณะที่ของ Cj.com นั้นจะเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายกว่าครับ คือ ให้กี่ % จากการขายหรือการชักชวนคนมาสมัคร (lead) มีแสดงกราฟแสดงอัตรารายได้ของคนที่เอาสินค้าไปขายในช่วง 7 วันและ 3 เดือน ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าทีเดียวล่ะครับ

ดังนั้น ในขั้นที่สองนี้ ก็ถือว่าเป็นการสมัครสิ่งต่างๆไว้ให้พร้อมครับ เพื่อที่จะทำต่อในขั้นต่อไปครับ ซึ่งถือว่าเป็นขั้นที่เริ่มยากและโคตรยากครับ นั่นคือการหาข้อมูลของสินค้าที่จะนำไปขาย หรือ การเลือกสินค้าที่จะทำตลาด ดังนั้นในขั้นต่อไปคือ การศึกษาตลาดและแนวโน้มตลาดนั่นล่ะครับ

ซึ่งโชคดีมากๆ เพราะว่า พรุ่งนี้ที่ office ทีม network ใน office จะย้าย server ขนานใหญ่ นั่นหมายความว่า พรุ่งนี้ คงจะว่างทั้งวันล่ะครับ อิอิ (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ) วันนี้ ก็เลยขอมองแนวโน้มตลาดคร่าวๆ ก่อน และหารายละเอียดในขั้นที่ต่อไปเลยครับ งานนี้ลุยแหลก!!!

สรุปยอด : จากเมื่อวานนี้นะครับ ที่เหลือประมาณ 44$ ก็ได้เพิ่มอีก 55$ นะครับ กลายเป็น 99$ ครับ มูลค่าเพิ่มชั่วข้ามคืน กว่า 50% แล้วครับ เลขสวยดีจริงๆ

Tags :