Thailand Next Web App 2008

ก็ผ่านมาแล้วนะครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในงาน Thailand Next Web App. 2008 ซึ่งจัดขึ้นที่ตึกไทยซัมมิตครับ ซึ่งผมเองก็ไปมาครับ ทีแรกคิดว่าจะรีวิวตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่ก็เอาแว่นตาไปเปลี่ยนเลนซ์ วันอาทิตย์เลยต้องทำงานแบบตัวหนังสือเบลอๆ เอา กว่าจะเสร็จงานก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนครับ ก็เลยเลื่อนมาวันนี้ เพราะว่าลางานไว้เรียบร้อย เนื่องจากไปทำงานคงไม่ได้งานเท่าไหร่ มองตัวหนังสือเบลอๆ ไปหมดล่ะครับ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่อง ในงานนี้ จริงๆแล้ว มันแบ่งออกเป็นสองห้องหลักๆ คือที่เป็นในเรื่องของ BusinessและDevelopment ครับ โดยในห้องของฝั่ง DEV นั้นหลักๆจะเป็นเรื่องของ Railเสียส่วนใหญ่ จริงๆอยากเข้าไปฟังนะครับ แต่เห็นคนแล้วไม่รู้จะแทรกไปนั่งตรงไหนดี เลยปักหลักอยู่ห้อง biz ดีกว่า

....................................

บางส่วน ผมจำไม่ค่อยได้ขอไม่ลงรายละเอียดนะครับ เพราะไปงานด้วยอาการมึนๆ งงๆ สืบเนื่องจากวันศุกร์ซดไปไม่น้อยครับ

....................................

เปิดตัวกันซักพักนึง ก็เริ่ม Lightning Sessionครับ โดย @sugree ในเรื่องของ ITไทย ไป ITโลก ประเด็นนี้น่าสนใจครับ เพราะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องยอมรับกันว่า การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังนั้นมีน้อย และมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ รัฐบาล เหมือนว่าจะทำงานต่อจากคนเก่าไม่ได้ เดี๋ยวทับรอยกันอะไรประมาณนี้ ซึ่งบทสรุปของเนื้อหาในตอนนี้คือง่ายครับ

"พึ่งตัวเอง"

ง่ายไหมครับ ผมชอบคำกล่าวนึงในศาสนาคริสต์ว่า "พระผู้เป็นเจ้า จะทรงช่วยผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองก่อนเสมอ" (ผมนับถือพุทธนะครับ แต่ก็เคยศึกษาในเรื่องของศาสนาคริสต์มานิดนึงครับ) ตรงนี้เอง ผมมองว่า ถ้าคนไทยมีแนวคิดอย่างนี้บ้าง คือพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะรอการสนับสนุนจากภาครัฐ (ที่มักจะโชว์ปาหี่ในช่วงหาเสียงเสมอๆ) น่าจะไปได้เร็วกว่านะครับ

สำหรับ Slide ชุดนี้ ดูได้ที่ http://sugree.com/node/220 นะครับ

....................................

คุณ Greendog มาพูดเรื่องเกี่ยวกับ user disign อะไรพวกนี้ล่ะครับ สรุปใจความได้ว่าเว็บในกลุ่มเว็บ web 2.0 ต้องเน้นในเรื่องของ Function การใช้งาน ที่จะต้องมาควบคู่กับ Design แล้วปิดท้ายเสริมแรงด้วย Performance ครับ (สั้นดีไหม)

....................................

ต่อด้วย @pittaya ครับ ที่มาแนะนำเจ้า FWDDER จริงๆไม่ได้มันไม่ได้อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เดอ แต่อ่านว่า ฟอร์-เวิร์ด-เด้อ ซึ่งได้มาแนะนำ Solution นะครับ

ดู slide ได้ที่ http://www.slideshare.net/pittaya/fwdder-share-your-forward-mails-presentation/

....................................

ต่อมาเป็นเรื่องของ Make it Thai: Opportunity, Problem, and Experienceโดย @lewcpe ณ  Blognone ครับ เปิดตัวด้วยประโยคที่น่าสนใจครับ

โปรแกรมเมอร์ที่ดี ย่อมพัฒนาโค้ดที่ดีได้
โปรแกรมเมอร์ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมขโมยโค้ดที่ยิ่งใหญ่

อ่า ได้ยินไหมครับ พี่บิล เกตส์ (ถูกใจที่สุดเลย) สำหรับในประเด็นนี้ หลักๆ อยู่ที่ว่า เรื่องของการ ลอกและขโมย ครับ ตรงนี้น่าสนใจครับ เพราะส่วนหนึ่งตรงกับแนวคิดของผมว่า การคัดลอก หรือขโมยความคิดของใครมาใช้งานนั้น หากวางในจังหวะที่ไม่เหมาะสม ในจุดที่ไม่ถูกไม่ต้องแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ได้หมายความจะรุ่งได้ มันต้องจัดให้จังหวะและเวลานั้นลงตัวด้วยครับ

ซึ่งในหัวข้อนี้ คล้ายๆ กับการพูดคุยกันมากกว่า จึงสรุปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ

....................................

สำหรับประเด็นอื่นๆ ตอนเที่ยงๆ ด้วยความหิว ก็เลยจำอะไรไม่ค่อยได้ครับผม แต่จำได้ว่า

@kengggg มาพูดถึงเรื่อง Drunk firefox เอ้ย Firefox Thai l10n ครับ ซึ่งเป็นการรายงานความเคลื่อนไหว

@bact มาพูดถึงเรื่องของ CC หรือ ครีเอทีฟ คัมม่วน ครับ (ผมมักเรียกว่า คัมม่วนแทนคัมม่อน ครับ lol )

....................................

ในตอนบ่ายก็มีเรื่องที่น่าสนใจ อยู่ครับ จริงๆ อยากจะย้ายไปนั่งฟังเรื่อง Web standdard ครับแต่ว่าห้องเต็มมากเลยต้องกลับมานั่งห้องเดิมครับ

เริ่มต้นด้วย @adamy มาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ Fukduk.tv และเรื่องของ New Media ครับ ซึ่งในมุมมองของ @adamy นั้นเค้ามามองว่า fukduk. นั้นเป็นเรื่องของ Long trail. คือ ณ ตอนนี้บ้านเรายังวนอยู่ในส่วนของ Old media ยังติดตามละครน้ำเน่า ตบตีกันอยู่ แต่ในอนาคต เรื่องของทีวีออนไลน์ มันจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ๆ ของกลุ่มคนที่ต้องการอะไรที่มากกว่า ละครหลังข่าวนั่นล่ะ

ซึ่ง fukduk เองมองที่ เนื้อหาที่ตัวเองมีเป็นหลัก และนั่นมันตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่า seo ส่วนหนึ่งในบ้านเราทำคือ มองที่ตลาดใหญ่เป็นหลัก แล้วจึงหาเนื้อหาเหล่านั้นมายัด ผลคือ มันไม่ใช่ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจะเลือกเสพ เลือกค้นหาสิ่งที่เห็นแล้วบอกว่า

"นี่ล่ะ ใช่เลย"

....................................

จากนั้นต่อด้วย @dekadsครับ ซึ่งจริงๆแล้ว ผมคาดหวังไว้เล็กๆ ว่าจะได้ข้อมูลแนวทางบางอย่างเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ใช่ครับ (อาจจะเป็นเพราะผมอยู่ในวังวนเรื่องของบล็อก และการหารายได้ เข้าบล็อกอยู่แล้วมั้ง) ทำให้ไม่ได้ฟังเท่าไหร่ครับ นั่งtweet เล่นไปเรื่อยๆ

....................................

ต่อด้วย PG.in.th ซึ่งจำไม่ได้ครับว่า ท่านใดพูด เพราะผมไม่ได้สนใจในตัวของผู้พูดเลยครับ แต่สนใจในเนื้อหามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งในไอเดียของการทำและความพยายามครับ เพราะมันเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากเลย ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด อยากรู้ ไปดูที่ www.pg.in.th ครับ (ปล.ถ้าไม่พิมพ์ www เข้าไม่ได้เด้อ!) ของเค้าดีจริงๆ แต่เล่นไม่ได้อ่ะครับ มือถือผมใช้ APP ไม่ได้

....................................

ต่อด้วย @hunt ที่เรียกเสียงฮือ ฮา อื้ออึงและซี๊ดอูย! ด้วยภาพสาวสวยจากที่ไหนไม่รู้ครับ เหมือนดาราav ที่เคยดู ( lol ) แต่พอเข้าเนื้อหาแล้วน่าสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Zickr กับทราฟฟิค, Diaryis ที่เกิดขึ้นจาก Invites เพียง 6 อันเท่านั้น และกลายเป็น 3000 ภายในไม่กี่วัน จนปัจจุบัน มีผู้ใช้งานที่เริ่มต้น จาก 6 invites นั้นอยู่ 6000 คน และ Activeอยู่ 5900 โดยประมาณ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจจริงๆครับ

ซึ่ง @hunt ได้พูดถึงเรื่องการจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ ครับ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นไอเดียที่ดี และรุ่งมาแล้วในหลายประเทศ อย่างเช่นในจีน QQ มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากครับ ซึ่งในจำนวนนั้น มีประมาณ1ล้านคนที่จ่ายเงินให้กับ QQ โดยจ่ายคนละประมาณ 10-12 บาทต่อเดือน นั่นหมายถึงว่าQQไม่ต้องนั่งรอขาย Ads เลยแม้แต่น้อย

แต่ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้โมเดลนี้รุ่งในบ้านเรา เพราะผู้ใช้งานส่วนหนึ่งถูกฝังหัวไว้ว่า ทุกอย่างในเว็บและอินเตอร์เน็ต ไม่ต่างจากของในสวนสาธารณะ ที่ใครก็ใช้ได้ จะก้อบปี้, จะเกรียนใส่,จะพ่นสี หรือทำอะไรก้ได้ เดี๋ยวเจ้าของเว็บมันก็เช็ดเองล่ะ

ตรงนี้ที่ยังต้องใช้เวลาครับ เหมือนกับปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้ล่ะ ต่างฝ่ายต่างจะเอาๆ ไม่สนใจว่า เรื่องจริงๆอย่างไรบ้าง ใครคิดไม่เหมือนคือผิด คิดต่างคือศัตรู (ไม่สงสารคนที่ไม่ชอบลุงหมัก ไม่ได้รักพี่มาร์ค และไม่ได้คลั่งสนธิอย่างผมบ้างเลย)

(กลับเข้าเรื่องดีกว่าครับ) แต่น่าสนใจนะครับ พร้อมกันนี้ @hunt ก็เปิดตัวเว็บใหม่ครับ www.ohmyform.com เป็นเว็บที่เอาไว้ใช้ในการสร้างฟอร์มออนไลน์ครับ น่าสนใจดี แต่ผมไม่ได้ลองใช้งานเพราะไม่มี account ครับผม

....................................

ส่วนต่อไปก็คือรายการตลกครับ โดยสองคู่หู ดูโอคอร์ นั่นเองครับ ก็เรียกเสียงหัวเราะพร้อมสาระ และเสียงปรบมือ(จากหน้าม้า)ได้ตลอดครับ จริงๆแล้วเนื้อหาก็จะเป็นในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับ duocore นั้นเองครับ

....................................

สุดท้ายจบด้วย Noknok ที่เรียกว่าเป็นTwitter เมืองไทยแล้วกันครับ แต่ไม่ขอวิพากวิจารณ์ดีกว่า กลัวครับ หลังถูกมองว่าเป็น บล็อกเกอร์ขี้อิจฉา อยู่ด้วย กลัวครับ ยังเข็คขยาด (และรำคาญ) ว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมมาวิจารณ์ในฐานะของคู่แข่งทางธุรกิจบ้าง จ้องจะดิสเครดิสบ้างครับ

....................................

สรุปนะครับ สำหรับงานนี้ ส่วนหนึ่งน่าสนใจดีครับ ได้สาระดี แม้ว่ามีข้อบกพร่องตกหล่นไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วนะครับ การที่เราจะก้าวไปข้างหน้า จะกลัวอะไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราจะก้าวไป แต่กลัวจะตกบันได กลัวตกหลุม ตกบ่อ แล้วล่ะก็ การพัฒนามันก็ไม่เกิด และเราก็จะจมอยู่กับที่ ปล่อยให้ใครต่อใครเดินข้ามหัวเราไป

ซึ่งเมือถึงตอนนั้น ก็คงโทษใครไม่ได้ครับ ว่าทำไมเราไม่เดินไป

ดังนั้น งานนี้ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจครับ ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงคือ อยากให้มีห้องมากกว่านี้ครับ อย่าง lighning session จริงๆแล้วเปิดพื้นที่โชว์ไอเดียที่น่าสนใจครับ และผมเชื่อว่า หากมีพื้นที่มากพอ ก็มีอีกหลายคนที่จะโชว์พาวครับ

ในห้อง Biz ที่ผมเข้าไปฟังนั้น บางเรื่องมันก็เหมือนยังขาดอะไรไป แต่บอกไม่ถูกครับ

แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่า คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่แพ้ใครในโลกหรอกครับ อยู่ที่ว่า เรากล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ และกล้าที่จะล้มหรือไม่เท่านั้นเอง

ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ

Comments

quote สุดท้ายนี่มันบอกยี่ห้อมาก
โดย sugree (not verified) เมื่อ Mon, 08/18/2008 - 05:07
 
ผมว่าหลายๆ เรื่องน่าสนใจจริงๆ ฮะ ส่วน Project ใหม่ๆ อย่าง pg.in.th เนี่ย น่าสนใจจริงๆ ฮะ ดูแล้วน่าลองเข้าไปเล่นดู และก็อีกหลายๆ ผลงานที่น่าสนใจ และสนับสนุนพึ่งเคยมางานอย่างงี้เหมือนกันเลยรู้ว่าคนไทยก็เก่งจิงๆ นะเนี่ย
โดย boydchan (not verified) เมื่อ Mon, 08/18/2008 - 05:03
 

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.