Thailand E-Commerce Forum 2006

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ ก็ได้มีโอกาสไปช่วยงานชมรมครับผม (Thai [tag]Search Engine Marketing Club[/tag]:[tag]TSEMC[/tag]) ซึ่งภายในในงานมีโอกาสได้ไปเปิดบูทเล็กๆ นะครับ แต่เล็กก็แค่บูท เพราะคนล้นหลามมากๆครับ ดูจากภาพได้เลยครับผม

 

thailand e-commerce forum 2006
ภาพจากกล้องคุณภาวุธ (http://www.pawoot.com/) ครับผม

ภายในงาน ก็ยังมีบูทอื่นๆ ด้วยครับ แต่ดูแล้วไม่ได้ชมว่า ชมรมตัวเองเก่งนะครับ แต่คิดว่าได้คนมาจากในส่วนของ Google ซึ่งคุณอ้อ ตัวแทนจาก Google ก็เอาป้ายมาตั้งให้ตั้งสองอันครับ กลายเป็น ชมรม Google ไปซะอย่างงั้น จริงๆ แล้ว ผมสาวกตะหากล่ะครับ 555+

ส่วนภายในงานก็ยังมีการสัมมนาต่างๆ แต่ผมก็ไม่ได้เข้าฟังนะครับ เพราะติดอยู่ที่บูตชมรม ภาคเช้าก็มีท่านสองท่านมาสอบถาม พูดคุยกันเรื่อง SEM และ SEO แล้วบวกผสมกับความบ้าน้ำลายของผม ก็ยาวไปเลยครับ อดไม่ได้เข้าฟังในช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็หมายมั่นปั้นมือไว้ ว่าจะเข้าฟัง แต่.... หลังจากในช่วงก่อนบ่าย นิดนึง ไปยืนพูดคุยกับคุณเผ่า เจ้าของ Googlerich.net นั่นล่ะครับ เกิดการบ้าน้ำลาย และ มีคนมาร่วมคุยกันอีก สุดท้าย ยาววววววววววววววววววววววว

อดไม่ได้ฟังเลยครับ แต่หลักใหญ่ใจความ (คำพูดฮิตของคุณสรยุทธ์ ไม่เชื่อลองนับดูครับว่า ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คุณสรยุทธ์พูดไปกี่ครั้ง 555+) จากที่ได้สอบถามเพื่อนที่ office อีกคนนึง ที่ลางานไป (office คนครึ่งร้อย ทำงานเกี่ยวกับพวกนี้ทั้งนั้น แต่ไม่มีใครไป สงสัยมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียวมั้งเนี่ย) ก็ได้ใจความว่า

แม้ว่า ตอนนี้ในไทยแลนด์ บ้านเรานี่ล่ะครับ ก็ยังเป็นปัญหาเดิมๆ ครับ อย่างที่ผมเคยได้พูดคุยกับบางท่านที่สนใจทำเว็บค้าขายสินค้า นั่นคือ ปัญหาของการรับ-จ่ายเงิน ซึ่งต้องเข้าใจว่าบ้านเรา ยังไม่ใช่ทางฝั่ง US ที่ 70% มี เครดิตการ์ดใช้งาน และรู้สึกปรกติกับการใช้ เครดิตการ์ดเหล่านั้น ในการซื้อสินค้าหรือบริการกัน ในขณะที่บ้านเรา ก็ยังมีอยู่ไม่มากมายนัก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ากี่ %

แต่ในส่วนที่มี กลับไม่ค่อยกล้าที่จะซื้อของผ่านเว็บไซต์ สาเหตุก็เดิมๆ ครับ ไม่กล้า กลัวโดนโกง ในขณะที่คนขาย ก็กลัวลูกค้า หาตัวกลางไม่ได้ สุดท้าย การเติบโตมันจึงไม่เกิดขึ้น แทงกั๊กกันไปแทงกั๊กกันมาอยู่อย่างนี้

แม้ว่าจะมีอย่าง Paysbuy เข้ามาเหมือนเป็นระบบ กลางๆ ในการรับและจ่าย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ตอบโจทย์ได้ครับ ในเมื่อระบบของ paysbuy ต้องใช้เวลาในการ holding เงินอยู่ 1เดือน แล้วอย่างนี้ คนขายที่ไหนจะกล้าล่ะครับ ในเมื่อคนขายของต้องการเงินมาหมุน ต้องการเงินยืนยัน ว่าลูกค้าจ่ายแล้ว และส่งสินค้า

ในขณะที่ลูกค้า ก็ต้องรอระบบว่า เมื่อไหร่คนขายจะส่งของมา ???

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาตรงความน่าเชื่อถือของร้าน ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย ที่ตอนนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยการันตีอะไรได้มากนัก เพราะในเมื่อยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ตัวตนกันได้มากนัก

การเปิดร้านค้าขายสินค้ากัน มันทำไม่ยากหรอกครับ ง่ายนิดเดียว เปิดร้านค้าฟรีๆ ก็มี เสียเงินเปิดก้อมี หรือลงทุนทำเองเลยก็ไม่ยาก แต่ถามว่าร้านค้าบน cyber บ้านเรา มีอะไรมาการันตีว่า ไม่ขี้โกงบ้าง การสมัครขอเลขทะเบียนพานิชย์อิเลคทรอนิกส์ ก็ใช้แค่หลักฐานไม่กี่อย่างไม่กี่อัน (ช่วยให้น่าเชื่อถือมานิดนึง) หากเกิดปัญหาขึ้น คนซื้อจะแก้ปัญหาอะไรได้ที่ไหน

ประเด็นนี้สำหรับผมแล้ว มองว่า ประเด็นหลักไม่ใช่อยู่ที่การสร้างระบบจ่ายเงินต่างๆ ไม่ใช่อยู่ที่การจัดส่งสินค้า แต่ฟันเฟืองหลักอยู่ที่ลูกค้า ทำอย่างไรจะให้ลูกค้า เชื่อถือร้านค้าบนหน้าจอคอมฯ นี้ได้ ทำอย่างไรที่จะมีมาตรการการันตีมาตรฐานผู้ค้า ที่มากขึ้น มีการพิสูจน์กันได้ ติดตามกันได้

ในขณะที่ การจดทะเบียนก็ต้องไม่ยุ่งยาก มากเกินไปนัก ไม่ต้องใช้เงินทุนสูง

แว่วๆ ว่าจะทำกันจริงๆจังๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะไปได้กันแค่ไหนครับ ต้องตามดูกันต่อไปครับผม

Tags :