January 2006

RSS technology:: Feed for Future.

วันนี้ยกเรื่อง RSS Feed แล้วกันเพราะได้ศึกษา ค้นคว้า บ้าบอ มาหลายวันอยู่ครับ
ก่อนอื่นๆไปทำความรู้จักกับเจ้า RSS นี่เสียก่อน

RSS หรือ Really Simple Syndication เป็นบริการใหม่บนเว็บไซต์ภาษา XML ใช้สำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนหน้าเว็บเพจ โดยนำมาเฉพาะหัวข้อข่าว เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ก็จะแสดงรายละเอียดข่าวในเว็บต้นฉบับนั้นๆ โดยที่หัวข้อข่าวจะอัปเดทตามเว็บต้นทาง ซึ่งการดึงหัวข้อข่าวไปแสดงนั้นจะมีส่วนประกอบทั้งหมดสามส่วนคือส่วนผู้ให้บริการดึงข่าว และส่วนผู้สร้างเว็บไซต์ใช้ทั่วไปที่ต้องการดึงข่าวไปแสดง และส่วนผู้ใช้ทั่วไป  

จุดเด่นของ RSS คือผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อดูว่ามีข้อมูลอัปเดทใหม่หรือไม่ ขณะที่เว็บไซต์แต่ละแห่งอาจมีระยะความถี่ในการอัปเดทไม่เท่ากัน บางครั้งผู้ใช้ยังอาจหลงลืมจนเข้าไปดูเนื้อหาอัปเดทใหม่บนเว็บไม่ครบถ้วน รูปแบบ RSS จะช่วยให้ผู้สามารถรับข่าวสารอัปเดทใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าไปดูทุกครั้งให้เสียเวลา ได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและฝ่ายเจ้าของเว็บไซต์

ท่านสามารถดึงข่าวผ่าน RSS ของเราได้โดยง่ายเพียงนำ Link ของหัวข้อข่าวที่ท่านสนใจไปติดที่เว็บไซต์ของท่าน ผ่านโปรแกรมดึงข่าวต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับ Mambo, PHP-Nuke, Weblog ต่างๆได้ทันที
(อ้างอิงจาก: http://www.thaisarn.com/new/doc/faq_new.php?step=rss_intro )

เอาล่ะ ถามว่า มันเกิดขึ้นมา แล้วมีความสำคัญอย่างไร ??
ทำไมเราจึงต้องสนใจมันด้วยล่ะ ??

ความสำคัญของระบบ RSS นั้นน่าจะอยู่ตรงที่เป็นระบบที่พัฒนาขึ้น
จะว่าใหม่ ก็คงไม่ เพราะยังคงใช้ภาษา xml เหมือนเดิม
แต่จุดที่น่าจะพลิกผัน อยู่ตรงที่

RSS จะทำให้ระบบข่าวเปลี่ยนไป นั่นคือ

1.คนไม่ต้องหาข่าว แต่ข่าวจะมาหาคน
2.ข่าวจะได้รับการกระจาย หรือ เผยแพร่ มากขึ้น
3.ข่าวจะสามารถอัพเดทได้เร็วขึ้น
4.ผู้คนรับทราบข่าวสารได้เร็วขึ้น

นี่น่าจะพอที่จะเป็น จุดที่ทำให้เจ้า RSS เกิดความน่าสนใจขึ้นมาทีเดียวครับ
เอาเป็นว่าวันนี้แค่นี้ก่อนล่ะกันครับ

TAG:
, , , , ,
,

Tags :

My computer:: Mod it. Yah

เมื่อปีก่อน ว่างครับ ฟุ้งซ่านไม่มีอะไรทำ เลยรื้อคอม มายำเล่น หรือ ภาษาคนบ้าคอมเค้าเรียกว่า Case Mod นั่นล่ะครับ เริ่มต้นจากการเจาะ ฝา Case ด้านข้าง ใส่ อะคริลิค แทนครับ
my com.
เจ้าตัวนี้เป็นสายยาง ระบบความร้อนด้วยน้ำ ครับ โดยสายยางจะต่อกับ Water Block ครับ
my com
ด้านหลังนี่ เป็นที่พักน้ำ หรือ Water Reserver (เขียนถูกป่าวเนี่ย) ซึ่งน้ำที่ไหลในระบบจะต้องมาพักน้ำที่นี่ครับ
ก่อนที่จะถูกท่อดูดเข้าไปต่อในระบบ หมุนเวียนกันไป เรื่อยๆครับ
000
จากนั้นไม่สะใจ พอครับ ไปหากระดาษ มา Print Sticker แปะข้างฝา Case เข้าไปอีกต่อนึง เพื่อความสวยงาม แถมยังไม่พอใจ ไปบ้านหม้อ ซื้อ LED 12 V. มาต่อกับ Power supply อีก 3 แผง เล่นเอาสว่างไปทั้งห้องเลยครับ
Tags:| ||,|||

Tags :

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1

ในปัจจุบัน คงต้องยอมรับว่า Google เป็น Search Engine ที่โตไวมาก พัฒนาอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่ปี
และแซงหน้ากินส่วนแบ่งตลาดในการใช้งานของ User ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก มีการ Search นับร้อยล้านครั้งต่อวัน

แล้วเจ้า Google มีความสำคัญอะไร??
จากที่กล่าวไว้แล้วว่า Google มีคนใช้นับร้อยล้านครั้งต่อวัน URL ของเว็บต่างๆ ถูกโชว์ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
และรายชื่อเว็บเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจาก Googlebot ที่ทำหน้าที่วิ่งไปตามลิ้งค์ต่างๆ ทั่วเว็บ ทั่ว cyber ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การที่ googlebot กว่าจะกลับมาหาเรานั้นย่อมใช้เวลาอยู่ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับปัญจัยที่แตกต่างกันไป
แต่นั่นมิใช่ว่า เราจะต้องรอรอบต่อๆ กับการมาของ googlebot

แล้ว bot จะมาเมื่อไหร่???
Googlebot จะมาเมื่อไหร่นั้น ไม่มีใครบอกได้ แต่จากบทความจาก www.robotstxt.orgและจากที่อื่นๆ อีก มันจะมีปัจจัยสนับสนุนอยู่หลายข้อด้วยกัน

1. Meta tag สำหรับ Robot
2. การอัพเดทข้อมูลภายในหน้าเว็บไซต์ นั้น มากน้อย แค่ไหน
3. ความสม่ำเสมอ ในการอัพเดท
4. Backlink หรือ ลิ้งค์กลับมายังหน้าเว็บนั้น (Google bot ให้ความสำคัญกับ On Way link มากที่สุด)
5. ลักษณะของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์
6.ปัจจัยอื่นๆ เช่น Google Dance, google sand เป็นต้น

มาดูกันที่อันแรก สำหรับเจ้า Robots META tag เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องให้ความสำคัญกันแล้วเพราะว่า เจ้าสิ่งนี้คือเป็นส่งที่จะสื่อสารกับ
robot ที่เข้ามาอ่านหน้าเว็บเราได้ ซึ่งการใช้งานก็จะเหมือนๆ กับการใส่ meta tag ทั่วไป

<meta content="" name="robots">
<meta content="This page ...." name="description">

ส่วน Properties ต่างๆ จะประกอบไปด้วย การใช้งานตามแบบด้านล่างนี้

<meta name="robots" content="index,follow">
<meta name="robots" content="noindex,follow">
<meta name="robots" content="index,nofollow">
<meta name="robots" content="noindex,nofollow">

ความหมายของ index หรือ noindex ก็จะเป็นตามนี้ครับ
The INDEX directive specifies if an indexing robot should index the page.
The FOLLOW directive specifies if a robot is to follow links on the page.
The defaults are INDEX and FOLLOW.
The values ALL and NONE set all directives on or off: ALL=INDEX,FOLLOW and NONE=NOINDEX,NOFOLLOW.

นอกจากนี้ยังมี revisit-after ที่จะเป็นตัวระบุ หรือ อาจจะเรียกได้ว่า ล่อให้เข้า robot ต่างๆ ย้อนกลับมาอีกครั้ง

<meta name="revisit-after" content="2 days" >

นอกจากเจ้า meta tag จะมีผลต่อการเข้ามาแวะเยี่ยมเยียนเว็บเราแล้ว meta tag ยังเป็นคีย์เวิร์ด ที่จะทำให้ robot เข้าใจหน้าเว็บของเรา
อย่างคร่าว แล้วจัดหมดหมู่หน้าเว็บได้อย่างถูกต้อง
ไว้ตอนหน้า จะมากล่าวถึง meta tag เพิ่มเติมอีกตอนหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าจะจบหรือไม่นะครับ

***
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสม กับตัว search engine ต่างๆ เพื่อให้ได้อันดับของผลที่ได้จากการ search อยู่ในอันดับต้นๆ

TAG: , , , , , ,
WEB: http://www.mthai.com/ www.mthai.com/technology

Tags :

SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2

สำหรับ meta tag นั้น ยังคงมีความสำคัญต่อ robot ทั้งหลายที่จะวนเวียนเข้ามาวนเวียนอยู่ในเว็บเรา
ซึ่งจริงๆแล้ว การที่จะทำให้เจ้า robot ที่ว่านี้ สามารถอ่านเนื้อหาอย่างคร่าวๆ ของหน้าเว็บได้นั้น จำเป็นที่จะต้องใส่ในส่วนของ

<meta name="Keywords" content="...">

keyword มีความสำคัญอย่างไร??
อันดับแรก ในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บอกให้ robot ต่างนำ keyword เหล่านี้มาเปรียบเทียบ ก่อนที่จะจับ url ของเว็บไซต์เราลงไปในฐานข้อมูล เพื่อที่จะให้ง่าย และรวดเร็วในการค้นหาของผู้ใช้งาน
เช่น เราใส่คีย์เวิร์ดว่า "seo" เหล่าโรบอทหรือสไปเดอร์ ที่มาอ่านเจอคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ก็จะนำ url ลงไปยังฐานข้อมูล ในกลุ่มของ keyword ว่า "seo" เมื่อผู้ใช้งานค้นหาคำว่า seo ผลที่ได้ ก็จะมี url ของเราแสดงมาทันที หากผู้ใช้ ค้นหาคำอื่นๆ search engine ทั้งหลายก็จะไปเลือกค้นคำอื่นๆ มาแสดงแทน

อย่างนี้เราใส่ keyword เยอะ ก็ดีสิ???
คงไม่ใช่แน่ๆ หากคิดแบบนั้น เพราะเหล่าโปรแกรมเมอร์ที่เขียนเจ้า robot ขึ้นมานั้น ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ยังไงซะ ก็จะต้องมีผู้ที่คิดที่จะทำการใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมาก หรือ เรียกว่า การ Spam keyword เข้ามา ทางผู้เขียนจึงใส่ให้ robot พอที่จะแยกแยะได้ว่า สิ่งที่เราทำนั่นเป็นการสแปมคีย์เวิร์ดหรือไม่

ส่วนหนึ่งของการเช็ค นั่นคือ เจ้า meta tag อีกตัวหนึ่ง ที่ชื่อว่า Description นั่นเอง

<meta name="Description" content="...">

จะเป็นส่วนที่ให้เราสามารถใส่รายละเอียดคร่าว ของเว็บไซต์ หรือหน้าเว็บไซต์ที่เราจัดทำขึ้นมานั่นเอง
โดย robot จะนำค่าที่ได้จาก keyword มาเปรียบเทียบกับใน Description ว่ามีส่วนที่ตรงกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือไม่

แปลงค่าที่ได้ออกมาเป็นข้อมูลให้เก็บเข้าสู่ฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลจะถูกตีค่าเป็นตัวเลขมากหรือน้อย (อาจจะมีการเก็บเป็นรหัสก็เป็นไปได้ เนื่องจากเหล่าผุ้ผลิต robot จะเก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับที่สุด)

ดังนั้น เมื่อมีผู้ใช้ search ใช้คีย์เวิร์ดคำว่า "seo" เหมือนเดิม การเรียงลำดับในการแสดงขึ้นมาก่อนหลังนั้น จะอาศัยจากค่าเหล่านี้นั่นเองว่า url ใด ที่มีค่ามากที่สุด

<meta NAME="KeyWords" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">
<meta NAME="Description" CONTENT="เกมส์ ดูดวง ฟังเพลง เพลง หางาน เนื้อเพลง เกม กลอน สารบัญเว็บไทย Chat เว็บบอร์ด หาเพื่อน ไดอารี่ ดูดวง ฟุตบอล รถยนต์ ดูหนัง ละครดารา เซ็กซ์ ผู้หญิง มือถือ ฟรี sms ท่องเที่ยว นักศึกษา Chat ตกแต่งมือถือ ส่งอีการ์ด ฟรี อีเมล์ ดาวน์โหลด หางาน Job sex เซ็กส์">

จากตัวอย่างด้านบน เป็นการใส่ค่าคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งอันดับต้นของไทย ที่ใส่ meta tag ทั้งสองตัวเหมือนกัน ซึ่งน่าจะคาดหวังว่า จะได้รับอันดับดีๆ

แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่า robot มิได้อ่านจบเพียงแค่ใน meta tag แล้วจบ เก็บข้อมูลเสียเมื่อไหร่
robot สร้างมาเพื่อให้ฉลาดพอที่จะเข้าไปอ่านเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ในหน้านั้นๆ ต่อจนจบ

จากนั้นจึงจะนำเอาคำที่ได้จาก keyword,description และ content มาตรวจสอบว่า มีคำที่ตรงกันมากน้อยเพียงใด แล้วจึงค่อยประเมินค่ามากน้อยออกมา

สาเหตุที่เหล่า robot จะต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อให้ได้หน้าเว็บหรือ url ที่มีเนื้อหา มีข้อมูลตรงกับที่ผู้ใช้งาน search engine ต้องการมากที่สุด เพราะว่า หากเมื่อใดที่ผู้ใช้งาน ค้นหาและเจอกับข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่ต้องการเลย ย่อมทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจ หันไปหา search engine อื่นทันที

ถ้าอย่างนั้น เราก็เอา คีย์เวิร์ดไปแปะในหน้าเว็บไซต์เลยก็ได้ใช่ไหม??
คำตอบคือ ไม่ใช่

การที่เราจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ใส่ลงไปในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ robot อ่านเจอนั้น จะต้องไม่ใช่การที่จะนำลงไปแปะอย่างจงใจเกินไป เช่นก้อปปี้ลงไปทั้งอันนั้น เป็นการกระทำที่ผิดวิธี เพราะ
1. robot ฉลาดพอที่จะเช็ค string ทั้งหมดว่า เหมือนกับการจงใจใส่ลงไปหรือไม่ (สแปมคีย์เวิร์ด) โดยดูจากการกระจายของคำในหน้าเว็บไซต์ ประกอบกันไป
2. แม้ว่า robot อาจจะให้ค่ามากๆ แต่ในที่สุด ผู้ใช้งานอื่นๆ อาจจะแจ้งไปยัง search engine ว่า เราทำการ spam keyword และจะทำให้เราถูกขึ้นบัญชีดำ ตัด url ออกจากสารบบ ก็เป็นได้ ดังนั้น ถามตัวเองก่อนว่า คุ้มกันหรือไม่??

จุดน่าสังเกตกับวิธีการใส่ keyword เหล่านี้คือ
1. ประโยคในภาษาไทยนั้นจะเป็นประโยคยาวๆต่อกัน ดังนั้น การเว้นวรรค ในช่วงคำสำคัญ หรือคำที่เราต้องการจะให้เป็นคีย์เวิร์ดนั้น จะช่วยให้ search อ่านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งคำในภาษาไทยยังมีตัวสระ วรรณยุกต์ ที่อยู่ทั้งด้านล่างและด้านบนตัวอักษร ทำให้ robot อ่านและตีความหมายได้ไม่ดีเท่าภาษาอังกฤษ
2. การนำเอาคีย์เวิร์ด มาใช้ในหน้าเว็บนั้น เราจะเป็นที่จะต้องมองด้วยว่า คีย์เวิร์ด และเนื้อหานั้น เป็นไปในแนวทางเดียวกันหรือไม่ เป็นอันเดียวกันหรือไม่ (แนะนำว่า ควรเป็นไปในแนวเดียวกันหรือเรื่องเดียวกัน)
3. เมื่อผ่านทั้ง 2 ข้อผ่านมาแล้ว เข้าสู่ขั้นสุดท้ายในการใส่คีย์เวิร์ดเหล่านั้นลงไป โดยให้คีย์เวิร์ดกระจายตัวกันอยู่ในส่วนเนื้อหาให้มากที่สุด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10-20 คำลงไป เว้นวรรคแยกคีย์เวิร์ดเหล่านั้นออกมาสัก 1 เคาะ
4. เช็คเหล่าคีย์เวิร์ดที่มีในหน้าเว็บ ด้วยการทำไฮไลต์ คำสำคัญเหล่านั้น (อาจจะใช้ google toolbar ช่วย)
แล้วตรวจดูการกระจายของคำสำคัญ เหล่านั้นในหน้าเว็บไซต์ หากเห็นว่า ยังติดกันเกินไป ก็ลองปรับ กระจายคำสำคัญให้มากขึ้นอีกนิดหน่อย ก็จะพอช่วยให้ ได้คะแนนดีขึ้นไม่มากก็น้อยทีเดียว
5.การใส่คีย์เวิร์ดจากตัวอย่าง ที่ยาว เยิ่นเย้อ มากเกินพอดี และความจำเป็น มิได้ช่วยในการจัดอันดับใน Google SERP's เลย หากคีย์เวิร์ดนั้นไม่ตรงเป้าหมายพอ การเลือกคีย์เวิร์ด ที่อยู่ในเนื้อหา หรือการ พยายาม Match เนื้อหาเข้ากับ คีย์เวิร์ดน่าจะช่วยได้ดีกว่า การใส่คีย์เวิร์ดแบบหว่านแหมั่วไป โดยที่ ไม่รู้ว่า ฝูงปลาอยู่ที่ไหน ย่อมไม่ได้ปลา อย่างแน่นอน

***หมายเหตุ
จริงๆ แล้วนั้น ยังมีในส่วนของ tag title ในหน้าเว็บไซต์อีกด้วย
ที่ควรจะมีคำสำคัญเกาะกลุ่มอยู่ด้วย จะส่งผลให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

TAG:| | | | || | | | , | | |

Tags :

SEO project ::Website always update.

การทำ [tag]SEO[/tag] นั้น หลังจากที่เราได้ทำการยัดเจ้า keyword ต่างๆ ลงในเว็บไซต์แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ [tag]Meta tag [/tag]หรือว่า ในส่วนของเนื้อหาภายในหน้าเว็บแล้วนั้น
ยังไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้ [tag]robots[/tag] ของ search engine ต่างๆ เข้ามาเป็นประจำ

สาเหตุที่น่าจะอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้ เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น [tag]webportal[/tag],[tag]web directory[/tag],[tag]web communities[/tag] หรือแม้แต่[tag]เว็บบล็อก[/tag] (Webblog) ที่มาแรงอย่างมากในขณะนี้ มีผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด แต่ในขณะเดียวกัน เว็บที่เกิดขึ้นมาแล้วตาย หรือปิดตัวลงนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน [tag]Search Engine[/tag]ยังไง ก็ยังเป็น search ที่ดีต่อไป ดังนั้นมันจะมีค่าอะไรที่ การค้นหานั้นเจอข้อมูลที่ไม่มีการ [tag]update[/tag] เลย???

นั่นเอง ทำให้เราที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ หมั่น update content ต่างๆ อยู่เป็นประจำไม่ขาดตกบกพร่อง
ยิ่งอัพได้ไวเท่าไหร่ยิ่งดี อย่างน้อย ก็ควรจะมีการ update content ทุกวัน

ในขณะที่เว็บที่มี Webboard ต่างๆ นั้นมีการอัพเดทอยู่เป็นประจำอยู่สม่ำเสมออยู่แล้วนั้น ก็ดีใช่หรือไม่
คำตอบ ก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว ยิ่งการที่เป็นเว็บบอร์ดด้วยแล้ว ซ้ำร้ายหากเป็นเว็บบอร์ดที่มีการโพสต์กระทู้เร็วๆ
หรือเรียกง่ายว่า กระทู้มันวิ่งเร็วนั่นล่ะครับ

สาเหตุคือ อันดับแรก การที่ googlebots หรือ Robots ตัวอื่นๆ นั้นจะเข้ามาทำ Index หน้าเว็บของเรานั้น มิได้มาทุกวัน (ยกเว้นเว็บดังระดับโลก) และการมานั้น ก็มิได้อยู่ทั้งวัน มาแค่ทำ [tag]indexs[/tag] และ [tag]Crawl[/tag] ไปตามลิ้งค์ หมดแล้วก็ไป จึงถือได้ว่า นั่นเป็นเพียงเวลาสั้นๆ เท่านั้น จึงทำให้ หน้ากระทู้ที่มาทีหลัง ย่อมจะไม่ได้ถูก crawl ไปด้วย

อันดับต่อมาคือ ความเป็นเว็บบอร์ด ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบ Dynamic ทั้งอัน หรือ การทำแบบพยายามให้เป็น Static ด้วยการเจนเนอเรท เป็นไฟล์ html นั้น ไม่ได้ช่วยให้อันดับใน google ขึ้นเท่าไหร่ มาจาก ความที่หลากหลาย หรือ วาไรตี้ของ เว็บบอร์ดนั่นเอง

เพราะอย่างที่เคยกล่าวมาแล้ว ถึงเรื่องความสำคัญของ Meta tag ใน SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2 และ
SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1 ถึงความสำคัญของ Meta Tag ต่างๆ ที่ googlebot นำมาเป็นส่วนหนึ่งใน การคิดอันดับนั้น (ย้ำว่า เป็นส่วนหนึ่งนะครับ เพราะปัจจุบัน google ให้ความสำคัญกับ Content มากกว่า) ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมด เจ้า meta tag ในเว็บบอร์ดทั้งเว็บ ทำให้ googlebot อ่านเจอ meta tag อีกอย่างหนึ่ง เนื้อหาในกระทู้อีกอย่างหนึ่ง  เมื่อนำไปคำนวณแล้ว จึงได้คะแนนที่ไม่ดีนัก โอกาสที่จะขึ้นอันดับนั้นเลยยาก

แต่นั่นมิได้หมายความว่า ไม่มีโอกาส เพราะหากเว็บบอร์ดนั้นๆ สามารถที่จะดึงกระทู้ส่วนใหญ่ ให้มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ตรงกับ keyword หรือ Description แล้ว นั่นก็มีโอกาสที่ google จะนำขึ้นอันดับต้นๆ เช่นกัน

ดังนั้น ไม่ว่าจะยังไง ก็แล้วแต่ Google หรือ Search Engine ตัวอื่นๆ นั้น ก็ยังคงพยายามทำตัวเป็น Search Engine ที่ดี ด้วยการพยายามให้ User ที่ใช้งาน ได้รับเนื้อหา ได้รับ Content ตรง กับที่ต้องการมากที่สุด อยู่วันยังค่ำ

แม้ว่า เราจะพยายามที่จะทำ SEO ทั้งแบบทั่วไป หรือ แบบโกงๆ ที่เรียกว่า [tag]Blackhat SEO[/tag] ก็ตาม มันก็คงไม่ได้ผล หรือได้ผลแค่เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น หากเนื้อหา หรือ Content ของเราไม่ดีพอ

แล้วมันจะมีประโยชน์ อันใดเล่า???

Tags :

RSS Internet Marketting:: การทำการตลาดด้วยระบบ RSS

สำหรับระบบ RSS นั้น ในปัจจุบันในประเทศไทยเอง ยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเห็นประโยชน์มากนัก เช่นเดียวกับ Webblog หรือ Blog ที่แม้ว่าในประเทศไทยเราเอง จะรู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า มันจะทำการตลาด หรือ ช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร

ก่อนอื่น ว่าด้วยระบบ RSS ก่อน ซึ่งได้กล่าวถึงไปบ้างแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่หากเรามองถึงประโยขน์ในการตลาดแล้วล่ะก็ มันก็คงไม่ยากเหมือนกัน

ที่ว่าไม่ยากเพราะ หากเราใช้ระบบ Blog หรือเว็บบล็อก ช่วยในการทำเนื้อหาของหน้าเว็บไซต์ เว็บบล็อกโดยส่วนใหญ่ มีระบบ RSS นี้อยู่แล้ว ดังนั้น หากเราทำเนื้อหา หรือแนะนำสินค้า ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง ย่อมจะมีผู้ที่สนใจ นำข้อความของท่านไปแปะในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ถือเป็นการ PR แบบปากต่อปาก เหมือนอย่างที่จะเห็นกระแสในอินเตอร์เน็ตที่ส่งผลหนังอย่างเรื่อง โหมโรง กันไปแล้ว

ดังนั้น อย่าดูถูก การทำตลาดออนไลน์นะครับ

ประเด็นต่อมาคือ หากเนื้อหาที่ถูกนำไปใช้ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดแล้วก็ตาม การลิ้งค์กลับมาย่อมเกิดขึ้น
ผลที่ได้ตามมาติดๆคือ การได้ลิ้งค์กลับมายังบล็อก ที่ทำการค้า ทำให้ผู้ที่คลิกลิ้งค์มานั้น ได้เห็นผลิตภัณฑ์ขอเรามากยิ่งขึ้น

การตลาดย่อมกระจายตัว product จาก 1 เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 ต่อไปเรื่อย

ประโยชน์ของระบบ RSS ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเพียงแค่เราทำการอัพเดท หรือปรับปรุงบทความเข้าไปใหม่ ระบบ RSS ก็จะส่งข่าวไปยังที่ต่างๆ ที่นำ RSS ของท่านไปติดตั้ง ทันที

ซึ่งจริงๆแล้ว ระบบ RSS มิได้มีเพียงแค่การนำไปแปะในหน้าเว็บเท่านั้น ยังมีโปรแกรมจำพวก RSS Reader อีกจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าเว็บบราวเซอร์ทั้งหลาย ต่างก็สนับสนุน ระบบนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ยกเว้น Internet Explorer 6.0 ลงไปเท่านั้น) ที่จะทำให้ผู้อ่าน หรือผู้สนใจ ที่เก็บ RSS Feed ของคุณไว้ ได้รับข่าวสารใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ทันทีที่คุณอัพเดทเลยทันที

เพราะเมื่อมีการอัพเดทข่าว โดยเฉพาะบล็อก จะมีระบบ RSS pinging ที่จะส่งข้อมูลไปเตือนเว็บต่างในรายการที่คุณเพิ่มไว้ทันทีที่คุณอัพเดท ทำให้บรรดาเว็บไซต์ ที่ทำหน้าที่เป็น FeedFarm รับรู้ทันทีว่า คุณ อัพเดทแล้ว

นับว่า เร็วกว่า การที่คุณจะทำ PR ผ่านทางระบบอื่นๆ ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ยังใช้ทุนต่ำอีกด้วย

นอกจากการนำเสนอ บทความ แนะนำสินค้าแล้ว คุณยังสามารถที่จะทำระบบ RSS ที่เป็นการประชาสัมพันธ์ต่างๆ โปรโมชั่น สินค้าใหม่ รวมทั้ง ราคาสินค้าต่างๆ ได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย กับการที่เราจะทำตลาดด้วยระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimized เพื่อการค้นหาที่ดีที่สุดของเว็บของคุณ, ความสม่ำเสมอในการอัพเดท, การสร้างสังคม หรือ Community ภายในเว็บ และที่สำคัญที่สุดคือ

จรรยาบรรณ ในการนำเสนอสื่อของตนที่มีอยู่ จะต้องอยู่ในขอบเขต หรือขอบข่ายที่ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนัก จุดนี้เองที่เป็นจุดที่สำคัญเช่นกันครับ

TAGs: , , , , , ,

Tags :

SEO tool

Search Engine Optimization: SEO Tools

  • Google SERP tool : Top 100 Rankings Position Check
    สำหรับเช็คอันดับของเว็บไซต์เราครับ ด้วยการใช้ keywords ที่เรา Optimize ไว้นั่นล่ะ
  • Site Link Analyzer
    สำหรับวิเคราะห์ลิ้งต่างๆ ทั้งจากภายนอกเว็บ และภายใน
  • Keyword Suggestions for Overture
    ตัววิเคราะห์ Keyword ที่ต้องการ เพื่อดูปริมาณการใช้ Keyword ที่ทดสอบว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกKeyword
  • Page rank Lookup
    สำหรับดู pagerank ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง toolbar แต่อย่างใด สามารถดูได้พร้อมๆ กันหลาย URL
  • Keyword Suggestions for Google
    Keyword Suggestions สำหรับกูเกิ้ลโดยเฉพาะ สำหรับดูคีย์เวิร์ด ที่มีการใช้งานบ่อยใน google
  • Google Datacenter Watch Tool
    ใช้ในการตรวจสอบ ลำดับทั้งหมดในแต่ล่ะ Server ของ Google
  • search engine keyword competition
    สำหรับตรวจสอบปริมาณ keyword ที่ต้องการ ว่ามีการแข่งขัน หรือมีจำนวนคู่แข่ง มากน้อยเพียงใด
  • Google & yahoo Quick check
    เช็คลำดับของเว็บไซต์ จากคีย์เวิร์ด ที่ต้องการทั้งใน Google และ yahoo
  • search engine saturation.
    เช็คปริมาณ backlink ใน Google , MSN, Yahoo, & HotBot
  • Google dance
    เช็ค google dance ว่ามีอันดับในแต่ละ server ของ google แตกต่างกันขนาดไหน คล้าย กับ Google Datacenter Watch Tool

  • page size
    เช็ค ขนาดหน้าเว็บไซต์
  • Google AdWords Keyword Suggestion Sandbox
    ตรวจสอบ keywords ใน google ที่มีคนส่งมา
  • ultimate seo tool
    ใช้ในการตรวจสอบ ปริมาณคีย์เวิร์ดแต่ละคีย์เวิร์ด ที่มีในหน้าเว็บไซต์ ตั้งแต่ 1-3 คำ
  • Search Engine Rank Report
    ตรวจสอบลำดับ ของเว็บไซต์ ใน search ต่างๆ ด้วย คีย์เวิร์ด
  • B-neighborhood
    สำหรับเช็ค Bad neighborhood มายังเว็บของเรา
  • Sandbox Detection Tool
    สำหรับตรวจสอบ ว่า อันดับหรือเว็บไซต์ของเราติดอยู่ใน sandbox หรือไม่
  • One Way Link Verify
    ตรวจสอบ One way link
  • Keyword Density
    หาคีย์เวิร์ด เช็คปริมาณคีย์เวิร์ดในหน้าเว็บ
  • KEYWORD DENSITY & PROMINENCE v1.2
    หาคีย์เวิร์ด เช็คปริมาณคีย์เวิร์ดในหน้าเว็บ
  • Keyword Density Analyzer v1.3
    หาคีย์เวิร์ด เช็คปริมาณคีย์เวิร์ดในหน้าเว็บ
  • Google Zeitgeist
    Top Search Queries in Google

Google Sitemap Generator

CMS and Other Plugins:

Downloadable Tools:

Online Generators:

Tags :

SEO project :: Hot Google Ranking Factor.

เชื่อว่า หลายคน คงสงสัยว่า[tag] Google[/tag] มีค่าา[tag] Factor[/tag] อะไรบ้าง สำหรับในการจัด Rank
คงต้องตอบตรงนี้ว่า มีหลาย ปัจจัยด้วยกัน ที่จะทำให้ Google จัดอันดับเว็บไซต์ ซึ่งจะแบ่งเป็นส่วนนะครับ
ซึ่งรายละเอียดในแต่ละหัวข้อนั้น ผมจะทยอยมาเพิ่มเติมให้อีกทีนะครับ เอาเป็นว่า อันนี้ถือเป็น Scope คร่าวกันก่อน
1.ส่วนของ[tag] KEYWORDS[/tag]
  • [tag]Keyword in URL[/tag]
    ส่วนตัว URL นั้น ยิ่งมีคีย์เวิร์ด ตรงเท่าไหร่ Google ยิ่งจัดอันดับให้สูงขึ้น
  • [tag]Keyword in domain name[/tag]
    ในส่วนของชื่อ โดเมนเนม นั้น google ก็ให้ความสำคัญไปไม่น้อยเลย ไม่เชื่อลองค้นหาคำว่า "msn" สิครับ
2.[tag]Keyword in title tag[/tag]
  • Keyword in title tag [ SEO project :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #2 ]
    คีย์เวิร์ดใน title tag นั้นมีความสำคัญทีเดียว ซึ่งคีย์เวิร์ดใน title tag ที่ดี ไม่ควรจะเกิน 60 ตัวหนังสือ หรือ 60 Char และไม่มี ตัวอักษรพิเศษ เพราะหลังจาก Florida Update เพื่อต้องการป้องกันการใส่ ตัวอักษรพิเศษ ที่จะทำให้ Bots คิดผิดไปจากปรกติ
  • Keyword in description meta tag [[tag]SEO project[/tag] :: Meta tag นั้น สำคัญไฉน?? #1]
    แม้ว่า หลังจาก[tag] Florida Update[/tag] แล้วจะมีผลน้อยลงกว่าปรกติ แต่ก็ยังมิได้หมายความว่าไม่มีผลเสียทีเดียว
3.Keywords - Body
  • Keyword in H1, H2 and H3
    ตรงส่วนนี้ เริ่มมามีผลต่อเนื่องจาก Florida Update เช่นกัน และยังคงมีผลมากขึ้น หลังจาก[tag]ที่มี Jagger Update[/tag] ในครั้งล่าสุด
  • [tag]Keyword density[/tag] in body text
    ควรมี คำสำคัญประมาณ 5-20% ของเนื้อหาทั้งหมด ยิ่งการใส่ tag ... google จะถือว่า เป็นคำสำคัญมากกว่าตัวอักษรปรกติ
4.[tag]INCOMING LINKS[/tag]
  • [tag]Page Rank[/tag]
    google จะให้ความสำคัญของจำนวน และคุณภาพของลิ้งค์ ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์
  • [tag]Anchor text[/tag] of inbound link
    การลิ้งเชื่อมโยงภายในหน้าเว็บไซต์ ด้วยการใส[tag]่ Anchor link[/tag] แต่หากใส่ในปริมาณมากเกินไปนั้น เมื่อ googlebots ทำการ crawl หน้าเว็บ และพบ anchor link จำนวนมากๆ จะเกิดการ crawl วนไปมาจนเกิด[tag] Googlebomb[/tag] ได้ จึงควรระวังในการใช้งาน
  • Link from "Expert" site
    ลิ้งค์จาก เว็บไซต์ในกลุ่มเดียวกัน มีเนื้อหาเหมือนหรือใกล้เคียงกัน ที่เว็บนั้นๆ มีค่า PR สูงกว่า มายังเว็บของเรา นั่นย่อมส่งผลดีแก่เราด้วย
5.DIRECTORIES
  • Site listed in [tag]DMOZ Directory[/tag]
    ข้อมูลของ google directory ส่วนใหญ่ หรือ แทบทั้งหมดมาจา[tag] DMOZ[/tag] directory ดังนั้น หากเราสามารถเพิ่มใน DMOZ ได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีทีเดียว แต่... บางครั้งอาจจะต้องรอนานเป็นปีทีเดียว (จะรอดีไหมเนี่ย)
  • Site listed in [tag]Yahoo Directory[/tag]
  • [tag]Site Age[/tag] - Old shows stability
    นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ google เคยเจอดีมาก่อน ด้วยการเปิดเว็บไซต์จำนวนมาก เพื่อทำลิ้งค์มายังเว็บหลัก หวังเพิ่ม Rank
สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งหลัก ที่เกี่ยวข้องกับ ปัจจ[tag]ัย Google Ranking[/tag] ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในแต่ละส่วนยังมีรายละเอียดเพิ่มเติม ขึ้นไปอีก ซึ่งทางผมเองจะทยอยมาอัพเดท และจะพยายามให้ครบมากที่สุดครับผม
Tags :

Seo Tool page : Best tool for seo.

วันนี้เพิ่มเติมใส่ส่วนของ หน้า รวมเกี่ยวกับเจ้า SEO tool ซึ่งเป็นเครื่องมือหลังๆ ที่จำเป็นในการทำ SEO หรือ Search engine optimization เลยนะครับ

ซึ่งได้รวมไว้หลายตัวเหมือนกัน คัดเอาแต่ที่เน้นๆ เท่านั้น ส่วนตัวอื่นๆ จริงๆ ก็มีอยุ่เยอะ แต่ยังไม่อยากแนะนำ เพราะบางตัวไม่ค่อยรุ่ง อย่าง SEO toolbar เป็น toolbar คล้ายกับ google toolbar นั่นล่ะครับ แต่ว่ามันถูกเขียนด้วย .Net เวลา รันนี่เล่นเอา IE แทบค้าง แถมยังต้องลง .NetFramework อีก เปลืองเนื้อที่เข้าไปใหญ

ซึ่ง tool ที่รวบรวมไว้ ส่วนใหญ่นี่ free ทั้งนั้นครับผม ก็ลองใช้งานดูนะครับ กับ SEO tool

Tags: , , , ,

Tags :

Wap service in www.i-morm.com

ไหนเปิดเว็บบล็อกทั้งทำ จะทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน

ไอ้มอม ดอทคอม เลยจัดให้ครับ กับ http://www.i-morm.com[tag]on Mobile[/tag] นะครับ

ทุกท่านสามารถเข้าเยี่ยมชม บล็อกได้ผ่านทาง [tag]wap service[/tag] โดยเข้ามาที่

http://www.i-morm.com/wp-wap.php นะครับ
สำหรับการอ่านบล็อก ทั่วไป

และ http://www.i-morm.com/wp-wap-comments.php
สำหรับการอ่านเฉพาะคอมเม้นต์ต่างๆ

เพื่อให้ทุกท่านสามารถอ่านบล็อกของผม ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ ที่มีมือถือและสัญญาณนะครับ
จริงๆแล้วเพื่อ ตัวผมมากกว่า จะได้ลองเทสต์ ส่งบทความลงบล็อก ด้วยมือถือ :P
เรียกว่าไรดีนะเนี่ย [tag]บล็อกบนมือถือ[/tag],[tag]บล็อกออนโมบาย[/tag],[tag]mobileblog[/tag],[tag]moblog[/tag],[tag]blog on moble[/tag],[tag]blog in mobile[/tag]

และแล้ว เราก็กระโดดไปอีกขั้น ครับผม

Tags :

SEO project :: Link for Googlebot.

[tag]Robots[/tag] หรือ[tag]Spider[/tag] ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ crawl ไปตามหน้าเว็บผ่านทางลิ้งค์ต่างๆ ซี่งนั่นเองเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับ Link และ URL ด้วย

เว็บไซต์ในปัจจุบัน มักจะใช้ลิ้งค์ในรูปแบบของ[tag]Dynamic link[/tag] เพราะการทำระบบด้วยภาษาสคริปต์นั้น สามารถทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ง่ายต่อการจัดการ และสามารถพัฒนาต่อยอดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการทำ search, การปรับไปทำระบบ RSS หรือ Feed หรืออื่นๆ
โดยลักษณะของลิ้งค์จะเป็น

< a href="url?var1=x&var2=y&var3=z" mce_href="url?var1=x&var2=y&var3=z">link text

ซึ่งการลิ้งค์ในรูปแบบนี้ ดูเหมือนจะไม่น่ามีปัญหาอะไรต่อการใช้งาน แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ spider
เพราะเหล่า spider หรือ robots หลังจากที่ crawl ไปตามลิ้งค์แล้ว จะต้องนำข้อมูลลิ้งมาใช้งานต่อ
มิใช่แค่ลิ้งค์ไปแล้วจบ

การที่ลิ้งค์ มี parameter ต่างๆ มากกว่า 2 เริ่มจะส่งผลร้าย ทำให้ robots หรือ spider ทำงานหนักขึ้น
และทำให้ มันทำงานได้ช้าลง โอกาสที่จะทำให้การพิจารณาให้ pagerank กระทบทันที

ปัญหายังไม่จบสำหรับคนไทย เมื่อคำในภาษาไทย จะถูกเข้ารหัสเป็น[tag]UTF-8 สำหรับ google[/tag] ในการประมวลผลของ [tag]googlebot[/tag] ซึ่งหาก programmer ส่งค่าใน parameter เป็นภาษาไทย ก็จะเป็นลักษณะด้านล่าง

%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1

ซึ่งยาวมาก (ส่วนท่านที่อยากรู้ว่า ข้อความนี้เป็นอะไร ลองคลิกดูได้ ที่นี่ ) นั่นเอง มันกลายเป็นยาขมสำหรับ Spider ไปในที่สุด

ประเด็นต่อมาคือ การสร้างเว็บในปัจจุบัน มักจะมีเว็บบอร์ด เพื่อสร้าง Comunity ภายในเว็บไซต์ และสคริปต์ฟรีเว็บบอร์ดลูกเล่นเยอะจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็น IBP หรือในตระกูล Nuke ทั้งหลายแหล่ ซึ่งส่วนหนึ่งนั้น จะใช้การส่งค่า [tag]sesion หรือ cookies[/tag] ไปกับ url เพื่อตรวจสอบ หรือเพื่ออะไรบางอย่างก็แล้วแต่

ประเด็นอยู่ที่ว่า search engine ทั้งหลาย จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากลิ้งค์ ที่มีค่าพวกนี้ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะ sesion และ cookies ถูกสร้างขึ้นเฉพาะตัวและเฉพาะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่นาน sesion ,cookies เหล่านั้น ก็จะตายไป ลิ้งค์ ก็จะไม่สามารถใช้ได้ในที่สุดนั่นเอง

จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่า Robots ทั้งหลาย จะ crawl ไปตามลิ้งค์ในหน้าเว็บ ดังนั้น เราใส่ลิ้งเยอะๆ ก็จะดี bots จะอ่านหน้าเว็บเราได้ทุกหน้า เป็นความคิดดี แต่ไม่รุ่ง เพราะว่า Robots มักจะไม่อ่านลิ้งค์ ที่มากเกินกว่า 100-300 ลิ้งค์ในหน้าเว็บ

ทั้งนื้ เพื่อป้องกันการหลอกล่อ spider ข้างต้น ป้องกันการทำ [tag]link farm[/tag] รวมทั้ง เป็นการลดภาระ และลดเวลาในการอ่านหน้าเว็บอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากการไม่ทำลิ้งค์เกินกว่า 100-300 ลิ้งแล้วนั้น การทำลิ้งค์ที่ต้องคลิกมากกว่า 3 ครั้ง จึงจะไปถึงข้อมูล ยังทำให้ googlebots ไม่อ่านหน้าเว็บภายในอีกด้วย

สาเหตุนั้น น่าจะมาจาก การที่ google พยายามจะทำตัวให้เป็น search engine ที่ดี คนส่วนมาก ไม่คิดที่จะคลิกลิ้งค์ เกินกว่า 3-4 ลิ้งค์ จึงจะถึงข้อมูล ทำให้น่าจะเป็นที่มาที่ทำให้ spider ส่วนใหญ่ไม่อ่านลิ้งค์ ที่ลึกเกินกว่า 3 คลิก

Tags :

Comment me pls.

สำหรับท่านที่แวะเวียนเข้ามา ช่วยลงชื่อหรือ comment กันด้วยนะครับ
อยากจะรู้ ว่า ที่เขียนๆ เนี่ย มีคนเข้าใจรึป่าว หรือว่า มีคนสนใจรึป่าวนะครับ

For visitors.
if u have any thing or commnet.
pls. comment me
oh. pls.

Tags :

SEO project : Google Update

สิ่งหนึ่งในการทำ seo คือการติดตามการ Update ของ Google ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว
การอัพเดทในแต่ละครั้งจะไม่แน่นอน ซึ่งการอัพเดทนี้ หมายถึงการอัพเดทระบบครั้งใหญ่ๆ เท่านั้น
มิได้หมายถึงการอัพเดท backlink แต่อย่างใด

2005 -
Nov. 5 - Jagger 3 Update
Nov.10 all done - settling out..

October 26 - Jagger 2 Update
More SERPs churning - OLD is highly valued.

October 17 - Jagger 1 Update
Recent Links, Recent Sites = SERP Turmoil
Google has declared war on phony links
Devaluation of reciprocal from unrelated-subject pages
Devaluation of links from "link houses"
Devaluation of purchased links
Big allinanchor changes
Large companies thrust to the top of the SERPs
Sandbox update
Lowering of sandbox threshold - re-sandboxing
Too fast link accumulation - links acquired too quickly
Deeper sandbox (longer - over 6 months)
Some suggest that one's site really had to be online before January 2004,
in order to avoid most ramifications of the sandbox.

Brief Google Algorithm Update List -
2005 - Sept. - the "False" Update (Sep.22 - Big update, many changes)
2005 - May - Bourbon Update
2005 - Febr.- Allegra Update - Feb.17, 2005, Some sites released from the sandbox, but many remain.

2004 - Feb.- Brandy Update
2004 - Jan.- Austin Update

2003 - Nov.- Florida Update
2003 - June - Esmeralda Update
2003 - May - Dominic Update
2003 - Apr. - Cassandra Update
2003 - Mar. - Boston Update

ที่มาจาก http://www.vaughns-1-pagers.com/

Tags :

Blog promotion.

หลังจากที่ตัดสินใจ เช่าโฮสต์และจดโดเมนเนม จัดทำเว็บบล็อก ส่วนตัวแห่งนี้
ผมใช้เวลาเริ่มต้น ศึกษา วิธีการทำ promotion แบบฟรีๆ จากเว็บไซต์ ทั้งไทยและเทศ
อยู่หลายต่อหลายเว็บ

ทดลองระบบที่ฟรีโฮสต์ อยู่หลาย อาทิตย์ ซึ่งระบบที่ทดลองนั้น มีทั้ง

- สคริปต์บล็อก
- การโปรโมทบล็อก
- ระบบการติดโฆษณา
และอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน

ซึ่ง ณ วันนี้
ลิ้งค์ของ บทความในบล็อกแห่งนี้ อยู่ในระบบ ของ Google เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มีลิ้งค์มาจากเว็บต่างประเทศอยู่สองสามแห่ง

ถือว่า เป็นที่น่าพอใจ สำหรับการทำบล็อก ที่เริ่มต้นเมื่อ วันที่ 6 มกราคม 2549
นับเวลาได้ 7 วันพอดีครับ

ถือว่า ประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง และแน่นอนว่า บล็อกแห่งนี้ จะถูกใช้ทดลอง ใช้เล่น
ใช้สื่อสารในสิ่งที่อยากจะทำต่อ ออกไปอีกเรื่อยๆ

และ ผลแห่งความสำเร็จ จะเป็นอย่างไรในอนาคต ผมไม่อาจคาดคะเนได้

แต่

ณ วันนี้ ผมถือว่า นี่คือการเริ่มต้นที่ดีของผม

SEO project :Finding Keywords.

[tag]การทำ SEO[/tag] นั้น นอกจากการที่เราจะต้องทำการ [tag]Optimization[/tag] ในหน้าเว็บไซต์โดยการใส่ keyword ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันเนื้อหา
หรือที่เราต้องการแล้วนั้น จุดสำคัญคือ [tag]keyword[/tag]

เราจะสรรหา หรือสร้าง หรือคิด keyword ที่ต้องการได้อย่างไร นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ
ซึ่งจริงๆ แล้ว การค้นหา คีย์เวิร์ด สำหรับใช้งาน ไม่ยาก แต่การเลือก คีย์เวิร์ดที่ดี และตรงเป้าที่สุดนั่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
วิธีการหา คีย์เวิร์ด คือ

1. [tag]Keyword in content[/tag].ภายในเนื้อหา ในหน้าเว็บไซต์ของเรานั่นเอง ซึ่งยิ่งหากเป็นเว็บไซต์ ที่ให้ข้อมูลเฉพาะกลุ่ม ยิ่งทำให้ scope ของการเลือกน้อยลงไป
วิธีการค้นหาคีย์เวิร์ดที่ดีที่สุด และง่ายที่สุด ภายในหน้าเว็บไซต์ของเราคือ การใช้ [tag]SEO Tool[/tag] จำพวก [tag]Keyword Density[/tag] เพื่อหาคีย์เวิร์ดที่มีอยู่ในหน้าเว็บของเรา มากที่สุด

ซึ่งตรงจุดนี้ นอกจาก ที่จะช่วยให้เราได้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับเนื้อหาแล้ว ยังช่วยให้เราวิเคราะห์ ว่า ในหน้าเว็บของเรานั้น มี คีย์เวิร์ด หรือ คำสำคัญ ตรงกับเนื้อหาหรือไม่อีกด้วย ซึ่งคีย์เวิร์ดที่ได้ในจุดนี้ ถือเป็นคีย์เวิร์ด กว้างๆ จำนวนมาก สิ่งที่จำเป็นคือ การที่เราจะต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่ มีปริมาณในหน้าเว็บค่อนข้างมาก และใกล้เคียง กับเนื้อหา ซึ่งบางครั้ง คีย์เวิร์ดที่ได้นั้น อาจจะไปคนละทิศละทางกับเนื้อหาของเรา แต่มีจำนวนมาก ก็จำเป็นต้องตัวทิ้งเหมือนกัน เพราะไม่ส่งผลดีต่อ Pagerank ของเราเลย [ดูรายละเอียด เกี่ยวกับปัจจัยทั้งหมดที่ส่งผลต่อ [tag]Pagerank ของ Google[/tag] ใน [tag]Hot Google Ranking Factor[/tag].] การเลือกคีย์เวิร์ดในขั้นนี้คือ เลือกกว้างๆ หลายอันไว้ก่อน เน้นที่ค่อนข้างตรงกับเนื้อหาเป็นหลัก

(ท่านสามารถหา tool keyword Density ได้จากที่นี่ SEO Tool )

3.[tag]Keyword competition[/tag]จุดต่อมาหลังจากการที่ เราได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องนำเจ้า keyword ที่เราเลือกนั้น มาทดลองค้นหา คู่แข่งใน Search engine ต่างๆ เพื่อหาความเป็นไปได้ที่ เราจะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาใช้งาน

ตรงจุดนี้ เป็นจุดหนึ่งที่เรียกได้ว่า มีความสำคัญมากทีเดียว เพราะการที่ เรามีคู่แข่งมากๆ นั้น ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเราเช่นกัน อัตราการแข่งขันที่สูง ย่อมทำให้โอกาสที่จะขึ้นไปเป็น อันดับ 1 นั้นยากมากขึ้นด้วย

ซึ่งการเลือกคีย์เวิร์ดที่ดีนั้น จะต้องมีคู่แข่งไม่มากจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าคีย์เวิร์ดนั้น มีคู่แข่งน้อยมาก เพราะไม่มีใครค้นหา หรือมีคนจำนวนน้อยมาก ที่ใช้มัน แล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรในการทำ Keyword นั้น

จากข้อที่ 1 ที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่า ควรเลือกเผื่อๆ ไว้ เราก็นำมา ผสมหรือแยกกัน หรือปรับเปลี่ยนตัวคีย์เวิร์ด ให้เหมาะสมที่สุดครับ กับหน้าเว็บเรา ลองพยายามคิด อย่างเช๋น การเว้นวรรคคำ การแปลงคำ การสลับคำ หน้าไปหลัง หลังไปหน้า

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่ทำให้คำนั้น ถูกใจผู้ใช้งาน หรือว่า ผู้ใช้จะหามากที่สุดครับ

4.Keyword User.เมื่อได้มาแล้ว ว่าเราจะเอาคีย์เวิร์ดอะไร ก็จัดการตรวจสอบหน้าเว็บ ตรวจสอบสิ่งต่างๆ ในเว็บของเราว่า ต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติม หรือจัดทำอะไร อย่างไรต่อไปบ้าง เพื่อให้ เป็นที่น่าสนใจกับ Google ครับ และหลังจากนั้น ก็รอผลครับ

ซึ่งผลที่ได้นั้น อาจจะดี หรือไม่ ดีก็ได้ หากเราทำ SEO แบบ [tag]Blackhat[/tag] หรือ ทำผิดไป ครับ
ดังนั้น การทำ จึงไม่ควรที่จะเล่นกับ [tag]Black hat Seo[/tag] นะครับ ผิดแล้ว google แบนเอา ไม่คุ้มแก้ไขไม่ได้
ถ้าทำแบบขาวสะอาดแล้ว ล่ะก็ ส่วนมากผลมักจะออกมา มีผลตอบรับ ไม่มากก็น้อย
อาจจะใช้เวลา นานหน่อย ก็ต้องรอ ครับ เพราะผล มันคือ Factor จากข้างนอก เราไม่สามารถกะเกณฑ์ อะไรได้เต็มที่ครับ

ซึ่งสุดท้าย หากว่าพบว่าไม่ดี ก็ลองดูว่า เราพลาดตรงไหน ต้องแก้อะไรบ้าง ลองปรับเปลี่ยนดูครับ แล้วจะรู้ว่า

SEO มันเหมือนกับเป็นเกมส์ อีกอย่างหนึ่ง ที่สนุกทีเดียวครับ และตอนนี้ ผมเริ่มติดมันแล้วล่ะ

Tags :

Case Study:Seo Project 1

ถือเป็น [tag]กรณีศึกษา[/tag] บทที่ 1 นะครับ กับ [tag]การทำ SEO[/tag] ของผม ซึ่ง[tag]เว็บบล็อก[/tag]แห่งนี้ เป็นเว็บที่ผม ทำขึ้นเพื่อไว้ศึกษา และเผยแพร่ความรู้ (งูๆปลาๆ) ของผมไปเรื่อยๆ ครับ เผื่อว่า จะเป็นประโยชน์คนอื่นๆ ต่อไป

เอาเป็นว่า ไปดูกรณีศึกษาอันแรก ประเดิม[tag]บล็อกไอ้มอม[/tag]ของผมกันเลยครับ ก่อนอื่น สำหรับในกรณีศึกษาที่ผมทำ จะมีทั้งหมดแต่ละส่วนคือ ทุนเดิมของเว็บ,วิธีคิดในการทำ และ ผลที่ได้รับ

    Cost ([tag]ทุนเดิมของเว็บ[/tag])

  • [tag]PR[/tag]=0
  • [tag]Backlink[/tag]=0 (<2)
  • Money=0 Bath
  • [tag]Domain Name Age[/tag] =3 Days

ผมต้องการ keyword คำว่า [tag]rss system[/tag] ให้ของผมอยู่ในหน้าแรก Google (keyword ในหน้าเว็บผม OK ถือว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้) ผมทดลองใช้คำว่า "rss system" ใน Google ได้ผล 255,000,000 รายการ [ดูผลการค้นหา] (google.co.th นะครับ เอาไว้คราวหน้าจะกล่าวถึงว่า ทำให้ต้อง .co.th) ตายแน่ๆ

ผมกลับมานั่งคิดต่อว่า เออ ในเมื่อผมทำหน้าเว็บภาษาไทย เป็นหลัก ทำไมผมต้องไปใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งหมดล่ะ ผมต้องการให้คนไทยหาเจอนี่ แน่นอนครับว่า มัน แว๊บ เข้ามาในสมองกับคำว่า "[tag]ระบบ RSS[/tag]" อืมม คำนี้น่าจะตรงนะ

ผมกลับเข้า Google อีกครั้ง กับคำว่า "ระบบ RSS" [ดูผลการค้นหา] คู่แข่งอยู่ประมาณ 14,900 รายการ อ่า ค่อยหน้าลุ้นหน่อย แต่ ณ ครั้งนั้น ผมหาไม่เจอครับว่า ไอ้เจ้าลิ้งค์ ผมเนี่ย อยู่ในหน้าไหน หาไม่เจอด้วยซ้ำ

ก็แน่ล่ะ อันแรก เว็บผมเพิ่มเปิด วันที่ 6 มค. 49 นี่เอง googlebot ยังไม่แวะมาเลยด้วยซ้ำ ทำอย่างไรล่ะ ผมเลยกลับมาแก้ไขบางอย่างเล็กน้อย เพิ่มการ submit ใน technorati ไปอีกนิดหน่อย เข้าไป Google ไปล่อให้ Googlebot มาหาด้วย Sitemap

Reward:
ผลคือ วันที่ 13 มค. ลิ้งของผมอยู่ในหน้าแรก Google ไปแล้วครับ แม้ว่าจะไม่มี Pagerank, โดเมนเนมเพิ่งจดใหม่ ฯลฯ (แหกคอกกฏเกณฑ์ที่เว็บนอกเขียนมาเกือบเกือบหมด :p ) ลองไปดู อันดับที่อยู่สูงกว่าผมกันนะครับ

อันดับ 1-2 เป็นของ M-Technology จาก Mthai.com 55+ ฝั่งโน้นเค้าได้แรงจาก Pagerank ที่มีค่า PR=5 ล่ะครับจากหน้าหลัก PR=3 ในหน้าเทคโนโลยี (ระบบ RSS ที่ Mthai ในส่วนนี้จัดทำมาประมาณ 3-4 อาทิตย์ ก่อนหน้านี้ไม่มีเลย)

Exteen.com อันนี้คงไม่ต้องบอก PR=5 เหมือนกันครับ ดังนั้นจึงเข้าวินมาแบบสบายๆ แบบไม่มีข้อกังขา (จริงๆ แล้วผมมีความหลังกับที่นี่อยู่ครับ เมื่อครั้งบ้าเขียนเรื่องสั้น )

อันดับถัดมา service.psu.ac.th แน่นอนครับว่า Domain name น่าจะช่วยส่งเสริมครับ เพราะเท่าที่เคยอ่านมาจากต่างประเทศ พบว่า Domain name หลายตัวจะได้โอกาสดีกว่า เช่น *.gov ครับ (น่าไป [tag]One way link[/tag] ด้วยจัง) นอกจากนี้ตัวเนื้อหานั้น จัดทำเมื่อ 2 มิถุนายน 48 อีกด้วย

ต่อมาคือ marketingbyte.com ซึ่งเป็นอีกเว็บหนึ่งที่เข้าไปแล้ว น่าสนใจจริงๆครับ เพราะเนื้อหาเกี่ยวข้อง ดูชื่อผู้เขียน อ่า แต่ละท่านนี่น่ากลัวทั้งนั้นเลยครับ ประสบการณ์สูงมากๆ และเป็นท่านที่ผมแอบไปดูดความรู้ ในเว็บท่านเหล่านั้น มาอีกด้วย ครับ เหอๆ

กลับเข้ามาจุดเดิมก่อน marketingbyte.com ได้เปรียบในเรื่องของ PR=2 (service.psu.ac.th PR=0 ) นะครับ มี Backlink ใน Google ตั้ง 190 แถมจดโดเมนเนม ตั้งกะ เดือน เมษายน ปีทีแล้ว

ซึ่งจากที่เห็นๆ แล้ว เรียกได้ว่า ทุกอย่างแพ้เว็บอื่นๆ ตั้งแต่ยังไม่คิดจะเริ่มต้นด้วยซ้ำครับ ทุกอย่างเริ่มต้นจากจุดที่เรียกว่า 0 เลยก็ว่าได้ล่ะครับ (มัน 0 เลยล่ะนั่น) แต่ผลลัพธ์ ที่ได้ ผมถือว่า OK มากๆ แล้วสำหรับผมครับ

Conclusion
[tag]Case Study in Seo[/tag] Project 1 Reward : Excellent

Content in my blog.

สำหรับท่านที่แวะเวียนมา และศึกษาในสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น SEO,RSS หรืออื่นๆ หากท่านคิดว่ามีบทความหรือ อยากเขียนบทความทางผมยินดีครับ ซึ่งเมล์มาคุยกันได้นะครับ ที่ webmaster[at]i-morm.com (เปลี่ยน [at] เป็น @ นะครับ)

For all vistors if you have your Article about SEO,RSS,Web builder,web traffic,Internet Business and All about Internet or website, You can send your article to me and your article are present here!!!
Pls. contact me by email: webmaster[at]i-morm.com (change [at] to @)

Thank you.
MorMMaM the Blogger

Tags :

SEO contest:v7ndotcom elursrebmem.

ในต่างประเทศ การทำ SEO หรือ Search engine optimization นั้น เป็นสิ่งที่กำลังมาแรงทีเดียวครับ
มีการทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้คือ การจัด SEO Contest ตามเว็บต่างๆ อยู่เนืองๆ มีเงินรางวัลล่อใจอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียวครับ
ซึ่งสิ่งที่เห็น คือ กลุ่มคนที่สนใจ ต่างทุ่มเทกันทำ SEO กันอย่างเต็มที่ หวังรางวัลล่อใจ ที่ค่อนข้างสูงทีเดียวครับ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ครับ ผมลองเข้าไปติดตามดูครับ ซึ่งหลังจากที่เมื่อวาน (15 มค.) ได้มีการประกาศคีย์เวิร์ดคือ
"v7ndotcom elursrebmem"
ไม่นานครับ เหล่า SEO ทั้งหลาย ต่างระดมกันไปจดโดเมน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันหมด เพื่อให้ได้โดเมนที่ช่วยสนับสนุน
เจ้า คีย์เวิร์ดดังกล่าวครับ

ซึ่งผมเอง เห็นแล้วก็อดนึกสนุกกับเค้าไม่ได้ครับ เลยตัดสินใจเล่นด้วยครับ เพราะคงไม่เสียหายอะไร
อันดับแรกคือ ทุนก็คงไม่มีอะไรเหมือนๆ กัน ทั้งหมด

ยกเว้น หลายคนในเว็บนั้น ที่ทำ Host อยู่ครับ คงจะมีการปั่น Traffic กันแน่นอนล่ะครับ เพราะ UIP ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดันด้วยครับ
แต่คงไม่มากนัก อยู่ที่ว่า ใครทำ SEO ได้ดีกว่ากัน

งานนี้ คงต้องติดตามดูกันครับผม เพราะว่า สิ่งที่เราจะได้คือ การทำ SEO เพื่อขึ้นอันดับ 1 ใน Google ภายในเวลาไม่กี่เดือนล่ะครับ
ซึ่งหากเราติดตามดูกันไปเรื่อย แน่นอนว่า ผมมั่นใจว่าจะได้แน่ๆ ครับกับวิธีการทำ SEO แบบเน้นๆครับผม

Hello Googlo bot.

ตั้งแต่ผมเปิดเว็บนี้มา อัพเดทดึกๆ ดื่นๆ (เนื่องจากเวลาปรกติทำงานประจำ)
พอรู้ว่า [tag]googlebot[/tag] แอบลอบเข้ามาหาอยู่ แต่ไม่เคยเจอตัวจังๆ ซักที
แต่วันนี้สิครับ ถือเป็นฤกษ์ดีเสียจริงๆ เจอ Googlebot แวะมาเยี่ยมเยียน

คาดว่าน่าจะเตรียมทำ Indexs อีกทั้งผมเพิ่งจะประกาศตัว ร่วมสังเวียนการแข่งขัน [tag]SEO contest[/tag] ด้วยสิ
[tag]v7ndotcom elursrebmem[/tag]
ดูเหมือน อะไรๆ จะเป็นใจนะครับเนี่ย

hello Googlebot.

[tag]Hello Googlebot[/tag].

***เพิ่มเติมครับ
เพิ่งได้เข้าไปเช็คสถิติ มา พบว่า ผลการค้นหาคำใหม่มาจาก Google ครับ เลยลองเข้าไปเช็คดู
ปรากฏว่า ผลการค้นหาคำว่า "[tag]blogger ไทย[/tag]" [tag]ไอ้มอมดอทคอม[/tag] ขยับมาเป็น อันดับ 1 ในหน้าสองแล้ว นับว่า ไม่เลว กับเว็บที่เพิ่งเปิดได้ ไม่ถึงเดือนครับ

v7ndotcom elursrebmem Seo Contest

ตอนนี้ ผมเองกำลัง เกาะติดการแข่งขัน v7ndotcom elursrebmem Seo Contest ด้วยนะครับ
ซึ่งนอกจากจะลองเล่นกับเค้าด้วยแล้ว

ยังเกาะติดสถานการณ์เพื่อดูความเป็นไป เทคนิคในการทำ SEO ของต่างประเทศครับ
เลยอาจจะยังไม่ได้อัพเดท บทความสาระเท่าไหร่นะครับ

เอาเป็นว่า หลังจากที่ได้อะไรมากพอแล้วจะมาบอกเล่าเก้าสิบกันอีกทีนะครับ

Hello Google Bot #2

เริ่มมาบ่อยแล้วนะครับ กับเจ้า [tag]Google Bot[/tag] ในเว็บบล็อก
ณ ตอนนี้ สังเกตเห็นว่า เจ้า Google Bot จะเริ่มมาทุกๆ 2 วันแล้วนะครับ

ภาพแรกจากวันก่อนแบบคาหนังคาเขา
googlebot

วันนี้มากลางวันเลยครับ ไม่รอดอีกเช่นกัน

googlebot

Tags :

Google,Best for search or Best for Hacker???

Yah, this is my first article in English and my school-record in english,its not good.
Try to read it pls. :p
Today i attempt something and use google usually.

Oh, something come in my head. i press some keyword immediately.

google for hack 1

Yes, Its work.

google for hack 1

I used this method in 3 year ago but now its work!!!
I think......
Have some method to [tag]prevent from google bot[/tag].

Yah, use [tag]robots text[/tag] in this case.
i think its very easy to do it.

1. open notepad or another tex editor.
2. type this text

User-agent: * # applies to all robots
Disallow: / # disallow indexing of all pages

Or this for specific specify files and/or directories.

User-agent: * # applies to all robots
Disallow: admin.htm # disallow indexing of admin.htm page
Disallow: /cgi-bin/ # disallow indexing of cgi-bin directory

3. saved (as [tag]robots.txt[/tag]) and uploaded to your website

I think this method its good and very simple.
But it s work.

PS. you can see example here
-----------------------------------------
วิธีการนี้ เมื่อสามถึงสี่ปีก่อน ผมเคยใช้วิธีนี้ ในการขโมยตัว Database ของ [tag]Shopping Cart[/tag] ซึ่งในตอนนั้น
มันสามารถหา [tag]รหัสบัตรเครดิต[/tag] ได้ครั้งละไม่ต่ำกว่า 50-100 ใบ ในจำนวนนี้ มีไม่ต่ำกว่า 10 ใบ ที่สามารถใช้งานได้จริงๆ ครับ

โดยการใส่ [tag]คีย์เวิร์ด[/tag] จำเพาะเจาะจงลงไปเลยครับ ซึ่งปัจจุบัน มันยังได้ผลอยู่ ครับ
แต่แน่นอนว่า วิธีป้องกัน มิให้ [tag]Google bot[/tag] มาทำ Index นั้น ก็มีอยู่ครับ
ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่ผมนึกออก แว๊บ ขึ้นมา

เป็นวิธีที่ง่ายๆ แต่ได้ผลในระดับหนึ่งครับ เพื่อป้องกัน Directory ที่สำคัญของเรา ครับ นั่นคือ
[tag]การใช้ Robots text[/tag]
เจ้า robots text นี้จะเป็นไฟล์ข้อความธรรมดาๆ ที่สื่อสารกับเจ้า Robots ต่างๆ รวมทั้ง Google bot ได้รู้เรื่องครับ
วิธีใช้งานก็ไม่ยาก ขั้นแรกเป็น โน้ตแพด ขึ้นมา พิมข้อความนี้ครับ

User-agent: * # ให้มีผลกับ Robots ทุกตัว
Disallow: / # ไม่อนุญาติให้ทำ Index ทุกหน้า

แต่การห้าม google bot ไปเสียทุกไฟล์ ก็มีผลแน่ๆ ครับ เพราะ google bot จะไม่ทำ อินเด็กซ์ เลยซักไฟล์
แล้วใครจะไปหา หน้าเว็บเราเจอล่ะครับ
วิธีกำหนด แบบ เฉพาะไฟล์ หรือ [tag]ไดเรคทอรี่[/tag] ก็ไม่ยากครับ แค่เปลี่ยนเป็น

User-agent: * # applies to all robots
Disallow: admin.htm # ไม่อนุญาติให้ทำ Index หน้า admin.htm
Disallow: /cgi-bin/ # ไม่อนุญาติให้ทำ Index ใน ไดเรคทอรี่ cgi-bin

จากนั้นก็ save เป็น robots.txt อัพไปไว้บน เซอร์เว่อ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรื่องครับ
ซึ่งหากท่านยังงง และยังนึกไม่ออก ลองไปดูตัวอย่างได้ที่นี่ครับ

http://www.w3.org/robots.txt

Hello Googlebot3

มาบ่อยนะ เราน่ะ [tag]Google bot[/tag] แต่ spider ของที่อื่นๆ ยังไม่เจอเลยครับ
ไม่แน่ใจว่า ทำไมเหมือนกัน

ปล. เมื่อคืนไม่ได้ อัพบทความใหม่นะครับ เนื่องจาก ปั้มน้ำ เจ้ากรรม ดันเสีย ในคืนวันก่อน
หลังจากที่ update บทความจบได้พอดี ครับ เลยเสียเวลาซ่อมอยู่เมื่อวานนี้ครับ

ส่วนเย็นนี้ ต้องไปต่างจังหวัด จะกลับก็คงวันเสาร์ ครับ
ดังนั้น คืนวันเสาร์ ถ้ายังมีแรงอยู่จะมาอัพอีกทีนะครับ

Hello Googlebot

Google จัดสัมมนาสื่อโฆษณาในไทย

[tag]กูเกิ้ล[/tag]เอเซีย เปิดสัมมนาให้ความรู้พัฒนาการตลาดผ่านโฆษณา หวังพัฒนา[tag]สื่อโฆษณา[/tag]ไทยไปทั่วโลก

เป็นที่หลายคนรู้กันว่ากูเกิ้ลเป็นสื่อโฆษณาบนอินเตอร์เนตที่เติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบัน [tag]สื่อโฆษณาออนไลน์[/tag]ส่วนมากจะไปปรากฏอยู่บนกูเกิ้ล ที่มากไปกว่านั้น กูเกิ้ลยังเป็นสื่อที่มีเครือข่ายมากที่สุดในโลก และ เข้าถึงตาผู้ชมได้มากกว่าสื่ออื่นๆ

ครั้งแรกในเมืองไทย กูเกิ้ลเอเซียร่วมกับบริษัทนิวมีเดีย ประเทศไทยเปิดสัมมนาเพื่อให้ความรู้แด่ผู้ที่สนใจพัฒนาการตลาดให้ไปถึงผู้ชมทั่วโลก โดยผ่านสื่อโฆษณาของกูเกิ้ล ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 ณ โรงแรม เชอราตัน แกรน สุขุมวิท ตั่งแต่เวลา 9-12 น. ผู้สนใจเข้าร่วมงานขอเชิญดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่นี่

http://search.newmediaworldwide.com/google-event/

........................................................................
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวนะครับ สำหรับคนที่สนใจจะทำ PR บนหน้าเว็บไซต์ครับ

SEO???

หลังจากที่ทำ [tag]Weblog[/tag] มาครึ่งเดือนแล้ว [tag]บทความที่เกี่ยวกับ SEO[/tag] ก็มาเรื่อยๆ นับสิบบทความแล้วนะครับ
ซึ่งหลังจากที่บรรดา เพื่อนฝูงที่ร่ำเรียนมาด้วยกัน แวะเข้ามาๆอ่านในเว็บผมแล้ว กลับไปพูดคุยกันคือ

"งง???"
"มันเขียนอะไรของมัน (วะ)"
"สรุปว่า เว็บมันทำอะไร??"
"SEO นี่เหมือนกับ CEO รึเปล่า??"
"ไอ้ [tag]บล็อก[/tag]หรือ[tag]เว็บบล็อก[/tag]นี่มันคืออะไร???"
......

และอีกหลายต่อหลายคำถามมากๆ ครับ
สาเหตุก็น่าจะมาจาก จริงๆแล้ว ผมเรียนในสาขาที่ มิได้เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เลยแม้แต่น้อย
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ อินเตอร์เน็ต หรือ การตลาด หรือสาขาที่จะต้องใช้ อินเตอร์เน็ตในการทำงานเลยด้วยซ้ำ

ผมเรียนจบมาด้วยชื่อสาขาในใบปริญญาบัตรว่า "วิทยาศาสตร์บัณฑิต (วนศาสตร์)"

ดังนั้น ก็คงไม่แปลกที่ไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่ผมเขียนเลยแม้แต่น้อย :p

ไม่เป็นไร กลับเข้าเรื่องครับ

ด้วยความไม่เข้าใจนี้เอง ผมก็เลยคิดว่า อาจจะมีอีกหลายๆ ท่านที่แวะเข้ามาแล้ว ไม่ทราบว่า SEO คืออะไร หรือสิ่งที่ผมเขียนนี้ มันเป็นยังไง
ก็จะขอ อธิบายตามความเข้าใจแล้วกันนะครับว่า

[tag]SEO[/tag] หรือ [tag]Search Engine Optimization[/tag] หมายถึง การจัดทำหน้าเว็บไซต์ หรือ การปรับปรุงให้หน้าเว็บของเราเหมาะสำหรับ [tag]Search Engine[/tag]
ทำให้ Search Engine สามารถเข้าใจเนื้อหา หรือ อ่านเนื้อหาของหน้าเว็บเราได้ ง่าย และนำข้อมูล กลับไปเก็บไว้ได้อย่างถูกต้อง ตรงตามหมวดหมู่ หรือความต้องการ

ผลที่ได้นั้น คือ อันดับและตำแหน่งที่แสดงในผลการค้นหาของ Search Engine นั่นเองครับ

นึกง่ายคือ เวลาเราเข้าห้องสมุด จะมีระบบการจัดหมวดหมู่ของหนังสือ เพื่อง่ายต่อการค้นหา เข้าถึงได้ง่าย หยิบหาง่าย นั่นเอง

Search Engine จะทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องสมุดที่รวบรวมหน้าเว็บไซต์ URL หรือข้อมูลอื่นๆของเว็บไซต์ ไว้ จากนั้น ก็จะนำเอาหน้าเว็บและ URL มาเก็บไว้ เป็นหมวดหมู่ เมื่อมีการค้นหาจากผู้ใช้งาน Search Engine ก็จะไปค้นหามาแสดงให้เราดูนั่นเอง

[tag]การทำ SEO[/tag] อาจจะเปรียบได้เหมือนกับการทำหนังสือ การทำปกหนังสือ ที่จะต้องสื่อให้ผู้ค้นหา (Search Engine) รู้ว่า นี่คือ หนังสืออะไร เกี่ยวกับอะไรบ้าง มีหัวข้อ อะไร

ซึ่งนั่น ย่อมทำให้ ผลการค้นหาได้ดีขึ้น

นึกถึงเวลาที่เข้าไปในห้องสมุด และเรารู้ว่า นี่ล่ะ หนังสือที่ต้องการอยู่ในตู้นี้ล่ะ
พอเราไปยืนตรงชั้นหนังสือ สิ่งแรกที่เราจะเห็น คือสันหนังสือ ที่จะมีชื่อเรื่องสั้นๆ บอกเล็กๆน้อยเกี่ยวกับหนังสือ เปรียบได้กับเจ้า Title ของหน้าเว็บไซต์นั่นเอง ที่จะมองเห็นได้ง่ายๆ เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าหนังสือนั้นเกี่ยวกับที่ต้องการหรือไม่

เมื่อเราหยิบหนังสือ ออกมาดู สิ่งแรกคือการเปิดดู สารบัญที่มีเนื้อหาตรงกับความต้องการหรือไม่ ส่วนนี้ ก็เปรียบเสมือน ตัว [tag]Navigator[/tag] ในหน้าเว็บที่จะบอกว่า เนื้อหานี้ มีอะไรบ้าง รายละเอียดอะไร

ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบหนังสือนั้นเดินออกมาอ่านนั่นเอง

ซึ่งตรงในส่วนของการค้นหานั้น Search Engine จะเป็นผู้ทำหน้าที่แทนตัวเรา ผู้ทำเว็บ เปรียบเสมือนคนทำหนังสือ
ที่จะต้องให้ Search Engine หาหนังสือเราได้

การทำ SEO จึงเหมือนกันออกแบบหนังสือ ให้สามารถเห็นได้ง่าย เป็นที่น่าสนใจ และเข้าใจได้ง่ายนั่นเองครับ
เพื่อที่ Search Engine จะได้หยิบเว็บไซต์ของเราขึ้นไปบ่อยๆ นั่นเอง

RSS Technology:New way Advertisment.

[tag]RSS[/tag] หรือ ระบบ [tag]Really Simple Syndication[/tag]
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ การทำโฆษณา และมีแนวโน้มที่จะน่าจะประสบความสำเร็จ

เนื่องจากประเด็นแรก คือการทำ [tag]โฆษณา[/tag] หรือ [tag]Advertisment[/tag] ผ่านทาง e-mail นั้นก้าวมาถึงจุดที่เรียกว่า
"การทำโฆษณา บนกองขยะ" แล้วก็ว่าได้

เพราะทุกวันนี้ เราจะพบ [tag]Spam[/tag] จำนวนมากมายในทุกครั้งที่เข้าไปเช็คอีเมล์ ผู้ในบริการทุกๆค่ายต่างก็ปรับทัพ เพื่อป้องกัน
[tag]Spam mail[/tag] กันอย่างเต็มที่ มีการฟ้องร้องเป็นคดีความกันในต่างประเทศแล้ว รวมทั้ง มีการลงโทษปรับเงินกันไปเป็นจำนวนมหาศาล หรือสั่งจำคุก
อย่างข่าวล่าสุด ที่เพิ่งตัดสินคดีไป เมื่อไม่นานมานี้เอง

Spammer faces up to two years in jail - January 12, 2006
ที่มาจาก news.com

ซึ่งเรียกได้ว่า มาถึงจุดต่ำสุดแล้ว กับการทำ [tag]โฆษณาผ่านอีเมล์[/tag] เสียแล้ว

RSS จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับ[tag]การประชาสัมพันธ์[/tag] หรือ โฆษณา เพราะมีจุดดีในหลายๆ จุดด้วยกันคือ
1.สามารถค้นหาผ่านทางเว็บต่างๆ ได้
2.สามารถประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Website ต่างๆ ได้เช่น Feedster.com,Feedburner.com เป็นต้น
3.ผู้ที่อ่าน feed สามารถเลือกได้ว่า จะอ่านหรือไม่
4.ผู้อ่านสามารถ Add feed ไว้อ่านได้อย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ที่มีข้อความใหม่

ซึ่งจุดดีที่สุด น่าจะเป็นส่วนที่ ผู้อ่าน หรือผู้ที่เห็น Feed แล้วเกิดความสนใจ สามารถเลือกเก็บไว้อ่าน และรอรับ feed ใหม่ของเราได้ตลอด
คล้ายๆ กับ ระบบ [tag]newsletter[/tag] [tag]subscription[/tag] ที่ผู้อ่านสามารถเลือกที่จะรับ หรือไม่ รับได้นั่นเอง

เพราะการทำโฆษณา บน spam mail นั้น แม้ว่ามันจะทำให้เราสามารถประชาสัมพันธ์ได้ จำนวนมาก เป็นหมื่น เป็นแสนอีเมล์
มีผลตอบรับมา 100-200 อีเมล์ ในขณะที่ อีก นับพันคน เกลียดและไม่พอใจ ตัดสินใจ Anti ทันทีนั้น

สำหรับผม ถือว่าไม่คุ้ม แม้ว่าตัว product หรือ สินค้าเรานั้น จะดีเลิศแค่ไหน แต่หากไม่มีใครชอบ ไม่มีคนสนใจซื้อก็เท่านั้น
เทียบกับ การทำประชาสัมพันธ์ จำนวนน้อย มีคนซื้อน้อยหน่อย แต่ทุกคนที่เข้ามา เป็นคนที่สนใจ และซื้อจริงๆ

ดังนั้น ถือว่า RSS เป็นแนวทางใหม่ ที่น่าสนใจทีเดียวนะครับ สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำการ โฆษณา อย่างได้ผล และตรงกลุ่มเป้าหมาย

SEO project : About Googlebot.

ในบทความที่เกี่ยวข้องกับ [tag]การทำ SEO[/tag] ในบล็อก ไอ้มอมดอทคอมนี้ กล่าวถึงบ่อยเหลือเกินเกี่ยวกับ [tag]Googlebot[/tag]
หลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่า แทบจะทุกอันเลยก็ว่าได้

ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น [tag]Robot ของ Google[/tag] มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว และทำหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ครับ

อันดับแรกคือ Googlebot ซึ่งจะเป็น Robot ตัวหลักของ Google ที่จะทำหน้าที่เก็บ indexes ของเว็บไซต์ต่างๆ โดยอาศัยการ Crawl
ไปตามลิ้งค์ต่างๆ ซึ่งเป็นตัวที่จะทำการสำรวจ ตรวจสอบเว็บไซต์ หลังจากนั้นจะส่งข้อมูล เข้า [tag]Data Centers[/tag] ของ Google รวมทั้งส่งต่อให้ [tag]Google Deepbot[/tag] มาทำการ Crawl หน้าเว็บอีกครั้งหนึ่ง เรียกได้ว่า เป็นการนำร่องมาสำรวจข้อมูล ก่อนส่งเจ้า Deepbot มาจัดการทำ Index อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง

นอกจากนี้ Googlebot ยังทำหน้าที่ตรวจสอบหน้าเว็บ เนื้อหา ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป และส่งข้อมูลต่อให้ Google Fleshbot ต่ออีกครั้ง เพื่อให้มาตรวจสอบ Content ใหม่ๆ ซึ่งโดยปรกติแล้ว Googlebot จะทำหน้าที่ตรวจสอบหน้าเว็บที่เปลี่ยนไป โดยมักจะส่งข้อมูลที่จำเพาะเจาะจงไป
เพื่อให้ [tag]Google Freshbot[/tag] มาทำการ index หน้านั้นบ่อยๆ เท่าที่จะเป็นไปได้

ดังนั้น Googlebot จึงถือว่า เป็น [tag]Robot[/tag] ตัวสำคัญของ Google เพราะเจ้า Googlebot ตัวนี้นั่นเอง ที่ทำหน้าที่ ค้นหาว่า หน้าเว็บมีลิ้งค์ไปยังที่ใดบ้าง มี [tag]keyword[/tag] หรือ [tag]Search term[/tag] อะไรบ้าง รวมทั้ง ยังเป็นตัวช่วยในการ คำนวณ [tag]PageRank[/tag] อีกด้วย

ต่อมาคือ Google Deepbot จำทำหน้าที่เข้าไปทำการสำรวจเว็บไซต์ ต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งโดยมาก มักจะเริ่มต้นในหน้าที่เจ้า Googlebot ได้เก็บข้อมูลไว้แล้ว มาทำการสำรวจต่ออย่างละเอียดนั่นเอง ดังนั้นในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มีลิ้งค์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา ที่มากเกินกว่าเจ้า Googlebot ได้เก็บไว้ ก็จะถูก Google Deepbot ลงไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วย และนั่นก็รวมทั้งข้อมูลที่เป็นไฟล์จำพวก pdf,doc,xls หรือแม้แต่ zip file ที่มีลิ้งค์ปรากฏอยู่ในหน้าเว็บนั่นเอง

สุดท้าย เจ้า Google Freshbot จะเป็น Robot ที่ค่อนข้างจะไวต่อการ crawl ไปตามหน้าเว็บต่างๆ หน้าเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในช่วงเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ นั่นเอง (ส่วนใหญ่เท่าที่อ่านเจอ ไม่เกิน 1 อาทิตย์ครับ) Google freshbot จะจำไว้ว่า หน้าเว็บไหนที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นประจำ หรือ เปลี่ยนแปลงบ่อย

นอกเหนือจากนี้ Googlebot มักจะแบ่งหน้าที่ในการทำ index หน้าเว็บบางหน้าให้กับ google freshbot ทำหน้าที่ index หน้าเว็บนั้นอีกด้วย หาก google พบว่า มีคนใช้ keyword บางคำบ่อยๆ เป็นจำนวนมาก และมีคนที่คลิกลิ้งค์ไป ยังหน้าที่ google แสดงเป็นจำนวนมาก google freshbot จะทำหน้าที่เข้ามาเก็บ index หน้านั้นอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน หาก google freshbot ไม่สามารถทำการ index หรือ crawl หรือไม่พบหน้า page หลายครั้ง มันก็จะส่งข้อมูลกลับไป และปลด indexs ที่เก็บไว้ อย่างรวดเร็วเช่นกัน

google freshbot จะไม่ทำหน้าที่ซ้ำกับ Deepbot ในส่วนที่เก็บ index ของไฟล์ประเภทอื่นๆ เช่น pdf,doc หรือสรุปอย่างง่ายๆ ก็คือ นอกเหนือจาก text และ html

ซึ่งจุดหนึ่งที่น่าสนใจ และเป็นแนวทางในการทำ SEO นั่นคือ การที่ผู้ทำเว็บ จะต้องหมั่น [tag]Update content[/tag] อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ แม้ว่าบางครั้ง ในหน้าเว็บที่เป็น static การเพิ่มเติมลิ้งค์ หรือ ปรับปรุง content เก่าๆ ย่อมจะส่งผลให้ หน้าเว็บของคุณ ไม่ถูก ลดอันดับลงจากหน้าแสดงผลการค้นหาของ Google ด้วย

เพราะอย่างที่ได้เคยเอ่ยถึงไปแล้วว่า ถึงอย่างไรก็ตาม Google ยังคงให้ความสำคัญกับหน้าเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ เนื่องจาก Google เห็นว่า
มันจะมีความหมายอะไร หากผู้ใช้งาน ค้นหาเจอหน้าเว็บที่ตายแล้ว นั่นเอง

Tags :

SEO project : Google Sandbox.

หลังจากที่เมื่อวานได้ พูดถึงเจ้า [tag]Googlebot[/tag] ไปแล้ว วันนี้มาต่อในเรื่องต่อไปที่ น่าจะต้องรู้ไว้อีกเรื่องหนึ่ง

ซึ่งยิ่งหากเป็นเว็บที่เกิดใหม่ อย่าง i-morm.com แห่งนี้ ยิ่งต้องรู้และจำไว้เลยว่า

"แทบจะไม่มีโอกาสที่จะขึ้นอันดับ 1 ใน [tag]Google SERP[/tag]'s (search engine results pages) ได้เลย"

สาเหตุ ก็อันเนื่องมาจาก Google Sandbox กล่องทรายที่มีไว้เพื่อดักเว็บไซต์เกิดใหม่โดยเฉพาะ

ที่มาที่ไปของการเกิด [tag]Google Sandbox[/tag] นั้น เกิดมาหลังจาก [tag]Florida update[/tag] (บางเว็บบอกว่าหลังจาก [tag]Austin update[/tag])
โดย sandbox นี้จะมีผลกับเว็บไซต์ที่เกิดใหม่ แทบทั้งหมด (มีจำนวนน้อยมากที่ไม่ติดอยู่ในกล่องทรายแห่งนี้) แต่ก็จะเป็นเพียงระยะเวลาหนึ่ง ที่อาจจะดูยาวนานสำหรับ คนทำเว็บอย่างเราๆ

หากถามว่าทำไม Google ต้องสรรสร้างระบบนี้ขึ้นมา คงจะมีสาเหตุมาจาก เหล่า [tag]Blackhat SEO[/tag] ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำ [tag]Spam keyword[/tag] อย่างถูกต้อง การสร้าง Inbound link จากพวก Anchor link จนทำให้ Google SERP's ได้รับอันดับ ดีๆ ได้เปรียบผู้อื่นๆ มากเกินไปจนทำให้ Google ต้องหันมาแบนเว็บไซต์เหล่านั้น หลังจากที่ผู้ทำเว็บได้รับรายได้ หรือผลกำไร จากการทำ spam keyword นั้นไปแล้ว

และด้วยความง่าย ในการสร้างเว็บ การจดโดเมนเนม สำหรับเหล่า [tag]Keyword Spammer[/tag] เหล่านั้น การที่จะทำให้เว็บไซต์แห่งใหม่ ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาหลังจากที่ Google แบนเว็บเก่าไปแล้ว ภายในเวลา 1เดือน ย่อมทำได้ไม่ยาก จากความรวดเร็วของเหล่า Googlebot ทั้งหลาย จนในที่สุดเว็บใหม่หลังจากที่โดนแบนไปแล้ว ถูกนำมาใช้ กอบโกยเอาผลประโยชน์ต่อไป ในที่สุด

Google จึงทำการแก้เกม ด้วยการสร้าง Google Sandbox ขึ้นมา กักเว็บไซต์ที่เกิดใหม่ ไว้ในกล่องทราย ด้วยระยะเวลาหนึ่ง โดยพยายามประนีประนอม ให้ได้ประโยชน์ทั้งหลายๆฝ่าย ไม่ว่า Google , User ทั่วไป รวมทั้ง Webmaster ใหม่ๆ ด้วยการที่ยังจะคงการทำหน้า Indexs หน้าเว็บไซต์ใหม่ๆ นั้น ทำการ update indexs ของหน้าเว็บไซต์ที่เกิดใหม่เรื่อยๆ แต่นั่น มิได้หมายความว่า Google ยอมรับเว็บไซต์เหล่านั้น

Google จะทำการตรวจสอบกักเว็บไซต์ที่มาใหม่ ไว้ตรวจสอบว่าในเว็บไซต์ มีการ spam keywords หรือไม่ มีการกระทำอะไรที่ผิดกฏหรือไม่และนั่นเอง ทำให้เว็บไซต์ที่เกิดใหม่ ไม่มี [tag]Pagerank[/tag] จาก Google นั่นเอง จนกว่าที่ Google จะยอมรับ

แต่ไม่ใช่ว่า Sandbox ของ Google นั้นจะมีผลเสียไปทั้งหมดเพราะ หลายเว็บที่หลังจากหลุดจากเจ้า กล่องทรายนี้ แล้วมีค่า Pagerank ที่ดีก็มีจำนวนไม่น้อยทีเดียว

วิธีการที่จะดิ้นให้หลุดจากกล่องทราย และกระโดดขึ้นมาอยู่ในGoogle SERP's อันดับดีๆ นั้นจริงๆ แล้วไม่ยาก ผู้ที่ทำเว็บไซต์ ควรหมั่นสร้าง [tag]traffic[/tag] เพิ่มขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นจาก [tag]Search Engine[/tag] ตัวอื่นๆ , [tag]Web Directory[/tag] ต่างๆ หรือแม้กระทั่งจากการแลกลิ้งค์กับเว็บอื่นๆ
(ตรงจุดนี้ มันมีจุดที่สามารถ หลบหลีก ได้นิดหน่อย แต่ได้ผลเหมือนกันครับ ซึ่งไม่แนะนำดีกว่า เพราะถือว่าค่อนข้างผิดมารยาท) ยิ่งหากการแลกลิ้งค์จากเว็บไซต์ ที่ผ่าน [tag]sandbox[/tag]หรือมีค่า PR สูงแล้ว ย่อมมีโอกาสสูงที่สามารถจะหลุดเจ้า Sandbox ได้เร็วขึ้น

หมั่นทำการ [tag]Update content[/tag] ใหม่ๆ อยู่เสมอ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

นอกจากนี้ ยังมีทริค หรือ ทิป อีกเล็กๆ น้อย ที่ช่วยให้คุณผ่าน Sandbox หรือ กระโดดขึ้นมาอยู่ในGoogle SERP's ดีๆ ได้บ้างเหมือนกัน
ซึ่งทริคเหล่านี้ แม้ว่า ผมได้ลองทดลองกับ เว็บไอ้มอม ดอทคอม ของผม และพอที่จะถูไถอันดับไปได้บ้างครับ
เอาเป็นว่า ติดตามกันต่อไปว่า ไอ้เจ้า [tag]Trick and Tip[/tag] สำหรับในการได้ Google SERP's ดีๆ นั้นมีอะไรบ้างนะครับ เอาเป็นว่า ถ้าพอสรุปได้บ้างแล้ว ก็จะทำ Case Study: Seo project 2 แล้วกันครับ

Tags :

Hello Googlo bot 4.

มาอีกแล้วครับ แหม๋ ไม่ได้มานานนะครับเนี่ย ท่าน [tag]Googlebot[/tag] เนี่ย

หายไปหลายวัน เปลี่ยนเวลามาใหม่ซะแล้ว

คราวนี้มาซะดึกเลยนะเนี่ย

เหอๆ

Googlebot 4

ไม่แน่ใจว่า จะมา indexs หน้าใหม่ผมเมื่อไหร่ครับ เพราะรู้สึกว่า สองวันก่อน เอา Cache หน้าเว็บผมวันที่ 20 มค. ขึ้น

แต่ไฉน เมื่อวานกะวันนี้เอา ของ วันที่ 9 มค. ขึ้น จะทำไรผมรึป่าวเนี่ย

ปล. เมื่อเที่ยงๆ ยัง cache ของวันที่ 09 มค อยู่ เวลานี้ (22.48) กลับเป็น Cache วันที่ 22 มค. เอ๊ะ ยังไง??

Tags :

SEO project : Google Pagerank.

หากจะพูดถึงการทำ SEO แล้ว จะไม่กล่าวถึงเจ้า [tag]Google Pagerank[/tag] ก็คงแปลกๆ ไปแล้วครับ ดังนั้น เรามาทำความรู้จัก Google pagerank กันดีกว่าครับ เอาแบบเล็กน้อย ตามที่ผมพอรู้แล้วกัน

Google Pagerank ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ที่ Google สร้างขึ้นเลยก็ว่าได้ (คำว่า Pagerank ที่จะต้องพิมพ์ติดกันนะครับ เพราะถือเป็นคำเดียวกัน )

เจ้า Pagerank ที่ว่านี้ คือ ตัวเลขที่ถูกกำหนดค่าขึ้นมาเพื่อให้คะแนน แก่หน้า เว็บหน้านั้นๆ โดยระบบนี้ถูกสร้างขึ้นที่ Stanford University ใน California ด้วยฝีมือของ [tag]Larry Page[/tag] และ [tag]Sergey Brin[/tag] ที่เป็นผู้ให้กำเนิด Google นั่นเอง

Pagerank นั้น ใช้หลักง่ายๆ ตามแนวคิดประชาธิปไตย ทั่วๆไป (จากแนวคิดของทั้งสองคนนั่นล่ะครับ) บนพื้นฐานของระบบอินเทอเน็ตที่มีการลิ้งค์ไปมา บนหน้าเว็บไซต์ อาศัยจำนวนของ [tag]inbound link[/tag] และ [tag]Outbound link[/tag] จากเว็บไซต์ต่างๆ จำนวนมากมายที่ Google ทำ indexs ไว้นั่นเอง โดย เมื่อหน้าเว็บ A ลิ้งค์ไปยังหน้า เว็บไซต์ B Google จะถือว่า เว็บไซต์ A ได้โหวต ให้คะแนนเว็บไซต์ B ไปแล้ว 1 คะแนน

แต่ตัวของระบบจริงๆนั้น คงไม่ง่ายอย่างนี้แน่ เพราะทุกวันนี้ Google Pagerank ยังคงถือเป็นสิ่งที่อยู่ใน หลุมดำ ที่ยังไม่มีใครรู้ นอกจากตัวของ Google เอง

1 คะแนนของ Inbound link ของเว็บไซต์หนึ่ง นั้น มิใช่ได้มาแค่มีลิ้งค์ หรือว่าเว็บอื่นๆ มีลิ้งค์เชื่อมโยงมาแค่หน้านั้น แล้วจบ Google จะเก็บข้อมูลของ inbound link ที่เข้ามานั้น และตัดสินใจว่า 1 คะแนนที่จะได้นั้น สมควร หรือเหมาะสมหรือไม่ เปรียบได้กับการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งว่า เป็นบัตรดี หรือบัตรเสียนั่นเอง

เพียงแต่ 1 คะแนนนั่นจะไม่ใช่แค่ได้หรือไม่ได้ แต่ Google ยังนำมาคำนวณว่า มีน้ำหนักที่ควรจะได้มากแค่ไหนเสียด้วย หากว่า ลิ้งค์ ที่เป็น 1 โหวดนั้น มีค่ามากพอ ก็จะถูกนับคะแนนเพิ่มให้แก่ หน้าเว็บนั้น แต่หากลิ้งค์ที่เป็น 1 โหวตมีค่าแย่กว่าปรกติ ย่อมทำให้มีโอกาสที่จะโดนลดค่า PR อีกด้วย (ถือว่าเป็น [tag]Bad neighbourhood[/tag])

จากนั้น คะแนนที่ได้ จะถูกนำมาคำนวณต่อ เพื่อกำหนดออกมาเป็นค่า PR ตั้งแต่ 0 - 10 นั่นเอง ซึ่งหากมองภาพรวมทั้งระบบการคิด Pagerank แล้ว เหมือนกับการเลือกตั้ง กลายๆ คือ

มีลิ้งค์ เหมือนคะแนนโหวต 1 โหวต คะแนนที่ได้ จะนำมาเช็คว่าเป็นบัตรดีหรือเสีย หรือไม่ออกเสียง จากนั้น ก็จะนับคะแนนทั้งหมด แล้วนำมาคิดเป็น % นั่นเอง

ซึ่งค่า PR ที่ได้ แต่ละระดับนั้น สามารถเช็คได้จาก Google toolbar หรือ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีให้ตรวจสอบค่าดังกล่าว

สำหรับค่า PR=0 และ 1 นั้นสำหรับเว็บไซต์ใหม่ หรือ page ใหม่นั้น ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่เดียว เพราะหมายถึงการที่ Google ยอมรับแล้วว่าหน้าเว็บไซต์นั้นๆ ผ่านการตรวจสอบ และเว็บไซต์ที่เกิดใหม่ หลุดพ้นจาก กล่องทราย หรือ [tag]Google Sandbox[/tag] เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ค่า PR จะมิได้ขึ้นตามขั้น จาก 1 ไป 2 จาก2 ไป 3 แต่จะถูกปรับขึ้นลงได้ และวันดีคืนดี PR=0 อาจจะเป็น 3 หรือ PR=6 อาจจะเป็น 1 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ คะแนนโหวตจาก Inbound/Outbond link ,ความสำคัญของลิ้งค์ เป็นต้น

แม้ว่า Google จะได้มาเผยสูตร

PR(A) = (1-d) + d(PR(t1)/C(t1) + … + PR(tn)/C(tn))

โดยที่ PR(A) คือPagerank ของ เวบเพจ A ,PR(Ti) คือPagerank ของ Ti ที่ลิงค์มายังเวบเพจ A,C(Ti) คือ จำนวนของ Outbound ลิงค์ ของ Ti, และ d คือ Damping Factor มีค่า ระหว่าง 0-1

จุดที่น่าสนใจคือ เจ้าค่า d นี่เอง ที่ถือว่าเป็นค่าตัวแปรที่ถูกหมกอยู่กับ Google เพราะหากมองตัวสมการแล้วพิจารณาง่ายๆ ไม่ต้องนั่งคิดเลขให้ปวดหัว
ค่าที่ถูกนำไปคิดใน สมการนี้ทั้งหมด จะถูกนำมาคูณด้วย d เป็นตัวสุดท้าย ก่อนที่จะเอาไปคิดต่อ

ดังนั้น หาก ในวงเล็บที่ว่า PR(t1)/C(t1) + … + PR(tn)/C(tn) คิดได้ เยอะแยะ แต่ Google ให้ค่า d แค่ 0.1 ก็เท่านั้นครับ
ซึ่ง เจ้าค่า d หรือ [tag]damping factor[/tag] นี่ล่ะครับที่ถือเป็น ค่าที่อยู่ในหลุมดำของ Google จริงๆครับ

Tags :

SEO project : Google Why???

ในบล็อก ไอ้มอม ของผม คงจะเห็นว่า ผมกล่าวถึง Google มาเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า แทบจะทุกบทความ
ทำไม ถึงไม่กล่าวถึง [tag]Search engine[/tag] ตัวอื่นๆ บ้าง ทั้งๆ ที่ในโลกนี้ มี Robots ของ Search Engine อยู่เป็นจำนวนมาก
( ข้อมูลจาก http://www.robotstxt.org มี Robots อยู่ถึง 298 ตัวด้วยกัน ครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

แต่ทำไม ต้อง Google และ Google มีอะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ กับ [tag]Google SERP's[/tag] มากนัก

เราลองมาดูสถิติ กันนะครับ ว่า ทำไมต้อง Google

Search Engine Global Usage Share

ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เป็นจำนวนหลายสิบหลายร้อยล้านคน ในแต่ละวัน การที่เราสามารถเกาะอยู่ใน Google SERP's ในหน้าแรกๆ นั้น
ย่อมมีโอกาสที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต จำนวน นับแสน นับล้านคน มีโอกาสที่จะเห็นเว็บไซต์ของคุณนั่นเอง

แต่นั่น หมายความว่า ในกรณีที่เว็บคุณ สามารถที่จะสื่อสารกับ ผู้คนได้ทั่วโลก หรือ เอาง่ายๆ คือ เว็บของคุณ เป็นภาษาอังกฤษ นั่นเอง

สำหรับในประเทศไทยเรานั้น ก็ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยทีเดียวครับ ลองไปดูสถิติ กันเล่นๆ

Google stat in thailand.
(ที่มาจาก [tag]Truehits[/tag])
จากกราฟ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ ช่วงกลางของปี 2004 ผู้ใช้อินเทอเน็ตในบ้านเราหันไป ใช้ Search จาก Google เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่ เรียกได้ว่า แทบทั้งหมดของผู้ใช้งานอินเทอเน็ต ในไทยทั้งหมดเลยทีเดียวครับ

ดังนั้น จุดที่น่าสนใจ อยากมาก คือ การที่ในบ้านเรายังคงเริ่มเกาะกระแส การทำการตลาดผ่านอินเทอเน็ต แต่ยังไม่มากเท่าที่ควร
โดยเฉพาะ การทำ [tag]e-commerce[/tag] ที่ยังคงดูแล้วเตาะแตะเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน ซึ่งสาเหตุหลัก น่าจะมาจากระบบการจ่ายเงิน เก็บเงิน
ที่ยังคงดูเป็นสิ่งที่ไกลตัว เราๆ ท่านๆ อยู่นั่นเอง

หรือ แม้กระทั่ง การทำ PR ประชาสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่ง [tag]การทำตลาด[/tag] โดยอาศัยเจ้า [tag]Google Adwords[/tag] ที่น่าจะได้ผลดีต่อ ผู้ค้า เป็นอย่างมาก กลับมี Ads จำนวนน้อย
ที่เป็นของไทย แสดงใน Google ซึ่งตรงจุดนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องดูกันต่อไปใน อนาคต เพราะแนวโน้ม การเข้ามาของ [tag]e-money[/tag] ในไทยเริ่มเข้ามาเยอะมากขึ้น และคงต้องติดตามกันไปยาวๆ

แต่สิ่งที่ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งคือ การทำตลาดผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้น เป็นสิ่งที่ น่าสนใจมากทีเดียว

SEO project : Wrong way to SEO.

การทำ SEO นั้น เหมือนกับ ศาสตร์และศิลป์ ทีเดียวนะครับ เพราะนอกจากที่จะต้องรู้เทคนิค รู้วิธีการแล้วนั้น ยังจำเป็นที่จะต้อง รู้จักการใช้
การทำอย่างที่ ดูแล้วสวยงามไม่ รบกวนหรือ พูดง่ายๆ คือรู้จักใช้ด้วย

ซึ่งหลายเว็บ มีทั้งการทำ SEO ทั้งตามปรกติ และการทำโดยอาศัยเทคนิคที่ไม่ถูกไม่ควรด้วยกัน
โดยหลายต่อหลายเว็บ มีการทำ SEO ที่ผิดแบบ ผิดทางไปบ้าง แต่นั่นไม่สำคัญ ทำกับการจงใจทำ [tag]SEO Blach Hat[/tag]นั่นเอง

การทำ SEO ในรูปแบบของ Blach hat นั้น มีด้วยการหลายต่อหลายแบบครับ
แต่เอาแบบแรกที่ถือว่า ค่อนข้างใช้กันมาก และมีทั้งไทย และเทศ เพราะนอกจากจะทำง่าย แล้วก็ได้ผลดีทีเดียว

นั่นคือ การ [tag]Spam keyword[/tag]

การ Spam keyword นั้นมีอยู่ด้วยกันอย่างโจ่งแจ้งและไม่โจ่งแจ้งครับ

1. การทำการ Spam อย่างโจ่งแจ้ง คือ การใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมากมายในหน้าเว็บ ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง หรือ คีย์เวิร์ดที่ต้องการเป็นจำนวนมากๆ
ในส่วนของเนื้อหา โดยบางครั้งนั้น มีการใส่แบบที่เกินกว่า ที่จะเป็นเนื้อหาด้วยซ้ำ เพื่อให้ได้ [tag]SERP's[/tag] ในผลการค้นหาคำที่ต้องการ

ซึ่งในไทยนั้น ก็พอมีให้พบเห็นได้บ้าง แต่ลองดูตัวอย่างจากต่างประเทศนะครับ

wrong seo

ซึ่งในภาพจะเห็นว่า มีการใส่ คีย์เวิร์ด จำนวนมากๆ สลับกันไปมา ซึ่งในภาพนั้น ผมตัดมาเพียงส่วนเดียว เท่านั้น
นอกจากที่จะทำการ spam keyword แล้ว การอาศัย Weblog ในการทำ blackhat seo ที่ถือว่าจะช่วยดันอันดับได้พอสมควร
(เอาไว้คราวหน้านะครับว่า ทำไม Weblog ถึงทำให้ช่วยการทำ SEO ได้เร็วขึ้น )

ดังนั้นอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ

2. การ Spam แบบที่ไม่โจ่งแจ้ง นั้น หากจะแบ่งซอยย่อยๆ ออกไปได้อีกสองแบบครับ
อันแรก การ Spam keyword ในหน้าเว็บที่แสดงปรกติ เพียงแต่หากไม่สังเกต ไม่สงสัย ก็อาจจะไม่เห็นครับ ซึ่งวิธีนี้ คล้ายกับวิธีที่ 1 เพียงแต่ปรับให้สีของตัวอักษร กลมกลืนกับสีของพื้นหลัง

ทำให้ในหน้าเว็บปรกติ เราจะเห็นเป็นพื้นที่ว่างๆ เท่านั้น แต่หากเมื่อไหร่ที่ทำการ select text หรือ กด Ctrl+a แล้วล่ะก็ เจ้าตัวอักษรก็จะโผล่ให้เห็นกัน พรึ่บพรั่บไปหมดนั่นเอง

อันดับต่อมา คือการ Spam ในส่วนที่มองไม่เห็น หรือไม่แสดงในหน้าเว็บไซต์ ซึ่งในส่วนนี้ มีหลายวิธีด้วยกันคือ การใส่ Tag comment ไว้ในหน้าเว็บ ซึ่ง tag เหล่านี้ จะไม่แสดงในหน้าเว็บให้เราเห็น แต่หากเราคลิกขวา และเลือก Views Source แล้วล่ะก็ เราก็จะเห็นเจ้า Tag comment ที่เต็มไปด้วย Keyword เต็มไปหมด แบบนี้ครับ

wrong seo

นอกจากนี้ ยังมีการ Spam เข้าไปในส่วนของ Meta tag ต่างๆ อีกด้วย แบบนี้ครับ

wrong seo

(ตรง xxxxxxxx นั่นขอ censor นะครับ)

ซึ่งหากมองว่า ผลที่ได้นั้น กับ SERP's แล้ว ย่อมได้อันดับดีๆ แน่ๆ หากแต่เมื่อไหร่ที่ Search Engine ทั้งหลายตรวจพบ และโดนแบนขึ้นมา
ถามตัวเอง ก่อนที่จะทำครับว่า คุ้ม หรือไม่ ???

SEO project : Duplicate Content .

[tag]Google SERP's[/tag] นั้นถือเป็นผลลัพธ์ อีกหนึ่งแบบที่ถือว่าเป็นจุดประสงค์ที่ผู้ทำ SEO ให้ความสำคัญ
ซึ่งเมื่อวันก่อนได้เข้าไปอ่าน บทความใน www.seochat.com เกี่ยวกับการบทความซ้ำกัน

ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า การ [tag]Copy content[/tag] ค่อนข้างเยอะทีเดียว ซึ่งใน SEOchat.com นั้น กล่าวในบทความ
"Duplicate Content Penalties: Problems with Google’s Filter" เขียนโดย Jennifer Sullivan Cassidy

จากในบทความ ที่ผมเองได้พยายามอ่านแบบ งูๆ ปลาๆ เห็นว่า น่าจะมีประโยชน์เลยขอเอามาสรุปๆ ความให้พอเข้าใจถึงเกี่ยวกับ Duplicate Content ใน Search Engine ต่างๆ นะครับ

ซึ่ง ผู้ที่เป็นคนเขียนบทความ ได้ทดลอง โดยการเขียนบทความลงในเว็บไซต์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้น ประมาณ 6 สัปดาห์ ก็ได้เข้าไปใช้บริการ Search Engine ทั้งสามคือ Google.com , Yahoo.com และ MSN.com

ผลในการค้นหา จากทั้งสามแห่ง โดยที่แรกคือ Google.com นั้น ในช่วงแรก พบว่า การแสดงหน้าเว็บไซต์ต้นฉบับของบทความนั้น ก็แสดงในหน้าแรก อย่างถูกต้อง ควบคู่กับเว็บไซต์ ที่นำบทความไปลงอีก 14 เว็บไซต์ แต่จากนั้นไม่นานนัก บทความดังกล่าว ถูกนำไปลงในเว็บไซต์เป็นจำนวนมากมาย

แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน บทความต้นฉบับของเค้า ก็เริ่มมีอันดับตกลงๆ เรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่ทีเดียวสำหรับผู้ที่ทำเว็บไซต์และเขียนบทความ ที่กลายเป็นว่า บทความต้นฉบับ กลับค่อยๆ หายไปจากแรกของ Google ในที่สุด

ในขณะที่ Search Engine อันดับที่ 2 คือ Yahoo.com ทางผู้เขียนบทความ กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะว่า ผลการแสดงของ Yahoo นั้นมีบทความต้นฉบับอย่างถูกต้อง อยู่ในหน้าแรกของ Yahoo

และสุดท้าย MSN.com ทางฝ่ายผู้เขียนถือว่า ประทับใจ MSN เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบทความต้นฉบับถูกแสดงอย่างถูกต้อง แถมยังให้บทความต้นฉบับ นั้นอยู่ในอันดับแรกๆ อีกด้วย

ซึ่งในบทความยังกล่าวด้วยอีกว่า ในเมื่อ Google.com ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดของ Search Engine อยู่เป็นจำนวนมาก แต่บทความที่เป็นต้นฉบับ กลับมิได้ถูกจัดอยู่ใน Google SERP's อย่างถูกต้อง สิ่งนี่เป็นสิ่งที่ถือว่า Google คิดผิด

อีกทั้ง การที่ Google ยังให้ indexs ของหน้าเว็บที่นำบทความไปลงนั้น ขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ อีกด้วย ยิ่งนั่นอาจจะก่อให้เกิดการ Spam ในรูปแบบใหม่ๆ ได้

ซึ่งหลังจากที่ผมเองได้อ่านบทความนั้น แล้ว กลับมาคิดว่า นี่ก็อาจจะถือได้ว่า เปิดการเดินทางผิดของ Google อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะหากว่า Google มิได้ให้บทความอันเป็นต้นฉบับ อยู่ในอันดับแรกๆ ต่อไปการก้อบปี้ บทความต่างๆ ที่น่าสนใจลงในเว็บไซต์ ก็จะมากขึ้น

ก็ถือว่า ประเด็นนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่านำไปคิดต่อจริงๆ

Google Facts & Fiction

มีหลายอย่างที่เป็นสิ่งที่เราคิดหรือเชื่อ หรือ เล่ามา เกี่ยวกับ Google เป็นจำนวนมาก จนทำให้ คิดว่า นั่นเป็นเรื่องจริง
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ ทำให้ Google ต้องออกมาเขียนไว้ในเว็บไซต์ของตัวเอง เกี่ยวกับเรื่องจริง และเรื่องเล่า และผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์
แก่ผู้ที่จะทำ SEO อยู่เช่นกัน เลยเอามาให้ดูกันนะครับ

Fiction: Advertising on Google affects my rankings in the search results.
Fact: Advertising with Google neither helps nor hurts a site's rankings in Google.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: Joining a link exchange or "free-for-all" link program will boost my rankings.
Fact: Linking schemes will often do a site more harm than good. Many sites that advertise link-sharing programs not only offer little value, but will distribute your email address without your permission, resulting in an increased volume of unwanted mail.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: Automated "rank checking" programs are a good way for webmasters to save time and measure their online presence.
Fact: Automated rank checking programs violate Google's Terms of Service. They use server resources that should be spent on answering user requests. We strongly request that you not use rank checking programs to check your position on Google.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: A competitor can ruin a site's ranking somehow or have another site removed from Google's index.
Fact: There's almost nothing a competitor can do to harm your ranking or have your site removed from our index. Your rank and your inclusion are dependent on factors under your control as a webmaster, including content choices and site design.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: A website will be removed from Google's index if it's "over-submitted."
Fact: We don't require submission nor do we penalize sites for "over-submission." You're free to submit as often as you wish. However, given the nature of our inclusion process, your time is better spent improving the content and links of your site.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: Sites aren't included in Google's index if they use ASP (or some other non-html file type.)
Fact: At Google, we're able to index most types of pages and files with very few exceptions. A sampling of the file extensions we're able to index includes: pdf, asp, jsp, html, shtml, xml, doc, xls, ppt, rtf, wks, lwp, wri, swf, cfm, and php.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: Using a particular type of web server such as Apache or IIS will benefit a site's rankings.
Fact: Google does not distinguish between different web server types in our rankings; use whatever type of web server is best for your situation.

--------------------------------------------------------------------------------
Fiction: If my pages load slowly, that will hurt my site's rankings.
Fact: How fast a page loads does not affect its ranking. However, if your web server or connection is down or causes a page fetch to fail, that page won't be indexed.

ที่มาจาก Google.com

ลองอ่านกันดูนะครับ

ปล.วันนี้ไม่ค่อยสบายเลยยังคิดอะไรไม่ออกครับ เหอๆ

Tags :

Travel Blog in i-morm.com

ก็แตกไปอีกอันแล้วนะครับ กับ i-morm.com ที่ผมเองได้ตัดสินใจแตก บล็อกออกไปใหม่เป็น travel.i-morm.com
ซึ่งในบล็อกนั้น ก็ได้ พี่อาร์ท ที่รู้จักกันในตอนสมัย ทำหนังสือท่องเที่ยว ที่เคยตะลอนทัวร์ กันบ้าบอ มาช่วยทั้งในส่วนของบทความ รูปภาพ และน่าจะเนื้อหาในส่วนอื่นๆ อีก

จากนั้น ก็ได้ เพื่อนต๋อม เพื่อนตัวกลมๆ เหมือนโดเรม่อน ที่เคยเรียนมาด้วยกันในสาขา อุทยานและนันทนาการ ซึ่งจะมาช่วยหลักๆ คือเนื้อหาวิชาการในบล็อกแห่งนั้น การันตีได้ว่า คงไม่จะได้รับความรู้กันไม่น้อยทีเดียวครับ

ส่วนผม ก็จะไปช่วยเรื่องบทความบ้าง เพราะเนื่องจากยังคงมีบทความเก่าๆ ในสมัยที่เขียนลงหนังสือท่องเที่ยวอยู่บ้าง ก็คงจะนำมาตัดให้กระชับ สั้นลง ให้เหมาะสมกับ หน้าเว็บไซต์

แต่บล็อกหลักแห่งนี้ก็จะยังคง อัพเดทเนื้อหาเพิ่มอยู่นะครับ เพียงแต่ช่วงนี้ อาจจะช้าไปบ้าง ก็คงเพราะจะต้อง Design หน้าเว็บหลักนี้ใหม่ รวมทั้งคงต้องนั่งเขียนโปรแกรมปรับปรุงระบบเพิ่มเติม จากของ Wordpress ที่มีอยู่

ในตอนนี้ ก็คงต้องรอทางฝั่งของทีม content ของผมล่ะครับ ว่าเตรียมพร้อมเมื่อไหร่

ให้สามารถแสดงเนื้อหาได้ตามต้องการ และง่ายต่อการใช้งานของท่านที่ติดตามอ่านบล็อก ไอ้มอมแห่งนี้ครับ

ซึ่งบล็อก แห่งนี้ ในอนาคต คาดว่าจะมีการแตกบล็อกออกไปอีก เพิ่มเติม เพียงแต่คงจะต้องอาศัยจังหวะและเวลา รวมทั้ง บุคลากรที่จะมาช่วยในเนื้อหาในส่วนที่จะเพิ่มขึ้นมาใหม่

การันตีครับว่า เว็บแห่งนี้ จะเป็นเว็บที่มีบล็อกหลายๆอัน ที่มีเนื้อหาแตกต่างกันไป มาอยู่ด้วยกันแน่ๆ คอยดูกันต่อไปนะครับ

สุดท้าย ขอขอบคุณผู้ที่แวะเวียนเข้ามาติดตามอ่าน เรื่อง SEO ในบล็อกหลักแห่งนี้ นะครับ และคอยติดตามเนื้อหาท่องเที่ยวได้ ทันทีคาดว่า ไม่นานเกินรอครับ