เอาละครับ เหมือนจะมีงานเข้าเลย เรื่องของเรื่องก็คือ ไอ้เรื่องของที่ผมเขียนบล็อกนี่ละครับ ซึ่งมีคำถามมาถึงผม ว่าผมเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร มุ่งหวังอะไรกันแน่ รวมทั้งมันยาวมาถึงหน้าที่การงานของผมไปอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่ประการใด ก็ไม่รู้ แต่ผมเอง ก็ขอแสดงความเป็นบล็อกเกอร์ของผมด้วยครับ
อันดับแรก บล็อกนี้ ผมเขียนขึ้นมาเพื่อมุ่งหวังเป็นช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้เรื่อง SEOทั้งของผม ของผู้ที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหมู่คนทำ SEO ซึ่งผมเองก็พยายามยึดถือเอาตามแนวของการทำ SEO ในด้านสว่างเสมอมาครับ ดังนั้น หากย้อนไปดูเนื้อหาที่ผมเขียนถึงเกี่ยวกับเรื่อง Blackhat แล้วล่ะก็
- เกาะประเด็น คำแก้ตัวของ Kapook.com.
- จับประเด็นเรื่องของ Fake google pagerank.. ซึ่งก็มารู้ที่หลังว่า มันเป็นเว็บของคนรุ้จักกันนี่เอง (เผลอกัดไปหน่อย)
- สะกิดบทความจากหนังสือฉบับหนึ่งSome thing from Magazine. เกี่ยวกับเรื่อง SEO
- กัดเว็บในกลุ่มพวก Blackhat ทั้งเรื่องของการทำ hidden text,keywords stuffing SEO and Ethics.
- เรื่องของการทำ Door way page BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell. 3
- เรื่องของการทำ hidden text BlackHat in Thailand,wrong way to SEO from Hell. 2
อันนี้ ถือเป็นเป็นเกี่ยวกับเรื่อง Blackhat ครับ ที่เรียกว่าเขียนจิกกัด และสะกิดคนทำ Blackhat seo มาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดครับ รวมทั้งถ้าท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกผม รวมทั้งหลายๆ ท่านที่เคยคุยกัน จะรู้ว่า ผมทำ SEO มาด้วยการไม่ยุ่งกับสายดำมาตลอด ดังนั้น ทุกเว็บที่เล่นสายดำ แล้วผมไปพบ และเป็นประเด็นต่างๆ ก็มักจะนำมาบล็อก ถึงเสมอๆ ครับ
นอกจากนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการก้อบปี้ content อย่างไม่ถูกต้องทั้งในบล็อกผม และที่อื่นๆ ที่รู้สึกว่า มันไม่ถูกต้อง ก็จะมาเขียนถึง
- ล่าสุดกับ ชุดที่ผมมีปัญหาเรื่องเนื้อหาที่โดนก้อบไป จากทาง ทีมงาน Tarad edu โดยเริ่มต้นที่Entry นี้ ขอ Link ครับ., จากนั้นก็นับถอยหลัง 3 days after.., 4 Days after... , 5 days after... และสุดท้ายเคลียร์กันจบ 6 days. In the end..
- ประเด็นอันน่าสงสัยของความเหมือนที่แตกต่าง SomeThing Like It..
- รวมไปถึง สืบเนื่องจาก กรณี เมื่อ MThai ลอกบทความจากบล็อก Vinegar Girl ของคุณเก่ง. ซึ่งงมีต่อเนื่อง กรณีการ copy content .เป็นตอนที่ 2 และจุดสรุป ปิดท้ายเรื่องการ Copy Content ครับ.
และ ในประเด็นของเอ็มไทยนี่เอง ที่เรียกได้ว่า ทำให้ผมเองถูกมองในมุมแย่ๆ ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน, หัวหน้า ผู้เกี่ยวข้องต่างๆครับ เพราะเขียนบล็อก ด่า Office ตัวเอง นี่ครับ (แต่เพราะผมเห็นว่าไม่ถูกต้องและรับไม่ได้ ก็ต้องด่ากันไป)
นอกเหนือจากนี้ ผมเองก็บล็อกในประเด็นหลายๆ ตัวอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาที่เขียนบล็อกนี้มาตลอด โดยไม่ได้สนใจเลยว่า ตัวเองเกี่ยวเนื่อง หรือเกี่ยวข้องกับใคร หากแต่ตัดความสัมพันธ์เหล่านั้น แล้วเขียนบล็อกด้วยความเป็นกลางมาตลอด
เพราะเมื่อผมเปิดบล็อกขึ้นมาเพื่อเขียน ณ ที่ตรงนี้ มันคือบล็อกของผม คือที่ของผม ไม่มีคำว่า Office ไม่มีคำว่าเจ้านายลูกน้อง ไม่สนใจว่า สิ่งที่ผมบล็อกจะไปกระทบกับใคร แม้กระทั่ง office ตัวเอง (แน่นอนว่า ก็ด่ามาแล้วว่า เอ็มไทยแม่งเน่า ไม่เชื่อลองไปไล่อ่านดูครับ)
ดังนั้นหลังจากที่บล็อกเรื่องเมื่อเช้าไป ดันมี effect มาถึงบล็อกของผมด้วยยาวต่อเนื่อง หลังจากที่ทางบริษัทได้รับเรื่องบางเรื่อง เกี่ยวกับการบล็อกของผม ซึ่งมีคนที่พยายามจะดีงบล็อกไป ผูกกับบริษัท บางคนหาว่า ผมมาเขียนบล็อกเพื่อดิสเครดิต และยกหาง บริษัทที่ผมทำงานอยู่
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกันแต่อย่างใดครับ เพราะหากเป็นอย่างนั้นจริง ผมคงไม่กล้าที่จะเขียนด่า Mthai ในเรื่องของการก้อบปี้ content อย่างสาดเสียเทเสีย จนโดน effect จากเพื่อนร่วมงานเองหรอกนะครับ (จนต้องตัดบางประโยคออกไปเพราะโดน effect)
ดังนั้น จึงอยากจะกล่าวให้เข้าใจอย่างนี้ครับว่า
ถ้าเป็นเรื่องในบล้อกนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงาน บริษัท หรือต้นสังกัดผมแต่อย่างใด เพราะผมเองเชื่อในเรื่องของสิทธิที่ผมมี ไม่มีใครจะมาบังคับหัวผมให้หันซ้ายหันขวาบ้าจี้ได้หรอกครับ ซึ่งเรื่องนี้ หวังว่า ท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านในบล็อกผม อย่างต่อเนื่องมั่นใจได้ครับว่า บล็อกผมจะยังคงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง SEO ต่อไป และหากจะไปเขียนสะกิดแผลใครเข้า ก็ขอให้รับรู้ไว้ว่า ผม มีสังกัดชื่อว่า eblogbiz.com เท่านั้น และทุกวันนี้ ผมก็แจกนามบัตร โดยนามบัตรส่วนตัวจั่วหัวว่า eblogbiz มาตลอด และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ผมทำงานอยู่แต่อย่างใด
หรือแม้แต่ ถ้าพรุ่งนี้ ทางหัวหน้าจะให้ผมเลือกระหว่างการลบบล็อกเจ้าปัญหานี้ทิ้ง กับการออกไปตายเอาดาบหน้า หางานใหม่ ผมก็จะยืนยันว่า ผมยินดีจะคงบล็อก และบทความทั้งหมดที่เขียนไว้ และเดินออกมา พร้อมด้วยคำพูดที่ว่า
"The Quick brown fox Jumb over the Laxy dog"
หวังว่า คงจะเข้าใจนะครับ หากคุณใจกว้างพอ และเชื่อในอิสรภาพ ของการแสดงออก


Comments
Post new comment