May, 2006

My wordpress theme.

ช่วงนี้รู้สึกว่า มันตะหงิดๆ ครับ ถือว่า เป็นคนทำเว็บ เป็นอาชีพ ไอ้จะใช้ ฟรีสคริปต์ อย่าง wordpress เดิมๆ ธรรมดา

theme ตามที่มีคนอื่นๆ ทำมา ก็คงจะไม่ไหว แน่ๆ (เสียชื่อหมด เพราะไอ้น้องที่ office มันชอบโวย)

อ่า ก็เลยนั่ง design ใหม่ทั้งวัน

นั่งทำ code ต่ออีก

ทำให้ตอนนี้ มันอาจจะรวนๆ ไปบ้างนะครับ ก็คงต้องรอปรับแก้ต่อไปนะครับ

MorMMaM the Crazy Blogger.

Tags :

กูเกิลปราชัยเจ้าถิ่นแดนโสม ลูกค้าเมิน‘เสิร์ช’ไม่ได้ดังใจ

โซล (สำนักข่าวตปท.) — กูเกิลพลาดท่าพ่ายคู่แข่งเจ้าถิ่นแดนโสม หลังมุ่งให้ความสำคัญด้านซอฟต์แวร์มากกว่าความต้องการของลูกค้า 

เมื่อวันที่ 30 เมษายน เว็บไซด์สตอรี (WebSidestory) บริษัทวิจัยด้านเว็บไซต์ชื่อดัง เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา [tag]กูเกิล[/tag] เสิร์ช เอ็นจินชื่อดังของโลก มียอดผู้ใช้บริการในเกาหลีใต้เพียง 17% ขณะที่ โคเรียนคลิก บริษัทวิจัยทางธุรกิจในแดนโสม เผยยอดผู้ใช้บริการเว็บเสิร์ช เอ็นจิน สัญชาติอเมริกันรายนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีเพียง 10.8% เท่านั้น

ยอดผู้ใช้บริการ [tag]google[/tag] นั้นสวนทางกับบรรดาเสิร์ช เอ็นจินเจ้าถิ่น ที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดในเกาหลีใต้ได้อย่างล้นหลาม โดยเว็บไซด์สตอรี ระบุว่า เอ็นเอชเอ็น นาเวอร์ เว็บท่าสัญชาติเกาหลี มียอดผู้เข้าชมมากที่สุด อยู่ที่ 58.4% ขณะที่ อันดับ 2 คือ ดอม คอมมิวนิเคชันส์ ซึ่งมียอดผู้ใช้บริการอยู่ที่ 48% และตามมาด้วย ยาฮู เวอร์ชั่นภาษาเกาหลี ซึ่งมีผู้แวะเวียนชมเว็บไซต์ดังกล่าว 32%

นักวิเคราะห์ด้านเว็บไซต์ ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้กูเกิลประสบความล้มเหลวในการเจาะตลาดแดนโสมในครั้งนี้ว่า มาจากการที่กูเกิลให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์เพื่อให้บริการมากกว่าที่จะเน้นในเรื่องความต้องการของผู้ใช้ในการค้นหาข้อมูล

ทั้งนี้ ผู้ใช้ชาวเกาหลีส่วนใหญ่นิยมที่จะค้นหาข้อมูลจากเว็บท่า เช่น นาเวอร์ ซึ่งได้มีการแสดงผลลัพธ์ในการค้นหาข้อมูลเป็นลิสต์รายการประเภทต่างๆ พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อของออนไลน์และหัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้องกับที่ต้องการค้นหา

ลีแจซุก นักศึกษาวัย 24 ปี ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโซล ระบุว่า ชื่นชอบที่จะใช้บริการค้นหาข้อมูลจากเว็บท่าของนาเวอร์มากกว่ากูเกิล เนื่องจากนาเวอร์มีการแสดงผลการค้นหา ทั้งที่เป็นเว็บไซต์ บล็อก ข่าว และวิดีโอต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระเบียบ

“เว็บไซต์ของกูเกิลนั้นไม่ได้มีการนำเสนอครอบคลุมเพียงพอ ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหามักจะจำกัด” ลี กล่าว พร้อมระบุว่า ผมคิดว่ากูเกิลให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้ใช้ชาวเกาหลีน้อยกว่าเว็บอื่นๆ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์

Tags :

MorMMaM Theme for wordpress.

 OK Now i fixed problem in firefox you can use my theme now.

ก็นั่งปรับแก้โน่น แก้นี่ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ กับ MorMMaM [tag]theme for Wordpress[/tag] คิดว่าคงจะไม่มีปัญหากับการใช้งานแล้ว (มั้ง)

เลยจัดการเอามาให้ ท่านที่ใช้ [tag]Wordpress[/tag] ดาวน์โหลด [tag]theme[/tag] นี้ไปใช้กันนะครับ

ดาวน์โหลด MorMMaM Theme release 1.0

ส่วนวิธีการติดตั้งนะครับ สำหรับท่านที่ใช้งาน wordpress ตั้งแต่เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้นไปนะครับ

1.ดาวน์โหลดไฟล์ MorMMaM Theme release 1.0 ไปไว้ในเครื่องท่านนะครับ

2. extract ไฟล์ zip ออกนะครับ จะได้ folder ชื่อว่า i-morm นะครับ

3. upload folder "i-morm" ไปไว้ใน wp-content/theme นะครับ

4.เข้าไปที่ site admin ของ wordpress แล้ว ไปเลือก theme "i-morm"

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

ถ้าพบปัญหาการใช้งานอย่างไร ก็ให้แจ้งไว้ที่กระทู้นี้นะครับ

ปล. เอาไปใช้งานฟรี แล้วอย่าเอาตรงเครดิต ออกนะครับ ขอร้องล่ะ

........................................................................................................................

If you can't read thai,

This Theme for wordpress 2.0 (up). you can download my theme here MorMMaM Theme release 1.0

howto:

1. download MorMMaM Theme release 1.0 to your computer.

2. extract i-morm.zip

3. upload folder name "i-morm" to your server in wp-content/theme folder.

4. login to site admin of wordpress and select theme MorMMaM.

finish.

if you have problem, you can tell me at this blog.

Thank.

MorMMaM the Blogger.

ps. Dont remove "theme by mormmam" and link .pls.

Screenshot

MorMMaM Theme for wordpress

Tags :

Adsense News.

ช่วงนี้เหนื่อยๆ เพลียๆ สมองก็มืดตึ๊บๆ คิดอะไรไม่ออก ก็เลยไม่รู้จะเอ่ยถึงเรื่องอะไรดีเหมือนกันครับ

วันนี้ก็เลย แวะมา Update ข่าวของ [tag]Adsense[/tag] เฉยๆ ครับ โดยตอนนี้ ทาง Adsense ได้มีการปล่อย Adsense referer มาใหม่อีกนะครับ

- [tag]Picasa referer[/tag]
และอีกอันนึงก็คือ

- Google Pack referer ซึ่งอันนี้ ผมเองยังไม่เห็นในส่วนของ Adsense ของผมเลยนะครับ แต่แว่วมาว่ามีนะครับ เลยไม่รู้ว่า ยังไม่ปล่อย หรือว่าจะรอปรับปรุงระบบอีกทีนึง หรือเปล่านะครับ

ต่อมาคือ สุดท้าย  [tag]Adsense referer[/tag] ก็ได้มีการปรับปรุง ดีไซน์ของ ปุ่มใหม่นะครับ ก็สวยงามทีเดียวล่ะครับ

ลองไปดูๆ กันนะครับ 

Tags :

Case Study:SEO in Gossipstar.com part2

เอาละครับ ครั้งก่อน กับ SEO case study: SEO in Gossipstar.com ไป ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจครับ ซึ่งหลายคนคงจะสงสัยว่า ปัจจัยอะไร ในการทำ [tag]SEO[/tag] ที่ช่วยให้ [tag]การทำ SEO[/tag] ในเว็บ gossipstar.com ได้ผลค่อนข้างดีและเร็วนะครับ

 

SEO case study in gossipstar.com
ภาพที่ 1 ([tag]Google SERPs[/tag], keyword= gossip)

 

ซึ่งจากภาพที่ 1 ก่อนที่ผมจะทำ SEO ไม่รู้เหมือนกันว่าอันดับอยู่ตรงไหนนะครับ เพราะว่าจำไม่ได้ เหมือนกันครับ แต่ถ้าจำไม่ผิดอยู่หน้า สองครับ หลังจากเริ่มทำ SEO เพียงแค่ 1 อาทิตย์กว่าๆ เท่านั้น ขึ้นมายึดอันดับใน google เลยครับ

ปัจจัยที่ส่งผลให้ การทำ SEO ในเว็บ Gossipstar.com ขึ้นอันดับได้เร็วนะครับ

1.[tag]Backlink[/tag] .

เนื่องจากเว็บของ gossipstar.com เป็นเว็บที่มีอยู่มานานแล้ว และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ Unique Contentที่ค่อนข้างเป็นที่สนใจ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีเว็บต่างๆ เอาข้อมูลของเว็บ gossip star ไปลง หรือ มีลิ้งค์อยู่ในหน้าเว็บ ทำให้ตัวของ Inbound link / Outbound link ค่อนข้างมีอัตราส่วนที่สูงมาก เนื่องจาก gossip star มี [tag]outbound link[/tag] น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ [tag]Inbound link[/tag]

2.[tag]Qulity of Inbound link[/tag].

ในบรรดา หลายเว็บที่ ลิ้งค์มายัง Gossipstar.com ยังเป็นลิ้งค์ที่เรียกว่า มีคุณภาพมาก มีค่า Pr สูง จำนวนหลายเว็บเช่น Mthai.com มี PR=6 , Yenta4.com PR=5 เป็นต้น ตรงนี้ ถือว่าเป็นส่วนที่ส่งเสริมกัน ถือได้ว่า เป็นInbound link ที่มีคุณภาพสูงทีเดียวล่ะครับ รวมทั้ง Gossip star เองก็มีค่า PR ที่ถือว่า ไม่น่าเกลียดครับ

3.[tag]Domain age[/tag].

เนื่องจาก http://www.gossipstar.com/ เป็นเว็บที่ถือได้ว่า มีการเปิดตัวมานานพอสมควรแล้ว ตั้งแต่ปี 2003ทำให้ถือว่าเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือ ได้รับคะแนนในส่วนนี้ค่อนข้างสูง ทำให้ มันช่วยส่งเสริมดีทีเดียว

3.[tag]Keyword in Domain name[/tag].

สำหรับผมแล้ว เชื่อว่า ปัจจัยอีกส่วนหนึ่ง ถือว่ามีความสำคัญมากอีกตัวหนึ่งคือ Keyword in domain มีผลต่อการจัดอันดับ ของ google อยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ แล้ว ถือว่า ช่วยส่งผลได้มากครับ

ซึ่งจากภาพที่ 1 เมื่อทำ SEO คำว่า Gossip, gossip star, gossipstar เข้าไป โอกาสที่ จะได้ขึ้นค่อนข้างไม่ยากเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก โดเมน ส่งเสริมกัน

4.[tag]Keyword[/tag].

จากนั้น เมื่อทำ seo ในส่วนต่างๆ โดยการเสริม keyword เข้าไปในส่วนต่างๆ ด้วยคำว่า gossip เข้าไปอีกยิ่งช่วยให้มันมีโอกาสเพิ่มขึ้น ซึ่งอันนี้ ดูอาจจะง่ายไปหน่อยครับ

แต่ เมื่อเราเปลี่ยน คีย์เวิร์ดล่ะ ???

 

SEO case study in gossipstar.com
ภาพที่ 2 (Google SERPs, keyword= นิตยสารบันเทิง)

 

สำหรับใน คีย์เวิร์ดหลักของภาษาไทย ผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้คิดหรอกนะครับ แต่ได้รับมาจากทาง gossipstar เอง ว่าต้องการคำว่า "นิตยสารบันเทิง"

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อผมเช็คแล้ว คำนี้ gossip star ไม่มีอยู่ใน google SERPs เลย อย่างน้อยก็ใน 5 หน้าแรก การเริ่มต้นทำ seo ก็เลยเริ่มสนุกขึ้น

ผลคือ [tag]การใส่ keywords[/tag] ในเนื้อหา ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น title,content หรืออย่าง ALT text ของ images ก็ส่งผลตอบสนองที่ดีทีเดียว แม้ว่าจะยังปรับปรุงระบบ ไม่เรียบร้อยดีก็ตามครับ (เนื่องจากที่ได้กล่าวไปแล้วใน SEO case study: SEO in Gossipstar.com ว่าระบบ หลักๆ เป็น webboard)

5.[tag]Traffic[/tag].

หลังจากที่มีการปรับปรุงใหม่ ทำให้ มีคนเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ดังนั้น ทำให้ Traffic เพิ่มขึ้น อันดับจากใน Alexa พบกว่า 3 เดือนก่อนที่จะปรับปรุงเรียบร้อย อันดับอยู่ที่ ประมาณ 130000 แต่พอมีการปรับปรุงใหม่ ทำให้ อันดับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 75000 เลยทีเดียว ครับ ซึ่งสำหรับผม เชื่อว่า traffic มีส่วนด้วย

6.[tag]Local language[/tag].

เนื่องจาก Google เป็น Search Engine ที่จะมีการจัดอันดับ ด้วยการนำเอาภาษาถิ่น ต่างๆ มาเป็นปัจจัยเสริม ดังนั้น เมื่อให้คำอย่าง gossip จึงง่ายขึ้นอีกหน่อย เนื่องจาก ในส่วนของเว็บที่เป็น ภาษาไทย นั้นไม่ค่อยใช้คำนี้กันซักเท่าไหร่ เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ แล้วย่อมส่งกันไป

ในทางกลับกัน ถ้าคุณเข้า โดยการใน Proxy อ้อมโลก เหมือนว่าคุณเข้ามาจาก USA เว็บไซต์อย่าง Gossipstar อันดับจะตกลงมาทันที ซึ่งตรงนี้ ถ้าจะเอาอันดับ 1 คงต้องทำกันแบบ Long term คือ ดูกันยาวๆ ครับ

7. [tag]Content Update[/tag].

หลังจากที่มีการปรับระบบใหม่ ทำให้ ตัวของเว็บไซต์ ค่อนข้างสามารถ Update เนื้อหาได้ รวดเร็วขึ้น มีเนื้อหาใหม่ๆ ทุกวัน ตรงนี้บอกได้เลยว่า Google ชอบ จากเริ่มแรกที่ทำ SEO ในคีย์เวิร์ดต่างๆ นั้น indexs ที่เข้าไปติดในหน้าแรกๆ (Google SERPs หน้า 1-2) จะเป็นตัวของ content ใหม่ที่ได้เกิดหลังจากที่ผมทำ seo ไปแล้ว รวมทั้งเป็นเนื้อหา ที่ได้เริ่มมีการทำ เว็บใหม่ อีกครั้งหนึ่ง แม้แต่ในคีย์เวิร์ดคำว่า นิตยสารบันเทิงเอง ลิ้งค์แรกที่ติด ก็มิใช่หน้าหลักแต่อย่างใดครับ จนกระทั่งรออีกซักพักหนึ่ง จึงเริ่มมี indexs หน้าแรกของ gossip star มาครับ

ซึ่งสำหรับ 7 ข้อนี้ ถือเป็นปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยส่งเสริมกันไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีก เช่นการทำ Google sitemap การ submit เว็บไซต์ตามที่ต่างๆ ( ซึ่งตรงนี้ไว้จะขอเอ่ยในคราวหน้าครับว่า ทำไม การ submit ตามที่ต่างมีผลส่งเสริมการทำ seo ) ดังนั้น หากคิดทำ SEO แล้ว อยากให้มอง 7 ปัจจัยนี้เป็นหลักนะครับ

Tags :

"Domain Parking" New Biz model.

อินเทอร์เน็ต" นำมาซึ่งความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ และเป็นช่องทางสร้างรายได้มหาศาลให้กับผู้ที่มองเห็นโอกาส แต่ขณะเดียวกันก็นำพาคู่แข่งมาพร้อมกันด้วย นั่นหมายความว่า ยิ่งอินเทอร์เน็ตเป็นที่นิยมมากเท่าไร การแข่งขันก็ดุเดือดมากขึ้นเท่านั้น

การหาไอเดียใหม่ๆ ที่สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องควักเงินลงทุนสูงๆ จึงเป็นทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจของตนเอง แต่ไม่มีทุนรอนมากนัก

ที่น่าสนใจ คือ เว็บน้องใหม่เหล่านี้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด สามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จนไปเตะตาผู้เล่นระดับบิ๊กให้เข้ามาร่วมวงด้วย

นิตยสารเดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล ระบุว่า เว็บไซต์แฟลชเกมส์ดอตคอม (http://www.flashgames.com/.com) เป็นตัวอย่างของการปั้นโมเดลธุรกิจอินเทอร์เน็ตใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการขาย "ชื่อ" ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของเว็บไซต์

โดยแฟลชเกมส์จะรวบรวมลิงก์เว็บไซต์เกี่ยวกับเกมจำนวนหนึ่งไว้ให้คอเกมเข้าไปเล่น หรือพูดง่ายๆ คือ ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวม[tag]โดเมนเนม[/tag] หรือ [tag]domain parking[/tag] และคอยรับเงินเมื่อผู้ใช้คลิกเข้าไปเล่นเกมในเว็บนั้นๆ ยิ่งมีคนคลิกมาก ก็ยิ่งได้เงินมาก

แฟลชเกมส์สามารถสร้างรายได้จากการขายโฆษณาออนไลน์ได้ปีละกว่า 150,000 ดอลลาร์ โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงาน ไม่ต้องจ่ายค่าการตลาด และไม่ต้องลงแรงสร้างเกมเองอีกด้วย

แฟลชเกมส์ดอตคอมสามารถดึงคนเข้าไปในเว็บไซต์ของตัวเองได้มากถึงเดือนละ 240,000 คน ให้เข้าไปหาฐานข้อมูลเว็บเกมเฉพาะที่ใช้เทคโนโลยีแฟลช-แอนิเมชั่น ซึ่งเมื่อมีคนคลิกลิงก์ไปที่เว็บเกม แฟลชเกมส์ดอตคอมจะได้รับเงินจากการโฆษณาทันที

"จอร์แดน โรฮัน" นักวิเคราะห์ด้านการตลาดจากบริษัทอาร์บีซี แคปิตอล ประเมินว่า เว็บไซต์ที่รู้จักในชื่อ "domain parking" นี้สามารถสร้างรายได้คิดเป็น 5-10% ของรายได้ในธุรกิจเสิร์ชเอ็นจิ้น ทั้งหมด และสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรม อินเทอร์เน็ตได้ราวปีละ 600 ล้านดอลลาร์ทีเดียว และคาดว่ารายได้ของอุตสาหกรรมนี้จะขยายตัวเป็น 2 เท่า ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ปัจจุบันมีเว็บไซต์ลักษณะนี้อยู่ในโลกไซเบอร์นับพันๆ เว็บ ที่สร้างรายได้จากโฆษณาออนไลน์ที่กำลังบูมสุดๆ ด้วยสไตล์ที่แปลกออกไปจากวิธีขายโฆษณาแบบเดิมๆ ที่ยักษ์เสิร์ชเอ็นจิ้นอย่างกูเกิลและยาฮูใช้อยู่

เว็บ domain parking เหล่านี้สามารถทำเงินได้อย่างมากมายจากการลงทุนเพียงเล็กน้อย เท่านั้น ทำให้ขาใหญ่ในธุรกิจอินเทอร์เน็ตอย่าง "ริชาร์ด โรเซนแบลต" อดีตประธานของเว็บไซต์ มายสเปซดอตคอมหันมาสนใจโมเดลใหม่นี้ ถึงกับประกาศว่าจะรวบรวมเงินจากนักลงทุนให้ได้ราว 120 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำมาจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่า "ดีมานด์มีเดีย" ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวม โดเมนเนมไว้บริการนักท่องเน็ต

"โรเซนแบลต" ตั้งเป้าว่า จะเข้าไปถือหุ้นในโดเมนเนมต่างๆ ให้ได้ถึง 150,000 ชื่อ ซึ่งก็รวมถึงเว็บแฟลชเกมส์ดอตคอมด้วย และวางแผนจะเข้าไปถือหุ้นในเว็บต่างๆ เพิ่มเติม

แต่โมเดลของดีมานด์มีเดียจะต่างออกไปจากเว็บอื่นๆ เล็กน้อย เพื่อจะมาหักลบเรื่องคอนเทนต์ที่มีอยู่จำกัดจำเขี่ย โดยจะเพิ่มเนื้อหาที่ใช้ต้นทุนไม่มาก (low cost) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้ ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของบิลบอร์ดประกาศข้อความโฆษณา เป็นต้น แต่จะไม่เน้นเนื้อหาแบบหนักๆ

จะว่าไปแล้ว เว็บไซต์อย่างแฟลชเกมส์ดอตคอมก็เป็นเหมือนผู้บุกเบิกในโลกไซเบอร์ที่พยายามหากลวิธีที่จะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ จากเดิมที่ใช้วิธีแย่งจดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็นชื่อเดียวกับบุคคลหรือบริษัทที่สำคัญๆ เพื่อขายต่อทำกำไรในตอนหลัง มาเป็นการสร้างเว็บศูนย์รวมโดเมน เพื่อเก็บเกี่ยวผลกำไรจากค่าโฆษณาแทน

แต่การจะเข้าถึงเว็บ domain parking เหล่านี้ ก็ยังมีอุปสรรค เพราะกว่านักท่องเว็บจะเข้ามาถึงหน้าโฮมเพจก็จะต้องพิมพ์ชื่อที่ถูกต้อง ซึ่งเว็บบราวเซอร์บางแห่งอาจจะช่วยเติมคำว่าดอตคอมไว้ข้างท้ายให้โดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นอย่างนี้ทั้งหมด

"โรเซนแบลต" มองว่า ชื่อของเว็บไซต์ เหล่านี้ควรจะต้องปรากฏในลิสต์ของเว็บเสิร์ช เอ็นจิ้นทั้งหลายให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ นักท่องเว็บเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านี้เพิ่มขึ้น

เพราะเขาเชื่อว่า เมื่อมีคนคลิกเข้ามามาก ก็จะยิ่งมีโอกาสทำรายได้มากขึ้น
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

My idea.

น่าสนใจ เลยเอามาฝากกันนะครับ แต่ใครคิดว่า การทำ Domain parking แล้วจะขาย ads ได้ ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ

1. Domain ดีๆ ไม่เหลือเท่าไหร่แล้ว ส่วนใหญ่โดยกวาดไปหมดแล้วครับ แม้แต่ Domain แปลกๆ อย่าง http://www.aaa.com/ , http://www.asdfasdf.com/ ก็ยังมีคนจองไปก่อนหน้านี้

2. โดยตัวของ Ads แล้ว ก็มักจะต้องหาเอาเองล่ะครับ เพราะ ถ้าหวัง Adsense บอกได้คำเดียวว่า ไม่ได้ ผิดกฏอย่างแรง ครับผม

 

 

Tags :

Google VS Microsoft.

[tag]กูเกิล[/tag]เปิดศึกเว็บบราวเซอร์ +จวกไมโครซอฟท์เล่นไม่แฟร์ พ่วงบริการค้นหาเว็บในไออี 7

ยักษ์เสิร์ช เอ็นจิ้นกูเกิล โอดไมโครซอฟท์เล่นไม่แฟร์ พ่วงบริการค้นหาเว็บไซต์ลงในบราวเซอร์ไออี 7 เวอร์ชั่นล่าสุด ทำคู่แข่งเสียเปรียบย้อนรอยคดีการผูกขาดตลาด เตือนเป็นนัยยกเรื่องดังกล่าวคุยกับกท. ยุติธรรมมะกัน และคณะกรรมการตรวจสอบการผูกขาดของอียูไปบ้างแล้ว

มาริสสา เมเยอร์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์บริการค้นหาข้อมูลและประสบการณ์ผู้ใช้ของบริษัทกูเกิล อิงค์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือ [tag]เสิร์ชเอ็นจิ้น[/tag] แสดงความหวั่นเกรงต่อบริการเว็บ บราวเซอร์ อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ 7 ของไมโครซอฟท์ อาจทำลายบรรยากาศการแข่งขันในตลาดเสิร์ช เอ็นจิ้น

เนื่องจากบราวเซอร์ดังกล่าว ที่กำลังอยู่ในขั้นทดลองขณะนี้ และจะพ่วงไปกับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เวอร์ชั่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ หรือสามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีจะติดตั้งช่องค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ไปให้โดยอัตโนมัติ จึงอาจสร้างประโยชน์ให้ไมโครซอฟท์ในการชักนำผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องใช้เสิร์ช เอ็นจิ้นของไมโครซอฟท์แทนบริการของคู่แข่งไปโดยปริยาย

ผู้บริหารของกูเกิลกล่าวอ้างว่า จากผลวิจัยที่กูเกิลเป็นผู้ให้การสนับสนุนซึ่งจัดทำโดยบริษัทวิจัยเทค-เอ็ดยังชี้ว่า หากจะเปลี่ยนไปติดตั้งบราวเซอร์ตัวใหม่ของคู่แข่งทำได้ลำบาก ไมโครซอฟท์จึงควรจะพิจารณาใหม่ เพราะตลาดควรมีทางเลือกในการใช้บริการ และบริษัทผู้ให้บริการก็ควรแข่งกันบนพื้นฐานของคุณภาพบริการมากกว่า

ขณะที่นายแกรี สแกร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์อินเตอร์เน็ต เอ็กซ์พลอเรอร์ของไมโครซอฟท์ กล่าวว่า เป้าหมายของไมโครซอฟท์คือ เพื่อให้ผู้ใช้มีโอกาสเลือกบริการเสิร์ช เอ็นจิ้นที่ตนเองต้องการ พร้อมเสิรมว่าจากผลตอบรับการทดลองใช้เสิร์ช เอ็นจิ้นตัวใหม่ของไมโครซอฟท์ระบุว่า การเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทอื่นไม่ได้ลำบากอย่างที่บริษัทคู่แข่งกล่าวอ้าง

ถึงอย่างนั้น กูเกิลกล่าวว่า ตนนำเรื่องไปหารืออย่างไม่เป็นทางแล้วทั้งกับกระทรวงยุติกรรมของสหรัฐ และคณะกรรมการที่ดูแลนโยบายต่อต้านการผูกขาดตลาดของสหภาพยุโรป (อียู) ดังเป็นนัยสะท้อนถึงโอกาสที่ไมโครซอฟท์อาจต้องเผชิญคดีฟ้องร้องการผูกขาดตลาดบริการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต หลังจากที่แล้วมาต้องสู้คดีด้านการต่อต้านการผูกขาดตลาดระบบปฏิบัติการมาแล้ว

ด้านนายร็อบ เอ็นเดอร์ล นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมไอทีประเมินว่า บริการช่องค้นหาข้อมูลของไมโครซอฟท์ไม่ได้ส่งผลต่อกูเกิลมากนัก แต่การออกมาเรียกร้องจากกูเกิลเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นการขับเคี่ยวที่รุนแรงระหว่างกูเกิล ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้น และไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเจ้าตลาดซอฟต์แวร์ที่กำลังเบนเข้าหาตลาดเดียวกับกูเกิลมากขึ้นทุกที

โดยกูเกิลประเมินว่า หากช่องค้นหาข้อมูลที่ติดตั้งในเว็บบราวเซอร์ของไมโครซอฟท์เริ่มเปิดให้ใช้ อาจมีผู้ใช้ในขั้นเริ่มต้นมากถึง 30-50% ของผู้ใช้บริการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งอาจหมายถึงประตูเปิดไปสู่แหล่งรายได้ใหม่ในตลาดโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตที่กำลังขยายตัวอย่างสูงโดยมีมูลค่าโดยประมาณสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 400,000 ล้านบาท)

ทั้งนี้ จากข้อมูลของบริษัทวิจัยด้านการตลาดนีลสัน/เน็ต เรตติ้ง ระบุว่าปัจจุบัน กูเกิล มีส่วนแบ่งในตลาดเสิร์ช เอ็นจิ้นอยู่ที่ประมาณ 49% รองลงมาได้แก่บริการของยาฮู (22%) และเอ็มเอสเอ็นของไมโครซอฟท์ (11%)

(ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ)

MY OPINION.
จริงๆ แล้ว ในกรณีนี้ คงจะเป็นการแย่งส่วนแบ่งตลาดจริงๆ ไม่มากนัก เพราะถึงอย่างไร ความเป็น Google ก็จะยังคงทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้งาน [tag]Google search[/tag] ต่อไป เพราะหลาย feature ของ google เอง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาที่มี หลายๆ ภาษา ระบบการจัด Google SERPs ที่ค่อนข้างทำได้ดีกว่า [tag]MSN Search[/tag] ในส่วนของการจัดลำดับตาม local ของ user ทำให้ การค้นหาค่อนข้างตรงใจกับ user มากกว่า

การฟ้องร้องกันในครั้งนี้ คิดว่า น่าจะเป็นการฟ้องร้องเพื่อเป็นสัญญาณ การเปิดแนวรบกันอย่างเต็มที่ ทุกวิถีทางมากกว่า ที่จะเป็นเพื่อการครองตำแหน่งบัลลังค์ search engine ที่มีผู้ใช้งานเยอะที่สุด

Tags :

SE news: Google trend.

สำหรับ Google คงต้องบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ การแข่งขัน ใน [tag]Search Engine War[/tag] ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจะได้เห็น google ออก service ใหม่ๆ ออกมาให้เราได้เล่นกันเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนนี้ สำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง และต่อไปคาดว่า [tag]Google[/tag] จะกลายเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลได้มากขึ้นอีก

Google trend, new service from google, find trend time.
ผลการค้นหา [tag]Trend[/tag] ของอัตราการใช้งานของ Google,yahoo และ MSN จาก [tag]Google trend[/tag].

โดย Service ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ Google Trend. ซึ่งเป็นตัวที่ให้คุณสามารถค้นหา trend ต่างๆ ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ได้จาก Google Web search เป็นหลัก ข้อมูลเหล่านี้ สามารถช่วยให้เราดูแนวโน้มของข้อมูลที่เราสนใจได้

นอกจากนี้ Google trend ยังเปิดให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการ ได้ 5 ตัวกัน โดยใช้เครื่องหมาย "," กั้น ระหว่างข้อมูลอีกด้วย หรือ เรายังสามารถเลือก local ของข้อมูลได้อีกด้วยว่า ข้อมูลที่เรานำมาดูแนวโน้มของ trend ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร ซึ่งสามารถลงลึกได้ถึงจังหวัด หรือ แม้แต่ภาษาที่ใช้

จากภาพ ผมได้ทดลองดูแนวโน้มของ Trend การใช้งานอย่าง Google, Yahoo และ MSN ของไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่า MSN ครองอันดับ 1แต่อย่าคิดว่า นั่นคือ คนไทยใช้ msn ค้นหาข้อมูลเยอะ ผมคิดว่า น่าจะมาที่มีคนใช้งาน msn มาก ในส่วนของ การเข้าเว็บไซต์เพื่อใช้งานอย่างอื่นๆ มากกว่าเช่น ดาวน์โหลดโปรแกรมแช็ตของ msn , เข้าใช้งาน Space ( Blog ของ msn ) เป็นต้น

ปัญหาที่พบคือ ข้อมูลยังไม่ดีนัก สำหรับข้อมูลในแต่ละจังหวัดของไทย ที่ ISP นั้นจะใช้ IP ที่วนเวียนกันไป หรือที่เรียกว่า Dynamic IP นั่นเอง ที่ไม่มีการแบ่งแยกชัดเจนว่า IP ใน Class นี้ อยู่ในจังหวัดใดบ้าง ทำให้ เราไม่สามารถทราบ trend ได้ชัดเจนว่า คนจังหวัดไหน ใช้งานอะไรเยอะ ตรงนี้ แม้กระทั่งการเก็บสถิติอย่าง Truehits เองก็ยังปวดเศียร เวียนเกล้า กันแล้วล่ะครับ ก็คงต้องรอลุ้นว่า IPV 6 จะเกิดเมื่อไหร่นั่นเอง

ลองไปใช้งานกันดูนะครับ เผื่อว่า ใครจะเห็นแนวโน้มที่จะรวย ก็อย่าลืมแบ่งผมสักหน่อยแล้วกัน

Tags :

SEO Project:Get indexed of your site 24 hours.

เมื่อท่านเริ่มทำเว็บใหม่ คงมีคำถามว่า เอ ทำยังไง ดีนะ ที่จะส่ง Indexs เว็บของท่านเข้าไปยัง search engine ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงจุดนี้ ถือว่า เป็นจุดที่ ต้องใคร่ครวญอยู่นานว่า ทำยังไงดี

โดยส่วนตัวแล้ว พบว่า [tag]indexs[/tag] ใน MSN หรือ Yahoo นั้น เร็วกว่า ของ [tag]Google[/tag] มากไม่รู้เหมือนกันครับว่า ทำไม แต่ทั้งนี้มันก็รู้สึกอีกว่า เมื่อมี Indexs ในเว็บของ Search Engine ของที่อื่นๆ แล้ว [tag]Indexs ใน google[/tag] ก็จะมาเร็วขึ้น (แต่ยังไม่ได้ลองอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนะครับ เพียงแต่สังเกตจากเว็บที่ผมทำและเปิดใหม่เอง)

แต่วันนี้ ผมจะบอก [tag]Technic[/tag] ในการให้นะครับ ว่าทำอย่างไร จึงจะได้รับการ Indexs ใน MSN อย่างรวดเร็ว เอาเป็นว่า ภายใน 24 ชั่วโมง ครับ (ช้าสุดๆ คือ 48 ชั่วโมง) เรียกได้ว่า Fast indexed by MSN.

เอาล่ะอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะครับ ไปเริ่มกันเลยดีกว่า

1.ไปยัง http://www.msn.com/ นะครับ

2. ให้พิมพ์ชื่อเว็บ เอาง่ายคือ URL นั่นล่ะครับ ในช่องค้นหาข้อมูล ซึ่งหากพบว่า มี Indexs แล้ว ก็ไม่ต้องไปต่อแล้วครับ แต่ถ้ายังไม่มี ก็ให้ไปต่อเลยครับที่ ข้อถัดไป (ยิ่งเว็บที่เพิ่งเปิด วัน สองวันนี่ ไม่ต้องห่วงเลยครับ ช่วยได้เยอะ)

3. ถ้ามันไม่มี indexs ให้หาลิ้งค์ที่ว่า "send the address to us." นั่นล่ะครับ กดไปเลย

 

seo boost website indexed by msn
ภาพประกอบ

 

4. พอกดไปแล้ว มันก็จะไปโผล่ อีกหน้าหนึ่งครับ ในหน้านี้จะมีช่องๆ ให้เรากรอกครับ ซึ่งก็กรอกๆ ให้ครบนะครับ ข้อมูลก็มี Security code และ URL ของเว็บเรานั่นล่ะครับ

seo boost website indexed by msn
ภาพประกอบ

5. เสร็จแล้วครับ แล้วก็รอ และรอ ส่งไปวันนี้ พรุ่งนี้ลองไปดูสิครับ แล้วคุณจะอึ้ง ว่าเร็วจริงๆ

Tags :

ผลการศึกษาของแม็คอาฟีพบใช้เสิร์ชเอนจิ้นนำผู้ใช้เสี่ยงปัญหาซีเคียวริตี้

แม็คอาฟีเปิดเผยผลการศึกษา [tag]เสิร์ชเอนจิ้น[/tag] ชั้นนำพบว่า ในแต่ละเดือนจะมีผู้ พลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ผ่านทางเสิร์ชเอนจิ้นมากกว่า 285 ล้านคลิก บริษัทแม็คอาฟี เปิดเผยผลการศึกษาของ เบน อีเดลแมน (Ben Edelman) ผู้เชี่ยวชาญด้านสปายแวร์ ที่ได้ทำการศึกษาถึงความปลอดภัยของเสิร์ชเอนจิ้น ร่วมกับทีมแม็คอาฟีไซต์แอดไวเซอร์ (McAfee SiteAdvisor) พบว่าผู้ใช้เสิร์ชเอนจิ้นมีความเสี่ยงต่อปัญหา ซีเคียวริตี้ในขณะใช้งานเสิร์ชเอนจิ้นเหล่านั้น เนื่องจากอาจพลัดหลงเข้าไปในเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ผ่านการคลิกที่ผลลัพธ์ซึ่งเสิร์ชเอนจิ้นได้รายงานออกมา

ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษา เสิร์ชเอนจิ้น ชั้นนำของโลกจำนวน 5 แห่ง (Google, Yahoo!, MSN, AOL, Ask) ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน พบว่าแม้แต่ [tag]คีย์เวิร์ด[/tag] ธรรมดาๆก็สามารถนำผู้ใช้ไปสู่เว็บไซต์ที่เป็นอันตรายได้ การศึกษาในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาความปลอดภัยของเสิร์ชเอนจิ้น และที่เป็นไปได้ก็เพราะฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเว็บไซต์ต่างๆทั่วอินเทอร์เน็ตไว้ ฐานข้อมูลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานของไซต์แอดไวเซอร์ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในกระบวนการ จัดเรตติ้งเว็บไซต์ ไซต์แอดไวเซอร์จะทำการทดสอบเว็บไซต์ทุกแห่งด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้เว็บไซต์นั้น เช่น การใช้ช่องโหว่ในซอฟต์แวร์, การดาวน์โหลดไฟล์ที่ติดสปายแวร์, แอดแวร์ และ/หรือ โปรแกรมไม่พึงประสงค์อื่นๆ, ป็อปอัพ และอีเมลลวง อย่างหนึ่งที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่ามีเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายปะปนอยู่ในผลลัพธ์ที่ได้จากเสิร์ชเอนจิ้น

นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบด้วยว่ามีคีย์เวิร์ดมากมายที่สามารถนำผู้ใช้ไปสู่อันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นคำ, เฟส หรืออื่นๆ ที่มักถูกใช้โดยวัยรุ่น เช่น คำว่า "เกม" (games), "นักร้อง" (singers) และ "ภาพยนตร์" (movies) ผลการศึกษายังพบว่า ผลลัพธ์ในส่วนของสปอนเซอร์ (sponsored) ที่มีการจ่ายเงินเพื่อโฆษณาเว็บไซต์นั้น ยิ่งมีอันตรายมากกว่าผลลัพธ์ทั่วไปเสียอีก โดยเฉลี่ย 8.5% ของสปอนเซอร์ลิงค์จะเป็นเว็บไซต์อันตรายเทียบกับ 3.1% ของลิงค์ทั่วไป ดูรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการศึกษาเสิร์ชเอนจิ้นของแม็คอาฟีได้ที่ http://www.siteadvisor.com/studies/search_safety_may2006.html

เกี่ยวกับแม็คอาฟี แม็คอาฟี (McAfee) คือผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันการบุกรุกเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการบริหารความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แม็คอาฟีเป็นรายแรกที่นำเสนอโซลูชั่นและบริการเพื่อการปกป้องระบบและเครือข่ายคอมพิวเตอร์แก่ลูกค้าซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

แม็คอาฟีมีสำนักงานใหญ่อยู่ในซานตาคลาร่า มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน รวมกับความมุ่งมั่นในการพัฒนาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ แม็คอาฟีจึงช่วยให้ผู้ใช้ ไม่ว่าจะกลุ่มผู้ใช้ตามบ้าน กลุ่มองค์กรธุรกิจ กลุ่มองค์กรสาธารณะ หรือกลุ่มผู้ให้บริการ มีศักยภาพและความสามารถสูงขึ้น เพื่อรับมือกับการบุกรุกและการโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี ทำให้พวกเขามีซีเคียวริตี้ในระดับที่สูงกว่าและมั่นใจได้มากกว่า ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mcafee.com

...........................................................................ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Tags :

Search Engine news:Google Notebook.

ก็มาอีกแล้วครับ ถือว่ามีอะไรใหม่ๆ มาเรื่อยเลย กับ [tag]Google[/tag] ที่ไม่เคยหยุดนิ่งจริงๆครับ วันนี้ มี [tag]service[/tag] ใหม่มาแนะนำกันอีกนะครับ คือ Google notebook

ทีแรกผมก็อะไรหว่า [tag]google notebook[/tag] พี่แกทำ [tag]notebook[/tag] หรือ?? ไม่น่าใช่น่า สุดท้ายลองดูเลยรู้ว่า มันเป็นเหมือนกับ สมุด[tag]โน้ต[/tag] ที่เราเก็บไว้โน้ต อะไรเล่นๆ

โดยระบบจะผูกกับเว็บเหมือนเดิมนั่นล่ะครับ โดย Note แต่ละอันนั้นจะเก็บในลักษณะ โน้ตของแต่ละเว็บ เช่น ท่านเข้าเว็บบล็อกผม แล้วอยากจะมีโน้ตอะไรเกี่ยวกับเว็บผม ก็สามารถ ใส่ไปได้

หรือทำได้แม้แต่ ลากตัวหนังสือแล้วคลิกเลือกให้มันเก็บเป็น [tag]Short note[/tag] ไว้ได้ และทุกครั้งที่เข้ามายังเว็บไซต์ที่เรา Note ไว้ ก็จะมี icon เล็ก ขึ้นมา สามารถคลิกดู Note ที่ทำไว้ได้ครับ ลองเล่นกันดูนะครับ ที่ http://www.google.com/notebook/

ภาพประกอบ

google note

>> จะมี Note ทุกครั้งที่เข้าเว็บครับ แต่ก็ปิดมันได้ ไม่กวนหน้าจอครับ

google note

>>>เวลาที่ คลิกเลือกตัวอักษร แล้วคลิกขวา ก็จะเห็นว่ามี Note this เพื่อทำข้อความนี้เป็น Short Note ได้

google note >>> ส่วนนี้จะเป็น iconอยู่ตรงมุมของ Status bar ของ IE

Tags :

Website VS Blog in my Opinion.

พอดี ได้มีการพูดคุยกัน เกี่ยวกับเรื่องของ [tag]Blog[/tag] หรือ [tag]Weblog[/tag] กับ [tag]Website[/tag].ในเว็บบอร์ด seo.in.th ครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพอสมควร และผมเอง ก็มีส่วนร่วม ซะยาวเยิ่นเย้อไปเลย เกี่ยวกับ Weblog และ Website ซึ่งคิดว่า น่าจะเอาเก็บมาลงใน Blog ด้วย ก็เลยเอามาลงให้อ่านกันครับ

Weblog VS Website.

1. content ที่ผมทำ มันเป็น content ที่ผสมปนเป ไป นั่นเอง ไม่ได้มีตายตัว และพูดง่ายๆ คือ มันอยู่กับช่วงเวลา อารมณ์ ของผมมากกว่า ในขณะที่ เว็บไซต์ เอง มีจุดดีตรงที่ มีโอกาสในการสร้าง comunity ทีใหญ่กว่า ได้ดีกว่า

แม้ว่า ในการทำเว็บ เราจะเอาเนื้อหาอะไรมาใส่ในเว็บก็ได้ แต่การเอาเนื้อหาหลายอย่างมาใส่รวมกัน มากเกินไป สิ่งที่ทำให้เว็บหายไปคือ จุดเด่น ของเว็บไซต์ นั่นเองครับ หลายเว็บเกิดขึ้นมาในช่วงยุค ที่ผมเรียกว่า "ยุคตื่นเว็บ" ในช่วงที่ คุณปรเมศวร์ ขาย sanook ให้แก่ เครือ Mweb

คนเริ่มหันมาทำกันมากขึ้น [tag]web[/tag] ในลักษณะของเว็บพอร์ทัล เกิดกันเป็น ดอกเห็ด แต่มีเว็บใหนบางที่สามารถยืนหยัดอยู่ในอันดับต้นๆ ได้ หลายเว็บ กลายเป็น Junk web สำหรับผม

หลายๆเว็บ มีการเปลี่ยนมือ ผู้เป็นเจ้าของไปมา เพราะไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะไม่มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง เป็นต้น ตรงนี้คือจุดด้อย ของการทำเว็บที่เอาสิ่งที่อยากได้ มายัดๆ ลงไป

ส่วนในตัวของ [tag]บล็อก[/tag]ต้องบอกเลยว่า เสียเปรียบเว็บไซต์ในเรื่องของ Comunity ที่จะเล็กกว่า เพราะบล้อก จะเขียนในเฉพาะเรื่อง ที่เจ้าของสนใจ ดังนั้น จึงเป็นลักษณะ ที่เฉพาะทาง เสียเป็นหลัก

แต่ จุดนี้ มันกลับเป็นจุดหนึ่ง ที่เว็บทำได้ยาก นั่นคือ Quality community ในหลายๆ บล็อกในต่างประเทศ หรือแม้แต่ไทยเอง ที่เพิ่งเริ่มเตาะแตะ กับเรื่องเว็บ (เพราะคนส่วนใหญ่ เพิ่งเริ่มจะแยกความต่างประหว่าง บล็อก กับ ไดอารี่ ออก) จึงยังไม่เห็นกันมากนัก

ดังนั้น ในประเด็นนี้ คงจะยากที่จะบอกว่าอะไรดีและไม่ดี มันอยู่กับคนแต่ละคน ด้วยว่า มีเป้าหมายในการทำอย่างไร
2. ในความเป็นบล็อก มันก็ยืดหยุ่น เช่นกันครับ ถ้าลองเล่นดูแล้ว จะรู้ว่า Blog และตระกูล [tag]CMS[/tag] ไม่ว่าจะเป็น mambo, Joomla,PHPnuke ต่างก็มีระบบ ให้เราบริหารจัดการได้เหมือนกัน

ไม่ยุ่งยากในการจัดทำ เหมือนกัน รูปแบบอย่าง theme ก็มีให้เลือกมากมาย เหมือนกัน ดังนั้น ในประเด็นเรื่องความ ยืดหยุ่น หรือความยุ่งยากในการทำ ผมมองว่า มันพอกันล่ะครับ ไม่ว่า คุณจะทำ blog เอง หรือ ทำเว็บไซต์เอง จะ dynamic หรือ static ก็ตาม
3.บล็อกกับ search engine

จุดได้เปรียบที่ Blog ได้แน่ และนำเว็บไซต์ คือ ความหลากหลายของ Search engine

ปรกติเว็บไซต์ ก็มี Google search , Yahoo เป็นต้น แต่ในขณะที่ ตัวของ blog จะมีโอกาสได้รับทั้ง Google search และ google blog search , Yahoo ก็มีโอกาสอีกสองแบบ

ยิ่งก่อนหน้านี้ น้อยเว็บมากๆ ที่จะมีระบบ RSS (ในไทย ก็ยังไม่ค่อยมีใครรู้ว่า มันทำไรได้บ้าง) แต่บล็อกมีเป็นตัวของ standard มาเลย ตรงจุดนี้ ทำให้ เหมืนอบล็อกได้ สามต่อ คือ ระบบ search ปรกติ , ระบบของ บล็อก search และ จาก RSS ด้วย ในขณะที่ เว็บไซต์ จะมี สองต่อ คือ ระบบ search ปรกติ ,และ จาก RSS ในกรณีที่มีการทำเพิ่มเติม

กลุ่มของ Bot ที่เพิ่มเติมขึ้นมาจาก ปรกติในบล็อกของผม เมื่อเทียบกับ log จากเว็บไซต์ ครับ
msnbot-NewsBlogs/1.0
Yahoo-Blogs/v3.9
YahooFeedSeeker/2.0 //สองตัวนี้ ถ้าเว็บมีระบบ RSS และรู้วิธีการ PR เจ้า RSS ก็จะได้เจอกันครับ
Feedfetcher-Google
นี่จาก search หลักๆ นะครับ จริงๆแล้วยังมีจาก technorati อีกและทีอื่นๆ ด้วย 

4.การสร้าง URL ที่ bot ชอบ

ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือ Blog มันไม่ต่างกันเท่าไหร่ ครับในมุมของผม เพราะบล็อกบ้านๆ ในต่างประเทศ ที่เค้าทำเอง เป็น static (หรือแม้แต่บล้อกที่ผมเขียนระบบเอง ถูกสั่งให้มันทำเป็น static file หมด) ก็สร้าง URl ที่บอท ชอบได้เช่นกัน

หรือว่า การใช้ ในกลุ่มของ CMS หรือ ฟรี สคริปต์ บล็อก ไม่ว่าทั้ง Mambo หรือ wordpress ต่างก็มีตัวของ ระบบ SEO โดยการใช้ Mod_rewrite ใน Apache เหมือนกัน (ในกลุ่มของ Nuke ไม่เคยลอง และยังไม่เคยเห็นด้วยครับ)

แต่ถ้าให้ผมเทียบในช็อตต่อช็อตแล้ว ระบบของ บล็อก มันค่อนข้างเป็นธรรมดา หรือ stadard อยู่แล้ว ในของ Mambo ผมก็ลองเล่นดู พบว่า มันยังติดๆ ขัดๆ อยู่บ้าง ทำให้ดูแล้ว ผมไม่ค่อยชอบเลย หรืออย่างเว็บบอร์ดอย่าง SMF ก็ยังทำได้ไม่ดีนัก เช่นกันครับ

ดังนั้นจุดนี้ ถือว่า สูสี เพราะตัวของฟรี blog หลายๆ ตัว ยังทำระบบ Permalink ได้ไม่ดีนัก ยังปรับไม่ค่อยได้มาก

5. ลักษณะของ Layout

จริงๆ แล้วถ้าให้ดูหน้าตา มันก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้าดูดีๆ แล้ว ให้เทียบกันระหว่าง บล็อก กับเว็บไซต์ อย่าง CMS เอง ผมยกให้ บล้อกเหนือกว่าเล็กน้อยเพราะ มีการใช้ CSS เป็นหลัก มากกว่าการใช้ Table ในการจัดเลย์เอ้า ในขณะที่ CMS ไม่ว่าจะเป็นตัวของ Mambo,Joomla,PHPnuke ยังคงติดกับรูปแบบเก่า คือ การใช้ table เป็นหลัก

ดังนั้น มันมีผลต่อการใช้งานคือ ถ้าในกรณีที่ server เริ่มหนัก bot มา โอกาสที่ bot จะโดน timeout สูง กว่า เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับ การ design หรือ จัดเลย์เอ้าด้วยว่า ใช้ table มากแค่ไหน
สุดท้าย แน่นอนว่า blog หรือ Weblog มันมาจาก Web + log ซึ่งเหมือนกับอะไร แค่บันทึกความคิดเห็นอย่างหนึ่งอย่างใด และมาที่หลังเว็บไซต์ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เว็บบล็อก มาแรงมากๆ ในเรื่องของการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ปริมาณ และ เม็ดเงิน

ทำให้ บ.ยักษ์ใหญ่ หันมาทำ Blog กันเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องดูอะไรมากครับ google มีบล็อกประจำทุก service ,Yahoo มีบล็อกประจำของส่วนหลัก ที่เป็นทีมงานนั้น เช่น yahoo partner ,msn ก็มีบล็อกที่เป็น windows messenger , msn adcenter ,ยังไม่รวมที่อื่นๆ อีก
ซึ่งตรงนี้ อยู่ที่ Opinion ของแต่ละคนครับ ว่าใครมองอะไรอย่างไรมากกว่า อยู่ที่ว่า

เราต้องรู้ตัวเราเองว่า เราทำ อะไร แค่ไหน อย่างไร เพื่ออะไร สำหรับใคร
(what,where,when,why และ how) จากนั้น เลือกดูความเหมาะสม ที่สุด และเลือกที่จะทำ
นั่นล่ะครับ ที่เป็นจุดสุดท้ายจริงๆ
(คิดใหญ่ ทำให้เล็ก)

Tags :

BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell.

เห้อ [tag]การทำ SEO[/tag] ในไทย ตอนนี้ รู้สึกว่า การทำ [tag]seo[/tag] นั้น เริ่มกลายเป็น[tag]การทำ Blackhat SEO[/tag] เพื่อเอาชนะ กันมากกว่า ที่จะมองตัวของผลลัพธ์ จากการทำ seo แบบถูกต้องนะครับ

ซึ่งอันที่ไปเห็นมานี่ คือ การทำ [tag]Doorway page[/tag] หรือ ประตูทางผ่าน เพื่อดักยัดคีย์เวิร์ดให้ search engine นั่นเองครับ และที่หนึ่งที่ผมไปเจอมานั้น นอกจากจะทำ [tag]Doorway[/tag] แล้ว ก็ยังมีการยัด [tag]keywords[/tag] ในลักษณะ comment tag อีกด้วย

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า นี่ คือ จรรยาบรรณ ของเว็บผู้รับทำ SEO ให้ กับเว็บทั่วๆ ไป ที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ มองเพียงแค่ ก้อนเงินที่จะได้รับ จากการปั่น อันดับ ให้กับ เว็บใดเว็บหนึ่ง ที่เค้า วางใจให้คุณ ทำ SEO ให้ นั้นและไม่สนใจว่า ต่อไป หากเว็บไซต์เหล่านั้น โดนแบน แล้ว คุณ จะกลับไปแก้ไข ไปติดต่อ Google เรียก indexs เว็บเหล่านั้น อีกฟรีๆ หรือ คิดเงินอีกต่อหนึ่ง......

จรรณยาบรรณ อยู่ ตรงไหนครับ ???

เอาล่ะ บ่น และ ก่น ด่าไปพอท้วมๆ ก่อนที่เค้าจะมาเจอและโวยวาย (แต่เมื่อคุณทำผิด ถ้าคิดจะโวยวายผม ก็เอาเหอะ ไม่ว่ากันครับ)เริ่มต้นทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าครับ

มารู้จัก Doorway page กันก่อนนะครับว่า มันคือ อะไร

สำหรับเจ้า Doorway page พวกนี้จะเป็นเหมือนกับหน้าเว็บ ที่เป็นประตูหน้าด่าน ก่อนที่จะมาถึงหน้าเว็บหลัก โดยปรกติ แต่เดิมแล้วนั้น จะมิได้ใช้กันเป็นหน้าเพื่อการทำ seo แต่อย่างใด

หากใครนึกถึงหน้า doorway ไม่ออก ให้นึกถึงเวลาที่เราเข้าเว็บบางเว็บที่จะมีหน้าแรกเป็นภาพใหญ่ๆ ให้เราเลือกภาษา หรือ เลือกว่า จะชม flash site or html site เป็นต้น ครับ

ต่อมาเมื่อ กระแสการทำ Search engine optimization เริ่มโต หน้า doorway ถูกใช้ในทางที่ผิด คือ ในหน้าเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วย คีย์เวิร์ด และ keyword เป็นจำนวนมาก ทำให้เมื่อ [tag]Bot[/tag] หรือ [tag]spider[/tag] อย่าง [tag]Googlebot[/tag] มาเจอ ก็พบกับคีย์เวิร์ดมากมายส่งให้

Doorway page VS Cloaking.

มีหลายคนสงสัยว่า Doorway กับ [tag]Cloaking[/tag] ต่างกันอย่างไร ดูแล้วมันก็เหมือนกัน คือ สร้างหน้าที่มีคีย์เวิร์ด มีการทำ keyword stuff ไว้ เพื่อหยิบยื่น keyword ให้กับ Bots ทั้งหลาย ...

หากจะให้อธิบาย เข้าใจง่ายๆ ตามแบบบ้านๆ เรา เกี่ยวกับ Doorway และ Cloaking แล้วละก็ ผมอยากจะยกตัวอย่างเช่นนี้ครับ โดยสมมุติให้ เว็บที่ทำ Blackhat คือ ผับแห่งหนึ่งนะครับ ส่วน Bots คือ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่สุด นะครับ (หวังว่าคงเข้าใจนะเนี่ย)

สมมุติว่า ผมจัดทำผับขึ้นมา เปิดตลอด ไม่สนใจว่า ใครจะเข้าใครจะออก การันตี เด็กเข้าได้ (ประมาณนั้น) จากนั้น วันดีคืนดีมีลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ใส่กางเกงขายาว สีกากี รองเท้ามันวับ (จะโดนจับไหมเนี่ย) มาตรวจ ผมก็สั่งลูกน้องที่อยู่หน้าผับว่า อ่า เนี่ย ถ้ามีลูกเสืออันนี้มานะ ให้เอา คีย์เวิร์ด ใส่ซอง ส่งให้ไปเลย แล้วก็ค่อยให้เข้าเดินเข้ามาดูในร้าน

อย่างงี้ เรียกว่า ทำ Doorway page ครับ คือ เมื่อ spider มาหน้าประตูเว็บ ก็ส่งตัวคีย์เวิร์ดให้ (คนใช้จะเห็นหรือไม่ก็ไม่ต้องแคร์) ก่อน เข้าหน้าเว็บปรกติ ส่วน คนทั่วไป จะแทบไม่รู้สึกเลยครับ เพราะส่วนหนึ่งตั้งค่าเวลาไว้ 1 วินาที หรือใช้ location.replace เลยก็ได้ครับ เพราะแม้ว่าเร็ว แต่ บอท มันเร็วกว่า จับได้ทันอยู่แล้ว

ส่วนการทำ Cloaking นั้น ถ้ากลับมายัง ผับเดิมของผม มีลูกเสือสามัญรุ่นใหญ๊ใหญ่ มาอีกล่ะ ผมก็สั่งลูกน้องไว้ว่า อ่า ถ้ากลุ่มนี้มานะ ให้พาเลี้ยวขวาไปเข้าประตูอีกอันนึงนะ ในห้องนั้น มี keyword เสิร์ฟ ไว้เต็มโต๊ะแล้ว อันนี้ล่ะครับ cloaking

ลักษณะของ cloaking คือ ไม่สนใจว่า หน้าหลัก หรือหน้าไหนก็ตาม ที่อยากจะทำ ส่วนมาก มักจะดูจากหน้าที่มี bot และมี hits สูงๆ จาก Search engine เป็นหลัก หรือบางครั้ง ก็เป็นหน้าที่ต้องการ Promote เป็นพิเศษ หรือใส่ include java มันทุกหน้าทั้งเว็บก็ยังได้ ครับ จากนั้นก็ทำหน้าไว้สองอัน คือ หน้า cloaking และหน้าปรกติ เมื่อมี bot เข้ามา ยังเว็บไซต์ ก็จะปรกติแล้วมันจะตีตราหัวมันมากเลยว่า นี่นะ กู(เกิ้ล)บอท ล้อมเว็บไว้หมดแล้ว ยอมให้คีย์เวิร์ด เสียแต่โดยดี ดังนั้น จึงเขียน java เช็คไว้ว่า ถ้าเป็น bot หรือ spider ให้ไปอีกทางหนึ่ง ยังหน้าเว็บที่ ยัดคีย์เวิร์ดไว้ เต็มที่

นี่ล่ะครับ ความต่างกันระหว่าง สองแบบคือ Doorway page และ Cloaking

ซึ่งไม่ว่าทั้ง Doorway page หรือ Cloaking เพื่อดันให้ขึ้นอันดับใน SERPs ไม่ว่าจะเป็น Search Engine ตัวไหน ก็ตาม ถือว่าเป็นวิธีการที่เลวร้ายมาก และผลคือ เว็บคุณจะโดนแบน ในที่สุด [ดูกรณีตัวอย่าง BMW.de โดน google ban]

อีกทั้ง วิธีการในกลุ่มของ Blackhat SEO มันสามารถขึ้นอันดับได้เร็วมากๆ การันตี 1 เดือน ขึ้นอันดับ 1 แน่ๆ (แต่หลังจากนั้น ใครการันตีให้ครับ ว่า คุณจะไม่โดนแบน ) ซึ่งวิธีการพวกนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การทำ Research , web analytics หรือ การ Optimization แต่อย่างใดเลย หรือพูดแบบบ้านๆ คือ ไม่ต้องใช้สมองเท่าไหร่

แต่กลับเรียกเงินค่าทำ เป็นหมื่นๆ แล้วทำแบบนี้ จ้างผมก็ได้ครับ คิด 50 บาทเลยเอ้า ถ้าทำขี้โกงแบบนี้

แล้วอยากถามหน่อยว่า คุณที่รับทำแบบนี้ จรรณยาบรรณ ของคนทำเว็บอยู่ที่ไหนครับ

ทำแบบนี้ ทำเว็บโป๊ ที่ต่างประเทศ ยังสุจริต กว่าเลยครับ

เห้อ เหนื่อย พรุ่งนี้ จะมาต่อครับ ว่า วิธีการเช็ค ว่าคุณกำลังโดน บริษัทรับทำ seo ทำแบบนี้ให้คุณ อยู่หรือไม่ นั้น ทำได้อย่างไรบ้าง (อยากแฉ สคริปต์ ด้วยซ้ำนะเนี่ย 555+)

ปล.วันนี้ไปประชุม กับทางบอร์ด SEO มา ขอแก้ข่าวหน่อยครับ 555+ ผมเรียนรู้ด้านมืด ไว้เพื่อประดับความรู้ แต่ไม่ได้เอาไปใช้จริงนะครับ เนี่ย

Google, leader of U.S. search marketing.

[tag]Google[/tag] กินส่วนแบ่งตลาดใหญ่สุด ในกลุ่มของ [tag]Search Marketing[/tag] ใน US. ไปซะแล้ว ครับแถมโตขึ้นด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากผลการเก็บสถิติ ของ Comscore พบว่า google เป็นผู้ในในส่วนของ Search marketing ในสหรัฐ ถึง 43.1% เพิ่มขึ้นจากเดิม คือ 42.7 % ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือน เมษายนปีที่แล้วพบว่า google กินส่วนแบ่งตลาดของ Search marketing 36.5 %

ในขณะที่คู่แข่งอันดับที่สอง ก็คือ [tag]Yahoo[/tag] 28 % ซึ่งถือว่าลดลงจากเดิม 2.8 % จากปีที่แล้ว ในขณะที่ตามหลังมาด้วย [tag]MSN[/tag] จาก Microsoft ที่มี [tag]market share[/tag] อยู่ที่ 12.9 % ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่อยุ่ที่ 16 %

ส่วนที่เหลือ ก็แบ่งให้กับ [tag]AOL[/tag] 6.9% ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 3% และสุดท้ายคือ [tag]Ask.com[/tag] ที่ตกลงมาเหลือ 5.8% จาก 6.1% ในปีที่แล้ว

Tags :

Click-to-play video ads for AdWords.

เอาละครับ วันนี้ มาอีกแล้ว มีออกมาใหม่ๆ อีกแล้วครับกับ [tag]Google Adwords[/tag] ซึ่งหากใครทำอยู่ คงจะถือเป็นข่าวน่าสนใจอีกแบบหนึ่งล่ะครับ เพราะ google ออก [tag]ads[/tag] รูปแบบใหม่ มาให้เราเสียเงินกันแล้ว นั่นคือ [tag]Click-to-play[/tag] [tag]video ads[/tag]

ซึ่งระบบหลัก ยังคงเป็น PPC คล้ายเดิมครับ โดยจะถูกจัดลงไปอยู่ในกลุ่มของ Flash และ Image ads เรียกได้ว่า ระบบหลักๆ ยังเหมือนเดิมคือ

- อิงตาม Keyword

- การ bid บนระบบของ CPC หรือ CPM

- กำหนด geo-target เหมือนเดิม

สรุปง่ายๆ คือ ใช้ระบบเดิมเป็นหลักนั่นเองครับ

รูปแบบจะเป็นแบบนี้ ตามลิ้งค์ นี้เลยครับ

http://adsense.blogspot.com/videoad.html

Tags :

BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell. 2

อ่าติดค้างมาหลายวัน เนื่องจากติดปัญหานิดหน่อยนะครับ เลยไม่ได้อัพ วันนี้ของมาอัพ กลางวันแทนนะครับ 555+ เดี๋ยวจะไม่ได้แฉซะ เอาละครับต่อจาก BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell ที่เราจะต้องมาจับผิด กันล่ะ ว่า บริษัท รับทำ [tag]SEO[/tag] ให้คุณนั้น มีการทำ [tag]Doorway page[/tag] หรือไม่???

หลายท่านคงจะสงสัยว่า ทำไม ต้องไปจับผิดล่ะ ในเมื่อเราจ้างเค้าทำ  SEO สาเหตุน่าจะเป็นเพราะ
-  [tag]การทำ Doorway page[/tag] ถือเป็นสิ่งต้องห้ามของ [tag]Search engine[/tag] แทบทั้งนั้น

- เป็น[tag]การทำ SEO[/tag] ด้านมืด ที่ง่ายในการปั่น อันดับในเสิร์ซ ซึ่งไม่ต้องใช้สมอง อะไรมาก (แต่กลับคิดราคาสูง โดยอ้างกันว่า หาข้อมูล)

- มีการการันตีว่า ติดอันดับต้นๆ แต่หลังจากนั้น โดนแบน จะมีใครรับผิดชอบหรือไม่
- เป็นการเอาเว็บเราไปเสี่ยง โดยใช่เหตุ

นี่ล่ะครับ น่าจะเป็นสาเหตุหลักๆ ที่จะต้องพึงระวังกันไว้ ครับ เพราะในที่สุดแล้ว อาจจะไม่คุ้มกันก็ได้ครับ
ต่อไปคือการเริ่มต้นจับผิดกันล่ะ

1. Check in Google.
เนื่องจากกลุ่มที่ทำ SEO ส่วนมาก จะมองที่ตลาดใหญ่ เป็นหลัก เป้าหมายหลัก คือ Google นั่นเอง วิธีการเช็คเบื้องต้น จะทำด้วยกันสองขั้นตอนด้วยกันครับ สำหรับการเช็คใน Google 

อันดับแรกคือ ค้นหาเว็บเป้าหมาย หรือเว็บของเราก่อน โดยใช้คีย์เวิร์ดคือ ชื่อ URL (ในกรณีที่มีเว็บต้องสงสัยอยู่แล้ว หรือ อาจจะใช้คีย์เวิร์ดบางตัวก็ได้ครับ )นั่นล่ะครับ เช่น www.i-morm.com เป็นต้น จากนั้นเราก็จะพบเว็บที่ต้องการ ใน Google SERP's ซึ่งปรกติแล้ว ใน title และ description ที่แสดงนั้น ก็จะเป็นข้อความทั่วๆ ไป แต่ในขณะที่ ผลของหน้าเว็บไซต์ต้องสงสัยของเรา แสดงคีย์เวิร์ด หรือ คำซ้ำๆ กัน อย่างมาก เรียกได้ว่า ผิดปรกติไปจาก content ทั่วๆ ไปครับ (ตามภาพด้านล่าง)

normal google serps

ผลที่แสดง สำหรับเว็บปรกติทั่วไปใน google

doorway in google serps

ผลที่แสดง สำหรับเว็บต้องสงสัยใน google (ขอ censor ชื่อเว็บนะครับ เดี๋ยวผมจะโดนเอง 55+)

แต่เนื่องจากยังฟันธงไม่ได้ ว่าทำ Doorway page หรือไม่ เพราะสิ่งที่แสดงอาจจะเป็นข้อมูลจากใน Meta tag พวก keyword หรือ description ครับ ซึ่งมักจะซ้ำๆ กันอยู่แล้ว นั่นเอง จึงต้องเช็คขั้นต่อไปครับ

ข้นต่อมาคือ การเช็ค [tag]Cache page[/tag] ของ Google ว่าหน้า cache page นั้นมีข้อมูลอะไรเก็บไว้บ้าง โดยคลิกลิ้งค์ หน้าที่เก็บไว้ ซึ่งจุดสังเกตคือ เมื่อ google แสดงหน้า cache page นั้น เกิดการ redirect ไปยัง หน้าเว็บหลัก หรือ ไปยังเว็บต้องสงสัย นั่น เริ่มบ่งบอกแล้วว่า มีการทำ อะไรแปลกๆ เป็นแน่ ครับ

ให้ทำการเช็ค Cache page ในรูปแบบของ text ครับ แล้ว ความมืดจะเริ่มปรากฏเอง  โดยใช้เทคนิคนี้ครับคือ
- ทันที่ที่โหลดหน้า cache page ให้รีบคลิก ที่ คลิกที่นี่เพื่อดูเฉพาะ ข้อความแทนรูปภาพ หรือ cache text ทันทีครับ

- ถ้าคลิกไม่ทันจากแบบแรก แนะนำให้ ก็อบลิงค์ url ของ cache page ของ google ไว้ครับ ซึ่งปรกติทั่วไปจะเป็นแบบนี้ครับ http://72.14.203.104/search?q=cache:YMolMG9onTUJ:www.i-morm.com/+i-morm&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=1 ให้ดูว่า มี &strip= หรือไม่ครับ ถ้ามีก็มักจะเป็น &strip=0 ครับ ให้เปลี่ยนเป็น 1 แทนเลยครับ หรือถ้าไม่มี ก็ใส่ &strip=1 ทำให้ url ของลิ้งค์ cache page จะเปลี่ยนเป็น http://72.14.203.104/search?q=cache:YMolMG9onTUJ:www.i-morm.com/+i-morm&hl=th&lr=&strip=1

โดยเจ้าค่า &strip=1 นี่คือการบอกให้ google แสดง cache page ในรูปแบบของ ข้อความหรือ text ที่เก็บไว้ ถ้า &strip=0 นี่คือการแสดงหน้าเว็บที่เก็บไว้ ในลักษณะที่มีภาพ ด้วย

จากนั้น ก็ให้ดูในหน้าของเว็บที่เก็บไว้ครับ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งหากเป็นหน้าเว็บปรกติ ก็จะมีเนื้อหาต่างๆ เป็นข้อความปรกติครับ แต่ถ้า มีการตุกติก ล่ะก็ ความลับแห่งนรก ก็จะเริ่มเปิดประตูให้เห็น แบบภาพด้านล่างครับ

doorway in google serps from cachepage.jpg

ในขณะที่ ยังมี บริษัทรับทำ seo อีกค่ายหนึ่ง ทำเนียนกว่าค่ายนี้ครับ คือ ใช้ลักษณะของการเขียนบทความแนะนำ แล้วใส่คีย์เวิร์ดกระจายๆ กันไป ทำให้เสมือนว่า หน้านี้ มิใช่ Doorway page แต่อีกจุดหนึ่งที่จะเห็นได้คือ การใช้ H1 คลุมเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งอันนี้ คงต้องพิจารณาดีๆนะครับ (เพราะเค้าทำเนียน 555+)

2.Check in Spider simulator.

แต่ยังไม่จบครับ การที่จะไปจับผู้ร้ายซักคนนึง คุณต้องมีหลักฐานมัดตัวให้ดี ลองไปใช้พวก Spider simulator ดูครับ ซึ่งมีอยู่หลายค่าย เหมือนกัน (จะหมั่นเพิ่มให้ในหมวดของ Seo tool นะครับ) แต่ที่ใช้ประจำคือ http://www.seochat.com/seo-tools/spider-simulator/  จากนั้น ก็ใส่ url เว็บเป้าหมาย ไปเลยครับ อย่ารีรอ แล้วก็กดปุ่ม spider ทันทีครับ

และแล้ว ความลับแห่งนรก ก็เปิดเผย ครับ

doorway in google serps from spider simulator

สุดท้าย ก็เข้าไปที่เว็บเป้าหมายครับ ให้พิมพ์ url ตามปรกติ ครับ จากนั้น ลองสังเกตดูดีๆ นะครับ คุณจะเห็นหน้าว่างๆ ขาวซักแป๊บ (แปร๊บ เดียวจริงๆ 1 วิเท่านั้น) แล้วจะได้ยินเสียง Browser ดังคลิก (อย่าลืมปิดลำโพงนะครับ ดังๆ ก็ได้) จากนั้นหน้าเว็บจะถูก redirect ไปยังหน้าที่สวยงาม ครับ

ซึ่งหากลองดูข้อมูลเปรียบเทียบที่ได้จาก spider simulator นะครับ ก็จะพบว่า Page Title,META Description, META Keywords ที่ได้จาก spider simulator กับหน้าหลักจริงๆ ที่เราดูอยู่นั้นไม่ตรงกันเลย คลิกขวา วิวโค้ดดู ก็จะไม่เห็นมีคำ หรือ เนื้อหาก้อนเดียว กับที่ได้จาก spider simulator เลย เป็นต้น (ตรงนี้ ต่อให้เว็บ ทำผมบอกว่า ทำเนียนๆ ยังตกตรงจุดนี้ไปเลยครับ เนื้อหาที่พบ ก็ยังคนละตัวกับเนื้อหาในเว็บหลัก )

นี่ล่ะครับ การทำ Doorway page ซึ่งปรกติ ไม่ว่าเว็บไหนทำ ก็ถือว่าผิดกฏของ Search engine อยู่แล้ว ยิ่งหากคุณเป็น บริษัทที่รับเป็นที่ปรึกษาด้าน SEO อยู่แล้ว ก็อยากจะทราบว่า ทั้งๆ ที่คุณรู้ว่า มันผิด แล้วคุณยังเอาเว็บลูกค้าไปเสี่ยง คุณยังคงกล้าที่จะยึดอก ทำ Blackhat แบบนี้อยู่อีกหรือ ??? คำว่า จรรยาบรรณ สะกดเป็นหรือไม่ ??? ความหมายของจรรยาบรรณ คุณมีความเข้าใจมากแค่ไหน ??? และสุดท้ายขอเล่นประโยค ฮิตคือ คุณยังมี จริยธรรม อยู่ในหัวหรือเปล่า ???

ส่วนท่านที่คิดจะไปจ้าง บริษัทเหล่านี้ทำ SEO นะครับ คิดดูดีๆนะครับ ว่า เค้าการันตี ด้วยไหมว่า ถ้าเว็บคุณโดน ban แล้ว เค้าจะช่วยคุณ เอา Indexs ใน search engine ทั้งหลาย กลับคืนมาหรือไม่ ???

ปล. ต้องขออภัยที่ไม่ได้มาอัพเดทนะครับ เนื่องจากมีปัญหาขลุกขลักนิดหน่อยครับ แต่เรื่องของ Doorway page ยังไม่จบครับ ต้องมีตอน 3 ครับ เกี่ยวกับ trick การทำ doorway page ที่คุณอาจจะคิดไม่ถึงทีเดียวครับ

BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell. 3

เห้อ มา ถึงตอนที่ สาม เสียแล้ว ครับ กับเจ้า [tag]Doorway page[/tag] ซึ่ง คงเป็นอันแรกมั้งครับที่ผมต้องเขียนถึ