พอดีวันนี้ มีโอกาสได้แวะเวียนไปงาน เด็กแนวอย่าง [tag]Fat Festival[/tag] ครั้งที่ 6 ที่เมืองทองธานีมานะครับ ซึ่งสิ่งที่เห็นและถือเป็นสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ปีนี้ แปลกตามากกว่าปีก่อนๆ คือ การลงสนามทำ [tag]Offline promotion[/tag] ของสื่อออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ เราๆ นี่ล่ะครับ
ถามว่า มันแปลกอย่างไร ในเมื่อหลายๆ ครั้ง ที่สื่อออนไลน์ หันเหไปใช้บริการ [tag]Offline media[/tag] อื่นๆ ครับ เช่น หนังสือ, ทีวี, วิทยุ หรือบูธตามงานต่างๆ
แต่ที่มันแปลกน่าจะอยู่ที่ว่า [tag]งาน Fat[/tag] ที่เคยขึ้นชื่อว่า เป็นงานเด็กแนว งานอินดี้ กลายเป็นขุมทองที่สื่อออนไลน์อย่างเราๆ มุ่งตรงไปใช้บริการ ซึ่งจุดน่าสนใจของงานนี้น่าจะอยู่กลุ่มของคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถมีแรง มีกำลังที่จะเข้าถึงสื่อ ออนไลน์ได้ไม่ยากนั่นเอง
อีกทั้งโอกาสที่จะใช้บริการเปิดบูธเล็กๆ เพื่อ[tag]โปรโมทเว็บ[/tag] ขายของที่ระลึก หรือขายสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจ เป็นรายได้ อันน่าสนใจทีเดียวครับ ซึ่งผมเอง ก็เคยคิดๆ ไว้ แต่ไม่มีเวลาที่จะไปนั่งทำ Offline promotion แบบนี้ อีกทั้งเนื้อหาในเว็บผมนั้นดูเคร่งเครียดเกินไป และเข้าถึงได้ยาก กับกลุ่มเป้าหมายในงานครับ จึงไม่ได้ทำ
แต่เพื่อนๆ ในเว็บเรื่องสั้นที่ผมดูแลอย่าง www.Uncensor-team.com นั่นถือเป็นเรื่องปรกติ เพียงแต่ผมเองก็ไม่ได้ไปร่วมในส่วนของการทำ PR เท่านั้นเอง เพราะหากลงไปเล่น ก็คงจะนั่นคิด Requirement ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้า รวมทั้งงานการกุศล(แกมบังคับ)ของเพื่อนรุ่น วนศาสตร์ ที่จะทำเสื้อประจำทริปรุ่นไม่ทันแน่ๆครับ เลยอด
แต่จากการไปดูงาน Fat ในครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดน่าสนใจของการทำ PR ในลักษณะนี้ทีเดียวครับ นอกจากนี้ ยังคิดอะไรใหม่ๆ ได้อีก สามสี่อย่าง ที่พอจะเอาไปรวมใน Requirement งานของ Office รวมทั้งแนวทางอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างใน Road map ปีหน้าได้อีก (คนอื่นๆ ไปเดินเอาบรรเทิง ผมเดินไปคิดไป เหมือนไปทำงานเลยนะเนี่ย)
เริ่มต้นจากหนึ่งในเว็บไซต์ดัง อย่าง Kapook.com ของคุณ ปรเมศวร์ ผู้ที่เรียกได้ว่า เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการเว็บ portal ในไทยเลยครับ ออกไปเปิดบูธขนาดพอเพียง ขายเสื้อของ Kapook.com พร้อมกับการ promote service ในเว็บ
ถัดไปไม่ใกล้ไม่ไกล ก็คือ Truelife.net ของค่ายร้อนแรง อย่าง True ที่พักหลังทั้งทำ service ดีๆ ทำเว็บเนื้อหาแจ่มๆ take over เว็บเก่าแก่ อย่าง Jorjae.com ไปรวมกับ truelife ออกมาแจกฟรี ของเล็กๆ น้อยๆ ให้คนได้ติดไม้ติดมือกันไปครับ ซึ่งคงต้องบอกว่า สำหรับผมแล้ว ทรู ลงทุนลงแรงไปเยอะมากๆ กับเว็บไซต์ในกลุ่มของ trueworld,truelife ไม่ว่าจะเป็นล่าสุดคือ VoIP ที่เรียกได้ว่า เอามาเล่นเป็นของหลักในเว็บ การควบรวม service แจ่มๆ ไม่ว่า วิทยุ ทีวี มือถือมารวมไว้ ใน online service แต่กลับไม่คุ้มค่าการลงทุนเท่าไหร่เลย นั่นเพราะมองอนาคต เมื่อ ADSL ครองประเทศไปเสียไกลโข อีกทั้ง ยังมองข้าม User Behavior บางอย่างของคนเล่นเน็ตไปนั่นเองล่ะ มั้งครับ เลยไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
เดินไปต่อ ก็พบค่ายเพลงใหญ่น้อย ทั้งบนดินใต้ดิน (ไม่ใช่หวยนะครับ) มาเปิดบูธขายซีดี ขายของที่ระลึกกันเป็นทิวแถว ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจทีเดียวครับ เพราะนอกจากจะตรงใจวัยโจ๋ ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังถือว่าเป็นแนวทางดึงกลุ่มคนที่สนใจเข้ามายังเว็บไซต์และขายของไปได้ในตัวเดียวกัน เรียกได้ว่า ยิงปินนัดนี้ แต่กินไปได้หลายล่ะครับ
เดินๆ ไปอีก อ่า ไปเจอร้านขายหนังสือเรียกได้ว่า ถือเป็นสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาแข็งแกร่งอีกที่นึงในไทย นั่นคือ Onopen.com ครับ เรียกได้ว่า มีทั้งสื่อออนไลน์ที่เนื้อหาแข็งแกร่งอีกแห่งหนึ่ง แล้วยังเปิดขายหนังสือที่แสดงถึงความแข็งแกร่งในเนื้อหาได้อย่างดีทีเดียวครับ เพียงแต่เนื้อหาบางอย่างดูๆ ไปไม่ค่อยจะเข้ากับกลุ่มผู้ไปงานไปหน่อย เลยดูเหงาๆ ในบางช่วงครับ (แน่นอนครับ หนังสือการเมือง ปรัชญา คงไม่ค่อยเข้าแน่ๆ)
ข้ามไปอีกฝั่งของ OnOpen.com ก็มีชื่อเว็บคล้ายกันอย่าง OpenMM.com ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของข่าวบันเทิง ที่พยายามนำเสนอ ขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยลักษณะของความเป็น Entertainment portal แต่อาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่แหล่งข่าว ไม่มี content ของตนเองเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ ยังสู้ Portal ใหญ่ๆ ในไทยที่เรียกได้ว่า มีหลายๆ อย่างดีกว่าไม่ได้นั่นเองล่ะครับ เลยดูเงียบๆ หน่อยกับ บูทนี้
ถัดไปไม่ไกลกันมานัก กับเว็บเด็กแนวที่มีหลากภาษา นั่นคือ f0nt.com นั่นล่ะครับ ขานี้ก็ไปขาย Font CD ที่การันตีว่า ถูกลิขสิทธิ์แน่นอน พร้อมทั้งเสื้อ หนังสือทำมือ ดูแล้วน่าสนใจดีทีเดียวครับ
นอกจากนี้ ยังมีเว็บอีกหลายแห่งที่เป็นเว็บเล็กๆ ก็ใช้งาน Fat Festival ในครั้งนี้ เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์ เปิดตัว หารายได้ และสร้าง community เล็กๆ ของคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันอีกทางหนึ่งครับ ซึ่งเมื่อมองทุนที่ใช้ในการโปรโมทผ่านทางงานนี้แล้ว คงต้องเรียกได้ว่า คุ้มกับการลงทุนทีเดียวครับ แค่เป็น บูทเล็กๆ แต่สามารถสร้างรายได้ ไม่มากไม่มายนัก แต่กลับสร้าง brand ได้อย่างค่อนข้างตรงกลุ่มครับ
เพราะอย่างผมเอง ก็ยังเชื่อว่า ไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มาในงานนี้ เป็นผู้ที่รู้จักและใช้ Internet เป็น อีกหลายเปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังเชื่ออีกว่า ใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นประจำอีกด้วยครับ
ดังนั้น งาน Fat Festival ในปีนี้ จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งของบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ ที่เล็งกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ล่ะครับ ซึ่งทำให้งานในปีนี้ ผมเห็น url ของเว็บไซต์หลายๆ เว็บผ่านตาไปบ่อยกว่าปีที่ผ่านๆ มามากทีเดียวครับ
ไม่แน่นะ ปีหน้า i-morm.com อาจจะไปนั่งเปิด บูท ขายเสื้อ ขายหนังสือ SEO หรือ SEM ทำมือ กะเค้ามั่งก็ได้นะครับเนี่ย อิอิ
อย่างน้อย เอากำไรมาจ่ายค่า Host กะค่า Domain ซักนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดีครับเนี่ย เหอๆ


Comments
Post new comment