July, 2006

Gbuy for all solution of google.

ห่างหายไปนาน เนื่องมาจาก หน้าที่การงาน และ อาการไม่ค่อยจะดีนัก กับอาการหลอดลมอักเสบ ที่เล่นเอาเดือนนี้ ลาป่วยไป 4 วันทีเดียว แถมยังรู้สึกว่า ยังไม่หายดี นี่ล่ะครับ คงเป็นผลพวงมาจาก การทำงานบ้าๆ บอๆ แล้ว สูบจัด ทุกครั้งที่เครียด ไปพักผ่อน ก็ดันไปนั่ง ดริ๊งค์ (ก็สูบอีก) เหอๆ น่าจะซัก 10 ปี ได้แล้วมั้งที่สูบๆ มาเนี่ย ....

เอาละ กลับเข้าเรื่องครับ คงจะได้ยินข่าวของ Gbuy ไปแล้วนะครับ ที่ [tag]Google[/tag] ตัดสินใจเปิด [tag]Google checkout[/tag] สู่ตลาดของ e-money กลายเป็นคู่แข่งที่ Paypal ต้องหันกลับมามองอย่างปวดหัวล่ะครับ แม้ว่าทางฝั่งของ google จะออกมาบอกว่า ไม่ได้เป็นคู่แข่งของ paypal ซะหน่อย

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเปิด checkout ของ google ในครั้งนื้คงบอกได้คำเดียวว่า google มีแต่ได้กับได้

ค่าธรรมเนียมในการใช้จ่ายของ [tag]gbuy[/tag] แต่ละ $ ที่จะวิ่งผ่านไป คนที่ทำ [tag]adsense[/tag] ก็เลือกรับเงินเป็น gbuy ได้ ทำให้ google สามารถตัดยอดได้ไวขึ้น และยอดที่จะตัดขั้นต่ำที่แต่เดิมคือ $100 ก็อาจจะกลายเป็น ตัดทุกๆ $50 ก็เป็นได้  คนทำ adwords ก็สามารถใช้ gbuy ในการจ่ายเงินให้กับ google เพื่อว่าในกรณีที่มีปัญหาตัดเงินเกินไป ก็จะได้เคลียร์ และรับเงินคืนได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ [tag]Adwords[/tag] ซึ่งเป็น solution ที่ทำเงินให้กับ google เป็นจำนวนมหาศาล ก็เข้ามามีส่วนผลักดันให้ gbuy ได้รับแรงเคลื่อนไป เพราะ google ออกมาให้  บอกว่า สำหรับท่านที่ทำ Adwords ทุกๆ $1 คุณจะได้รับสิทธิในการใช้จ่าย gbuy ได้ $10 โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

พูดง่ายๆ คือ ปรกติแล้ว การใช้จ่าย gbuy นั้นจะมี่ค่าธรรมเนียม แต่เมื่อคุณเป็น ผู้สนับสนุนของ google ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเต็มๆ ยิ่งคุณ เสียเงินให้ google มาก คุณก็ได้รับสิทธิมาก

Adsense ในอนาคต อาจจะจ่ายเป็น gbuy เพียงอย่างเดียว ก็เป็นไปได้ ใครจะไปรู้ เพราะที่ผ่านๆ มา google ก็ไม่ค่อย แคร์ในการที่จะปรับปรุง หรือ ให้ความสนใจแก่คนทำ adsense เท่าไหร่นัก โดยอาจจะแลกกับการตัดยอดจ่ายเงินที่ต่ำกว่าเดิม อย่างที่กล่าวไปแล้ว

และในเมื่อคนที่ทำ adsense ได้เงินในรูปแบบของ gbuy ก็อาจจะมีส่วนหนึ่งที่หันนำเงินที่ได้ ไปใช้ในการ PR เว็บผ่านทาง Adwords อีก ก็ได้

เรือล่มในหนอง ทองหรือจะไปไหน

อีกทั้ง google มีตัวอื่นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเข้าไปอีก เช่น Froogle ที่ google ได้สร้างมานานแล้วกับระบบค้นหา ราคาสินค้าที่มีสินค้าเป็นจำนวนมากมาย มีร้านอยู่เป็นหมื่นเป็นแสน สามารถซื้อขายสินค้ากันผ่านทาง [tag]froogle[/tag] เสียเลย แถมระบบของ google search ก็สนับสนุนการตรวจสอบสินค้า ที่ส่งผ่าน FedEx ,UPS  เสียด้วย

งานนี้ ทั้งครบวงจร ทั้งสะดวก สบาย ไม่รวยงานที่ก็ไม่รู้จะรวยงานไหนล่ะครับ
เห้อ เมื่อไหร่จะรวยกะเขาบ้างเนี่ย อิอิ

Tags :

Hello all Bots.

ขอแล้วกันครับ พักหลังไม่ได้ ทักทาย [tag]bots[/tag] แต่ละตัวกันเลย ยิ่งพักหลังนี่ เจอพลัง 3 ประสาน บ่อยเสียด้วย ไม่รู้เพราะอะไรสิน่า มาทีนึง 3 ตัว

Server จะร่วงไหมเนี่ย อิอิ

hello googlebots , yahoo bots, msn bots

Tags :

Search Engine news:กูเกิลยันมุ่งเป็นเสิร์ชเอนจิน ลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลยักษ์1.5พันล้าน

[tag]Google[/tag] ตั้งเป้าเป็นผู้นำวงการ [tag]Search Engine[/tag] ต่อเนื่อง พร้อมเน้นขยายบริการเสริมเอาใจมิตรรักนักเสิร์ช ทุ่มเงินลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดยักษ์ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หวังครองตำแหน่ง[tag]เสิร์ชเอนจิน[/tag]ยาวนาน 5 ปี
      
       ดักลาส เมอร์ริล วิศวกรระบบภายในของกูเกิลให้สัมภาษณ์ว่า เป้าหมายหลักของกูเกิลยังอยู่ที่ระบบค้นหาข้อมูล แม้ว่าจะในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมานี้ กูเกิลจะพัฒนาบริการใหม่ ๆ ออกมาอีกมากมาย เช่น ระบบอีเมล (Gmail), โปรแกรมแชต (Google talk) หรือบริการแผนที่ (Google earth) แต่ 70 เปอร์เซ็นต์ของงานหลักที่กูเกิลทำคือการพัฒนาเสิร์ชเอนจิน
      
       "จุดยืนของการเป็นผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าที่คิด เรามีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก เพราะการมีแค่ข้อมูลข่าวสารนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ด้วย บางครั้งเราต้องค้นหาเพื่อตอบโจทย์ในความหมายที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ใช่ค้นหาตามคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้ป้อนลงมาแต่เพียงอย่างเดียว"
     
         เมอร์ริลกล่าวอีกด้วยว่า บริการค้นหาข้อมูลของกูเกิลจะให้ความสำคัญกับระบบเสิร์ชที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น การค้นหาข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ บริการแปลภาษา บริการค้นหาข้อมูลแบบส่วนตัว ตลอดจนการป้องกันผู้ใช้จากเว็บสแปมต่าง ๆ
      
       "บนโลกอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรม[tag]การสร้างสแปม[/tag]ถือเป็นศัตรูร้ายอีกรายหนึ่งที่สามารถตีมูลค่าได้หลายล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีหน้าที่หลักคือหลอกลวงเหยื่อบนอินเทอร์เน็ต"
      
       เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ กูเกิลลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่รัฐโอเรกอนด้วยงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์นับแสนตัว โดยเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่กูเกิลออกแบบเอง ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์เองด้วย เพื่อให้ลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรไฟฟ้า
      
       "[tag]กูเกิล[/tag]ลงทุนด้านอินฟราสตรัคเจอร์มากเกินกว่าที่จะเป็นแค่เสิร์ชเอนจิน พวกเขาสร้างศูนย์ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่จนเราไม่สามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งที่พวกเขามี" มาร์ติน เรย์โนลด์ นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์กล่าว โดยเขาเชื่อว่ากูเกิลอาจก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสี่รองจากเดลล์ ฮิวเล็ตต์แพกการ์ด และไอบีเอ็ม
      
       ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างไมโครซอฟท์ และยาฮูนั้นพบว่า แม้สองค่ายจะเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นใช้เอง แต่ก็ลงทุนศูนย์ข้อมูล และระบบคอมพิวเตอร์แต่พอตัว เท่ากับความต้องการที่มี และเป็นการซื้อเครื่องจากผู้ผลิตอย่างเดลล์ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ เป็นหลัก
      
       เควิน ทิมมอนส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการของยาฮูกล่าวว่า "เมื่อถึงจุดหนึ่งเราต้องถามตัวเองว่าธุรกิจหลักขององค์กรคืออะไร เป็นเรื่องยากที่เราจะจับปลาสองมือในสถานการณ์แบบนี้"
      
       เรย์โนลด์คาดการณ์งบประมาณที่กูเกิลทุ่มลงไปในศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ว่าอาจจะเท่ากับกึ่งหนึ่งของบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ลงทุนก็เป็นได้ ซึ่งนาย Alan Eustace รองประธานฝ่ายวิจัยและวิศวกรรมระบบกล่าวว่า "ศูนย์นี้ช่วยให้เรารั้งตำแหน่งผู้นำได้นานสัก 2 - 5 ปีเลยทีเดียว"
...........................................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

Tags :

SEO Project:Tip for changing hosts.

เห้อ งานการก็เยอะ และเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้น จริงๆ ครับ เลยทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดท blog เท่าไหร่ ทั้งๆที่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับ [tag]seo[/tag],blog,adsense,adwords อยู่อีกเยอะในหัว แต่ไม่มีเวลาจริงๆสิ

วันนี้พอมีเวลาปลีกจากการพักผ่อนวันหยุดทั้งวัน ไม่ต้องไปไหน (เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ ตะลอนๆ ไปเป็นวิทยากรซะงั้น) หายเหนื่อยก็มานั่งอัพบล็อกดีกว่า

สำหรับท่านที่ทำ seo และมีเว็บเป็นของตัวเอง ที่ไม่ได้ไปใช้ freehost หรือ free blog ที่ไหน เอาเป็นว่าที่ต้องเช่า host จดโดเมนเอง นั่นล่ะครับ คงจะมีปัญหาบ้างล่ะว่า ถ้าเกิดย้าย [tag]host[/tag] ล่ะ จะมีปัญหาไหม

เพราะ host ที่เช่าอยู่ หรือแม้แต่การไปฝากวาง colocation ก็ตาม ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครปักหลักกับผู้ให้บริการรายใดไปตลอดแน่ๆ (ถ้ามีก็น้อยล่ะครับ)

ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นแน่นอนเมื่อท่านย้าย host ไม่ว่าจะเป็น โอกาสได้รับการ index หายไป , bot ชะงัก หายไม่สามารถเข้า [tag]server[/tag] ได้ (โดยเฉพาะในช่วงที่รอ update DNS) รวมทั้ง หากโชคร้าย ย้ายในช่วงที่มีการ update ค่า PR ของ Google นั่นยิ่งหมายถึง โอกาสที่จะได้ปรับค่า PR ขึ้นย่อมหายไปแน่นอน

ประเด็นอยู่ที่ว่า เราจะย้าย server อย่างไร ไม่ให้กระทบล่ะ ???


ตรงนี้ไม่ยากครับ มีวิธีหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ครับ

1. Find a Best hosting.

ซึ่งให้หา host ที่ดีๆ ล่ะครับ ไว้ใจได้ รวมทั้งมี downtime น้อยๆหน่อย (ถือเป็นปรกติอยู่แล้วนะครับเนี่ย) แนะนำอย่างหนึ่งว่า การที่เราเลือกใช้ host ดีๆช่วยได้เยอะนะครับ นอกจากนี้ ในต่างประเทศเองยังกล่าวกันไว้ถึงว่า ถ้าเป็นไปได้ ควรย้ายไปอยู่ที่ host ที่มี ip อยู่ใน class เดียวกับ bot จะช่วยได้เยอะ (ตรงนี้ ไม่แน่ใจนะครับ ผมเองก็ไม่เคยลองเหมือนกัน)

2.Activate your account & start .

เมื่อเลือก host ได้แล้ว ก็ให้เปิด account เลยครับไม่ต้องคิดมาก จากนั้นก็ เริ่มต้นกับเว็บไซต์ของคุณเลย โดยให้เอา backup จากเว็บเก่าทั้งหมด มาใส่ใน host ที่ใหม่นี่เลยครับ (เว็บที่ host เก่า ยังไม่ต้องปิดนะครับ) ตั้งค่า อะไรให้ชัวร์ ให้เรียบร้อยครับ

3.Changing your DNS to new host.

จากนั้นให้ทำการเปลี่ยน [tag]DNS[/tag] ชี้มายังที่ host ใหม่เลยครับ ซึ่งในขั้นตอนนี้ ก็ยังไม่จำเป็นต้อง ปิดเว็บเก่านะครับ ให้เปิดไว้อย่างนั้นก่อน

4. Wait DNS update.

ปรกติเวลาการย้าย DNS จะใช้เวลาประมาณ 1-5 วัน ในการ update DNS อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเกิดผลกระทบ ทำให้ทั้ง user และ Bots ไม่สามารถวิ่งเข้ามาได้สะดวกนัก ดังนั้น จึงยังจำเป็นที่จะต้องให้เว็บเปิดอยู่กับ host เก่าด้วย พูดง่ายๆคือ ในขั้นที่ 3-4 นี้ เว็บเราจะเปิดอยู่ทั้งสองที่ คือ ทั้ง host เก่า และ host ใหม่ ทำให้ไม่ว่า DNS จะอัพเดทอย่างสมบูรณ์ หรือไม่ ก็ยังมีโอกาสให้ bots เข้าเว็บเราได้ตามปรกติ

หรือ แม้ว่าในบางช่วงอาจจะมีสะดุดติดขัดบ้าง แต่โดยตัวของ bots แล้ว หากเว็บไหนที่ bots วิ่งหาไม่เจอ ก็มักจะมีการ recheck อีกครั้ง เรียกได้ว่า ยังมีโอกาสแก้ตัว ดีกว่าขาดหายไปเลย ช่วงหนึ่ง

5. Shut down old site.

ซึ่งเมื่อผ่านไป 5-7 วันแล้ว DNS ก็จะมีการอัพเดทได้สมบูรณ์ แล้วเสียส่วนใหญ่ (ยกเว้น ย้ายไปเจอที่ใหม่ ที่มีปัญหาในตัว Networkเท่านั้น) ก็ให้ทำการปิดเว็บเก่าเสียครับ

ซึ่งปรกติ หลายๆท่านที่ย้ายเว็บ ก็มักจะย้ายเลย ไม่ได้คิดถึงตัวผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการย้าย host หรือ ย้าย server กันเท่าใดนัก มักจะมองเอาสะดวกมากกว่า

เทคนิคการเปิดทั้งสองที่ทั้งใหม่ และเก่าพร้อมกันไว้ ระยะหนึ่งจน DNS update เรียบร้อยแล้วจึงค่อยปิดที่เก่านั้น นอกจากจะช่วยให้ไม่เสียโอกาสแล้ว ยังช่วยให้เราไม่เสีย user อีกด้วยนะครับ

Tags :

เซ็งจิต......

ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนครับ [ครั้งที่ 1]

seng

แล้วก็

No referer ของผม ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีการอ้างอิงแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ผมพิมพ์จนเมื่อยมือ

seng

seng

ดูอีก content นึง ด้านบนหัว ก็ไม่มีลิ้งค์อ้างอิงแต่อย่างใดอีกเช่นกัน

seng

ลองคุ้ยๆ ดู ปรากฏว่า เจออีกหลายอัน เลย

seng

เห็นม่ะ

ขนาดมาจากเว็บของคุณ keng.com ก็ยังโดนเลย

seng

รู้สึกแย่ลงไปถนัดตา เพราะว่า เป็นคนที่เคยเข้ามาอ่าน content ในเว็บผม

เป็นคนที่มาจาก seo.in.th เหมือนคนอื่นๆ

และเป็น คนที่ผมเคยไปเสียเวลานั่งพิมพ์ ตอบคำถามให้ เค้าในเว็บ เกี่ยวกับเรื่อง wordpress

http://www.seo.in.th/webboard/index.php?showtopic=1573&hl=
http://www.seo.in.th/webboard/index.php?showtopic=1430&hl=

เซ็งจิต ครับ

Tags :

Google PR update!!!

วันนี้ แว๊บ มาสั้นๆ นะครับ

ช่วงอาทิตย์ก่อน [tag]Google[/tag] มีการปรับปรุงเอาข้อมูล index ขึ้นๆ ลงๆ กันครับ ซึ่งหลายเว็บก็เริ่มมีผลไปแล้ว มาถึงในอาทิตย์นี้ ทางฝั่งไทย Google ก็ได้ทำการ [tag]Update PR[/tag] ไปแล้วนะครับ ในช่วง สองสามวันนี้ ครับ

ซึ่งทางผมเอง ก็มีเว็บที่เพิ่งจด Domain ไว้เมื่อเดือน Apr. ที่ผ่านมา ตอนนี้ ก็ได้ค่า PR ขึ้นมาเป็น 4 แล้วครับ เท่ากับว่าใช้ประมาณ 3 เดือน จาก PR 0 และพ้น [tag]sandbox[/tag] แล้วแน่นอน

จากภารกิจนี้ ก็เลยพอที่จะได้ความรู้ และเทคนิคเพิ่มเติม ขึ้นมาอีกครับ

ส่วนจะเอา เทคนิค หรือ Tips มาเขียนไว้ใน Blog นี้หรือไม่นั้น ก็คงต้องขอคิดก่อนครับ

เพราะยังอยู่ในช่วงเวลา เซ็งจิต ครับ

สำหรับท่านที่ทำเว็บไว้ ก็ลองตรวจสอบ PR, Indexs หรือพวก Backlink ดูนะครับ เผื่อว่า จะมีเพิ่มขึ้นเหมือนผมนะครับ

สรุป ภารกิจที่ผ่านมา จัดค่า PR ให้กับ เว็บส่วนตัวที่จดในปีนี้ มีค่า PR ตั้งแต่ 1-2-3-4 หมดแล้ว อิอิ

Tags :

Google behide the screen.

พอดี เข้าไปเล่น แล้ว เจอมาครับ เป็นการสัมภาษณ์ ทีมงาน [tag]Google[/tag] ถ่ายทำ เบื้องหน้าเบื้องหลังของ Google ครับ ซึ่งเท่าที่ดูแล้วก็ น่าอยู่ น่าทำงานดีครับ ไม่รู้ว่า อีกหน่อย Office ที่ทำงานอยู่จะปรับไป เป็นแบบนี้บ้างไหม ครับเนี่ย

อันนี้เป็นตอนแรกนะครับ มีทั้งหมด 5 ตอน เพราะไม่อยากเอามาลงเยอะๆ เนื่องจากไฟล์ใหญ่มากเลย ก็เลยไปหาที่มีคนเค้าเอามาตัดแล้วเอาขึ้นไว้ที่ you tube เป็นตอนๆ อยู่แล้วดีกว่าครับ จะได้ไม่หนักมานัก

Google [tag]Behide[/tag] The [tag]Screen[/tag].

wordpress เดี้ยงซะงั้นไปดูที่นี่ก่อนแล้วกันครับ เหอๆ

SEO Project: New Meta Tag for No ODP.

ถือว่า มีเพิ่มมาอีกแล้วนะครับ กับเจ้า [tag]Meta tag[/tag] ที่มีมาเรื่อยๆ ไม่รู้จบ

ซึ่ง ณ ตอนนี้ อิตา Matt Cutt ก็ได้ออกมาประกาศข่าวเกี่ยวกับ การใส่ Meta tag อีกเพิ่มเติมจากปรกตินะครับ โดยเจ้า meta tag ตัวนี้ สำหรับเว็บที่ไม่ได้อยู่ใน list ของ [tag]Open directory project ครับ[/tag]  โดยให้ใส่ แบบนี้ลงไปครับ

< meta name="”robots”" content="”noodp”" /> 

ตามแบบนี้เลยครับ จะทำให้ จากเดิมที่ ข้อความจาก [tag]Google SERPs[/tag] ที่เป็น

Matt Cutts - A Google employee gives insight into the company, search engine index updates and SEO issues.

กลายเป็น ข้อความจาก meta tag ครับ แทนที่จะเป็นข้อความจาก [tag]ODP[/tag] ครับผม

อ้างอิงจากเว็บของ อิตา Matt cutt เลยครับ  แต่ก็ยังไม่ค่อยเห็นประโยชน์เท่าไหร่ เลยครับเนี่ย เหอๆ แค่เปลี่ยนข้อความที่เอามาแสดงแค่นั้น แล้วก็จริงๆแล้ว เว็บผมก็ยังไม่ได้อยู่ใน ODP เลยครับเนี่ย

Tags :

SE News:สำรวจพบ"โกงคลิก"โฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การสำรวจอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์สหรัฐฯประจำไตรมาสสองของปีพบว่า มูลค่า ความเสียหายจากการ"โกง"คลิกโฆษณาออนไลน์นั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งเป็นฝีมือของบรรดาผู้รับจ้างคลิกโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากๆเช่นกูเกิลและยาฮู

บริษัทคลิกฟอเรนซิคส์ (Click Forensics) บริษัทที่ปรึกษาไอทีในซานแอนโตนิโอ สหรัฐอเมริกา ทำการสำรวจข้อมูลจากบริษัทที่ลงโฆษณาออนไลน์ทั่วสหรัฐฯกว่า 1,300 ราย พบว่าการลงโฆษณาออนไลน์กับกูเกิลและยาฮูจะมีเปอร์เซ็นต์ถูกโกงคลิกราว 14.1 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง มากกว่าตัวเลขเดิม 13.7 เปอร์เซ็นต์ที่สรุปได้จากไตรมาสแรกของปี

ขณะที่การสำรวจของบริษัทวิจัยตลาดเอาท์เซลล์ (Outsell Inc.) พบว่าความเสียหายที่เกิดจากการถูกโกงคลิกทั้งหมดในปีที่แล้วคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 800 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3.04 หมื่นล้านบาท โดยทำการสำรวจจากบริษัทที่ลงโฆษณาบนเว็บไซต์จำนวน 407 บริษัท

ยักษ์ใหญ่กระทบ

แน่นอนว่าปัญหาการโกงคลิกส่งผลกระทบโดยตรงต่อยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลและยาฮู นักวิเคราะห์หลายรายแสดงความกังวลว่าปัญหาโกงคลิกจะกลายเป็นวิกฤติจุดสำคัญที่บั่นทอนทั้งรายได้และการดำเนินงาน แม้ที่ผ่านมา รูปแบบการคำนวณค่าโฆษณาที่คิดจากจำนวนคลิกของผู้บริโภคจะเป็นตัวสร้างความมั่งคั่งให้กับทั้งสองมาโดยตลอด ไม่เพียงรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ถีบตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหลายปี

กูเกิล (Google Inc.) และยาฮู (Yahoo Inc.) เป็นเสิร์ชเอนจิ้นที่มีรายได้หลักจากการเก็บค่าโฆษณาบนเว็บไซต์ หนึ่งในหลากหลายวิธีการคิดคำนวณค่าโฆษณาของกูเกิลและยาฮูคือการคำนวณจากจำนวนการคลิกของผู้เข้าชมลิงก์ที่บริษัทนำมาแสดงไว้ วิธีการดังกล่าวกลายเป็นเค้กชิ้นใหญ่ของกลุ่มนักท่องเน็ตผู้ไม่หวังดี ที่ต้องการสร้างความป่วนด้วยการปั่นจำนวนคลิกลิงก์ให้เกินจริง

สำหรับแรงจูงใจในการโกงคลิก เจ้าของเว็บไซต์ที่มีพื้นที่ให้ลงโฆษณาออนไลน์บางรายลงทุนว่าจ้าง"ทีมรับจ้างคลิก"เพื่อปั่นให้จำนวนคลิกโฆษณาเพิ่มขึ้นๆ ซึ่งทำให้เว็บไซต์สามารถเรียกเก็บเงินจากบริษัทที่มาลงโฆษณาได้จำนวนมากๆ อีกกรณีหนึ่งคือ คู่แข่งของบริษัทที่ลงโฆษณาบนเว็บไซต์ต้องการกลั่นแกล้ง เพื่อให้บริษัทนั้นๆต้องเสียเงินแก่เจ้าของเว็บไซต์โดยไม่ได้ประโยชน์ใดๆ

ปัจจุบัน ปัญหาโกงคลิกกำลังเป็นประเด็นปัญหาที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ทอม คูธเบิร์ท (Tom Cuthbert) ประธานบริษัทคลิกฟอเรนซิคส์กล่าวว่า ทั้งบริษัทที่จะลงโฆษณาออนไลน์ก็มีการไตร่ตรองในการลงโฆษณาออนไลน์และพยายามเพิ่มมาตรการการป้องกันให้เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม โดยคูธเบิร์ทอ้างว่าจำนวนผู้ใช้บริการระบบป้องกันการโกงคลิกของบริษัทในไตรมาสสองของปีนี้ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 900 บริษัท

ทั้งผู้บริหารของกูเกิลและยาฮู ออกมายอมรับว่าปัญหาการโกงคลิกเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั้งสองกำลังพยายามหาทางแก้ไขอย่างจริงจังในขณะนี้ โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลสถิติการโกงคลิกที่ทั้งสองสำรวจได้

คดีความล่าสุดกรณีการโกงคลิกคือ กลุ่มบริษัทลงโฆษณาฟ้องร้องกูเกิลและยาฮูเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่าการเหมาเก็บค่าบริการตามจำนวนคลิกของกูเกิลและยาฮูเป็นไปโดยไม่มีการตรวจสอบเลยว่ามีการโกงคลิกหรือไม่ ระบุว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม โดยการพิจารณาคดีนี้จะมีขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ซึ่งมีการคาดว่าค่าเสียหายที่กูเกิลและยาฮูจะต้องเสียไปในการยอมความคดีนี้จะสูงถึง 90 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

 

จริงๆ แล้ว ต่อให้ทาง Google หรือ yahoo ทำการปรับปรุงระบบ หรือเก็บข้อมูลพัฒนาขึ้นไป เท่าไหร่ การโกงคลิก ก็จะพัฒนาขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอนครับ ดังนั้น การโกงยังมีอยู่แน่ๆ ซึ่งแม้ว่าปัจจุปันทาง google เองค่อนข้างใช้มาตรการเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการ แบนชื่อบัญชี แบบแบนนามสกุล หรือ การตรวจสอบต่างๆ แต่ก็ยังไม่วายที่จะโดนโกง

จุดนี้ ถือว่าเป็นจุดที่ น่ากลัวของการหันมาทำ Pay-per-click ของ บริษัทต่างๆ ทีเดียวครับ ทำให้ หากไม่สามารถควบคุมได้ ผลก็จะตกอยู่กับหลายๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนลงโฆษณา เองที่จะโดนหนักหน่อย

ซึ่งอาจจะทำให้ คนลงโฆษณา หันไปใช้ระบบ Pay-per-Sale มากขึ้น ในอนาคต ก็เป็นไปได้ครับ เพราะได้เนื้อได้หนังมากกว่า

 

Tags :

Thailand E-Commerce Forum 2006

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ ก็ได้มีโอกาสไปช่วยงานชมรมครับผม (Thai [tag]Search Engine Marketing Club[/tag]:[tag]TSEMC[/tag]) ซึ่งภายในในงานมีโอกาสได้ไปเปิดบูทเล็กๆ นะครับ แต่เล็กก็แค่บูท เพราะคนล้นหลามมากๆครับ ดูจากภาพได้เลยครับผม

 

thailand e-commerce forum 2006
ภาพจากกล้องคุณภาวุธ (http://www.pawoot.com/) ครับผม

ภายในงาน ก็ยังมีบูทอื่นๆ ด้วยครับ แต่ดูแล้วไม่ได้ชมว่า ชมรมตัวเองเก่งนะครับ แต่คิดว่าได้คนมาจากในส่วนของ Google ซึ่งคุณอ้อ ตัวแทนจาก Google ก็เอาป้ายมาตั้งให้ตั้งสองอันครับ กลายเป็น ชมรม Google ไปซะอย่างงั้น จริงๆ แล้ว ผมสาวกตะหากล่ะครับ 555+

ส่วนภายในงานก็ยังมีการสัมมนาต่างๆ แต่ผมก็ไม่ได้เข้าฟังนะครับ เพราะติดอยู่ที่บูตชมรม ภาคเช้าก็มีท่านสองท่านมาสอบถาม พูดคุยกันเรื่อง SEM และ SEO แล้วบวกผสมกับความบ้าน้ำลายของผม ก็ยาวไปเลยครับ อดไม่ได้เข้าฟังในช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็หมายมั่นปั้นมือไว้ ว่าจะเข้าฟัง แต่.... หลังจากในช่วงก่อนบ่าย นิดนึง ไปยืนพูดคุยกับคุณเผ่า เจ้าของ Googlerich.net นั่นล่ะครับ เกิดการบ้าน้ำลาย และ มีคนมาร่วมคุยกันอีก สุดท้าย ยาววววววววววววววววววววววว

อดไม่ได้ฟังเลยครับ แต่หลักใหญ่ใจความ (คำพูดฮิตของคุณสรยุทธ์ ไม่เชื่อลองนับดูครับว่า ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คุณสรยุทธ์พูดไปกี่ครั้ง 555+) จากที่ได้สอบถามเพื่อนที่ office อีกคนนึง ที่ลางานไป (office คนครึ่งร้อย ทำงานเกี่ยวกับพวกนี้ทั้งนั้น แต่ไม่มีใครไป สงสัยมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวมั้งเนี่ย) ก็ได้ใจความว่า

แม้ว่า ตอนนี้ในไทยแลนด์ บ้านเรานี่ล่ะครับ ก็ยังเป็นปัญหาเดิมๆ ครับ อย่างที่ผมเคยได้พูดคุยกับบางท่านที่สนใจทำเว็บค้าขายสินค้า นั่นคือ ปัญหาของการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งต้องเข้าใจว่าบ้านเรา ยังไม่ใช่ทางฝั่ง US ที่ 70% มี เครดิตการ์ดใช้งาน และรู้สึกปรกติกับการใช้ เครดิตการ์ดเหล่านั้น ในการซื้อสินค้าหรือบริการกัน ในขณะที่บ้านเรา ก็ยังมีอยู่ไม่มากมายนัก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากี่ %

แต่ในส่วนที่มี กลับไม่ค่อยกล้าที่จะซื้อของผ่านเว็บไซต์ สาเหตุก็เดิมๆ ครับ ไม่กล้า กลัวโดนโกง ในขณะที่คนขาย ก็กลัวลูกค้า หาตัวกลางไม่ได้ สุดท้าย การเติบโตมันจึงไม่เกิดขึ้น แทงกั๊กกันไปแทงกั๊กกันมาอยู่อย่างนี้

แม้ว่าจะมีอย่าง Paysbuy เข้ามาเหมือนเป็นระบบ กลางๆ ในการรับและจ่าย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ตอบโจทย์ได้ครับ ในเมื่อระบบของ paysbuy ต้องใช้เวลาในการ holding เงินอยู่ 1เดือน แล้วอย่างนี้ คนขายที่ไหนจะกล้าล่ะครับ ในเมื่อคนขายของต้องการเงินมาหมุน ต้องการเงินยืนยัน ว่าลูกค้าจ่ายแล้ว และส่งสินค้า

ในขณะที่ลูกค้า ก็ต้องรอระบบว่า เมื่อไหร่คนขายจะส่งของมา ???

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาตรงความน่าเชื่อถือของร้าน ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ที่ตอนนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยการันตีอะไรได้มากนัก เพราะในเมื่อยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ตัวตนกันได้มากนัก

การเปิดร้านค้าขายสินค้ากัน มันทำไม่ยากหรอกครับ ง่ายนิดเดียว เปิดร้านค้าฟรีๆ ก็มี เสียเงินเปิดก้อมี หรือลงทุนทำเองเลยก็ไม่ยาก แต่ถามว่าร้านค้าบน cyber บ้านเรา มีอะไรมาการันตีว่า ไม่ขี้โกงบ้าง การสมัครขอเลขทะเบียนพานิชย์อิเลคทรอนิกส์ ก็ใช้แค่หลักฐานไม่กี่อย่างไม่กี่อัน (ช่วยให้น่าเชื่อถือมานิดนึง) หากเกิดปัญหาขึ้น คนซื้อจะแก้ปัญหาอะไรได้ที่ไหน

ประเด็นนี้สำหรับผมแล้ว มองว่า ประเด็นหลักไม่ใช่อยู่ที่การสร้างระบบจ่ายเงินต่างๆ ไม่ใช่อยู่ที่การจัดส่งสินค้า แต่ฟันเฟืองหลักอยู่ที่ลูกค้า ทำอย่างไรจะให้ลูกค้า เชื่อถือร้านค้าบนหน้าจอคอมฯ นี้ได้ ทำอย่างไรที่จะมีมาตรการการันตีมาตรฐานผู้ค้า ที่มากขึ้น มีการพิสูจน์กันได้ ติดตามกันได้

ในขณะที่ การจดทะเบียนก็ต้องไม่ยุ่งยาก มากเกินไปนัก ไม่ต้องใช้เงินทุนสูง

แว่วๆ ว่าจะทำกันจริงๆจังๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะไปได้กันแค่ไหนครับ ต้องตามดูกันต่อไปครับผม

Tags :

Adsense News:Site Dianostics.

เอาละครับ วันนี้ มีเวลาว่างๆ หลังจากนั่งทำงานเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ เกือบลืมไปอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากที่ Up เกี่ยวกับ Thailand e-commerce forum 2006 ครั้งที่ 1 ไปแล้ว ไปนั่งทำงานต่อ นึกขึ้นได้ครับ เลยแวะมาอีกรอบหนึ่ง เกี่ยวกับ Adsense นั่นคือ Site Dianostics

adsense site dianostics

สำหรับตัว [tag]Adsense site dianostics[/tag] เป็น Feauture เพื่อให้คนทำ adsense เห็นว่า มี url ไหนบ้างที่มีปัญหา bot ไม่มา หรือ crawl ไม่ได้

แต่ทาง [tag]Google[/tag] เองก็บอกไว้ว่า จะไม่แสดง error ในสองกรณีด้วยกันคือ
- ในกรณีที่ crawl ไปแล้ว ไม่เจอ url ที่ลิ้งค์ไว้ หรือพูดง่ายๆ คือ bronken link นั่นล่ะครับ ตรงนี้คิดว่าทาง google ต้องการลดความซ้ำซ้อน เพราะถ้าคุณต้องการดู ก็ให้ ไปสมัคร google sitemap อะไรพวกนั้นแทน

- ในกรณีของ การใช้ตัวRobots.txt ครับ

ซึ่งก็น่าจะเหมาะสำหรับคนทำ [tag]Adsense[/tag] บ้านๆ อย่างเราๆ มั่งล่ะครับ ของผมเองยังไม่เคยเจอปัญหาก็เลยไม่มีรายการแสดงครับผม

และก่อนไป มีข่าวฝากเล็กๆ แต่น่าดีใจครับ ทาง Google วางแผนไว้ว่า อาจจะปล่อย Adsense ในภาคภาษาไทย เร็วๆ นี้ครับ ประมาณอีก 2 เดือน (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด)

Tags :

SEO Project:Learn from competitor.

รู้สึกว่า ช่วงนี้ชีวิตวุ่นๆ สับสนยังไงก็ไม่รู้ครับ เลยไม่ได้แวะมาอัพเดทบล็อกเลยครับ เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้หยุดพัก เห้อ ชีวิต มันช่วงสับสนจริงๆ

ก็เอาเป็นว่าวันนี้เข้ามาเขียนบล็อกเรื่อง seo กันซักหน่อยดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะไม่มีเวลาเสียนี่ สำหรับวันนี้ คงจะมีหลายคน หลายท่านที่เริ่มต้นทำ [tag]SEO[/tag] ไปแล้ว

แต่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ก็ไม่รู้ว่าผิดพลาดตรงไหน [tag]keyword[/tag] ที่ใช้ก็ยังไม่ขึ้นอยู่ดี เทคนิคหนึ่งที่ผมมักจะใช้ตามหลักที่พอได้อ่านมาบ้าง จากหนังสือสามก๊ก

"รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"

ประโยคนี้ ดูเหมือนจะเป็นประโยคอมตะ ที่เอามาใช้ได้ทุกอย่าง การทำ SEO ก็เช่นกัน เพราะผมกำลังจะบอกว่า การเรียนรู้จากคู่แข่งของเราเองนั่นล่ะดีที่สุดครับ

ขั้นตอนการดูจากคู่แข่งที่ผมมักใช้ประจำก็คือ

1.ใช้คำค้นจากคีย์เวิร์ดที่ต้องการ

2. ดูอันดับที่แสดงใน SERPs

3. เลือกดูอันดับแรกๆ ค้นหาปัจจัย สำคัญ

4. นำมาปรับปรุงเว็บไซต์

หลักง่ายๆ 4 ข้อที่ดูง่ายๆ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ง่ายนัก สำหรับในข้อที่ 3. ซึ่งถือได้ว่า โหดสุดๆ สำหรับการเลือกเส้นทางที่จะเรียนรู้จากคู่แข่ง ซึ่งประเด็นอยู่ที่เราต้องวิเคราะห์ให้ขาดครับว่า เว็บไซต์นั้นมีจุดดีตรงไหน จุดเด่นอย่างไร อะไรเป็นปัจจัยหลักๆ บ้าง โดยหลักๆแล้ว หัวข้อในการวิเคราะห์ ก็จะประกอบไปด้วย

1. Keywords density

2. Keyword in content

3. keyword in meta tag (อันนี้มีบางท่านถามมาบางประเด็น เดี๋ยวเอาไว้ครั้งหน้าครับ)

4. การใช้ Tag ต่างๆ เช่น h1,h2, b, p เป็นต้น

5. Backlink

6. Indexs in Search engine

7. Other.

ซึ่งประเด็นตรงนี้ หากเป็นไปได้ ถ้าเรานำมาวิเคราะห์เป็นจุดๆ เค้นจุดเด่นออกมา ดึงจุดด้อยที่มีมาดู ย่อมสามารถช่วยในการทำ seo ให้กับเว็บเราได้อีกเยอะครับ

นอกเหนือจากนี้ หากมองผ่านเลยไปโดยนั่งวิเคราะห์ Site ของคู่แข่งทั้ง site แล้วจัดทำ SWOT ออกมาแล้วล่ะก็ นั่นไม่ใช่แค่การทำ SEO เท่านั้น ยังเป็นการปรับปรุงเพื่อก้าวเป็นคู่แข่งกับเว็บตรงข้ามเลยทีเดียวครับ

ตรงจุดนี้ ล่ะ ที่สำคัญเอาการ

Tags :