Posted on May 14th, 2008 in Other
มีคำถามมาถึงผม ว่าผมเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร มุ่งหวังอะไรกันแน่ รวมทั้งมันยาวมาถึงหน้าที่การงานของผมไปอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่ประการใด ก็ไม่รู้ แต่ผมเอง ก็ขอแสดงความเป็นบล็อกเกอร์ของผมด้วยครับ ดังนั้นกรุณาอ่านและทำความเข้าใจ เยี่ยงปัญญาชน ด้วยครับ
Posted on December 29th, 2006 in General
วันนี้แวะมาเร็วๆ แล้วกันครับ ของตรงประเด็นเลยคือ ปัญหาที่ทำให้เราเข้า google เพื่อค้นหาข้อมูลไม่ได้นะครับ ซึ่งหากท่านไหนที่ยังเข้าไม่ได้ ให้ลองใช้ ip ของ google เข้าไปแทนนะครับ คือ
สำหรับ google.co.th
True1: 64.233.187.99
True2: 64.233.167.99
New True1: 64.233.167.99
New True2: 64.233.187.99
Ji-Net1: 64.233.187.99
Ji-Net2: 64.233.167.99
KSC: 64.233.187.99
INET: 64.233.167.99
ISSP1: 64.233.167.99
ISSP2: 64.233.187.99
Loxinfo: 64.233.167.99
Pacific1: 64.233.167.99
สำหรับ google.com
True1: 64.233.167.99
True2: 64.233.187.99
New True1: 72.14.207.99
New True2: 72.14.207.99
Ji-Net1: 64.233.167.99
Ji-Net2: 64.233.187.99
KSC: -
INET: 64.233.187.99
ISSP1: 64.233.167.99
ISSP2: 64.233.187.99
Loxinfo: 64.233.167.99
Pacific1: 64.233.187.99
วิธีการใช้งานนะครับ ก็ก้อบปี้ ip ใส่ไปเลยครับ ซึ่งหากคุณใช้ net true อยู่แล้วเข้าไม่ได้ ก็ให้ลองเอา ip จากของ ji ไปกรอกดู สลับๆ กันไปครับ น่าจะพอช่วยได้บ้าง ส่วน searchmash นั้นยังปรกติครับผม ไม่มีปัญหา
ส่วนของ gmail ผมเองยังคงต้องใช้ proxy เข้าไปอยู่ดีครับผม ไม่สามารถใช้ ip ยัดเลยได้ครับ T_T ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้ลองกับ Adsense นะครับ คิดว่าคงไม่ได้เช่นกัน
เซ็งครับ งานนี้ เพราะอีกอย่างหนึ่ง ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในช่วง Dance ของ google ที่ยังไม่นิ่งด้วย หากการที่ Bot ยังไม่สามารถเข้ามาได้เวลานานๆ ส่งผลแน่ๆ ครับ ดังนั้นใครปั่น rank อยู่ ทำใจกันนิดนึงครับ เหอๆ
Posted on December 27th, 2006 in Adwords
วันนี้พอดีได้ไปเห็นข่าวเกี่ยวกับรายงานการวิจัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสถิติของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ นั่นล่ะครับ ซึ่งน่าสนใจดี โดยเฉพาะคนที่กำลังจะเริ่ม หรือทำ Adwords หรือ search engine marketing อยู่นะครับ เพราะน่าจะสามารถเลือกตลาดใหม่ๆ สำหรับการบุกเบิก [tag]e-commerce[/tag] ได้ครับ
มหาวิทยาลัยแคนาดา เผยผลวิจัยผู้หญิงเอเชียขายของผ่านเวบเฟื่อง ขณะที่หญิงมะกันเน้นช้อปผ่านเน็ต ชี้ปัญหาผู้หญิงส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ด้านระบบอี-เปย์เม้นท์
ดร.ลอร์น่า ไรน์ ศาตราจารย์จากสถาบันบริหารธุรกิจชูลิก แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ประเทศแคนาดา เปิดเผยผลการศึกษาการเป็นเจ้าของกิจการเอสเอ็มอีของผู้หญิง และอี-บิสิเนสในเอเชียแปซิฟิก พบว่า ผู้หญิงในเอเชียที่เป็นเจ้าของกิจการ SME จะนิยมขายสินค้าออนไลน์มากกว่าการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับชาวสหรัฐและแคนาดา
โดยผลสำรวจพบว่า สาวฮ่องกง ขายสินค้า 31% ซื้อ 24% , เกาหลี ขายสินค้า 31% ซื้อ 21%, สาวฟิลิปินส์ นิยมขายสินค้า 29% ซื้อสินค้าออนไลน์ 19% ญี่ปุ่นขายสินค้า 31% ซื้อ 19% เวียดนาม 15% ขาย 9% อินโดนีเซีย ขาย 4% เป็น 0% ส่วนหญิงจีน มีลักษณะพิเศษคือ มีสัดส่วนการซื้อและขาย 14% เท่ากัน
ด้านสหรัฐ ผู้หญิงซื้อออนไลน์ 66% แต่ขาย 37% , ชิลี ซื้อ 52% ขาย 25% , แคนาดา ช้อปออนไลน์ 47% ขายสินค้า 28% และออสเตรเลีย ซื้อ 38% ขาย 15%
ส่วนปัญหาหลักที่พบคือ ผู้หญิงส่วนใหญ่ในเกือบทุกประเทศ ยังขาดความรู้ที่จะใช้การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) แต่ค่อนข้างเก่งหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการทำ Online banking ยกเว้นเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน
นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีอุปสรรคการใช้ Internet หลายด้าน ทั้งทักษะด้านเทคนิคของแรงงาน ต้นทุน Hardware และ Software ต้นทุนอินเทอร์เน็ต ความกังวลด้านSecurity ความไม่แน่นอนผลตอบแทนจากการลงทุน ความสามารถขององค์กร และปัญหาด้านวัฒนธรรมทางธุรกิจ เช่น ชิลี
“เท่าที่ได้ยินมา หลายครั้งผู้หญิงจะไม่ต้องการเอ่ยชื่อการเป็นเจ้าของเวบไซต์ หรือกิจการ เหตุผลส่วนหนึ่งคือ หากชื่อเป็นผู้หญิง จะทำให้แฮคเกอร์ จ้องโจมตีเป็นหลัก เพราะคิดดว่าอ่อนเทคโนโลยี และถ้าบอกว่าเป็นเจ้าของกิจการ อาจทำให้ลูกค้าบางคนไม่เชื่อถือ” ดร.ไรน์กล่าว
ขณะที่ นางสาวชฎามาศ ธุวะเศษฐกุล รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กล่าวว่า ในประเทศไทยไม่มีปัญหาช่องว่างระหว่างเพศหญิงและชาย ในการใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูลล่าสุด พบว่ามีผู้ใช้คอมพิวเตอร์เพศชาย 7.080 ล้านราย และหญิง 7.370 ล้านราย
โดยหากนับตามจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อปี 2548 สัดส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพศหญิงจะสูงกว่าชาย คือ 3.678 ล้านราย ขณะที่ เพศชายมี 3.406 ล้านราย จากประมาณการจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 7 ล้านราย
ด้านนายเดวิด เชน ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค บริษัท มาสเตอร์การ์ด อินเตอร์แนชันแนล กล่าวว่า การทำเวบไซต์ e-commerce ให้สำเร็จ ต้องมีระบบชำระเงินที่ง่าย และขั้นตอนการซื้อขายไม่ยุ่งยาก
ปัจจุบัน มีระบบชำระเงินที่มีความปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นที่จะใช้บัตรเครดิตชำระเงินมากขึ้น เช่น โปรแกรม “วัน สมาร์ท ออเธนติเคชั่น” ซึ่งจะให้ผู้ใช้ป้อนรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน เพื่อใช้งานยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นคนๆ นั้นจริง และมีเครื่องอ่านบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเฉพาะ (สมาร์ทการ์ด รีดเดอร์) ให้ผู้ใช้เสียบการ์ดเข้าไปและป้อนรหัสผู้ใช้ เครื่องก็จะสร้างรหัสผ่านที่ใช้ครั้งเดียว (Dynamic Password) เพื่อให้ลูกค้าป้อนเข้าไปในระบบอีกครั้ง ซึ่งรหัสผ่านชั้นที่ 2 นี้จะไม่ซ้ำกันเลย เพิ่มความปลอดภัยที่จะถูกแฮครหัส
ทั้งนี้ ในยุโรปมีการนำเครื่องอ่านไปใช้แล้ว โดยธนาคารผู้อออกบัตรเครดิตจะเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายเครื่องอ่านที่ต้องซื้อเพิ่มเอง ทำให้การซื้อขายผ่านเวบเพิ่มขึ้น ส่วนของไทยนั้นคาดว่า 6-12 เดือนข้างหน้าอาจเห็นธนาคารพาณิชย์ในไทยออกบริการนี้เพิ่มเติม
ที่มาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
Posted on December 23rd, 2006 in General
อากาศ หนาวมากๆ ครับ เหอๆ เขียนอะไรทีนึงมือไม้สั่น แต่ที่ไอ้ทำให้สั่นกว่าเนี่ย เห็นจะเป็นพรบ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่จะเกิดขึ้นนั่นล่ะครับ วันนี้เลยต้องขอนอกเรื่องของ seo ไปล่ะครับ เนื่องจากการร่าง พรบ.ตัวนี้ เท่าที่อ่านๆดู รู้สึกว่ามันมีอะไร รั่วๆ อยู่อีกหลายประเด็นทีเดียวครับ
ส่วนหนึ่ง ผมเอง ก็เข้าใจในส่วนของความต้องการที่จะสร้างสรรค์สังคมอินเตอร์เน็ตไทย ให้มันขาวสะอาดขึ้น เพราะทุกวันนี้ มุมมองของคนส่วนใหญ่ อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งสีเทาๆ จนเกือบดำไปแล้ว ไม่ว่าจะประเด็นล่าสุด อย่าง Camfrog ที่ผมเองก็เคยเล่นเมื่อนานมาหลายเดือนแล้ว ก็เห็นว่า มันมีจริงๆ อย่างข่าวนั่นละครับ
ประเด็นเหล่านั้นเนี่ย บอกได้อย่างหนึ่งครับว่า เทคโนโลยี ไม่ใช่สิ่งผิด แต่มันผิดที่คนใช้ โปรแกรมสือสารไม่ว่าตัวใดทั้งนั้น มันก็ถูกนำมาใช้ ซื้อขายบริการได้ทั้งนั้น เอามาใช้โชว์เสียว โชว์สยิว ได้ทั้งนั้น มันอยู่ที่คนครับ
กลับมาสู่ประเด็น พรบ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ของไทยเราครับ ซึ่งในวันที่มีการ เสวนา ก็ได้มีการถกประเด็นกันเมามันส์เอาเรื่องทีเดียวละครับ และหลายสิ่งผมเองก็เห็นว่ามันรั่วจริงๆ
Read the rest of this entry »
Posted on December 20th, 2006 in General
วันนี้จั่วหัวมาเหมือนเป็นเรื่องสนุกครับ เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นประเด็นสนุกๆของ [tag]google[/tag] นั่นล่ะครับ ผมเองเรียกได้ว่า เหมือนๆ เป็นสาวกพี่แกไปแล้วมั้งครับ เอะอะ อะไร ก็ปรึกษา google ตลอดศก ไม่ว่าจะหาไรอ่าน หาไรเล่น หา code แปลกๆ มาทดสอบ ก็ได้ google ทั้งนั้นล่ะครับ
แต่ที่เห็นจะชอบมากหน่อย คือ แนวคิดขององค์กรมั้งครับ ที่เรียกได้ว่า Open mind กันค่อนข้างเต็มที่ จึงทำให้เราเห็น service ใหม่ๆ แปลก และกล้าที่จะนำมาให้บริการอันหลากหลายจาก google นั่นล่ะครับ
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน google เปิดสนามเด็กเล่น สำหรับทีมงานที่ทำในส่วนของระบบ [tag]search engine[/tag] ครับเพื่อทดสอบ ทดลองอะไรหลายๆ อย่าง ขึ้นมาอีกเว็บหนึ่ง แต่การเปิดครั้งนี้ ไม่มีอยู่ในสารบบของ labs.google.com เลยแม้แต่น้อย
เพราะนั่นคือสิ่งที่ google ไม่ต้องการให้คนทำงาน หรือคนคิดระบบ สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องยึดติดกับ google เลย เรียกได้ว่า ให้เล่นกันโดยไม่ต้องยึดติดกับ Brand หรือ อะไรที่มีคำว่า google เลยครับ
Read the rest of this entry »
Posted on December 19th, 2006 in Adsense
วันนี้แวะมาอัพข่าวประกาศจากทาง [tag]google[/tag] อีกครั้งครับ เกี่ยวกับเจ้า [tag]Adsense[/tag] ที่หลายท่านใช้มันทำเงินกันอยู่เนี่ยล่ะครับ
ทริกหนึ่งที่หลายๆ ท่านทั้งคนไทยและต่างประเทศ นั่นคือการใช้ภาพ มาประกอบด้านข้าง [tag]Ads[/tag] นั่นเองครับ ซึ่งทริกนี้ดูจะช่วยให้ Adsense ของเราได้รับการคลิกมากขึ้นครับ ทำเงินได้เพิ่มขึ้นนั่นเองครับ
แต่มาถึงตอนนี้ เห็นที่จะต้องโบกมืออำลาทริกนี้กันได้แล้วครับ เพราะว่าทาง google ออกมาแจ้งผ่านทาง blog ของ adsense ว่า การนำ [tag]image[/tag] มาใช้ใกล้ๆ กับภาพถือว่า ผิดกฏครับ สาเหตุนั้นคงไม่ต้องบอกครับ
ก็คนที่ทำ Adwords นั่นล่ะครับ เค้าแจ้งกับทาง google ว่า การกระทำแบบนี้ ไม่ยุติธรรมสำหรับเค้า เนื่องมาจากหลายๆ ครั้งของการคลิก ไม่ได้มาจากความสนใจในตัว Ads จริงๆ แต่เป็นการคลิกผิด หรือไม่ตั้งใจ หรือเข้าใจผิดว่า นั่นคือ ส่วนหนึ่ง content ไม่ใช่ Ads ครับ
ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ เส้นตรงขีดขั้น หรือว่า มีเส้นอะไรกั้น หรือไม่นั้น ก็ถือว่า ผิดกฏ แล้วล่ะครับ ไม่เชื่อลองอ่านกันละเอียดๆ เลยครับ
Can I place small images next to my Google ads?We ask that publishers not line up images and ads in a way that suggests a relationship between the images and the ads. If your visitors believe that the images and the ads are directly associated, or that the advertiser is offering the exact item found in the neighboring image, they may click the ad expecting to find something that isn’t actually being offered. That’s not a good experience for users or advertisers.
We ask that publishers not line up images and ads in a way that suggests a relationship between the images and the ads. If your visitors believe that the images and the ads are directly associated, or that the advertiser is offering the exact item found in the neighboring image, they may click the ad expecting to find something that isn’t actually being offered. That’s not a good experience for users or advertisers.Publishers should also be careful to avoid similar implementations that people could find misleading. For instance, if your site contains a directory of Flash games, you should not format the ads to mimic the game descriptions.
What if I place a space or a line between my images and my ads? Would that work?
No. If the ads and the images appear to be associated, inserting a small space or a line between the images and ads will not make the implementation compliant.
Does this mean I can’t place ads on pages with images?
You can definitely place Google ads on pages containing images — just make sure that the ads and images are not arranged in a way that could easily mislead or confuse your visitors. For example, if you run a stock photography site with a catalog of thumbnail images, don’t line the ads up with the thumbnails in a way that could be misleading. Consider using a full border around your ads or changing your ad colors, for example.
ก็ฝากเตือนๆ กันไว้นะครับ สำหรับท่านที่ไม่รู้ หรือว่า ยังไม่รู้ เพราะว่าทาง google เพิ่งจะประกาศออกมา
ส่วนถ้าถามความคิดผม ก็คงครึ่งๆ ครับ ในฐานะที่เคยลองเล่นกับ Adwords มาบ้าง พอที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ทำ adwords นั่นล่ะครับ คนที่ทำ adwords ต้องการที่จะลงโฆษณาให้คนรู้จักบ้าง (กลุ่มนี้เนี่ยมักจะไม่ซีเรียสกับผลเท่าไหร่) อีกกลุ่มหนึ่งก็จะเป็น กลุ่มของคนที่ต้องการขายสินค้า กลุ่มนี้เรียกได้ว่า เป็นกลุ่มที่ซีเรียสกับปริมาณของการคลิก และจำนวนเงินที่สูญเสียไปนั่นล่ะครับ
เพราะยิ่งมีคนคลิกเยอะ ก็เสียเยอะ แต่กลับขายได้น้อย มันก็ไม่คุ้ม
ดังนั้นก็ใจเขาใจเราครับ
ส่วนผมเอง ก็ยังเซ็งๆ กับ Adsense ด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประเด็นนั่นล่ะครับ เหอๆ กำลังหา ads ตัวใหม่มาเล่นกันอยู่ครับ คาดว่าปีหน้า อาจจะมีโปรเจคอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดลองเรื่อง ads อีกแน่ๆ ล่ะครับ